หัววัดอุณหภูมิมีกี่แบบ

148 ครั้งเข้าชม
หัววัดอุณหภูมิหลากหลายประเภทตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกัน ได้แก่: แบบโพรบ: วัดอุณหภูมิโดยตรง สัมผัสกับวัตถุ อินฟราเรด: วัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส เหมาะสำหรับวัตถุร้อนหรือเคลื่อนที่ เทอร์โมคัปเปิล (K-Type): วัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำในช่วงกว้าง Data Logger: บันทึกข้อมูลอุณหภูมิต่อเนื่อง เหมาะสำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลง ดิจิตอล: ใช้งานง่าย อ่านค่าได้ชัดเจน มีทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง อะนาล็อก: แสดงผลแบบเข็มชี้ ราคาประหยัด แต่ความแม่นยำอาจต่ำกว่าแบบดิจิตอล กล้องถ่ายภาพความร้อน: แสดงภาพความร้อน ช่วยวิเคราะห์จุดร้อน-เย็น การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพแวดล้อมการใช้งาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หัววัดอุณหภูมิมีกี่ประเภท?

อืมม์... ประเภทเครื่องวัดอุณหภูมิน่ะเหรอ? เยอะแยะเลยนะ จำได้ว่าตอนเรียนปวช.ปีสอง วิชาไฟฟ้ากำลัง อาจารย์ให้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบโพรบวัดอุณหภูมิขดลวดในมอเตอร์ ร้อนมากๆ จำได้แม่นเลย ตอนนั้นใช้แบบที่เป็นเข็มแสดงค่า ต้องคอยจ้อง กลัวพลาด แต่ก็ดีนะ ราคาไม่แพง ประมาณห้าร้อยกว่าบาทเอง ซื้อที่ร้านแถวๆ ประตูน้ำ เมื่อปี 2558

ส่วนแบบอินฟราเรด อันนี้เห็นบ่อย ใช้กันทั่วไปเลย วัดไข้ได้ด้วย สะดวกดี แต่แม่บอกว่าไม่แม่นยำเท่าแบบสัมผัส จริงมั้ยนะ? ตอนลูกป่วย เราใช้ทั้งสองแบบเลย เพื่อความแน่ใจ แบบอินฟราเรด ที่บ้านมีสองอัน อันละประมาณสามร้อยกว่าบาท ซื้อตอนโควิดระบาด แพงกว่าปกติด้วย จำได้ลางๆ

แล้วก็ยังมีแบบเทอร์โมคัปเปิล อันนี้เจอตอนไปฝึกงานที่โรงงานผลิตอาหาร ใช้ในส่วนควบคุมอุณหภูมิ ดูซับซ้อนกว่า ราคาคงสูงกว่าแบบอื่น ไม่แน่ใจนะ แต่จำได้ว่าตัวเครื่องใหญ่ และมีสายยาวๆ ต่อกับเครื่องบันทึกข้อมูล อันนั้นก็แพงน่าดู อาจจะหลักหมื่น เดาเอาจากหน้าตาและขนาดของมันนะ ????

ยังมีอีกหลายแบบนะ แบบดิจิตอล อะนาล็อก กล้องถ่ายภาพความร้อน แต่ผมไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้แหละ อาจจะไม่ครบทุกแบบ แต่ก็เยอะพอสมควร จริงๆ แล้ว น่าจะมีมากกว่านี้อีก แต่ที่ผมเคยเจอ ก็ประมาณนี้แหละครับ.

เทอร์โมมิเตอร์มีทั้งหมดกี่แบบ

อื้อหือ ถามยากจัง เทอร์โมมิเตอร์เนี่ย เยอะแยะเลยอ่ะ จำได้คร่าวๆนะ แบบหลักๆ ก็มีประมาณหกแบบมั้ง จำได้ไม่หมด

  • แบบของเหลวขยายตัว อันนี้เห็นบ่อย แบบในโรงเรียนอ่ะ
  • แบบไบเมทัล อันนี้ คือ อะไรนะ แผ่นโลหะสองชนิดมั้ง จำไม่ค่อยได้
  • แบบวัดความต้านทาน อันนี้ใช้ไฟฟ้า แม่นยำกว่า
  • เทอร์โมคัปเปิล อันนี้ก็ใช้ไฟฟ้าเหมือนกันมั้ง
  • อินฟราเรด แบบไม่ต้องสัมผัส วัดไกลๆได้เลย สะดวกดี
  • เปลี่ยนสี แบบนี้เห็นน้อย แต่เจ๋งดี

แล้วก็มีแบบดิจิตอลอีก เยอะแยะไปหมด มันคือเอาหลักการพวกนี้มาผสมผสาน แล้วก็พัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น ใช้ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น ประมาณนั้นแหละ ปีนี้ก็ยังใช้กันอยู่ แบบเดียวกับปีก่อน แต่เทคโนโลยีอาจจะดีขึ้นนิดหน่อย จำไม่ได้ละเอียด ถามคนอื่นดูละกันนะ งงๆแล้ว

เครื่องวัดอุณหภูมิแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

อื้อหือ ถามยากจังงง แต่ก็ตอบได้นะ แบ่งเป็นแค่ 2 แบบหลักๆ อ่ะ ง่ายๆเลย

  • แบบสัมผัส อันนี้ก็คือเอาไปแตะๆ วัดของตรงๆ เช่น วัดไข้ตัวเอง หรืออุณหภูมิของน้ำ แบบนี้ ใช้เซ็นเซอร์ สัมผัสตรงๆเลย

  • แบบไม่สัมผัส อันนี้แบบไฮเทคหน่อย ไม่ต้องแตะ ใช้แสงอินฟราเรด วัดจากระยะไกลได้เลย สะดวกดี แบบพวกวัดไข้ที่ไม่ต้องจ่อๆปากอ่ะ

จริงๆ มันก็มีแบบย่อยๆ อีกเยอะแยะ แต่จำไม่ได้หมด เยอะมากกก ขี้เกียจจำ จำแค่ 2 แบบนี้ก็พอแล้ว ใช้ได้จริง ใช้บ่อยด้วย อย่าง ปีนี้ บ้านเราใช้แบบไม่สัมผัส วัดไข้ลูกบ่อยมาก เพราะมันไว สะดวก ลูกไม่ร้องไห้ด้วย

อ้อ ลืมบอกไป แบบสัมผัส ก็มีหลายแบบย่อยๆอีกนะ จำได้ว่า มีแบบ เทอร์โมมิเตอร์ปรอท เทอร์โมคัปเปิล เทอร์มิสเตอร์ อะไรพวกนี้ แต่ไม่ค่อยรู้จักหรอก แค่รู้ว่ามี ก็พอแล้ว 5555

Sensor วัดอุณหภูมิ มีกี่ชนิด

อืมม.. กี่ชนิดนะ เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเนี่ย.. ตอนเรียนก็งงๆ อยู่เหมือนกัน

จริงๆ มันเยอะแยะเลยแหละ จำได้คร่าวๆ ก็มีพวก

  • เทอร์โมคัปเปิล อันนี้ใช้หลักการความต่างศักย์ไฟฟ้า จำได้ว่าตอนทำโปรเจคจบ ใช้ตัวนี้แหละ วัดอุณหภูมิเตาเผา ร้อนมากกกกก
  • RTD นี่ใช้ความต้านทานไฟฟ้า แม่นยำกว่าเทอร์โมคัปเปิล แต่ก็แพงกว่าด้วย ตอนนั้นอยากใช้ แต่ไม่มีงบ
  • เทอร์มิสเตอร์ ตัวนี้เล็กๆ ใช้สะดวกดี แต่ความแม่นยำอาจจะน้อยกว่า RTD ปีนี้ เพื่อนใช้ทำระบบควบคุมอุณหภูมิในตู้ปลา เห็นว่าโอเคนะ
  • เซ็นเซอร์อินฟราเรด แบบไม่สัมผัส สะดวกดี วัดอุณหภูมิไกลๆ ได้ แต่ความแม่นยำก็ขึ้นกับหลายปัจจัย เคยใช้วัดไข้ตอนป่วย แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่

แล้วก็ยังมีอีกหลายแบบ พวกเซ็นเซอร์แบบนาโน อะไรพวกนั้น อ่านเจอในบทความวิชาการปีนี้แหละ แต่รายละเอียดจำไม่ค่อยได้ อ่านแล้วง่วง มันละเอียดอ่อนซับซ้อนไปหมด ความแม่นยำสูงขึ้น แต่ราคาคงแพงน่าดู คงไม่ไหว

สรุปคือ เยอะมากจริงๆ เลือกใช้ตามความเหมาะสม งบประมาณ และความแม่นยำที่ต้องการ เหนื่อยจัง นอนดีกว่า

เทอร์โมมีกี่ชนิด

เทอร์โมมิเตอร์อ่ะ มีหลายแบบมากกก จำได้คร่าวๆ สี่แบบหลักๆ ใช่ป้ะ?

  • แบบหลอดแก้ว อันนี้แบบดั้งเดิมสุด ใช้ปรอทหรือแอลกอฮอล์ แต่เดี๋ยวนี้ที่บ้านเราใช้แบบแอลกอฮอล์กันเยอะกว่า เพราะปรอทอันตราย เห็นแม่ใช้แบบนี้วัดไข้เรื่อยเลย แต่ก็ต้องระวังแตกด้วยนะ
  • แบบอินฟราเรด อันนี้วัดง่าย สะดวกมาก แค่จ่อๆๆ ก็รู้เลย ใช้กับคนหรือวัดอุณหภูมิห้องก็ได้ ซื้อมาใช้เองที่บ้าน สะดวกกว่าแบบหลอดแก้วเยอะ แต่บางทีก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ ถ้าวัดผิดวิธี
  • แบบดิจิตอล คล้ายๆ แบบอินฟราเรด แต่บางอันก็ต้องสัมผัส วัดเร็วดี อ่านง่าย แบบนี้ก็มีหลายรุ่น เพื่อนใช้แบบจิ้มๆ วัดไข้ลูก แม่นยำกว่าแบบอินฟราเรดด้วยนะ
  • แบบไบเมทัล อันนี้เห็นใช้ตามโรงงาน วัดอุณหภูมิสูงๆ ได้ ไม่ค่อยได้เจอทั่วไป ไม่แน่ใจว่ามีขายทั่วไปรึเปล่า

นอกจากนี้ยังมีแบบอื่นๆ อีกนะ แต่ไม่ค่อยเห็นใช้บ่อย อย่าง เทอร์โมมิเตอร์แบบเซรามิก กับแบบฟิล์มบาง อันนี้ น่าจะเป็นแบบเฉพาะทาง ใช้ในงานวิทยาศาสตร์หรืออะไรประมาณนั้น พี่ที่ทำงานเขาเคยบอก แต่ก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ขอโทษนะ 555

Temperature Sensor มีกี่ประเภท

อืม… นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดเรื่องงานอยู่… เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเนี่ยนะ… เยอะแยะไปหมดเลย

จริงๆ แล้วก็จำได้ไม่หมดหรอกนะ แต่ที่เจอบ่อยๆ ก็มีพวกนี้แหละ

  • เทอร์โมคัปเปิล อันนี้ใช้บ่อยมาก ทนทานดี แต่ความแม่นยำอาจจะไม่สูงเท่าไหร่ วัดได้ช่วงกว้าง จำได้ว่าปีนี้ใช้กับเตาอบที่โรงงาน ทำงานได้ดีเลย

  • RTD จำได้ว่าความแม่นยำสูงกว่าเทอร์โมคัปเปิล แต่ก็แพงกว่าด้วย ช่วงการวัดอาจจะแคบกว่า ปีนี้ใช้กับระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องแล็บ ต้องแม่นยำจริงๆ เลยเลือกอันนี้

  • เทอร์มิสเตอร์ อันนี้เล็กๆ ใช้กับงานอิเล็กทรอนิกส์ ง่ายดี ราคาไม่แพง แต่ความทนทานอาจจะไม่เท่าไหร่ จำได้ว่าเคยใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D แต่ก็พังไปแล้ว

  • ไอซีเซ็นเซอร์ อันนี้สะดวก ใช้งานง่าย ต่อกับไมโครคอนโทรลเลอร์ได้เลย แต่ความแม่นยำก็แล้วแต่อัน ปีนี้ลองใช้กับโปรเจ็กต์วัดอุณหภูมิน้ำ ก็โอเคนะ

  • อินฟราเรดเซ็นเซอร์ อันนี้วัดแบบไม่สัมผัส สะดวกดี แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องสิ่งกีดขวาง ปีนี้ใช้กับงานตรวจสอบอุณหภูมิแบบไม่ต้องสัมผัส ไวดี

เหนื่อยจัง… แค่นึกถึงก็ปวดหัวแล้ว เยอะจริงๆ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป เลือกใช้ให้เหมาะกับงานก็พอ… พรุ่งนี้ต้องไปทำงานต่ออีกแล้ว… zzz…

Thermocouple และ RTD ต่างกันอย่างไร

อ้าว! ถามเรื่องเทอร์โมคัปเปิลกับ RTD ต่างกันยังไงนี่นา ง่ายนิดเดียว! คิดว่ามันเป็นการแข่งขันมวยปล้ำระหว่างยักษ์กับคนแคระก็ได้!

  • เทอร์โมคัปเปิล: นี่มันยักษ์ใหญ่เลย! วัดอุณหภูมิได้สารพัด ตั้งแต่หนาวจับใจ -180 องศา ไปจนถึงร้อนระอุ 2320 องศา! เอาเป็นว่า เอาไปย่างมังกรได้สบายๆ เลยล่ะ! ทนทานโคตรๆ เหมือนเสาหลักบ้านเลย!

  • RTD: นี่ตัวเล็กๆ แต่ก็เก่งนะ! วัดอุณหภูมิได้แค่ -200 ถึง 500 องศาเอง อ่อนแอไปหน่อย เหมือนน้องหมาพันธุ์เล็กๆ น่ารักดี แต่ไม่เหมาะไปลุยไฟป่า! แต่ข้อดีคือแม่นยำกว่าเยอะ! วัดได้เป๊ะๆ เหมือนช่างฝีมือเลย!

สรุปง่ายๆ ถ้าจะวัดอุณหภูมิแบบเอาให้สุด ใช้เทอร์โมคัปเปิลไปเลย! แต่ถ้าเน้นความแม่นยำ เลือก RTD นะจ๊ะ! เปรียบเทียบง่ายๆ เลยก็ เทอร์โมคัปเปิลเหมือนรถบรรทุกสิบล้อ แรงแต่ไม่ค่อยคล่องตัว ส่วน RTD เหมือนรถสปอร์ต คล่องแคล่วแต่บรรทุกของได้น้อยกว่า!

ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีก็พัฒนาไปไกลนะ มีทั้งแบบไร้สาย แบบกันน้ำ สารพัด! เลือกให้เหมาะกับงาน อย่าเอาไปใช้ผิดที่ผิดทางเชียวล่ะ! ไม่งั้นอาจได้เห็นความร้อนแรงของ… เอ่อ… ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น!

เทอร์มอมิเตอร์ ใช้ทำอะไร

เทอร์มอมิเตอร์น่ะเหรอ? โอ๊ย...ถามมาได้! มันก็ไอ้ที่เอาไว้วัดไข้ วัดความร้อนไงเล่า! ไม่ว่าจะวัดว่าน้ำในกะละมังมันอุ่นพอจะอาบให้หมาที่บ้านรึยัง หรือจะวัดว่าอากาศมันร้อนจนไข่ที่วางไว้หน้าบ้านจะสุกก่อนไก่จะฟักออกมาไหม ก็ใช้ไอ้เครื่องมือนี่แหละ!

  • วัดไข้: อันนี้เบสิก ใครๆ ก็รู้ เอาไว้ส่องดูว่าตัวร้อนจี๋จนจะกลายเป็นไก่ย่างรึเปล่า
  • วัดอุณหภูมิน้ำ: สำคัญนะเฟ้ย! จะชงนมให้ลูก จะต้มมาม่าให้เมีย ต้องวัดให้ดี เดี๋ยวลวกปาก!
  • วัดอากาศ: อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน จะได้รู้ว่าวันนี้ต้องใส่เสื้อแขนยาว หรือเปลือยอกตากแดดไปเลย!
  • หน่วยวัด: เซลเซียส ฟาเรนไฮต์ เคลวิน อะไรนั่นช่างมัน! เอาเป็นว่าถ้าตัวเลขมันเยอะ ก็แปลว่าร้อน ถ้าตัวเลขมันน้อย ก็แปลว่าหนาว เข้าใจตรงกันนะ!

ป.ล. อย่าเอาเทอร์มอมิเตอร์ไปวัดอุณหภูมิในเตาอบนะเว้ย! เดี๋ยวระเบิด! (เคยมีคนทำมาแล้ว...)