ปรากฏการณ์บีตส์ของคลื่นเสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร

118 ครั้งเข้าชม
ปรากฏการณ์บีตส์เกิดจากคลื่นเสียงสองแหล่งความถี่ต่างกันเล็กน้อยมาแทรกสอดกัน แอมพลิจูดของคลื่นเสียงต้องใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดเสียงดัง-ค่อยสลับกันเป็นจังหวะ เสียงบีตส์จะชัดเจนเมื่อความถี่ของคลื่นเสียงต่างกันไม่มากนัก เราจะได้ยินจังหวะการเปลี่ยนแปลงความดังค่อยของเสียงอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการรวมกันของคลื่นเสียงเหล่านั้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คลื่นเสียงบีตเกิดขึ้นได้อย่างไร?

จำได้ตอนเรียนฟิสิกส์ ม.ปลาย ปี 2558 ที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี อาจารย์อธิบายเรื่องนี้ ว่าคลื่นเสียงบีตเนี่ย เกิดจากคลื่นสองตัว ความถี่ใกล้เคียงกัน ซ้อนทับกัน ง่ายๆเลย เหมือนคลื่นน้ำ ถ้าคลื่นสองลูกมาเจอกัน มันก็จะรวมกันเป็นลูกใหญ่บ้าง เล็กบ้าง สลับกันไป เสียงก็เหมือนกัน ความดังมันเลยขึ้นลงเป็นจังหวะ แบบตึ้บๆ ตึ้บๆ อ่ะ จำได้คร่าวๆนะ อาจจะไม่เป๊ะทุกจุด

ตอนนั้น เราลองเอาโปรแกรมสร้างเสียง บนคอม ลองปรับความถี่ดู สนุกดี ได้ยินเสียงบีตชัดเจนเลย ความถี่ต่างกันแค่ไม่กี่เฮิรตซ์ ก็ได้ยินเป็นจังหวะช้าๆแล้ว ถ้าต่างกันมากๆ จะไม่ค่อยได้ยินเป็นจังหวะ มันจะกลายเป็นเสียงซ้อนๆกันไปหมด อย่างที่บอก ความจำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะผิดพลาดบ้าง แต่หลักการมันก็ประมาณนี้แหละ

บีทเกิดจากคลื่นเสียงสองคลื่นแสดงสมบัติอะไร

บีตส์ เกิดจากคลื่นเสียงสองคลื่นแสดงสมบัติการ แทรกสอด ครับ ปรากฏการณ์นี้คือการรวมกันของคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่างกันเล็กน้อย ทำให้เกิดเสียงดังค่อยสลับกันเป็นจังหวะที่เรียกว่า "บีตส์"

ทฤษฎีเรื่องบีตส์ (Beat)

  • การแทรกสอด (Interference): หัวใจสำคัญของบีตส์ คือการแทรกสอดของคลื่นเสียงสองขบวน คลื่นเสียงเหล่านี้ต้องมีความถี่ใกล้เคียงกันมากๆ นะครับ
  • ความถี่บีตส์ (Beat Frequency): ความถี่ของเสียงดังค่อยที่เกิดขึ้น จะเท่ากับผลต่างของความถี่คลื่นเสียงทั้งสอง (f1 - f2)
  • เสียงดังค่อยสลับกัน: เมื่อคลื่นเสียงเสริมกัน (Constructive Interference) จะได้ยินเสียงดัง แต่เมื่อคลื่นเสียงหักล้างกัน (Destructive Interference) จะได้ยินเสียงค่อย หรือเงียบไปเลย

การเกิดบีตส์ (Beat)

บีตส์เกิดจากคลื่นเสียง 2 ขบวนที่มีความถี่ ไม่เท่ากัน แต่ใกล้เคียงกันมากๆ เคลื่อนที่มาเจอกันในทิศทางเดียวกัน คลื่นก็จะรวมกัน ทำให้แอมพลิจูด (ความดัง) เปลี่ยนไปตามเวลา ผลคือเราจะได้ยินเสียงดัง-ค่อยสลับกัน เหมือนมีจังหวะ

เคยได้ยินเสียงเปียโนที่จูนไม่ตรงกันไหมครับ? นั่นแหละครับ คือบีตส์! หรือเวลาปรับเครื่องดนตรีสองชิ้นให้เสียงตรงกัน เราก็ฟังจากความถี่ของบีตส์นี่แหละ ถ้าความถี่บีตส์เป็นศูนย์ แสดงว่าเสียงตรงกันเป๊ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบไม่วิชาการเกินไป)

  • บีตส์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คลื่นเสียงนะครับ คลื่นชนิดอื่นๆ ก็แสดงปรากฏการณ์นี้ได้เหมือนกัน เช่น คลื่นแสง
  • นักดนตรีใช้บีตส์ในการจูนเสียงเครื่องดนตรีให้ตรงกัน
  • นักฟิสิกส์ใช้บีตส์ในการวัดความถี่ของคลื่นเสียงอย่างแม่นยำ

บีตส์เป็นอะไรที่มากกว่าเสียงดังค่อยสลับกัน มันคือหลักการพื้นฐานที่อธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์มากมายเลยครับ

การเกิดบีตส์ คือ อะไร?

บีตส์นะเหรอ? ตอนนั้นนั่งอยู่ในห้องซ้อมดนตรีที่โรงเรียน (จำได้ว่าชื่อห้อง "ฟ้าประทาน") ตอน ม.5 เลยมั้ง ครูเค้าเปิดเสียงจากลำโพงสองตัว เสียงมันแปลกๆ อ่ะ เหมือนดังๆ เบาๆ สลับกัน ครูบอกว่า "นี่แหละบีตส์!"

ครูอธิบายว่ามันเกิดจากคลื่นเสียงสองอันที่ความถี่ต่างกันนิดเดียวมาซ้อนทับกัน แล้วหูเราก็จะจับเสียงดังค่อยสลับกันได้ ถ้าความถี่ต่างกันไม่เกิน 7 เฮิรตซ์ (ครูเน้นมากคำนี้ 7 เฮิรตซ์ๆๆ)

คือถ้าความถี่ต่างกันเกินนั้น เราจะไม่ได้ยินเป็นบีตส์แล้วนะ มันจะกลายเป็นเสียงที่ "หึ่ง" หรือ "สั่น" แทน (อันนี้ครูบอกเพิ่ม)

  • ความถี่ไม่เกิน 7 Hz: ได้ยินบีตส์ (ดัง-ค่อย สลับกัน)
  • ความถี่เกิน 7 Hz: ได้ยินเสียง "หึ่ง" หรือ "สั่น"

ปีนี้ (2567) ก็ยังจำได้นะ เรื่องบีตส์เนี่ย เพราะตอนนั้นงงมาก ทำไมเสียงมันดังค่อยสลับกันได้ ????

บีตส์ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

บีตส์นะเหรอ? ตอนเรียนฟิสิกส์ปี 1 ที่มหา'ลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์สมชายเคยอธิบายให้ฟังว่า มันเกิดจากคลื่นเสียง 2 อันมาเจอกัน แบบคลื่นนึงสูงคลื่นนึงต่ำ แล้วมันก็หักล้างกันไปมาอะ อารมณ์เหมือนตอนเราทะเลาะกับแฟน แล้วเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนั่นแหละ (อันนี้คิดเองนะ ไม่เกี่ยวฟิสิกส์)

ตอนนั้นอาจารย์เค้าเปิดเสียงให้ฟังด้วยนะ เป็นเสียง "วู้วๆๆๆ" สั้นยาวสลับกันไป อาจารย์บอกว่าถ้าความถี่ต่างกันไม่เกิน 7 Hz หูเราจะจับได้ว่าเป็นบีตส์ แต่ถ้าเกินกว่านั้น เราจะฟังไม่ออก อาจารย์ยกตัวอย่างเครื่องดนตรีให้ฟังด้วย แต่จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง T_T

  • บีตส์: เกิดจากการรวมกันของคลื่นเสียง 2 คลื่น
  • ความถี่ต่างกัน: ต้องไม่มากเกินไป
  • 7 Hz: ประมาณนี้แหละที่หูคนเราแยกได้
  • "วู้วๆๆๆ": เสียงที่ได้ยิน (ประมาณนี้จริงๆ นะ)
  • ฟิสิกส์: วิชาที่เรียนแล้วงง แต่ก็สนุกดี