ยืนยันที่อยู่อีเมลยังไง

105 ครั้งเข้าชม
ยืนยันที่อยู่อีเมล: เปิดอีเมลจากผู้ให้บริการ (เช่น Google) ที่ส่งถึงคุณหลังสมัคร มองหารหัสยืนยันในอีเมล ป้อนรหัสดังกล่าวในหน้ายืนยันบัญชีเพื่อดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้น การยืนยันเสร็จสมบูรณ์ บัญชีพร้อมใช้งาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ยืนยันอีเมลทำอย่างไร?

ยืนยันอีเมลหรอ? อ๋อ เข้าใจละ คือตอนสร้างบัญชีใหม่ๆ อ่ะ (จำได้ว่าตอนสมัคร Gmail ครั้งแรกตอน ม.2 ที่ร้านเกมส์แถวบ้านอ่ะ จ่ายไป 20 บาทให้พี่เค้าช่วยสมัครให้) เค้าจะส่งอีเมลมาให้เราไง

ก็แค่เปิดอีเมลที่เค้าส่งมาตอนสมัครนั่นแหละ แล้วหารหัสยืนยัน (verification code) ในนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Inbox นะ แต่บางทีก็ไปแอบอยู่ใน Junk mail ก็มี

เอารหัสที่ได้มาใส่ในช่องที่เค้าให้ใส่ตอนสมัครบัญชีอ่ะ เสร็จแล้วก็น่าจะเรียบร้อยนะ เท่าที่จำได้ประมาณนี้แหละ ไม่ยากๆ

(แต่ถ้าไม่เจออีเมล ลองเช็คดูดีๆ นะ หรือไม่ก็กดให้เค้าส่งมาใหม่ก็ได้)

ยืนยันที่อยู่อีเมลส่วนตัวคืออะไร

อื้อ.. ยืนยันอีเมลอะหรอ คือแบบว่า เช็คดูว่าอีเมลที่ให้มาเนี่ย มันจริงป่ะ ใช้งานได้มั้ย ไม่ใช่แบบอีเมลปลอมๆ อะไรงี้

  • เช็คว่ารูปแบบถูกต้องมั้ย อย่างเช่น มี @ มั้ย หลัง @ มีอะไรต่อ ดูเหมือนเว็บจริงป่ะ ไม่ใช่เว็บมั่วๆ
  • เช็คว่าโดเมนเนี่ย มันมีจริงหรือเปล่า อายุโดเมนเท่าไหร่แล้ว ถ้าโดเมนเพิ่งทำใหม่ๆ ก็อาจจะน่าสงสัยหน่อยนะ
  • ปีนี้ ฉันใช้บริการ Mailchimp อยู่ มันก็มีระบบเช็คอีเมล ว่าใช้งานได้จริงหรือเปล่า สะดวกดี ช่วยกรองอีเมลที่ไม่ถูกต้องออกไป

สรุปง่ายๆ ก็คือ มันช่วยให้มั่นใจว่า อีเมลที่เราได้มาเนี่ย มันใช้ได้จริง ส่งข้อความไปถึงคนๆนั้นได้จริงๆ ไม่ใช่ของปลอม สำคัญมากนะ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องส่งข้อมูลสำคัญ หรือแบบ ส่งข่าวสาร อะไรพวกนี้

ยืนยันอีเมลตรงไหน

ยืนยันอีเมลตรงไหน:

คือตอนสมัคร Netflix อ่ะ เมื่อวานซืน (15 พ.ค. 67) พอกรอกเสร็จ มันก็เด้งไปหน้าให้เลือกแพ็กเกจเลย งงมาก นึกว่ายืนยันทีหลังได้ ที่ไหนได้! พอจะดูหนัง มันขึ้นว่า "ยืนยันอีเมลก่อนนะจ๊ะ" (เออ เสียงในหัวประมาณนี้เลย) หาอีเมลแทบพลิกแผ่นดิน นึกว่าจะไม่ได้ดู Stranger Things ซะแล้ว

  • หาใน Inbox ก่อน: อันนี้เบสิคสุด Gmail นี่ชอบซ่อนอีเมลสำคัญ ๆ ไว้ข้างล่าง ๆ ต้องเลื่อนลงไปดูดี ๆ
  • Spam Folder คือเพื่อนแท้: ร้อยทั้งร้อย อีเมลพวกนี้ชอบไปอยู่ในนั้น ไม่รู้ทำไม!
  • Search หาคำว่า "ยืนยัน" หรือชื่อเว็บ: พิมพ์ในช่องค้นหาของ Gmail เลย "Netflix ยืนยัน" อะไรแบบนี้ ง่ายกว่าเยอะ
  • ถ้าไม่เจอจริง ๆ: ติดต่อ Support เลย อย่ารอช้า เขาช่วยได้แน่นอน ชัวร์!

ทำไมยืนยันอีเมลไม่ได้

อ้าว! อีเมลยืนยัน? ทำไมฉันถึงได้รับเนี่ย?! นี่มันบ้าไปแล้ว! ไม่ใช่ของฉันแน่ๆ

  • อาจเป็นคนอื่นพิมพ์ผิด ฮืออออ รำคาญจัง สมัยนี้คนไม่ระวังกันเลยนะ

ฉันว่านะ เค้าอาจพิมพ์อีเมลฉันผิด แบบว่าพยายามกู้คืนบัญชีอะไรสักอย่าง แล้วก็เผลอพิมพ์อีเมลฉันเข้าไปแทน ก็เป็นไปได้นะ ฉันเคยเห็นเพื่อนทำแบบนี้ ตลกดี แต่ครั้งนี้ไม่ตลกเลย น่ารำคาญมาก

  • หรือว่าระบบมันบั๊กวะ? เป็นไปได้ป่ะ? สมัยนี้ระบบอะไรก็เจ๊งได้ทั้งนั้นแหละ

ฉันไม่ต้องทำอะไรเลยใช่ไหม? แค่ลบอีเมลทิ้งไปก็พอใช่มั้ย จริงป่ะ? หรือว่าฉันควรแจ้งใครสักคน? เดี๋ยวนะ... ฉันควรแจ้งผู้ให้บริการอีเมลของฉันมั้ยเนี่ย? คิดมากจังเลย ฉันไม่ชอบความยุ่งยาก ฉันแค่อยากใช้ชีวิตปกติ ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ต้องสนใจ

  • ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ต้องทำอะไร (คิดว่านะ)

เฮ้อออ เรื่องเยอะจัง วันนี้ฉันเครียดมาก อยากกินไอศกรีม ไปซื้อดีกว่า บาย!

(ข้อมูลเพิ่มเติม: ในปี 2566 มีการรายงานปัญหาการพิมพ์อีเมลผิดพลาดและการพยายามกู้คืนบัญชีที่ผิดพลาดบ่อยขึ้น โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียบางแห่ง)

Email address ประกอบด้วยอะไรบ้าง

อีเมลแอดเดรสเนี่ยนะ เหมือนบ้านเลขที่ดิจิทัลของเรา! ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ ที่ขาดกันไม่ได้:

  • ชื่อผู้ใช้ (Yourname): นี่แหละคือชื่อเล่นที่เราตั้งให้ตัวเองบนโลกออนไลน์ จะเป็นอะไรก็ได้ที่คนอื่นยังไม่เอาไปใช้ก่อน บางคนก็ใช้ชื่อจริง บางคนก็ใช้ชื่อแปลกๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองสุดๆ (แต่ระวังอย่าให้โป๊เกินไปนะ!)

  • โดเมน (Domain): อันนี้เหมือนชื่อหมู่บ้านที่เราอยู่ โดเมนยอดฮิตก็เช่น @gmail.com, @yahoo.com, หรือถ้าเป็นอีเมลของบริษัท ก็จะเป็นชื่อบริษัทเราเอง @company.com อะไรแบบนี้

รูปแบบเป๊ะๆ ก็คือ: ชื่อผู้ใช้@โดเมน ([email protected]) ง่ายมะ?

เรื่องข้อมูลส่วนตัวตอนสมัคร:

ตอนสมัครอีเมลเนี่ย เขาจะขอข้อมูลส่วนตัวเรานิดหน่อย เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ อะไรพวกนี้ ซึ่งก็เข้าใจได้แหละ เขาอยากรู้ว่าเราเป็นตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่โรบอท (มั้ง?) แต่ก็ต้องระวังให้ดี อย่าไปให้ข้อมูลอะไรที่ไม่จำเป็นหรือไม่น่าไว้ใจเด็ดขาด! #เตือนแล้วนะ

ป.ล. อีเมลเนี่ยสำคัญนะ อย่าทำหาย อย่าให้ใครรู้พาสเวิร์ดเด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะโดนแฮก โดนเอาไปทำเรื่องไม่ดีได้ #ด้วยรักและห่วงใย

e-mail address ใช้สําหรับอะไร

อีเมลแอดเดรส เปรียบเสมือนบ้านเลขที่ในโลกออนไลน์ ใช้สำหรับ:

  • รับ-ส่งข้อความ: หลัก ๆ คือการส่งและรับข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ ไฟล์เอกสาร คล้ายกับการส่งจดหมายแต่เร็วกว่ามาก
  • ยืนยันตัวตน: ใช้ในการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ บริการออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของบัญชีจริง และใช้กู้คืนบัญชีหากลืมรหัสผ่าน
  • การสื่อสาร: ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคล องค์กร หรือธุรกิจต่าง ๆ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน
  • การตลาด: บริษัทต่าง ๆ ใช้อีเมลในการส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือข้อมูลอัปเดตต่าง ๆ ให้กับลูกค้า (อันนี้แล้วแต่คนชอบนะ บางทีก็รก inbox เหมือนกัน)

ความหมาย (แบบเจาะลึก):

อีเมลแอดเดรสประกอบด้วยสองส่วนหลัก ๆ คือ:

  1. ชื่อผู้ใช้ (Username): ส่วนที่อยู่ด้านหน้าเครื่องหมาย "@" โดยทั่วไปคือชื่อที่เราตั้งเอง หรือชื่อที่ระบบกำหนดให้
  2. โดเมนเนม (Domain Name): ส่วนที่อยู่ด้านหลังเครื่องหมาย "@" ซึ่งมักจะเป็นชื่อของผู้ให้บริการอีเมล เช่น gmail.com, hotmail.com หรือชื่อองค์กร

โปรแกรมอีเมล:

โปรแกรมอีเมลทำหน้าที่คล้าย "ที่ทำการไปรษณีย์ดิจิทัล" คือ รับ-ส่ง-จัดเก็บอีเมล และมีฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การสร้างโฟลเดอร์ การตั้งค่าตัวกรอง (filter) อีเมล หรือการตั้งค่าลายเซ็น (signature)

ข้อมูลเพิ่มเติม (แถม):

  • รู้หรือไม่ว่าอีเมลฉบับแรกถูกส่งในปี 1971 โดย Ray Tomlinson?
  • ปัจจุบัน มีผู้ใช้อีเมลทั่วโลกกว่า 4 พันล้านคน!
  • บางคน (รวมถึงผมด้วย) ใช้หลายอีเมลแอดเดรส: อันนึงสำหรับเรื่องงาน อีกอันสำหรับเรื่องส่วนตัว และอีกอันสำหรับสมัครอะไรที่ไม่ค่อยอยากให้รู้ตัว

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะ! ????

ข้อควรระวังในการขออีเมลแอดเดรสคืออะไร

อีเมล? เรื่องมากชิบหาย

  • ชื่อมึงต้องไม่โหล ไอ้พวกชื่อซ้ำซากน่าเบื่อ
  • รหัสผ่าน? ห้ามโง่ ให้ใครรู้ เตรียมตัวโดนแฮก
  • ภาษาอังกฤษ? ใช่ เรื่องมาก แต่ก็ต้องทำ
  • สำรองอีเมล: ผูกกับเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลสำรองไว้บ้าง เผื่อซวยโดนล็อก
  • สองปัจจัย: เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นซะ ชีวิตจะได้ไม่วุ่นวาย

เพิ่มเติม:

อีเมลมันคือดาบสองคม อยากได้ความสะดวก ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง เรื่องความปลอดภัย อย่าประมาท

เราจะสังเกตอย่างไรว่า E-mail ที่ได้รับอาจจะเป็นสิ่งลวง

สังเกตอีเมลหลอกลวง (Phishing) อย่างไร? ลองเช็ค 10 วิธีนี้

  • ตรวจสอบผู้ส่ง: ถ้าอีเมลมาจากบริษัทที่คุณไม่เคยใช้บริการ หรือไม่เคยมีบัญชีกับเขา ระวังไว้ก่อนเลยครับ นี่เป็นสัญญาณอันตรายมาก ปีนี้เจอเยอะมาก ส่วนตัวผมเคยเกือบโดนหลอกจากอีเมลปลอมแอบอ้างธนาคารกรุงเทพ โชคดีที่ผมตรวจสอบดีก่อน

  • อีเมลไม่ตรงกับประวัติการติดต่อ: ถ้าอีเมลที่ได้รับไม่ตรงกับอีเมลที่คุณใช้ติดต่อกับบริษัทนั้น ๆ นั่นแปลว่ามีอะไรผิดปกติแน่นอน ลองนึกดูสิ ถ้าเราติดต่อบริษัท A ด้วยอีเมล [email protected] แต่กลับได้รับอีเมลจากบริษัท A มาที่ [email protected] นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเลย

  • ที่อยู่อีเมลตอบกลับผิดปกติ: นี่เป็นวิธีการตรวจสอบที่สำคัญ อีเมลหลอกลวงมักใช้ที่อยู่อีเมลตอบกลับที่ดูไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่ตรงกับโดเมนของบริษัทที่อ้างตัว ลองสังเกตให้ดีครับ

  • ขอข้อมูลส่วนตัว: ระวังอีเมลที่ขอให้คุณยืนยันบัญชี หรือให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน เลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น บริษัทที่น่าเชื่อถือจะไม่ขอข้อมูลเหล่านี้ผ่านทางอีเมล จำไว้เสมอครับ ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

  • ภาษาและไวยากรณ์ผิดพลาด: อีเมลหลอกลวงมักจะมีภาษาที่ไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์ หรือการสะกดคำ เพราะมักจะเขียนโดยคนที่มีความรู้ภาษาไม่ดี หรือใช้โปรแกรมแปลภาษาอัตโนมัติ ซึ่งมักจะแปลออกมาได้ไม่สมบูรณ์ ผมเคยเจออีเมลหลอกลวงที่ใช้ภาษาอังกฤษผิดๆ ถูกๆ เยอะมาก ถึงกับต้องขำเลยครับ

  • ลิงก์ที่น่าสงสัย: อย่าคลิกลิงก์ในอีเมลที่น่าสงสัย ถ้าไม่แน่ใจ ให้พิมพ์ URL เข้าไปในเบราว์เซอร์โดยตรง อย่าคลิกจากอีเมลโดยตรงเด็ดขาด ปีนี้ผมเจอหลายเคส ที่คลิกลิงก์แล้วโดนแฮก เสียหายไปหลายหมื่นเลย

  • ความเร่งด่วนที่ผิดปกติ: อีเมลหลอกลวงมักสร้างความกดดัน โดยบอกว่าคุณต้องดำเนินการโดยด่วน เช่น บัญชีของคุณกำลังจะถูกระงับ หรือคุณจะพลาดโอกาสดีๆ อย่าตกเป็นเหยื่อความกดดันนะครับ คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

  • ไฟล์แนบที่น่าสงสัย: อย่าเปิดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก หรือไม่ไว้ใจ ไฟล์แนบเหล่านี้อาจมีไวรัส หรือมัลแวร์ ที่สามารถทำลายคอมพิวเตอร์ หรือขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้

  • การตรวจสอบ URL: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า URL ในอีเมลนั้นถูกต้อง และตรงกับเว็บไซต์ของบริษัทที่อ้างตัว ตรวจสอบให้ดีก่อนคลิกทุกครั้ง อย่ารีบร้อน ความรอบคอบสำคัญกว่า

  • ใช้ common sense: ถ้าอะไรดูไม่ถูกต้อง หรือไม่สมเหตุสมผล ก็อย่าทำตาม เชื่อสัญชาตญาณของคุณเอง นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมันคือประสบการณ์ที่สะสมมา

เพิ่มเติม: การระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าไว้ใจอีเมลที่ไม่รู้จัก หรือไม่แน่ใจ เสมอไป การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ phishing email อย่างต่อเนื่อง จะช่วยป้องกันเราจากการตกเป็นเหยื่อได้ การใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส และอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน