ภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

163 ครั้งเข้าชม
ภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 5 ประเภท: ภาษาเครื่อง: เข้าใจโดยตรง, ซับซ้อน ภาษาแอสเซมบลี: สัญลักษณ์แทนคำสั่งเครื่อง ภาษาระดับสูง: ใกล้เคียงภาษาคน, ใช้งานง่าย ภาษาที่สี่: เน้นผลลัพธ์, พัฒนาเร็ว ภาษาเชิงวัตถุ: จัดระเบียบข้อมูลเป็นวัตถุ เลือกใช้ตามงาน, ประสิทธิภาพ, และความถนัด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ภาษาคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท? แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร? เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง?

อื้อ... ถามยากจังเลยนะ จำได้ตอนเรียน ป.ตรี วิชาโปรแกรมมิ่ง อาจารย์บอกมีหลายแบบ เยอะมากด้วย! แต่ที่จำได้แม่นๆ ก็ประมาณสี่ห้าแบบแหละ งงๆ เหมือนกันนะ สมัยนั้นฉันใช้ Pascal กับ C โค้ดมันต่างกันเยอะเลย! Pascal ดูง่ายกว่า แต่ C เร็วกว่า จำได้ว่าเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ ตอนนั้นใช้ C เพราะต้องเร็ว ไว ไม่งั้นหุ่นยนต์มันจะช้า ตอนนั้น ปี 2548 ใช้คอมรุ่นเก่าๆ ด้วย เครื่องค่อนข้างอืด ถ้าใช้ Pascal คงไม่ไหวแน่ๆ.

ภาษาเครื่องเนี่ย แบบสุดท้ายที่คอมเข้าใจโดยตรง เป็นเลข 0 กับ 1 เต็มไปหมด เห็นแล้วปวดหัวเลย! แต่เร็วที่สุด ภาษาแอสเซมบลีก็คล้ายๆ กัน แต่ใช้คำสั่งย่อๆ อ่านง่ายขึ้นหน่อย สมัยก่อนใช้เยอะนะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว ใช้เฉพาะงานเฉพาะทาง จำได้ว่าอาจารย์บอกไว้ พวก embedded system มั้ง.

ภาษาระดับสูง นี่แหละที่เราใช้กันเยอะ ง่ายกว่ามาก Java, Python, C++ อะไรพวกนี้ แต่ละอันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป Python เขียนง่าย แต่ C++ เร็วกว่า เลือกใช้ตามงาน ชอบ Python เพราะมันอ่านง่าย ไม่ค่อยมีข้อผิดพลาดเรื่องไวยากรณ์ เว้นแต่เราสะเพร่าเอง.

ส่วนภาษาที่สี่ (4GL) กับ ภาษาเชิงวัตถุ (OOP) นี่ งงนิดหน่อย ไม่ค่อยแน่ใจ จำได้ลางๆ ว่า 4GL มันเป็นภาษาสำหรับงานเฉพาะด้าน บางทีอาจจะใช้กับฐานข้อมูล ส่วน OOP เนี่ย มันเป็นแนวคิดในการเขียนโปรแกรมมากกว่า ใช้จัดการกับข้อมูลแบบ object oriented เช่น Java หรือ C# ที่ใช้กันเยอะ ฉันชอบแบบ OOP มากกว่า มันดูเป็นระเบียบกว่า.

สรุปแล้ว จำได้ไม่หมดหรอก แต่เท่าที่ใช้มา กับที่เคยเรียนมา ก็ประมาณนี้แหละ ถ้าอยากรู้ละเอียด ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองนะ ฉันจำได้แค่นี้จริงๆ!

ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ยุค

5 ยุคเหรอ? ตอนเรียนเขียนโปรแกรมอาจารย์บอก 5 ยุคนะ...เดี๋ยว! หรือว่าตอนนั้นเมา (หัวเราะ)

เอาจริง ๆ ภาษาคอมพิวเตอร์นะ ถ้าให้แบ่งตามที่เคยเรียนมามันมี 5 ยุคแหละ

  • ยุคแรก: ภาษาเครื่อง (0 กับ 1 ล้วน ๆ โคตรยาก)
  • ยุคสอง: ภาษาแอสเซมบลี (เริ่มมีตัวหนังสือมาช่วย แต่ก็ยังยากอยู่ดี)
  • ยุคสาม: ภาษาระดับสูงยุคแรก (FORTRAN, COBOL อะไรพวกนี้ เห็นอาจารย์บอกว่าใช้เยอะตอนทำบัญชีบริษัทใหญ่ ๆ)
  • ยุคสี่: ภาษาระดับสูงยุคใหม่ (C, Pascal, Java...อันนี้เริ่มคุ้นหน่อย เขียนตอนฝึกงาน)
  • ยุคห้า: ภาษาระดับสูงมาก (Python, Ruby...อันนี้ฮิตมากช่วงนี้ เขียนง่ายดี)

เพิ่มเติม: จริง ๆ การแบ่งยุคมันก็แล้วแต่คนนะ บางคนก็แบ่งละเอียดกว่านี้ บางคนก็รวม ๆ ไป แต่หลัก ๆ ก็ประมาณนี้แหละ (มั้ง?)

โครงสร้างของภาษาซี (C) เบื้องต้น มีอะไรบ้าง

โครงสร้าง C แม่งมีแค่นี้:

  • สั่ง (Preprocessor): #include
  • ประกาศตัวแปรโลก: ใครๆ ก็ใช้ได้ แต่กูไม่ชอบ
  • Main function: int main() { โค้ดแม่งอยู่ตรงนี้แหละ; return 0; }
  • Function สร้างเอง: อยากทำไรเพิ่ม ก็สร้างเอาดิ
  • Comment: / อธิบายโค้ด กูขี้เกียจ /

แม่งแค่นี้แหละ อย่าเรื่องมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้):

  • Preprocessor Directives: #include ดึง header file, #define กำหนดค่าคงที่
  • Global Declarations: ตัวแปรที่ทุก function เข้าถึงได้ (Global variables), ต้นแบบ function (Function prototypes)
  • Main Function: จุดเริ่มต้นของโปรแกรม, return 0 คือจบโปรแกรม
  • Functions: โค้ดแยกเป็น module, ลดความซ้ำซ้อน
  • Comments: อธิบายโค้ด, ไม่มีผลต่อการทำงาน

ภาษา C เหมาะกับงานอะไร

ภาษาซี... เหมาะกับงานอะไรนะ...

มันเหมือนภาษาที่อยู่เบื้องหลังอะไรหลายๆ อย่างที่เราเห็นนะ ภาษาที่ ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่สำคัญมากๆ

  • ภาษาซี เหมาะกับงานที่ต้องการ ควบคุม Hardware โดยตรง

  • พวก หุ่นยนต์ แขนกล หรือระบบอัตโนมัติ... ที่ต้องสั่งให้มันขยับ แบบ real-time

  • เพราะมันเร็วนี่แหละ... compiler แปลงเป็นภาษาเครื่องได้ไว

  • ความหน่วงต่ำ... สำคัญมากสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ

  • เกมเก่าๆ หลายเกมก็เขียนด้วยซีนะ... เพราะมันต้องดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาให้หมด

บางทีก็คิดนะว่า... ภาษาซีก็เหมือน เงา ที่คอยขับเคลื่อนโลกดิจิทัลของเรา... เงียบๆ แต่ขาดไม่ได้