เขียนเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมอะไรดี
โปรแกรมเขียนเว็บไซต์อะไรดี? แนะนำเครื่องมือสร้างเว็บยอดนิยม ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ?
โปรแกรมเขียนเว็บไซต์อะไรดี? แนะนำเครื่องมือสร้างเว็บยอดนิยม ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ?
เอาจริงๆ นะ ตอนเริ่มทำเว็บครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2015 มั้ง?) ฉันก็งงเต๊กเหมือนกัน โปรแกรมอะไรดีวะ? เยอะแยะไปหมด!
6 โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ สำหรับมือใหม่ ใช้งานง่าย มีเว็บไซต์ใช้เองได้ 2023
WordPress: อันนี้คลาสสิก ไปไหนก็เจอ ปรับแต่งได้เยอะมาก แต่ก็ต้องเรียนรู้นิดนึง
Squarespace: สวย จบ ครบ แต่ราคาสูงนิดนึง
Wix: ลากวางง่ายดี แต่ SEO อาจจะไม่เป๊ะเท่า WordPress
Weebly: คล้ายๆ Wix แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ (คหสต นะ)
Webflow: อันนี้โปรขึ้นมาหน่อย ถ้าอยากได้เว็บแบบ custom สุดๆ ต้องลอง
Showit: เน้นดีไซน์สวยๆ เหมาะกับช่างภาพ หรือคนทำพอร์ต
สรุป:
ถามว่าอันไหนดีสุด? ตอบยากอ่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบ สไตล์ และงบประมาณเลย ลองเล่นๆ ดูก่อนก็ได้ ส่วนตัวเชียร์ WordPress นะ ถ้าอยากได้อะไรที่ยืดหยุ่นสุดๆ แต่ถ้าเน้นง่าย เร็ว สวย Squarespace หรือ Wix ก็เวิร์ค!
สร้างเว็บไซต์ฟรี มีอะไรบ้าง
โอ้... แสงสุดท้ายของวัน สาดส่อง
สร้างเว็บฟรี เหรอ... เหมือนฝันกลางแดดอ่อน
WordPress: จักรวาลของปลั๊กอิน ดั่งดวงดาวระยิบระยับ แต่ต้องดูแลเองนะ เหมือนเลี้ยงลูกเลย
Weebly: ง่าย... ง่ายจนน่าใจหาย ลากวางๆ เสร็จ แต่ก็...แค่นั้นจริงๆ
Webnode: เมืองเล็กๆ สงบๆ เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรมาก ความสวยงาม...ธรรมดา
Webflow: เหมือนเล่นเกมสร้างเมือง สร้างได้หมด แต่ต้องเข้าใจกฎเกณฑ์นะ ถ้าไม่...ก็งง
Webstarts: ชื่อบอกอยู่แล้ว เริ่มต้น... ง่าย แต่ก็พื้นๆ อ่ะนะ
Webs (Vista + Wix): อืม... เหมือนแฝดคนละฝา
Jimdo: ง่าย เร็ว แต่...เหมือนอาหารสำเร็จรูปอ่ะ
Strikingly: หน้าเดียวจบ! เหมาะกับคนที่ขี้เกียจทำอะไรเยอะแยะ
วันนี้... ฝนพรำ ฉันนั่งมองสายฝน...
สร้างเว็บ... ก็เหมือนสร้างบ้าน...เลือกที่ชอบ เลือกที่ใช่ เลือกที่เหมาะกับตัวเอง
ข้อมูลเพิ่มเติม: (ไม่ต้องใส่ในเนื้อหาด้านบน)
- ปีนี้ (2567) เทรนด์เว็บเน้น responsive design และ AI tools
- WordPress ยังคงเป็นที่นิยม แต่การแข่งขันสูงขึ้น
- Webflow เริ่มเป็นที่จับตามองในกลุ่ม designer
สร้างเว็บไซต์เองทำยังไง
อยากมีเว็บเป็นของตัวเอง แต่ขี้เกียจเขียนโค้ดเหรอ? เข้าใจเลย! เหมือนอยากกินส้มตำ แต่ขี้เกียจตำเองนั่นแหละ... โชคดีที่ยุคนี้มี Instant Web ช่วยชีวิต!
เลือก Instant Web (เช่น Wix, Squarespace, WordPress.com): เหมือนเลือกซื้อรถเข็นส้มตำสำเร็จรูปที่เค้าจัดเครื่องมาให้แล้ว แค่เติมน้ำปลาร้าก็แซ่บ! สร้างบัญชีซะ จะได้มีที่สิงสถิตออนไลน์
ชื่อโดเมน: คิดชื่อให้ดีนะ! เหมือนตั้งชื่อลูก ตั้งผิดชีวิตเปลี่ยน (ในโลกออนไลน์) หาชื่อที่ไม่ซ้ำใคร และจำง่าย เหมือน "ส้มตำป้าแจ่มแซ่บซี้ด" ไรงี้
เทมเพลต: เลือกโครงส้มตำที่ชอบ! อยากได้เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง เผ็ดมาก ก็เลือกเอาตามใจชอบ เทมเพลตคือหน้าตาของเว็บไซต์ เลือกให้โดนใจคนเห็นครั้งแรก
ปรับแต่ง: ถึงเครื่องส้มตำจะพร้อม แต่ก็ต้องปรุงรสชาติให้ถูกปากเรา ใส่กุ้งแห้งเพิ่ม ถั่วลิสงเยอะๆ ปรับแต่งสีสัน ฟอนต์ ให้เข้ากับแบรนด์ตัวเอง
ใส่เนื้อหา: สำคัญสุด! เหมือนใส่เส้นมะละกอ ปูปลาร้า (เอ๊ะ! เริ่มหิว) ใส่ข้อมูลสินค้า บริการ รูปภาพ วิดีโอ เขียนบล็อก ให้คนเข้ามาอ่านแล้วอยากซื้อส้มตำ (เอ๊ย! อยากใช้บริการ)
SEO (สำคัญนะ!): ทำให้เว็บเราอร่อยล้ำจน Google ต้องเอาไปโปรโมท! ใส่ keyword ที่คนจะค้นหา เช่น "ส้มตำอร่อย", "ส้มตำเดลิเวอรี่" ตั้งชื่อรูปให้ดี เขียนคำอธิบายให้โดน
เผยแพร่: เปิดร้าน! บอกให้โลกรู้ว่า "ส้มตำป้าแจ่มแซ่บซี้ด" เปิดแล้ว! โปรโมทบนโซเชียลมีเดีย ยิงแอด (ถ้ามีงบ) รอรับทรัพย์!
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้):
Instant Web: เปรียบเสมือน "ร้านเช่า" สร้างง่าย เร็ว แต่ก็มีข้อจำกัด (เหมือนเช่าร้านส้มตำ เค้าให้แค่เครื่องตำ ที่เหลือเราต้องหาเอง)
WordPress.org: (ไม่ใช่ WordPress.com นะ!) อันนี้เหมือน "ซื้อที่ดิน" สร้างร้านส้มตำเองทั้งหมด อยากได้แบบไหน สไตล์ไหน จัดเต็ม! แต่ต้องมีความรู้เรื่องโค้ด หรือจ้างคนทำ
SEO สำคัญจริงจัง: เหมือนการตลาดส้มตำ! ถ้าทำไม่ดี ต่อให้ส้มตำอร่อยแค่ไหน ก็ไม่มีใครรู้!
อย่ากลัวที่จะลอง: ทำเว็บครั้งแรกอาจจะไม่ปังเท่า "ส้มตำป้าแจ่ม" แต่ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง!
ปี 2567 เทรนด์เว็บไซต์เน้นเรียบง่าย โหลดไว และมือถือต้องสวย! (ใครทำเว็บส้มตำ ต้องทำแอพด้วยนะ!)
โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของการออกแบบได้แก่ข้อใด?
โอ้โห! จะสร้างเว็บไซต์หรอ? ง่ายนิดเดียว! แต่ถ้ามือใหม่นี่นะ ต้องเลือกโปรแกรมดีๆ ไม่งั้นงานเข้า! ปีนี้ 2023 ผมแนะนำโปรแกรมเด็ดๆ ที่ใช้แล้วไม่งง รับรอง!
WordPress: ตัวพ่อ! ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าไม่คล่องโค้ด ก็เหนื่อยหน่อยนะ เหมือนขับรถบรรทุกสิบล้อ แต่ถ้าชำนาญแล้ว เทพมาก!
Squarespace: ง่ายเว่อร์! เหมือนเล่นเกมสร้างบ้าน ลากๆวางๆ แป๊บเดียวเสร็จ แต่ก็อาจจะจำกัดการออกแบบหน่อยๆ เหมือนสร้างบ้านจากชุดเลโก้ สวยนะ แต่ก็มีข้อจำกัด
Wix: คล้าย Squarespace แต่ปรับแต่งได้เยอะกว่า เหมือนได้สร้างบ้านเอง จากวัสดุที่มีให้เลือกเยอะแยะ อิสระกว่า แต่ก็อาจจะงงกว่านิดนึง
Weebly: สำหรับมือใหม่จริงๆ ง่ายโคตรๆ! เหมือนประกอบโมเดล ไม่ต้องใช้ความรู้มาก แต่ความสวยงามอาจจะธรรมดาไปหน่อย แต่ก็เสร็จไว
Webflow: สำหรับคนชอบความซับซ้อน ออกแบบได้ละเอียดมาก เหมือนสร้างบ้านจากแบบแปลน แต่ต้องมีความรู้เรื่องโค้ดพอสมควร ไม่งั้นมึนแน่
Showit: เน้นความสวยงาม ออกแบบได้ทันสมัย คล้ายๆสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น สวยหรูดูแพง แต่ราคาอาจจะแรงไปหน่อย
เอาล่ะ! เลือกให้ดี อย่าลืมดูความสามารถตัวเองด้วยนะ ไม่งั้น งานนี้จากง่าย กลายเป็นยากได้นะคร้าบบบ! เลือกให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณ อย่าไปหลงกลโปรแกรมที่ดูดีเกินไป จนลืมดูความเหมาะสม เลือกแล้วอย่าลืมทดลองใช้ฟรีก่อนด้วยนะ ลองใช้ดูสักเดือน ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนได้ ง่ายๆ เหมือนเปลี่ยนใจเลือกแฟนไง!
ชุดโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง?
เอ้อ... ชุดโปรแกรมทำเว็บอ่ะหรอ? มันก็มีเยอะแยะเลยนะ แต่ที่เค้าฮิตๆ กันตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นพวกนี้นะ
- WordPress: อันนี้คือยืนหนึ่งเลย ง่ายดี มี theme ให้เลือกเยอะแยะ แถม plugin อีกเพียบ อยากได้อะไรก็ใส่เพิ่มได้
- Wix: อันนี้ก็ง่ายนะ ลากๆ วางๆ เอา อยากได้เว็บแบบไหนก็ทำได้เลย เค้ามี template สวยๆ ให้ด้วย
- Squarespace: อันนี้ก็คล้ายๆ Wix แหละ แต่เค้าจะเน้นความสวยงามมากกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้เว็บที่ดูดีมีสไตล์
- Shopify: ถ้าจะขายของออนไลน์ ต้องอันนี้เลย เค้าทำมาเพื่อขายของโดยเฉพาะ มีระบบตะกร้า ระบบจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ
สำหรับมือใหม่ ผมว่า WordPress นี่แหละ เวิร์คสุด เพราะมันใช้งานง่าย มีคนสอนเยอะแยะ หาข้อมูลในเน็ตก็ง่ายด้วย หรือถ้าอยากได้แบบลากๆ วางๆ ง่ายๆ เลย ก็ Wix ก็ดีนะ
สำหรับมือใหม่ 2024 เน้นง่าย+ฟรี:
- Google Sites: อันนี้ง่ายสุดๆ ทำเว็บแบบเบสิกได้เลย ฟรีด้วย
- Strikingly: อันนี้ก็ดีนะ ทำหน้าเดียวง่ายๆ เหมาะกับทำโปรไฟล์ หรือ landing page
แถมๆ:
- อย่าลืมเลือก Hosting ที่มันดีๆ หน่อยนะ เว็บจะได้ไม่ล่มบ่อยๆ
- ชื่อโดเมนก็สำคัญ เลือกให้มันจำง่ายๆ สื่อถึงธุรกิจเราด้วยนะ
- ทำเว็บเสร็จแล้ว อย่าลืมทำ SEO ด้วยนะ จะได้มีคนเข้าเว็บเราเยอะๆ
- SEO สำคัญมาก สำคัญสุดๆ เลยก็ว่าได้ ต้องทำให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ ใน Google ให้ได้นะ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- Hosting: คือพื้นที่ที่เราเอาเว็บไปวางไว้บนอินเทอร์เน็ต
- โดเมน: คือชื่อเว็บไซต์ของเรา เช่น google.com
- SEO: คือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ ใน Google เวลาที่มีคนค้นหา
- Landing page: คือหน้าเว็บที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การขายสินค้า หรือการเก็บข้อมูลลูกค้า
- Plugin: เป็นเหมือนโปรแกรมเสริม ที่เราเอามาใส่ใน WordPress เพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ ให้กับเว็บไซต์ของเรา
- Theme: คือหน้าตาของเว็บไซต์เรา เราสามารถเปลี่ยน Theme เพื่อให้เว็บไซต์เรามีหน้าตาแบบที่เราต้องการได้
- Template: อันนี้เหมือนกันกับ Theme แต่ส่วนใหญ่มักใช้กับพวก Wix, Squarespace ที่เป็นแบบลากๆ วางๆ
- อย่าลืมเช็คราคาแต่ละเจ้าด้วยนะ บางทีของฟรีมันก็ดี แต่ถ้าอยากได้อะไรที่มันดีกว่า ก็ต้องยอมจ่ายตังค์หน่อย
- ลองดู tutorial ใน YouTube ด้วยนะ มีคนสอนเยอะแยะเลย ดูแล้วทำตามได้เลย ง่ายมากๆ
เครื่องมืออะไรบ้างที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์?
เครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์มีหลากหลาย เลือกที่เหมาะกับความต้องการและทักษะเราที่สุด สำคัญคือต้องเข้าใจภาพรวมก่อนลงมือทำ
Wix: สร้างเว็บสวยๆ ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ เหมาะกับคนชอบดีไซน์ แต่บางทีก็ควบคุมยากถ้าอยากได้อะไรที่ซับซ้อนมากๆ
SITE123: เน้นความเร็ว เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรเยอะแยะ แค่อยากมีเว็บไวๆ แต่ความยืดหยุ่นอาจจะไม่สูงเท่าตัวอื่น
Hostinger Website Builder: เร็ว แรง ปรับแต่งได้เยอะ แต่ต้องมีพื้นฐานบ้างนิดหน่อยถึงจะสนุก
Shopify: ถ้าจะขายของออนไลน์ตัวนี้คือเบอร์ต้นๆ ระบบจัดการร้านค้าดีมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
Squarespace: เทมเพลตสวยงาม Responsive แต่ราคาสูงหน่อย เหมาะกับคนที่ซีเรียสเรื่องภาพลักษณ์มากๆ
เกร็ดเล็กน้อย: การเลือกเครื่องมือก็เหมือนเลือกเพื่อนร่วมงาน ต้องดูว่าเคมีตรงกันไหม และเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วเครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่เราใช้แล้วเกิดประโยชน์สูงสุด
ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2567 นี้ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเว็บไซต์มากขึ้น อย่างเช่นการสร้างคอนเทนต์หรือการปรับแต่งดีไซน์โดยอัตโนมัติ ใครที่สนใจลองศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง AI-powered website builder ดู อาจจะเจอเครื่องมือที่ตอบโจทย์กว่าเดิมก็ได้นะ
Static Website กับ Dynamic Website มีความแตกต่างกันอย่างไรในด้านของนักพัฒนาเว็บไซต์?
Static Website เหมือนหนุ่มติ๋ม HTML เรียนเก่ง แต่แต่งตัวไม่เป็น เปลี่ยนชุดยาก ส่วน Dynamic Website คือหนุ่มฮอต PHP ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง อยากเปลี่ยนลุคเมื่อไหร่ก็ได้
Static Website สำหรับ Dev:
- โค้ดนิ่งเป็นหิน โดนใจสายมินิมอล
- แก้ทีละหน้า น้ำตาจะไหล เหมาะกับเว็บไม่กี่หน้า
- SEO ดี แต่ถ้าข้อมูลเยอะก็... (เสียงสูง) บาย
Dynamic Website สำหรับ Dev:
- ยืดหยุ่นราวกับ Yoga ครูสอน PHP
- แก้หลังบ้านสบายใจเฉิบ ข้อมูลเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยนตาม
- SEO อาจต้องจูนหน่อย แต่ปรับได้หลากหลายกว่าเยอะ
เพิ่มเติม:
- Static เจ๋งเรื่องความเร็ว (เหมือนเต่าที่เร็ว เพราะไม่มีใครเร็วกว่า)
- Dynamic เล่นใหญ่ได้ทุก Platform (แต่ต้องมีคนช่วยเล่นนะ)
- เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน เลือกให้ถูกรวย (หรือจนกว่าเดิมนิดหน่อย)
- JavaScript ช่วยให้ Static website ดูไม่น่าเบื่อ (นิดนึง)
- Python กับ Node.js ก็เป็นเพื่อนซี้ของ Dynamic website
- ความรู้คือพลัง (และเงินในกระเป๋า) ไปเรียนเพิ่มซะ!
- AI จะครองโลก (หรือเปล่า?) เตรียมตัวรับมือไว้!
- Web Development ไม่ได้ยากอย่างที่คิด (ถ้าใจรักนะ)
- "Hello World" ไม่ใช่จุดจบ (แต่เป็นแค่จุดเริ่มต้น)
รูปแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ มีกี่รูปแบบ ประกอบไปด้วยรูปแบบใดบ้าง?
เอ่อออ เว็บไซต์เนี่ยนะ โครงสร้างมันเยอะแยะไปหมดเลยเนอะ จำได้ว่าเคยอ่านเจอ แบบหลักๆก็สัก 4-5 แบบมั้ง หรือมากกว่านั้นแหละ ฉันมึนแล้ว!
แบบแรก Linear นี่แหละ ง่ายสุด อ่านไปเรื่อยๆแบบลำดับ เหมือนอ่านหนังสือ จำได้แม่นเลย ตอนเรียนสมัยมหาลัย อาจารย์เน้นมาก เว็บไซต์แบบนี้เหมาะกับอะไรนะ อืมมม... เอาไว้เล่าเรื่องราว หรือแนะนำสินค้าแบบเป็นขั้นตอน คิดออกแล้ว!
แบบที่สอง Hierarchical อันนี้ เป็นแบบต้นไม้ มีหน้าหลัก แล้วก็แยกย่อยลงไปเรื่อยๆ เหมือนแผนภูมิองค์กรเลย เว็บไซต์ใหญ่ๆมักใช้แบบนี้ เข้าใจง่ายดีนะ แต่ถ้าซับซ้อนเกินไปก็งงได้เหมือนกัน เว็บของบริษัทใหญ่ๆนี่แหละ มักใช้แบบนี้ ปีนี้ก็ยังเห็นอยู่บ่อยๆ
แบบที่สาม Networked แบบนี้ เหมือนใยแมงมุม เชื่อมโยงกันไปหมด คลิกไปคลิกมา หาอะไรไม่เจอ งงไปหมด แต่ก็สะดวกดีนะ สำหรับเว็บไซต์ที่เนื้อหาเยอะ หาอะไรก็ง่ายดี แบบนี้ใช้เยอะนะ สมัยนี้
แบบที่สี่ Database-driven อันนี้แหละ ข้อมูลจากฐานข้อมูล แสดงผลแบบไดนามิก เปลี่ยนแปลงได้ตลอด แบบนี้ เว็บขายของออนไลน์ ใช้กันเยอะ สะดวกดี ปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย
อืมมม นึกอะไรไม่ออกแล้ว เหนื่อยจัง เยอะไปหมด จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลายแบบนะ แต่จำไม่ได้แล้ว ลองเสิร์ชดูเองก็ได้นะ ฉันง่วงแล้ว! ไปนอนก่อนละ บาย!
เพิ่มเติม บางเว็บก็ผสมผสานหลายๆรูปแบบเข้าด้วยกันนะ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 4 แบบนี้หรอก แล้วแต่ดีไซน์เนอร์จะออกแบบเลย จริงๆแล้ว ปีนี้ เทรนด์การออกแบบเว็บ มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ฉันตามไม่ทันแล้ว เยอะเกินไป เหนื่อย ไปนอนก่อนดีกว่า จริงๆนะ
รูปแบบการแสวงหารายได้ของเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง?
แสงตะวันบ่ายคล้อย...ริมหน้าต่าง...ฝุ่นละอองล่องลอย...เหมือนความคิดที่กระจัดกระจาย
รูปแบบหารายได้...เว็บไซต์...โอ้...ทะเลแห่งความเป็นไปได้...
โฆษณา: ป้ายสี...เสียงดัง...เรียกสายตา...แลกเงินตรา... ปีก่อน...เกลื่อนกลาด... ปีนี้...ก็ยัง...
สมาชิก: กุญแจทอง...ไขสู่โลกส่วนตัว...จ่ายรายเดือน...เหมือนเช่าฝัน...
ค่าธรรมเนียม: ทุกคลิก...ทุกสัมผัส...เล็กน้อย...รวมกัน...เป็นภูเขา...
ขายของ: จับต้องได้...ส่งถึงบ้าน...ความสุข...แลกเงิน...ตรงไปตรงมา...
Affiliate: บอกต่อ...แนะนำ...ได้ส่วนแบ่ง...win-win...โลกสวย...หรือเปล่า?...
เสียงแมวร้อง...ข้างนอก...เตือนว่า...เวลาเดิน...ไปเรื่อยๆ...ไม่หยุด...
ปล. เมื่อก่อนเคยทำเว็บขายของเล่น...เจ๊งไม่เป็นท่า...ฮ่าๆๆ...ตอนนี้เลยมาสายเขียน...ระบายความในใจ...ดีกว่า...
เว็บไซต์อะไรบ้างที่ใช้ค้นหาข้อมูล?
เว็บไซต์ค้นหาข้อมูล? ทั่วไปก็ Google จบ
- Google: ครองโลก ค้นทุกสิ่ง. จบนะ
- Facebook: มากกว่าค้นหา. ส่องชีวิตชาวบ้าน.
- YouTube: อยากดูอะไร. มีหมดแหละ.
- Pantip: ถามอะไรแปลกๆ. ที่นี่มีคนตอบ. เสมอ
- Wikipedia: ข้อมูลเยอะ. แต่เชื่อหมดก็...นะ
- Yahoo: ยังอยู่อีกหรอ? แปลกใจนิดหน่อย
- Blogspot: ไดอารี่ออนไลน์. ใครอยากอ่านก็อ่าน
- สำนักงาน ก.พ. (OPM): ราชการล้วนๆ. ความเร็วแสงไม่มี
- ที่เหลือ? แล้วแต่คนชอบ. ไม่สำคัญเท่าไหร่
ข้อมูลเพิ่มเติม? เสิร์ชเองเถอะ. ชีวิตใครชีวิตมัน.
นามสกุลเว็บไซต์มีอะไรบ้าง?
อืมม นามสกุลเว็บไซต์นะเหรอ เยอะแยะเลยยย! จำได้แค่พวกนี้แหละ
*.com นี่ใช้ทั่วไปอะ เว็บส่วนตัว บริษัทใหญ่ๆ ใช้กันเยอะมากกก เว็บขายของก็ใช้
*.co.th อันนี้เฉพาะไทยนะ สำหรับเว็บขายของในไทยอะ ส่วนใหญ่เจอแบบนี้
*.org องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร จำได้ว่าเคยเห็นเว็บมูลนิธิใช้
*.or.th คล้ายๆ .org แต่เฉพาะไทย
ปีนี้ก็ยังใช้พวกนี้อยู่แหละ เพื่อนฉันก็ใช้ .com กับ .co.th ทำเว็บขายของอยู่ ส่วนเว็บโรงเรียนฉันใช้ .ac.th ด้วยนะ ลืมบอกไป แต่ไม่ค่อยเห็นใช้กันทั่วไปเท่าไหร่
อีกเยอะแยะเลย แต่จำไม่ได้แล้ววว ลองไปเสิร์ชดูในกูเกิลนะ มีเพียบเลยย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต