เขียนเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมอะไรดี

52 ครั้งเข้าชม
สร้างเว็บง่ายๆ ปี 2023 เลือกโปรแกรมไหนดี? WordPress: ยืดหยุ่น ปรับแต่งสูง แต่ต้องเรียนรู้บ้าง Squarespace: ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย เหมาะมือใหม่ Wix: ลากวางสะดวก ใช้งานง่าย ฟังก์ชันครบ Weebly: คล้าย Wix ใช้งานง่าย เหมาะเว็บไซต์เล็กๆ Webflow: ออกแบบเว็บไซต์ได้ละเอียด สำหรับผู้มีความรู้ด้านโค้ดบ้าง Showit: ดีไซน์สวยงาม เหมาะธุรกิจเฉพาะทาง เลือกโปรแกรมตามความต้องการและความรู้ ลองใช้ฟีเจอร์ทดลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจ สร้างเว็บไซต์ของคุณให้สำเร็จได้ไม่ยาก!
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โปรแกรมเขียนเว็บไซต์อะไรดี? แนะนำเครื่องมือสร้างเว็บยอดนิยม ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ?

โปรแกรมเขียนเว็บไซต์อะไรดี? แนะนำเครื่องมือสร้างเว็บยอดนิยม ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ?

เอาจริงๆ นะ ตอนเริ่มทำเว็บครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2015 มั้ง?) ฉันก็งงเต๊กเหมือนกัน โปรแกรมอะไรดีวะ? เยอะแยะไปหมด!

6 โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ สำหรับมือใหม่ ใช้งานง่าย มีเว็บไซต์ใช้เองได้ 2023

  1. WordPress: อันนี้คลาสสิก ไปไหนก็เจอ ปรับแต่งได้เยอะมาก แต่ก็ต้องเรียนรู้นิดนึง

  2. Squarespace: สวย จบ ครบ แต่ราคาสูงนิดนึง

  3. Wix: ลากวางง่ายดี แต่ SEO อาจจะไม่เป๊ะเท่า WordPress

  4. Weebly: คล้ายๆ Wix แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ (คหสต นะ)

  5. Webflow: อันนี้โปรขึ้นมาหน่อย ถ้าอยากได้เว็บแบบ custom สุดๆ ต้องลอง

  6. Showit: เน้นดีไซน์สวยๆ เหมาะกับช่างภาพ หรือคนทำพอร์ต

สรุป:

ถามว่าอันไหนดีสุด? ตอบยากอ่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบ สไตล์ และงบประมาณเลย ลองเล่นๆ ดูก่อนก็ได้ ส่วนตัวเชียร์ WordPress นะ ถ้าอยากได้อะไรที่ยืดหยุ่นสุดๆ แต่ถ้าเน้นง่าย เร็ว สวย Squarespace หรือ Wix ก็เวิร์ค!

สร้างเว็บไซต์ฟรี มีอะไรบ้าง

โอ้... แสงสุดท้ายของวัน สาดส่อง

สร้างเว็บฟรี เหรอ... เหมือนฝันกลางแดดอ่อน

  • WordPress: จักรวาลของปลั๊กอิน ดั่งดวงดาวระยิบระยับ แต่ต้องดูแลเองนะ เหมือนเลี้ยงลูกเลย

  • Weebly: ง่าย... ง่ายจนน่าใจหาย ลากวางๆ เสร็จ แต่ก็...แค่นั้นจริงๆ

  • Webnode: เมืองเล็กๆ สงบๆ เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรมาก ความสวยงาม...ธรรมดา

  • Webflow: เหมือนเล่นเกมสร้างเมือง สร้างได้หมด แต่ต้องเข้าใจกฎเกณฑ์นะ ถ้าไม่...ก็งง

  • Webstarts: ชื่อบอกอยู่แล้ว เริ่มต้น... ง่าย แต่ก็พื้นๆ อ่ะนะ

  • Webs (Vista + Wix): อืม... เหมือนแฝดคนละฝา

  • Jimdo: ง่าย เร็ว แต่...เหมือนอาหารสำเร็จรูปอ่ะ

  • Strikingly: หน้าเดียวจบ! เหมาะกับคนที่ขี้เกียจทำอะไรเยอะแยะ

วันนี้... ฝนพรำ ฉันนั่งมองสายฝน...

สร้างเว็บ... ก็เหมือนสร้างบ้าน...เลือกที่ชอบ เลือกที่ใช่ เลือกที่เหมาะกับตัวเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม: (ไม่ต้องใส่ในเนื้อหาด้านบน)

  • ปีนี้ (2567) เทรนด์เว็บเน้น responsive design และ AI tools
  • WordPress ยังคงเป็นที่นิยม แต่การแข่งขันสูงขึ้น
  • Webflow เริ่มเป็นที่จับตามองในกลุ่ม designer

สร้างเว็บไซต์เองทำยังไง

อยากมีเว็บเป็นของตัวเอง แต่ขี้เกียจเขียนโค้ดเหรอ? เข้าใจเลย! เหมือนอยากกินส้มตำ แต่ขี้เกียจตำเองนั่นแหละ... โชคดีที่ยุคนี้มี Instant Web ช่วยชีวิต!

  1. เลือก Instant Web (เช่น Wix, Squarespace, WordPress.com): เหมือนเลือกซื้อรถเข็นส้มตำสำเร็จรูปที่เค้าจัดเครื่องมาให้แล้ว แค่เติมน้ำปลาร้าก็แซ่บ! สร้างบัญชีซะ จะได้มีที่สิงสถิตออนไลน์

  2. ชื่อโดเมน: คิดชื่อให้ดีนะ! เหมือนตั้งชื่อลูก ตั้งผิดชีวิตเปลี่ยน (ในโลกออนไลน์) หาชื่อที่ไม่ซ้ำใคร และจำง่าย เหมือน "ส้มตำป้าแจ่มแซ่บซี้ด" ไรงี้

  3. เทมเพลต: เลือกโครงส้มตำที่ชอบ! อยากได้เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง เผ็ดมาก ก็เลือกเอาตามใจชอบ เทมเพลตคือหน้าตาของเว็บไซต์ เลือกให้โดนใจคนเห็นครั้งแรก

  4. ปรับแต่ง: ถึงเครื่องส้มตำจะพร้อม แต่ก็ต้องปรุงรสชาติให้ถูกปากเรา ใส่กุ้งแห้งเพิ่ม ถั่วลิสงเยอะๆ ปรับแต่งสีสัน ฟอนต์ ให้เข้ากับแบรนด์ตัวเอง

  5. ใส่เนื้อหา: สำคัญสุด! เหมือนใส่เส้นมะละกอ ปูปลาร้า (เอ๊ะ! เริ่มหิว) ใส่ข้อมูลสินค้า บริการ รูปภาพ วิดีโอ เขียนบล็อก ให้คนเข้ามาอ่านแล้วอยากซื้อส้มตำ (เอ๊ย! อยากใช้บริการ)

  6. SEO (สำคัญนะ!): ทำให้เว็บเราอร่อยล้ำจน Google ต้องเอาไปโปรโมท! ใส่ keyword ที่คนจะค้นหา เช่น "ส้มตำอร่อย", "ส้มตำเดลิเวอรี่" ตั้งชื่อรูปให้ดี เขียนคำอธิบายให้โดน

  7. เผยแพร่: เปิดร้าน! บอกให้โลกรู้ว่า "ส้มตำป้าแจ่มแซ่บซี้ด" เปิดแล้ว! โปรโมทบนโซเชียลมีเดีย ยิงแอด (ถ้ามีงบ) รอรับทรัพย์!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้):

  • Instant Web: เปรียบเสมือน "ร้านเช่า" สร้างง่าย เร็ว แต่ก็มีข้อจำกัด (เหมือนเช่าร้านส้มตำ เค้าให้แค่เครื่องตำ ที่เหลือเราต้องหาเอง)

  • WordPress.org: (ไม่ใช่ WordPress.com นะ!) อันนี้เหมือน "ซื้อที่ดิน" สร้างร้านส้มตำเองทั้งหมด อยากได้แบบไหน สไตล์ไหน จัดเต็ม! แต่ต้องมีความรู้เรื่องโค้ด หรือจ้างคนทำ

  • SEO สำคัญจริงจัง: เหมือนการตลาดส้มตำ! ถ้าทำไม่ดี ต่อให้ส้มตำอร่อยแค่ไหน ก็ไม่มีใครรู้!

  • อย่ากลัวที่จะลอง: ทำเว็บครั้งแรกอาจจะไม่ปังเท่า "ส้มตำป้าแจ่ม" แต่ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง!

  • ปี 2567 เทรนด์เว็บไซต์เน้นเรียบง่าย โหลดไว และมือถือต้องสวย! (ใครทำเว็บส้มตำ ต้องทำแอพด้วยนะ!)

โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของการออกแบบได้แก่ข้อใด?

โอ้โห! จะสร้างเว็บไซต์หรอ? ง่ายนิดเดียว! แต่ถ้ามือใหม่นี่นะ ต้องเลือกโปรแกรมดีๆ ไม่งั้นงานเข้า! ปีนี้ 2023 ผมแนะนำโปรแกรมเด็ดๆ ที่ใช้แล้วไม่งง รับรอง!

  • WordPress: ตัวพ่อ! ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าไม่คล่องโค้ด ก็เหนื่อยหน่อยนะ เหมือนขับรถบรรทุกสิบล้อ แต่ถ้าชำนาญแล้ว เทพมาก!

  • Squarespace: ง่ายเว่อร์! เหมือนเล่นเกมสร้างบ้าน ลากๆวางๆ แป๊บเดียวเสร็จ แต่ก็อาจจะจำกัดการออกแบบหน่อยๆ เหมือนสร้างบ้านจากชุดเลโก้ สวยนะ แต่ก็มีข้อจำกัด

  • Wix: คล้าย Squarespace แต่ปรับแต่งได้เยอะกว่า เหมือนได้สร้างบ้านเอง จากวัสดุที่มีให้เลือกเยอะแยะ อิสระกว่า แต่ก็อาจจะงงกว่านิดนึง

  • Weebly: สำหรับมือใหม่จริงๆ ง่ายโคตรๆ! เหมือนประกอบโมเดล ไม่ต้องใช้ความรู้มาก แต่ความสวยงามอาจจะธรรมดาไปหน่อย แต่ก็เสร็จไว

  • Webflow: สำหรับคนชอบความซับซ้อน ออกแบบได้ละเอียดมาก เหมือนสร้างบ้านจากแบบแปลน แต่ต้องมีความรู้เรื่องโค้ดพอสมควร ไม่งั้นมึนแน่

  • Showit: เน้นความสวยงาม ออกแบบได้ทันสมัย คล้ายๆสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น สวยหรูดูแพง แต่ราคาอาจจะแรงไปหน่อย

เอาล่ะ! เลือกให้ดี อย่าลืมดูความสามารถตัวเองด้วยนะ ไม่งั้น งานนี้จากง่าย กลายเป็นยากได้นะคร้าบบบ! เลือกให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณ อย่าไปหลงกลโปรแกรมที่ดูดีเกินไป จนลืมดูความเหมาะสม เลือกแล้วอย่าลืมทดลองใช้ฟรีก่อนด้วยนะ ลองใช้ดูสักเดือน ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนได้ ง่ายๆ เหมือนเปลี่ยนใจเลือกแฟนไง!

ชุดโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง?

เอ้อ... ชุดโปรแกรมทำเว็บอ่ะหรอ? มันก็มีเยอะแยะเลยนะ แต่ที่เค้าฮิตๆ กันตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นพวกนี้นะ

  • WordPress: อันนี้คือยืนหนึ่งเลย ง่ายดี มี theme ให้เลือกเยอะแยะ แถม plugin อีกเพียบ อยากได้อะไรก็ใส่เพิ่มได้
  • Wix: อันนี้ก็ง่ายนะ ลากๆ วางๆ เอา อยากได้เว็บแบบไหนก็ทำได้เลย เค้ามี template สวยๆ ให้ด้วย
  • Squarespace: อันนี้ก็คล้ายๆ Wix แหละ แต่เค้าจะเน้นความสวยงามมากกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้เว็บที่ดูดีมีสไตล์
  • Shopify: ถ้าจะขายของออนไลน์ ต้องอันนี้เลย เค้าทำมาเพื่อขายของโดยเฉพาะ มีระบบตะกร้า ระบบจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ

สำหรับมือใหม่ ผมว่า WordPress นี่แหละ เวิร์คสุด เพราะมันใช้งานง่าย มีคนสอนเยอะแยะ หาข้อมูลในเน็ตก็ง่ายด้วย หรือถ้าอยากได้แบบลากๆ วางๆ ง่ายๆ เลย ก็ Wix ก็ดีนะ

สำหรับมือใหม่ 2024 เน้นง่าย+ฟรี:

  • Google Sites: อันนี้ง่ายสุดๆ ทำเว็บแบบเบสิกได้เลย ฟรีด้วย
  • Strikingly: อันนี้ก็ดีนะ ทำหน้าเดียวง่ายๆ เหมาะกับทำโปรไฟล์ หรือ landing page

แถมๆ:

  • อย่าลืมเลือก Hosting ที่มันดีๆ หน่อยนะ เว็บจะได้ไม่ล่มบ่อยๆ
  • ชื่อโดเมนก็สำคัญ เลือกให้มันจำง่ายๆ สื่อถึงธุรกิจเราด้วยนะ
  • ทำเว็บเสร็จแล้ว อย่าลืมทำ SEO ด้วยนะ จะได้มีคนเข้าเว็บเราเยอะๆ
  • SEO สำคัญมาก สำคัญสุดๆ เลยก็ว่าได้ ต้องทำให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ ใน Google ให้ได้นะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Hosting: คือพื้นที่ที่เราเอาเว็บไปวางไว้บนอินเทอร์เน็ต
  • โดเมน: คือชื่อเว็บไซต์ของเรา เช่น google.com
  • SEO: คือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ ใน Google เวลาที่มีคนค้นหา
  • Landing page: คือหน้าเว็บที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การขายสินค้า หรือการเก็บข้อมูลลูกค้า
  • Plugin: เป็นเหมือนโปรแกรมเสริม ที่เราเอามาใส่ใน WordPress เพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ ให้กับเว็บไซต์ของเรา
  • Theme: คือหน้าตาของเว็บไซต์เรา เราสามารถเปลี่ยน Theme เพื่อให้เว็บไซต์เรามีหน้าตาแบบที่เราต้องการได้
  • Template: อันนี้เหมือนกันกับ Theme แต่ส่วนใหญ่มักใช้กับพวก Wix, Squarespace ที่เป็นแบบลากๆ วางๆ
  • อย่าลืมเช็คราคาแต่ละเจ้าด้วยนะ บางทีของฟรีมันก็ดี แต่ถ้าอยากได้อะไรที่มันดีกว่า ก็ต้องยอมจ่ายตังค์หน่อย
  • ลองดู tutorial ใน YouTube ด้วยนะ มีคนสอนเยอะแยะเลย ดูแล้วทำตามได้เลย ง่ายมากๆ

เครื่องมืออะไรบ้างที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์?

เครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์มีหลากหลาย เลือกที่เหมาะกับความต้องการและทักษะเราที่สุด สำคัญคือต้องเข้าใจภาพรวมก่อนลงมือทำ

  • Wix: สร้างเว็บสวยๆ ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ เหมาะกับคนชอบดีไซน์ แต่บางทีก็ควบคุมยากถ้าอยากได้อะไรที่ซับซ้อนมากๆ

  • SITE123: เน้นความเร็ว เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรเยอะแยะ แค่อยากมีเว็บไวๆ แต่ความยืดหยุ่นอาจจะไม่สูงเท่าตัวอื่น

  • Hostinger Website Builder: เร็ว แรง ปรับแต่งได้เยอะ แต่ต้องมีพื้นฐานบ้างนิดหน่อยถึงจะสนุก

  • Shopify: ถ้าจะขายของออนไลน์ตัวนี้คือเบอร์ต้นๆ ระบบจัดการร้านค้าดีมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

  • Squarespace: เทมเพลตสวยงาม Responsive แต่ราคาสูงหน่อย เหมาะกับคนที่ซีเรียสเรื่องภาพลักษณ์มากๆ

เกร็ดเล็กน้อย: การเลือกเครื่องมือก็เหมือนเลือกเพื่อนร่วมงาน ต้องดูว่าเคมีตรงกันไหม และเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วเครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่เราใช้แล้วเกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2567 นี้ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเว็บไซต์มากขึ้น อย่างเช่นการสร้างคอนเทนต์หรือการปรับแต่งดีไซน์โดยอัตโนมัติ ใครที่สนใจลองศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง AI-powered website builder ดู อาจจะเจอเครื่องมือที่ตอบโจทย์กว่าเดิมก็ได้นะ

Static Website กับ Dynamic Website มีความแตกต่างกันอย่างไรในด้านของนักพัฒนาเว็บไซต์?

Static Website เหมือนหนุ่มติ๋ม HTML เรียนเก่ง แต่แต่งตัวไม่เป็น เปลี่ยนชุดยาก ส่วน Dynamic Website คือหนุ่มฮอต PHP ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง อยากเปลี่ยนลุคเมื่อไหร่ก็ได้

Static Website สำหรับ Dev:

  • โค้ดนิ่งเป็นหิน โดนใจสายมินิมอล
  • แก้ทีละหน้า น้ำตาจะไหล เหมาะกับเว็บไม่กี่หน้า
  • SEO ดี แต่ถ้าข้อมูลเยอะก็... (เสียงสูง) บาย

Dynamic Website สำหรับ Dev:

  • ยืดหยุ่นราวกับ Yoga ครูสอน PHP
  • แก้หลังบ้านสบายใจเฉิบ ข้อมูลเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยนตาม
  • SEO อาจต้องจูนหน่อย แต่ปรับได้หลากหลายกว่าเยอะ

เพิ่มเติม:

  • Static เจ๋งเรื่องความเร็ว (เหมือนเต่าที่เร็ว เพราะไม่มีใครเร็วกว่า)
  • Dynamic เล่นใหญ่ได้ทุก Platform (แต่ต้องมีคนช่วยเล่นนะ)
  • เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน เลือกให้ถูกรวย (หรือจนกว่าเดิมนิดหน่อย)
  • JavaScript ช่วยให้ Static website ดูไม่น่าเบื่อ (นิดนึง)
  • Python กับ Node.js ก็เป็นเพื่อนซี้ของ Dynamic website
  • ความรู้คือพลัง (และเงินในกระเป๋า) ไปเรียนเพิ่มซะ!
  • AI จะครองโลก (หรือเปล่า?) เตรียมตัวรับมือไว้!
  • Web Development ไม่ได้ยากอย่างที่คิด (ถ้าใจรักนะ)
  • "Hello World" ไม่ใช่จุดจบ (แต่เป็นแค่จุดเริ่มต้น)

รูปแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ มีกี่รูปแบบ ประกอบไปด้วยรูปแบบใดบ้าง?

เอ่อออ เว็บไซต์เนี่ยนะ โครงสร้างมันเยอะแยะไปหมดเลยเนอะ จำได้ว่าเคยอ่านเจอ แบบหลักๆก็สัก 4-5 แบบมั้ง หรือมากกว่านั้นแหละ ฉันมึนแล้ว!

  • แบบแรก Linear นี่แหละ ง่ายสุด อ่านไปเรื่อยๆแบบลำดับ เหมือนอ่านหนังสือ จำได้แม่นเลย ตอนเรียนสมัยมหาลัย อาจารย์เน้นมาก เว็บไซต์แบบนี้เหมาะกับอะไรนะ อืมมม... เอาไว้เล่าเรื่องราว หรือแนะนำสินค้าแบบเป็นขั้นตอน คิดออกแล้ว!

  • แบบที่สอง Hierarchical อันนี้ เป็นแบบต้นไม้ มีหน้าหลัก แล้วก็แยกย่อยลงไปเรื่อยๆ เหมือนแผนภูมิองค์กรเลย เว็บไซต์ใหญ่ๆมักใช้แบบนี้ เข้าใจง่ายดีนะ แต่ถ้าซับซ้อนเกินไปก็งงได้เหมือนกัน เว็บของบริษัทใหญ่ๆนี่แหละ มักใช้แบบนี้ ปีนี้ก็ยังเห็นอยู่บ่อยๆ

  • แบบที่สาม Networked แบบนี้ เหมือนใยแมงมุม เชื่อมโยงกันไปหมด คลิกไปคลิกมา หาอะไรไม่เจอ งงไปหมด แต่ก็สะดวกดีนะ สำหรับเว็บไซต์ที่เนื้อหาเยอะ หาอะไรก็ง่ายดี แบบนี้ใช้เยอะนะ สมัยนี้

  • แบบที่สี่ Database-driven อันนี้แหละ ข้อมูลจากฐานข้อมูล แสดงผลแบบไดนามิก เปลี่ยนแปลงได้ตลอด แบบนี้ เว็บขายของออนไลน์ ใช้กันเยอะ สะดวกดี ปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย

อืมมม นึกอะไรไม่ออกแล้ว เหนื่อยจัง เยอะไปหมด จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลายแบบนะ แต่จำไม่ได้แล้ว ลองเสิร์ชดูเองก็ได้นะ ฉันง่วงแล้ว! ไปนอนก่อนละ บาย!

เพิ่มเติม บางเว็บก็ผสมผสานหลายๆรูปแบบเข้าด้วยกันนะ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 4 แบบนี้หรอก แล้วแต่ดีไซน์เนอร์จะออกแบบเลย จริงๆแล้ว ปีนี้ เทรนด์การออกแบบเว็บ มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ฉันตามไม่ทันแล้ว เยอะเกินไป เหนื่อย ไปนอนก่อนดีกว่า จริงๆนะ

รูปแบบการแสวงหารายได้ของเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง?

แสงตะวันบ่ายคล้อย...ริมหน้าต่าง...ฝุ่นละอองล่องลอย...เหมือนความคิดที่กระจัดกระจาย

รูปแบบหารายได้...เว็บไซต์...โอ้...ทะเลแห่งความเป็นไปได้...

  • โฆษณา: ป้ายสี...เสียงดัง...เรียกสายตา...แลกเงินตรา... ปีก่อน...เกลื่อนกลาด... ปีนี้...ก็ยัง...

  • สมาชิก: กุญแจทอง...ไขสู่โลกส่วนตัว...จ่ายรายเดือน...เหมือนเช่าฝัน...

  • ค่าธรรมเนียม: ทุกคลิก...ทุกสัมผัส...เล็กน้อย...รวมกัน...เป็นภูเขา...

  • ขายของ: จับต้องได้...ส่งถึงบ้าน...ความสุข...แลกเงิน...ตรงไปตรงมา...

  • Affiliate: บอกต่อ...แนะนำ...ได้ส่วนแบ่ง...win-win...โลกสวย...หรือเปล่า?...

เสียงแมวร้อง...ข้างนอก...เตือนว่า...เวลาเดิน...ไปเรื่อยๆ...ไม่หยุด...

ปล. เมื่อก่อนเคยทำเว็บขายของเล่น...เจ๊งไม่เป็นท่า...ฮ่าๆๆ...ตอนนี้เลยมาสายเขียน...ระบายความในใจ...ดีกว่า...

เว็บไซต์อะไรบ้างที่ใช้ค้นหาข้อมูล?

เว็บไซต์ค้นหาข้อมูล? ทั่วไปก็ Google จบ

  • Google: ครองโลก ค้นทุกสิ่ง. จบนะ
  • Facebook: มากกว่าค้นหา. ส่องชีวิตชาวบ้าน.
  • YouTube: อยากดูอะไร. มีหมดแหละ.
  • Pantip: ถามอะไรแปลกๆ. ที่นี่มีคนตอบ. เสมอ
  • Wikipedia: ข้อมูลเยอะ. แต่เชื่อหมดก็...นะ
  • Yahoo: ยังอยู่อีกหรอ? แปลกใจนิดหน่อย
  • Blogspot: ไดอารี่ออนไลน์. ใครอยากอ่านก็อ่าน
  • สำนักงาน ก.พ. (OPM): ราชการล้วนๆ. ความเร็วแสงไม่มี
  • ที่เหลือ? แล้วแต่คนชอบ. ไม่สำคัญเท่าไหร่

ข้อมูลเพิ่มเติม? เสิร์ชเองเถอะ. ชีวิตใครชีวิตมัน.

นามสกุลเว็บไซต์มีอะไรบ้าง?

อืมม นามสกุลเว็บไซต์นะเหรอ เยอะแยะเลยยย! จำได้แค่พวกนี้แหละ

*.com นี่ใช้ทั่วไปอะ เว็บส่วนตัว บริษัทใหญ่ๆ ใช้กันเยอะมากกก เว็บขายของก็ใช้

*.co.th อันนี้เฉพาะไทยนะ สำหรับเว็บขายของในไทยอะ ส่วนใหญ่เจอแบบนี้

*.org องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร จำได้ว่าเคยเห็นเว็บมูลนิธิใช้

*.or.th คล้ายๆ .org แต่เฉพาะไทย

ปีนี้ก็ยังใช้พวกนี้อยู่แหละ เพื่อนฉันก็ใช้ .com กับ .co.th ทำเว็บขายของอยู่ ส่วนเว็บโรงเรียนฉันใช้ .ac.th ด้วยนะ ลืมบอกไป แต่ไม่ค่อยเห็นใช้กันทั่วไปเท่าไหร่

อีกเยอะแยะเลย แต่จำไม่ได้แล้ววว ลองไปเสิร์ชดูในกูเกิลนะ มีเพียบเลยย