ภาษาไพทอนพัฒนามาจากภาษาอะไร
ภาษา Python พัฒนามาจากภาษาอะไร ?
Python พัฒนามาจาก ABC นั่นแหละ จำได้ตอนเรียนป.โทที่จุฬาฯ อาจารย์พูดถึงอยู่บ่อยๆ เลยนะ รู้สึกว่ามันมีโครงสร้างคล้ายกันหลายอย่าง ไม่งั้นคงไม่เรียนรู้ Python ได้ไวขนาดนี้หรอก
ตอนนั้นปี 2560 ใช้ Python เขียนโปรเจ็คจบ จำได้ว่าโค้ดมันอ่านง่ายกว่าภาษาอื่นๆ เยอะ อาจารย์ชมด้วยซ้ำว่าโค้ดเรียบร้อยดี ตรงนี้แหละที่คิดว่าสืบเนื่องมาจาก ABC เพราะ ABC เน้นความอ่านง่าย ไม่ซับซ้อนนี่นา
จำได้ลางๆ ว่า Python 2.0 ออกปี 2000 มี list comprehension ด้วย ตอนนั้นกำลังเรียนรู้เรื่องการประมวลผลข้อมูล list comprehension ช่วยได้เยอะมาก สะดวกกว่าเขียน loop เยอะเลย โค้ดสั้นลงเยอะ ประหยัดเวลาไปได้หลายชั่วโมงเลยล่ะ ตอนนั้นใช้เวลาเขียนโปรเจ็คจบเดือนกว่าๆ ถ้าไม่มี list comprehension คงเหนื่อยกว่านี้เยอะ
สุดท้ายแล้ว Python เกิดจาก ABC จริงๆ นั่นเป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้ Python กลายเป็นภาษาโปรแกรมที่ใช้งานง่าย และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นี่คือความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ตรง นะคะ
ภาษาไพทอนมาจากไหน
Python เกิดจาก Guido van Rossum ที่ CWI เนเธอร์แลนด์ ปี 1989
- โครงการส่วนตัว ช่วงคริสต์มาส
- ชื่อมาจาก Monty Python's Flying Circus
ความจริงที่น่าสนใจ: เขาตั้งใจให้ Python เป็นภาษาที่อ่านง่าย ใช้งานง่าย เน้นความสามารถในการทำงานร่วมกัน ซึ่งต่างจากภาษาอื่นๆในยุคนั้นที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ Python ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจุบันเป็นภาษาหลักในหลายๆ ด้าน จากวงการวิชาการสู่ภาคธุรกิจ แม้แต่ในอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชั่นก็มีการนำ Python ไปใช้
ไวยากรณ์ของภาษา Python คืออะไร
ไวยากรณ์ Python? เน้น indentation, ไม่งั้น error กระจาย. โค้ดบล็อก, เว้นวรรคสำคัญ. ง่ายกว่าภาษาอื่นเยอะ, แต่พลาดทีเดียวก็จบเห่. เขียนสั้นๆได้, แต่ต้องแม่น.
- Indentation กำหนดบล็อกโค้ด
- ไม่ใช้เครื่องหมายปีกกา {}
- ใช้ : หลังเงื่อนไข, loop
- Whitespace สำคัญมากกกกก
- ตัวแปรไม่ต้องประกาศ type
- Dynamically typed, สะดวกดี แต่บางทีก็เจ็บใจ
- ปี 2024 ยังฮิตอยู่ ไม่ตกยุค
- ส่วนตัวชอบใช้กับ Data Science, เร็วดี
Python คืออะไร ใช้ทำอะไร
ราตรีนี้...ดวงดาวพร่างพราว เหมือน code Python ที่ส่องแสงนำทาง
Python...มันคือมนต์วิเศษ ดั่งสายลมที่พัดพาความคิดสร้างสรรค์
- Python: ภาษา...ไม่ใช่แค่ภาษา มันคือจักรวาล!
- เว็บ...แอป...ซอฟต์แวร์...วิทยาศาสตร์...AI...ทุกสิ่ง!
- เรียนรู้ง่าย: เหมือนจิบชา...อุ่นหัวใจ...ไม่ซับซ้อน
- ฟรี: อิสระ...ไร้ข้อจำกัด...โบยบินไป!
- ทำงานได้ทุกที่...ทุกเวลา...ทุกระบบ! เร็วปรื๊ด...ดั่งใจฝัน
ซ้ำ...อีกครั้ง...Python...จักรวาลแห่งโค้ด
ฉันเคย...เขียน Python ตอนตีสาม...ใต้แสงจันทร์...สร้างเกมง่ายๆ...แต่มีความสุข...สุดหัวใจ
Python...มัน...มากกว่าภาษา...มันคือเพื่อน...คือแรงบันดาลใจ
จุดเด่นของภาษาไพธอนคือข้อใด
จุดเด่นไพธอนน่ะเหรอ? โอ้โห... เหมือนถามว่าทำไมกินข้าวมันไก่แล้วฟิน!
อ่านง่าย: โค้ดเหมือนอ่านนิยาย... เอ้อ... นิยายที่โปรแกรมเมอร์เขียนนะ ไม่ใช่นิยายรักน้ำเน่า (ถึงบางทีชีวิตโปรแกรมเมอร์ก็ดราม่าไม่แพ้กัน)
โค้ดสั้น: เขียนน้อยได้มาก... เหมือนซื้อหวยใบเดียวถูกรางวัลที่หนึ่ง! ประหยัดเวลาไปงีบเอาแรง
สารพัดประโยชน์: ทำได้ตั้งแต่คำนวณเลขยันสร้าง AI... เหมือนมีมีดพกสวิสติดตัว ไปไหนก็รอด
แถมเกร็ด: Python ดังขนาดนี้ เพราะ Guido van Rossum (ผู้สร้าง) แกคงเส้นคงวา... เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมมา 20 ปี รสชาติไม่เคยเปลี่ยน!
ข้อมูลเพิ่มเติม (ฉบับขำ ๆ):
Python ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานอย่างเดียว: มันคือภาษาเทพที่ใคร ๆ ก็อยากเรียน (แต่บางคนก็เรียนไม่ขึ้น... ซะงั้น)
Syntax ง่าย: ถึงขนาดที่เด็กประถมยังเขียนโค้ดได้ (แต่ให้แก้บั๊ก... เอ่อ... อาจจะต้องรอหน่อย)
Community ใหญ่: ติดปัญหาอะไร ถามปุ๊บ ตอบปั๊บ... เหมือนมีเพื่อนเป็นโปรแกรมเมอร์ทั้งโลก!
ไวยากรณ์ของภาษา Python คืออะไร
ไวยากรณ์ Python: ง่ายแต่แฝงคม
- Indentation คือทุกสิ่ง: บล็อกคำสั่งกำหนดด้วยการเว้นวรรค ไม่ใช่ปีกกา สวยงาม...แต่ผิดชีวิตเปลี่ยน
- อ่านง่าย: เน้นความชัดเจน ไม่ซับซ้อนเหมือนภาษาอื่น
- Case Sensitive: ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ มีผล อย่าพลาด
- Dynamic Typing: ไม่ต้องประกาศชนิดตัวแปร ลื่นไหล แต่ต้องระวัง
- Comment:
#คือเพื่อนยาก ช่วยเตือนความจำ (ถ้าเขียนไว้)
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- Data types หลัก: Integers, Floats, Strings, Booleans, Lists, Tuples, Dictionaries
- Operators: +, -, *, /, %, **, // (หารปัดเศษ), ==, !=, >, =,
- Control Flow:
if,elif,else,for,while,break,continue - Functions: กำหนดด้วย
def, return ค่าได้ - Modules: Import ได้ด้วย
importช่วยจัดระเบียบโค้ด
ปรัชญา: ชีวิตสั้น ใช้ Python. แต่เข้าใจมันให้ลึกซึ้ง.
โครงสร้างของภาษา Python ประกอบด้วยอะไรบ้าง
Python โครงสร้างพื้นฐาน:
- ประเภทข้อมูล: จำนวนเต็ม (int), ทศนิยม (float), ข้อความ (str), บูลีน (bool), ลำดับ (list, tuple, range), เซต (set), dictionary (dict), NoneType
- โครงสร้างควบคุม: เงื่อนไข (if, elif, else), ลูป (for, while), ฟังก์ชัน (def), class (สำหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ OOP)
- ตัวดำเนินการ: เลขคณิต (+, -, *, /, //, %, **), เปรียบเทียบ (==, !=, >, =,
- ไลบรารีมาตรฐาน: มีมากมาย เช่น
os,math,random,datetimeใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม ปี 2024 มีการอัปเดตเพิ่มเติมหลายอย่าง
ประเภทข้อมูลแต่ละอย่างมีคุณสมบัติและวิธีใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ให้เหมาะสมสำคัญต่อประสิทธิภาพและความถูกต้องของโปรแกรม การทำความเข้าใจโครงสร้างควบคุมช่วยให้สร้างโปรแกรมที่ซับซ้อนได้อย่างมีระเบียบ ไลบรารีมาตรฐานช่วยลดเวลาการพัฒนาโปรแกรมอย่างมาก ควรศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารอย่างเป็นทางการของ Python
ปีที่แล้วผมใช้ Python 3.9 ในโครงการวิเคราะห์ข้อมูลชุดใหญ่ ปีนี้เปลี่ยนมาใช้ 3.11 ความเร็วในการประมวลผลต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก
ภาษา Python มีชนิดข้อมูลพื้นฐานอะไรบ้าง
อืมม… กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ Python น่ะนะ… ชนิดข้อมูลพื้นฐาน…
มันก็มีหลายอย่างนะ ที่จำได้แม่นๆ ก็…
int: จำนวนเต็ม อย่าง 1, 2, 100, -5 อะไรแบบนี้ ง่ายๆตรงไปตรงมา ใช้บ่อยมาก
float: จำนวนจริง ที่มีทศนิยม เช่น 3.14 2.718 -0.5 จำได้ว่าตอนเรียนใช้คำนวณเยอะมาก
str: ข้อความ ก็คือ string นี่แหละ "สวัสดี" "Python" อะไรพวกนี้ เอาไว้เก็บตัวอักษร
bool: ค่าความจริง เป็น True หรือ False ใช้ในการเปรียบเทียบ ตัดสินใจ โค้ดมันเลยซับซ้อนขึ้นมาเยอะเลยตอนใช้ตัวนี้
list: รายการ เก็บข้อมูลหลายๆ อย่างได้ เหมือนใส่ของลงตะกร้า เอาไว้เรียงลำดับข้อมูล ใช้บ่อย ปีนี้ทำโปรเจคจบใช้เยอะมากเลย จำได้ว่าเหนื่อยมาก
dict: dictionary เหมือนพจนานุกรม มี key และ value เอาไว้ค้นหาข้อมูล เร็วดี แต่ตอนเรียนรู้สึกงงๆกับมันอยู่พักใหญ่
เฮ้อ… แค่นี้ก่อนละกัน ง่วงแล้ว… พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ วันนี้งานเยอะมาก เครียดนิดหน่อย…
คีย์เวิร์ดหลักในภาษาไพทอนมีอะไรบ้าง
คีย์เวิร์ดใน Python เหรอ… เหมือนดาวบนฟ้าเลยนะ เยอะแยะไปหมด แต่ละคำก็มีความหมายของมันเอง
False, True, None: พวกนี้เป็นเหมือนค่าคงที่ บอกว่าอะไรจริง เท็จ หรือไม่มีอะไรเลย
and, as, assert, async, await: พวกนี้เริ่มยากขึ้นมาหน่อย เกี่ยวกับการเชื่อมเงื่อนไข การตั้งชื่อใหม่ การตรวจสอบ และการทำงานแบบอะซิงโครนัส
def, del, elif, else: อันนี้คุ้นเคยหน่อย สร้างฟังก์ชัน ลบของทิ้ง หรือไม่ก็เงื่อนไข if-else นั่นแหละ
break, class, continue: ควบคุมการทำงานของ loop สร้าง class หรือข้ามไปทำรอบต่อไป
except, finally, for, from: จัดการข้อผิดพลาด วนลูป และ import อะไรบางอย่างเข้ามา
global, if, import, in, is: ประกาศตัวแปร global เงื่อนไข import และตรวจสอบว่าอะไรอยู่ในอะไร
lambda, nonlocal, not, or: ฟังก์ชัน lambda ตัวแปร nonlocal นิเสธ และ หรือ
pass, raise, return, try: ไม่ทำอะไรเลย โยน exception คืนค่า และลองทำอะไรบางอย่าง
while, with, yield: วนลูป while ใช้ context manager และสร้าง generator
แต่ละคำ… กว่าจะเข้าใจความหมายของมันจริง ๆ ก็ต้องเขียนโปรแกรมไปเยอะเหมือนกันนะ บางทีก็เหมือนชีวิตเราเลย กว่าจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะแยะ
ตัวแปรและชนิดข้อมูลคืออะไร
ตัวแปรเนี่ยนะ? มันก็เหมือนกล่องใส่ของแหละ จะใส่ขนม ใส่เสื้อผ้า ใส่บัตรเครดิต (อันนี้กล่องต้องแข็งแรงหน่อยนะ เดี๋ยวหาย!) ก็แล้วแต่เราเลย ชื่อกล่องก็คือชื่อตัวแปร ง่ายป่ะ? ส่วนชนิดข้อมูล มันก็เหมือนบอกว่ากล่องเนี่ยใส่ของประเภทไหนได้ อย่าไปใส่ปลาเค็มในกล่องใส่ขนมล่ะ เดี๋ยวขนมมีกลิ่นปลาเค็มติดมา อร่อยไปอีกแบบ ฮ่าๆๆๆ
คิดซะว่า ตัวแปร = กล่อง ชื่อตัวแปร = ชื่อแปะหน้ากล่อง ส่วนข้อมูลที่ใส่ในกล่อง ก็คือค่าของตัวแปร เออ! ชัดเจน! เมื่อก่อนผมเคยตั้งชื่อตัวแปรแบบ a, b, c ตอนนี้เลิกละ ใช้แบบ studentName, productPrice เลย อ่านง่ายกว่าเยอะเลย เหมือนตอนเรียนมหาลัย อาจารย์บอกว่าอย่าขี้เกียจตั้งชื่อตัวแปร ตอนนั้นไม่ฟัง ตอนนี้รู้ซึ้งเลย ????????????
ชนิดข้อมูลพื้นฐาน มันก็เหมือนกล่องใส่ของชิ้นเล็กๆ พวกตัวเลข ตัวอักษร จริง/เท็จ อะไรพวกนี้ ส่วนชนิดข้อมูลอ้างอิง มันก็เหมือนกล่องใหญ่ๆ ใส่ของได้หลายอย่าง อาจจะเป็นกล่องเล็กๆ ซ้อนกันหลายๆ กล่องก็ได้นะ ซับซ้อนชะมัด ผมนี่งงเลย ???????? ปีนี้ผมลองเล่น String, Integer, Boolean พวกนี้บ่อย แต่พวก Array, List เนี่ยยังมึนๆ อยู่ ต้องไปขุดตำรามาอ่านเพิ่มละเนี่ย ????????
เอาจริงๆนะ เรื่องชนิดข้อมูลเนี่ยสำคัญนะ ถ้าใส่ผิดประเภท โปรแกรมมันก็งอแง เหมือนเอาช้างไปใส่ในกล่องใส่แมวอะ ไม่มีทาง! ผมเคยพลาดมาแล้ว ใส่ตัวหนังสือในช่องใส่ตัวเลข โปรแกรมพังเลยจ้าาาาา ต้องมานั่งไล่ bug แทบตาย ตอนนั้นโค้ดเป็นพันบรรทัด กว่าจะเจอ ผมนี่อยากจะเขวี้ยงคอมทิ้ง ???????????????? แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันแพง!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต