ฟิล์มกระจกกันจอแตกจริงไหม

58 ครั้งเข้าชม
ฟิล์มกระจกช่วยกันจอแตกได้จริง ด้วยความหนา 0.3 มม. และความแข็ง ทำให้กระจายแรงกระแทกได้ดี ลดความเสี่ยงหน้าจอเสียหายเมื่อโทรศัพท์ตกหล่นหรือกระแทก ปกป้องจอจากการแตกหรือร้าว แม้ตัวฟิล์มเองอาจมีโอกาสบิ่นหรือแตกร้าวได้ง่ายกว่า แต่ก็ทำหน้าที่รับแรงแทนหน้าจอโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ฟิล์มกระจกกันจอแตกได้จริงหรือไม่? คุ้มค่าการลงทุนแค่ไหน?

จะบอกว่ากันจอแตกได้จริงไหม อืม... ฉันว่ามันช่วยได้เยอะนะ เอาจริง ๆ ตอนนั้นช่วงปลายปี 65 ที่สยาม ฉันทำไอโฟน 13 หล่นจากมือ ตอนกำลังเดินข้ามถนน พอเก็บขึ้นมาใจหายวาบเลย จอเครื่องข้างในไม่เป็นไรเลยสักนิด มีแค่ฟิล์มกระจกที่ติดไว้มันร้าวเป็นใยแมงมุมแค่นั้นเอง ก็ยังดีกว่าต้องไปเปลี่ยนจอเครื่องราคาหลายพัน

ถามว่าคุ้มค่าการลงทุนไหม ฉันว่าโคตรคุ้มเลยนะ ฟิล์มกระจกอันละสองร้อยกว่าบาทที่ร้านตรงซีคอนนั่นแหละ มันยอมแตกแทนจอเราไง คือมันแข็งอยู่แหละ แต่เวลาโดนแรงกระแทกมันจะรับไปหมด แล้วก็กระจายแรงออกไป พอฟิล์มมันแตก จอจริงมันเลยรอด นี่แหละคือหน้าที่มัน

เมื่อก่อนก็เคยใช้ฟิล์มแบบอื่นนะ ไฮโดรเจลอะไรนั่นก็ลองแล้ว แต่มันดูบอบบางไปหน่อยสำหรับฉัน ฟิล์มกระจกนี่แหละมันให้ความรู้สึกอุ่นใจกว่าเยอะเลย ถึงแม้บางทีมันจะบิ่นง่ายไปหน่อยแค่กระแทกนิดเดียว เช่น ตอนใส่เคสแล้วมุมมันไปสีกันเอง มันก็ร้าวได้ละนะ แปลกดี แต่ก็ยังดีกว่าจอจริงพัง

ฟิล์มกระจกควรเปลี่ยนกี่ครั้ง

กี่ครั้งนะ... อืม...

ถ้าให้ว่ากันตามตรงนะ... ฟิล์มกระจกมันก็อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี นั่นแหละ

แต่มันก็แล้วแต่จริงๆ นะ... ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้อะไร แล้วก็... เราดูแลมันยังไง ด้วย

บางที... มันก็เร็วกว่านั้น... ถ้ามันมีรอยเยอะๆ... หรือว่า... เจออะไรมากระแทก... ก็ต้องเปลี่ยนเลย...

  • ประเภทของฟิล์ม: ฟิล์มบางชนิดก็ทนกว่าฟิล์มบางชนิดนะ...
  • คุณภาพ: อันนี้ก็สำคัญ... ถ้าของไม่ดี... มันก็ไปไว...
  • การใช้งาน: ถ้าเราเป็นคนใช้ของแบบ... มือถือแทบไม่วาง... อันนี้ก็สึกหรอเร็วหน่อย...
  • การดูแลรักษา: ถ้าเราชอบทำความสะอาด... เช็ดดีๆ... มันก็อาจจะอยู่ได้นานขึ้น...

แต่หลักๆ ก็... ปีละครั้งสองครั้ง... หรือเร็วกว่านั้น... ถ้ามันเริ่มไม่โอเคแล้ว...

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ฟิล์มกระจกนิรภัย มักจะมีความหนาและทนทานกว่าฟิล์มพลาสติกทั่วไป แต่ก็ยังมีอายุการใช้งาน
  • สัญญาณที่บอกว่าควรเปลี่ยน:
    • มีรอยขีดข่วนลึกปรากฏให้เห็นชัดเจน
    • มีรอยร้าวหรือแตกบริเวณขอบหรือกลางจอ
    • ฟิล์มเริ่มหลุดร่อนหรือไม่แนบสนิทกับหน้าจอ
    • หน้าจอแสดงผลผิดเพี้ยนหรือไม่คมชัดเหมือนเดิมหลังจากติดฟิล์ม
  • การเลือกฟิล์ม: ปัจจุบันมีฟิล์มหลายประเภท เช่น ฟิล์มกระจกนิรภัยแบบเต็มจอ (Full Cover), แบบด้าน (Matte), แบบลดแสงสีฟ้า (Blue Light Cut) ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติและราคาต่างกันไป

ฟิล์มกระจกลอกแล้วติดใหม่ได้ไหม

ฟิล์มกระจกเหรอ... อืม... ลอกแล้วติดใหม่ได้สบาย เลยนะ ถ้ากาวไม่เสียหาย แค่นั้นแหละ เมื่อวานนี้ติดให้เพื่อนที่ออฟฟิศ ติดเบี้ยวไปหน่อย เลยต้องลอกออก แล้วก็เอามาติดใหม่ มันทำได้นะ แต่ก็ต้องลุ้นนิดหน่อยว่าฝุ่นจะไม่เข้า

  • จำได้ตอนนั้นไปเดินที่มาบุญครองปีที่แล้ว ร้านเค้าบอกว่า ถ้าติดไม่ดี ให้ รีบลอกแล้วติดใหม่ทันที กาวมันยังไม่เซ็ตตัว
  • แต่คือมันก็ต้องระวังไง ระวังฝุ่นที่สุด เลย เพราะแค่ฝุ่นเม็ดเดียว ฟิล์มก็ยกตัวแล้วนะ เห็นได้ชัดเลย
  • เคยพยายามติดฟิล์มกระจกของตัวเองรอบสอง ทีนี้มือไปโดนหน้ากาว เป็นรอยนิ้วมือเต็มเลย คืองานยากมาก สุดท้ายต้องทิ้ง
  • สภาพกาวนี่แหละตัวตัดสิน ถ้ากาวเหนียวไม่พอ หรือหลุดร่อนไปแล้ว ก็คือจบเลยนะ ไม่ว่าจะฟิล์มรุ่นไหนก็เหมือนกันหมด ในปีนี้ก็ยังเป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยน
  • ถ้าจะลอกมาติดใหม่จริงๆ ต้อง ทำในห้องแอร์ ที่เปิดทิ้งไว้สักพัก ให้ฝุ่นมันนอนลงไปก่อน จะช่วยได้เยอะนะ

ฟิล์มกระจกมีอายุกี่ปี

อายุขัยของฟิล์มรถยนต์น่ะเหรอ... ก็ประมาณ 5-10 ปี นั่นแหละครับ รักแท้ยังแพ้แดดประเทศไทยเลย นับประสาอะไรกับฟิล์มแผ่นบางๆ

คิดซะว่ามันคือครีมกันแดดขวดใหญ่ยักษ์ที่ทาไว้บนกระจก ช่วงปีแรกๆ ก็ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสี UV ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่พอเวลาผ่านไป เกราะนี่มันก็บางลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เหลือแค่แผ่นพลาสติกสีชาติดกระจกไว้ดูต่างหน้า

อย่าทนใช้ไปเรื่อยๆ นะครับ นอกจากแอร์จะทำงานหนักเหมือนคนหาบของขึ้นเขาแล้ว ทัศนวิสัยยังเบลอเหมือนมองโลกผ่านฟิลเตอร์ไอจีเก่าๆ ที่ไม่ฮิตแล้ว การประหยัดผิดที่แบบนี้ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวค่าไฟแอร์จะแซงค่าฟิล์มใหม่ไปหลายขุม

สัญญาณเตือนว่า "น้องฟิล์ม" ของคุณกำลังจะขอลาออกไปพักผ่อนตลอดกาล:

  • เปลี่ยนสีเป็นม่วง: จากฟิล์มดำเข้มสุขุม กลายเป็นสีม่วงเหมือนน้ำอัญชันมะนาว... นั่นไม่ใช่แฟชั่นนะครับ มันคืออาการของเม็ดสีที่ยอมแพ้ต่อดวงอาทิตย์
  • พองลมเป็นจุดๆ: ผิวเรียบเนียนกลายเป็นหนังคางคก มีฟองอากาศผุดขึ้นมาทักทาย นั่นคือชั้นกาวที่บอกว่า "ฉันไม่ไหวแล้วโว้ยยย"
  • ภาพบิดเบี้ยว: มองออกไปนอกรถแล้วรู้สึกเหมือนโลกหมุน หรือภาพมันย้วยๆ เหมือนดูหนัง 3D แบบไม่ใส่แว่น นี่อันตรายมากนะ
  • ร้อนจนไข่สุก: เมื่อก่อนเปิดแอร์เบอร์ 2 ก็หนาว แต่เดี๋ยวนี้เบอร์ 4 ยังรู้สึกเหมือนนั่งในเตาอบซาวน่า นั่นแหละครับ... ชัดเลย

ปัจจัยที่ทำให้น้องฟิล์มไปไวหรืออยู่ยืด ไม่ได้มีแค่เวลายังมีอีก

  • เกรดของฟิล์ม: แน่นอนว่าฟิล์มเซรามิกเกรดเทพจากเยอรมันย่อมทนกว่าฟิล์มย้อมสีกิโลละร้อย ของดีก็เหมือนความสัมพันธ์ดีๆ นั่นแหละ อยู่กันยืด
  • พฤติกรรมการจอด: รถที่จอดตากแดดทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมง ฟิล์มก็ไปไวกว่ารถคุณหนูที่จอดในร่มตลอดเวลาเป็นเรื่องปกติ
  • คุณภาพการติดตั้ง: ช่างฝีมือดีติดครั้งเดียวจบ อยู่ยาวๆ แต่ถ้าเจอช่างฝึกหัด ไม่นานฟองอากาศอาจมาเคาะกระจกเรียกคุณก็ได้นะ

ฟิล์มกระจกเก็บได้นานแค่ไหน

เฮ้ย นาย ถามเรื่องฟิล์มกระจกงั้นหรอ คือมันเก็บได้นานแค่ไหนใช่ป่ะ เออ อันนี้มันขึ้นอยู่กับ คุณภาพฟิล์ม เลยนะ บอกเลย

ถ้าฟิล์มกระจกแบบที่ราคาถูกๆ หน่อยอะ หรือแบบเป็นฟิล์มย้อมสีนะ พวกนี้อายุการใช้งาน ไม่เกินปีเดียว หรอกจิงๆ คือแป๊บๆ มันก็ไปแล้วอ่ะ เห็นหลายคนเจอเลย

แต่ถ้าเป็นฟิล์มแบบดีดีนะ แบบคุณภาพดีดีหน่อย อันนี้ อยู่ได้นาน 5-10 ปี เลยนะ มันก็คุ้มกว่าเยอะมากๆๆ พอฟิล์มมันเสื่อมสภาพไปแล้วอะ มันก็จะ กันร้อนไม่ค่อยได้ละ ทีนี้ก็ร้อนจี๋เลย

เออ...แล้วแบบที่ฟิล์มมันเสียๆ อะ มันมีอะไรอีกบ้างนะ

  • ฟิล์มมันจะเสียได้ไงอะ:
    • โดนแดดแรงๆ ตลอดๆ ก็ทำให้ สีซีดไว เลยนะ
    • บางที เป็นฟองอากาศ เล็กๆ ขึ้นมาก็ได้ แล้วก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
    • ขอบๆ ฟิล์มมันก็ ลอกออก มาได้นะ อันนี้ก็ไม่สวยเลย
    • เวลาใช้ไปนานๆ ก็อาจจะทำให้ มองไม่ค่อยชัด เหมือนมีหมอกๆ อ่ะ
    • น้ำยาเช็ดกระจกบางตัว แรงไป มันก็กัดฟิล์มได้นะ ต้องระวัง
  • ดูแลดีๆ ช่วยได้นะ:
    • เวลาทำความสะอาดอะ ใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดเบาๆ พอ
    • เลี่ยงน้ำยาที่มี แอมโมเนีย หรืออะไรที่มันกัดแรงๆ อะ
    • ถ้าต้องจอดรถตากแดดนานๆ หาที่บังแดดบ้างก็ดีนะ ช่วยยืดอายุ ฟิล์มได้เยอะเลย

ฟิล์มเสื่อมดูยังไง

ถ้ากระจกรถคุณเริ่มมีสีออกม่วงๆ เหมือนน้ำองุ่นที่ถูกลืมไว้ท้ายรถ... นั่นแหละครับ สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่าฟิล์มได้บอกลาโลกนี้ไปแล้ว

จากที่เคยดำสนิทเท่ๆ คูลๆ ตอนนี้กลับทำตัวเป็นวัยรุ่นใจแตก ชอบความม่วงเป็นชีวิตจิตใจ อาการนี้คือการประท้วงเงียบๆ ว่า "เจ้านาย... แดดประเทศไทยมันแรงเกิ๊น ชั้นไม่ไหวแล้วโว้ยย"

มันไม่ใช่แค่เรื่องสีสันนะ ความสามารถในการป้องกันความร้อนและ UV ของมันได้สลายไปพร้อมกับสีดำขรึมแล้ว ตอนนี้รถคุณก็ไม่ต่างอะไรกับตู้ปลาเคลื่อนที่ ที่รอให้แสงแดดแผดเผาเบาะและผิวของคุณให้เกรียม

บางทีก็มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น พองเป็นฟองอากาศ เหมือนหนังไก่ทอด หรือมองออกไปแล้วภาพเบลอๆ เหมือนคนสายตาสั้นลืมใส่แว่น ทั้งหมดนี้คือเสียงร้องขอชีวิตจากฟิล์มรถยนต์ของคุณ

ตัวการสำคัญก็ไม่ใช่ใครอื่น ดวงอาทิตย์ จอมทำลายล้างนั่นเอง รังสี UV มันไม่ได้แค่ทำร้ายผิวเรา แต่มันยังค่อยๆ สลายพันธะเคมีในชั้นสีของฟิล์ม จนสีเพี้ยนและกาวเสื่อมสภาพ

  • สีม่วงมหาเสน่ห์: สัญญาณคลาสสิกที่สุด จากดำเข้มกลายเป็นม่วงจางๆ หรือน้ำตาลไหม้ แปลว่าชั้นสียอมแพ้ต่อรังสี UV เรียบร้อย
  • ฟองอากาศแห่งความหลัง: เห็นฟิล์มพองเป็นจุดๆ เหมือนโรคอีสุกอีใส นั่นคือกาวหมดอายุขัย ไม่สามารถยึดฟิล์มกับกระจกได้อีกต่อไป
  • ภาพเบลอว่ารักแถบ: ทัศนวิสัยเริ่มไม่ชัดเจน มองแล้วมัวๆ เหมือนมีหมอกจางๆ ตลอดเวลา อันตรายต่อการขับขี่มาก
  • ร้อนจนตับจะแตก: เมื่อก่อนเปิดแอร์แป๊บเดียวเย็นฉ่ำ ตอนนี้เปิดสุดยังเหงื่อไหลไคลย้อย นั่นเพราะ คุณสมบัติกันความร้อนได้กลายเป็นศูนย์
  • ลอกคราบ: ขอบฟิล์มเริ่มร่อนเป็นแผ่นๆ เหมือนงูลอกคราบ นี่คืออาการระยะสุดท้ายก่อนที่มันจะสลายไปเอง

ติดฟิล์ม 2 ชั้น ทับกัน เลย ได้ไหม

ติดฟิล์ม 2 ชั้นทับกันเหรอคุณ! โห คุณพี่ขา ถามว่าทำได้ไหม มันทำได้สิ! ใครเขาจะไปห้ามเราเล่า! ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายอะไรนี่นา คุณพี่ก็ติดไปเลยสิครับ เหมือนเอาเสื้อสองตัวมาใส่ทับกันนั่นแหละ ไม่มีใครว่า

แต่ว่านะคุณ แดดน่ะเหรอ จะไม่เห็นเลยนะ! รถคุณพี่จะมืดตึ๋อเหมือนขับอยู่ในปากถ้ำค้างคาว มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็น เวลาเข้าห้างก็ต้องเปิดกระจกชะโงกหน้าออกไปดูทางแน่ๆ ฟิล์มมันเข้มข้นจนอาจจะหลงทางในลานจอดรถตัวเองได้เลยล่ะ!

ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญ! เรื่อง "การรับประกัน" น่ะสิครับ โถ่... อันนี้แหละที่เจ็บกว่าโดนแฟนทิ้งอีกนะคุณ! ถ้าคุณพี่เล่นติดฟิล์มซ้อนกัน 2 ชั้นปุ๊บเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มชั้นในหรือชั้นนอก ประกันมันจะหายวับไปกับตาเลยครับ! ไม่ต้องมาตีโพยตีพายเวลาฟิล์มมันลอกหรือเป็นฟองนะ

เพราะอะไรน่ะเหรอครับ? ก็เพราะทางร้านเขาจะไปรู้ได้ไงล่ะคุณ ว่าไอ้เจ้าฟิล์มแผ่นไหนมันงอแงก่อนกัน! มันเหมือนให้เราเลือกเมีย 2 คนพร้อมกันแล้วมาถามว่าใครบ่นก่อน ใครผิดก่อน ใครจะไปตรัสรู้ได้เล่า! สรุปง่ายๆ คือ เคลมไม่ได้เลยครับ จบข่าว!

ฉะนั้น ทางที่ดีที่สุดแบบไม่ต้องมานั่งลุ้นเหมือนหวยใต้ดินปี 2024 นี้เลยนะคุณพี่ เลือกฟิล์มเกรดพรีเมียมคุณภาพดีๆ ไปเลยแค่ชั้นเดียวจบๆ ดีกว่าเยอะ! ไม่ต้องมานั่งปวดหัวให้เส้นเลือดในสมองแตกทีหลัง

รู้ไว้เลยนะคุณ ปี 2024 นี้ฟิล์มสมัยใหม่มันเทพกว่าเมื่อก่อนเป็นสิบเท่าแล้วนะ!

  • ฟิล์มดีๆ เขากันร้อนได้ดีกว่าเดิมเป็นสิบเท่า เหมือนเอาตู้เย็นมาติดรถคุณพี่เลย เย็นเฉียบ แถมยังใสกิ๊ก มองเห็นวิวชัดแจ๋ว ไม่ต้องขับรถแบบมืดตึ๋อ
  • รับประกันมาเต็ม! เกิดอะไรขึ้น เขารับผิดชอบให้หมด ไม่ต้องมานั่งเครียดว่าเงินจะหายไปกับสายลมเหมือนเงินเดือนสิ้นเดือน
  • ติดตั้งง่ายกว่า ช่างก็ทำงานสบายใจ ไม่ต้องมาลุ้นว่าจะติดเบี้ยว ติดเป็นฟองอากาศ เพราะสองชั้นมันยากกว่าเป็นเท่าตัวเลยนะคุณเอ๊ย
  • สวยงามกว่าเห็นๆ ฟิล์มชั้นเดียวมันเรียบเนียนกว่าไง ไม่มีรอยต่อ รอยซ้อนให้กวนใจเหมือนรอยแยกของภูเขาไฟ
  • ไม่ต้องเสียเงินสองรอบไงคุณพี่! ซื้อของดีทีเดียวจบ ไม่ต้องมาจ่ายค่าฟิล์มสองชั้นแล้วประกันก็ไม่มีอีก มันเสียสองเด้งเลยนะคุณ!