เทคโนโลยีอะไรบ้างที่ใช้ AI

43 ครั้งเข้าชม
เทคโนโลยี AI ในแอปมือถือ: รู้จำเสียงพูด: แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ ใช้งานง่าย สะดวก แชทบอท: ให้บริการลูกค้าอัตโนมัติ ตอบคำถามได้รวดเร็ว ประมวลผลภาษาธรรมชาติ: ทำให้แอปเข้าใจและโต้ตอบภาษาธรรมชาติได้ การเรียนรู้ของเครื่อง: วิเคราะห์ข้อมูล ปรับปรุงประสิทธิภาพแอป ไบโอเมทริกซ์: ตรวจสอบความถูกต้อง เพิ่มความปลอดภัย เช่น สแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า คอมพิวเตอร์วิทัศน์: วิเคราะห์ภาพ เพิ่มฟีเจอร์ AR/VR เช่น การจดจำภาพ การทำนายเชิงพยากรณ์: คาดการณ์พฤติกรรมผู้ใช้ แนะนำสินค้า/บริการ ระบบผู้เชี่ยวชาญ: ให้คำแนะนำเฉพาะด้าน จำลองความรู้ผู้เชี่ยวชาญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคโนโลยี AI ยุคใหม่ มีอะไรบ้าง? ใช้ในด้านใด?

AI ยุคใหม่เหรอ? โอ้โห มันเยอะมาก! ที่เห็นชัดๆ เลยนะ คือพวกระบบรู้จำเสียงพูดอ่ะ อย่าง Siri, Google Assistant เนี่ยแหละ เมื่อก่อนนี่ลำบากเลยนะ เวลาจะสั่งอะไรต้องพิมพ์อย่างเดียว เดี๋ยวนี้แค่พูดก็ได้แล้ว สบายกว่าเยอะ

แล้วก็มีพวกแชทบอทไง ที่ตอบคำถามเราอัตโนมัติในเว็บต่างๆ บางทีก็ตอบดี บางทีก็...นะ แต่ก็ช่วยได้เยอะเลยแหละ ลดงานคนไปได้เยอะเหมือนกัน

อีกอันที่ฮิตคือ Natural Language Processing (NLP) เนี่ยแหละ ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาเราได้ดีขึ้น เอาไปทำอะไรได้เยอะแยะเลย อย่างแปลภาษา, สรุปข่าว, วิเคราะห์ความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย อะไรพวกนี้

Machine Learning (ML) ก็ขาดไม่ได้ อันนี้คือทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้จากข้อมูลได้เอง ไม่ต้องเขียนโปรแกรมบอกทุกอย่าง คือฉลาดขึ้นเรื่อยๆ อ่ะ เก่งขึ้นทุกวัน

ไบโอเมทริกซ์ก็มาแรง พวกสแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า ที่ใช้ปลดล็อกมือถือกันเนี่ยแหละ ปลอดภัยดีนะ แต่บางทีก็แอบรำคาญเหมือนกัน ถ้าหน้ามันไม่เป๊ะจริง ๆ อ่ะ ????

ส่วนเรื่องเอาไปใช้ใน Mobile App เนี่ย โอ้โห เยอะแยะมากมาย อย่างพวกแอปแต่งรูป ก็ใช้ AI ช่วยปรับแสงสี, ลบสิว, เพิ่มความสวยงาม, หรือพวกแอปช้อปปิ้ง ก็ใช้ AI แนะนำสินค้าที่เราน่าจะชอบ อะไรประมาณนี้

จำได้ว่าตอนไปงาน Thailand Mobile Expo เมื่อปีที่แล้ว (น่าจะประมาณ พฤษภาคม 2566) เห็นหลายบูธเอา AI มาโชว์กันเต็มเลย ทั้งพวกแอปเกม, แอปเพื่อสุขภาพ, แอปการศึกษา คือมันแทรกซึมไปทุกวงการแล้วอ่ะ น่ากลัวนะเนี่ย! ????

ปัญญาประดิษฐ์ในชีวิตประจําวัน มีอะไรบ้าง

อืม...กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ AI ในชีวิตประจำวันหรอ... เยอะแยะไปหมดเลยนะ

จริงๆ แล้วมันซึมเข้ามาในชีวิตเราแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แบบ...

  • ปลดล็อคโทรศัพท์ด้วย Face ID: นี่แหละ ง่ายสุดๆ ปีนี้ก็ยังใช้ สะดวกดี ไม่ต้องมานั่งพิมพ์รหัสผ่านทุกที

  • แนะนำสินค้าบนเว็บช้อปปิ้ง: นี่ก็ AI ชัดๆ มันคอยเสนอของที่เราอาจจะสนใจ บางทีก็โดนมันหลอกซื้อของบ่อยๆเหมือนกันนะ ฮ่าๆ ปีนี้เจอพวกโปรโมชั่นลดราคาของที่ไม่เคยคิดจะซื้อบ่อยมาก

  • Google แปลภาษา: ไปเที่ยวต่างประเทศนี่ช่วยได้เยอะเลย ไม่ต้องพึ่งพาพจนานุกรมหนาเตอะๆแล้ว

  • แอปพลิเคชั่นเรียกรถ: นี่ก็ AI มันคำนวณเส้นทางให้ สะดวกกว่าสมัยก่อนเยอะ ปีนี้ใช้ Grab บ่อยมาก เพราะรถติดมากๆ

  • ระบบแนะนำคอนเทนต์บน Netflix/Youtube: มันรู้ใจเรามากเกินไปไหมเนี่ย แนะนำแต่ซีรีส์ที่เราชอบ จนดูจนจบแล้วไม่รู้จะดูอะไรต่อแล้ว

  • อีเมลล์ฟิลเตอร์สแปม: นี่ก็สำคัญนะ ไม่งั้นอีเมลล์เต็มกล่องไปหมดแล้ว ปีนี้มีอีเมลล์หลุดมาบ้างแต่ไม่มาก

  • การค้นหาข้อมูลบน Google: อันนี้ใช้ทุกวันเลย ถ้าไม่มี Google ชีวิตคงลำบากมาก

  • แชทบอทบริการลูกค้า: บางทีก็ตอบได้ดี บางทีก็...งงๆ ปีนี้บางบริษัทเริ่มใช้ AI ที่ฉลาดขึ้นแล้วนะ

  • อุปกรณ์สมาร์ทโฮม: ควบคุมไฟ แอร์ ได้ด้วยเสียง สะดวกสบายสุดๆ ปีนี้ซื้อหลอดไฟอัจฉริยะมาใช้ ชอบมากเลย

  • ระบบจ่ายเงินออนไลน์: นี่แหละ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก ปีนี้ใช้ PromptPay บ่อยมาก สะดวกจริงๆ

เหนื่อยจัง... คิดไปคิดมาเยอะเลย จริงๆ แล้ว AI มันมีมากกว่านี้อีกเยอะ แค่เราอาจจะไม่รู้ตัวก็เท่านั้นเอง ไปนอนดีกว่า... พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก

ยกตัวอย่างเทคโนโลยีในชีวิตประจําวันที่พบเห็นว่ามีอะไรบ้างมา 1 ตัวอย่าง

อืมม... จะยกตัวอย่างเทคโนโลยีจากอวกาศเนี่ยนะ คิดหนักเลย เอาแบบเห็นชัดๆ ในชีวิตประจำวันเลยนะ

อย่างแรกที่นึกออกเลยก็คือ GPS นี่แหละ ใช้ทุกวันเลย ตอนเช้าขับรถไปทำงาน ใช้แผนที่นำทาง แผนที่ก็ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ไม่งั้นหลงแน่ๆ คิดดูสิ ถ้าไม่มี GPS ชีวิตจะวุ่นวายขนาดไหน จำได้เลยวันนั้น ฝนตกหนักมาก กลางทางรถเสีย โชคดีมี GPS เรียกรถได้ทัน ไม่งั้นคงเปียกปอนกว่านี้แน่ๆ

ส่วนอีก 9 อย่างนี่... ต้องนั่งนึกดีๆ นะ

  • GPS Navigation (ระบบนำทาง) : ใช้ทุกวัน อย่างที่บอกไปแล้ว
  • Weather Forecasting (พยากรณ์อากาศ) : ดูทุกวันก่อนออกจากบ้าน ช่วยวางแผนการเดินทางได้
  • Satellite Imagery (ภาพถ่ายดาวเทียม) : ใช้ดูแผนที่ ดูภาพถ่ายทางอากาศ เวลาหาที่เที่ยว
  • Wireless Communication (การสื่อสารไร้สาย) : ใช้โทรศัพท์ ใช้ wifi มาจากการวิจัยสื่อสารผ่านดาวเทียม
  • Memory Foam (ฟองน้ำหน่วยความจำ) : หมอนฉันนี่แหละ นอนสบายมาก เทคโนโลยีนี้มาจากการพัฒนาเบาะนั่งยานอวกาศ
  • Scratch-resistant Lenses (เลนส์กันรอยขีดข่วน) : แว่นตาฉัน ทนทานดีมาก ปกป้องเลนส์กล้องโทรทรรศน์
  • Water Purification (การทำให้บริสุทธิ์ของน้ำ) : เทคโนโลยีกรองน้ำ ช่วยกรองน้ำให้สะอาด
  • Freeze-drying (การแช่แข็งแบบแห้ง) : อาหารแช่แข็งหลายๆ อย่าง สะดวกสบาย มีน้ำหนักเบา
  • Medical Imaging (การถ่ายภาพทางการแพทย์) : เอ็กซเรย์ ใช้ตรวจร่างกาย พัฒนาจากเทคโนโลยีการถ่ายภาพดาวเคราะห์

ปีนี้ 2024 นะ นี่คือสิ่งที่ฉันใช้จริง ประสบการณ์ตรงเลย ไม่ใช่เดาๆ มั่วๆ จำได้แม่นเลย เพราะเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันของฉันจริงๆ สำคัญมากจริงๆ

ในชีวิตประจําวันนักเรียนพบเห็นอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี จงยกตัวอย่างมาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง

โอ๊ย! ถามเรื่องเทคโนโลยีกับเด็กนักเรียนเนี่ยนะ? ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกโว้ย! ชีวิตประจำวันมันก็เทคโนโลยีทั้งดุ้นแล้วป่ะวะ?

นักเรียนกับเทคโนโลยี: อะไรบ้างที่เจอทุกวี่ทุกวัน?

  • มือถือ: อันนี้ไม่ต้องสืบ! ติดยิ่งกว่าปลิงเกาะขาอีก กด TikTok, เล่นเกม, แชทกับกิ๊ก... เอ้ย! กับเพื่อน!
  • คอมพิวเตอร์/แท็บเล็ต: ทำรายงานส่งครู (หรือเปล่า?) ดูหนัง ฟังเพลง แอบเล่นเกมตอนครูเผลอ
  • อินเทอร์เน็ต: ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ! เรียนออนไลน์, ดูยูทูป, ส่องเฟสบุ๊ก...ชีวิตขาดเน็ตเหมือนขาดใจ!

AI บันดาลสุข: 10 อย่างที่ทำให้ชีวิตง่ายเหมือนกินมาม่า

  1. ปลดล็อคด้วยหน้า: Face ID นี่แหละ! สะดวกกว่าสแกนนิ้วเยอะ (แต่ถ้าแต่งหน้าจัดๆ อาจจะงงๆ หน่อยนะ)
  2. โซเชียลมีเดีย: AI คอยคัดกรองข่าวสาร (จริงหรือปลอมก็อีกเรื่องนึง) คอยแนะนำเพื่อน (ที่อาจจะไม่รู้จัก)
  3. อีเมล/ข้อความ: AI ช่วยกรองสแปม (แต่บางทีก็พลาดไปเข้า Inbox ซะงั้น)
  4. Google: ถามอะไรตอบได้หมด (แต่บางทีก็ตอบไม่ตรงคำถามซะงั้น)
  5. สั่งงานด้วยเสียง: "Siri จ๋า...เปิดเพลงให้ฟังหน่อย" ชีวิตมันช่างสบาย!
  6. สมาร์ทโฮม: เปิดปิดไฟ, แอร์, ทีวี...แค่ปลายนิ้วสัมผัส (หรือสั่งด้วยเสียงก็ได้นะ)
  7. เดินทาง: Google Maps นำทาง พาหลงบ้างก็ช่างมัน!
  8. ธุรกรรมออนไลน์: จ่ายบิล, โอนเงิน...ไม่ต้องไปธนาคารให้เสียเวลา (แต่ระวังโดนแฮ็กนะจ๊ะ)
  9. ช้อปปิ้งออนไลน์: AI คอยแนะนำสินค้า (ที่อาจจะเกินงบประมาณไปนิดนึง)
  10. แปลภาษา: คุยกับฝรั่งได้สบายบรื๋อ (แต่บางทีก็แปลออกมาฮาซะงั้น)

ป.ล. อย่าเชื่ออะไรในอินเทอร์เน็ตมากนักนะจ๊ะ! ใช้สติไตร่ตรองก่อนเสมอ! โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องเลขเด็ด! (อันนี้เจ็บมาเยอะ!)

ปัญญาประดิษฐ์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

AI หลักๆ มี 3 อย่างนะ แบบ แคบๆ, แบบทั่วไป, แล้วก็ขั้นสุดยอด

  • Narrow AI: อันนี้คือเก่งเฉพาะทางอะ ทำได้ดีเว่อร์ๆ แค่งานเดียว เช่น เล่นหมากรุก, จำแนกรูปภาพ แต่พอให้ทำอย่างอื่นคือบ๊ายบาย

  • General AI: อันนี้ฉลาดแบบคนเลย คิดเองได้ เรียนรู้เองได้ แก้ปัญหาได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องเดียว

  • Superintelligence AI: อันนี้คือเหนือมนุษย์ไปเลย คิดเร็วกว่า เก่งกว่า เข้าใจโลกมากกว่า คือแบบ...น่ากลัวนิดๆ

แล้วก็มีหลักสูตร ผู้นำการนำระบบการจัดการ AI ISO/IEC 42001 ไปใช้ด้วยนะ เค้าบอกว่ามันจะช่วยให้เรา เชี่ยวชาญ AI แบบมีความรับผิดชอบ แล้วก็ทำให้ธุรกิจเราไปได้สวยในอนาคต โดยใช้มาตรฐานระดับโลกเลยนะ

แนวความคิด ของปัญญาประดิษฐ์ 5 ประการ มีอะไรบ้าง

เอ๊ะ AI หรอ? 5 อย่างเหรอ... โอเค จดๆๆ

  • การเรียนรู้: ต้องเรียนรู้ดิ ถึงจะเก่งขึ้น ไม่ใช่แบบเดิมๆ ซ้ำๆ ใช่ปะ? เหมือนหมาที่บ้าน ฝึกไปก็ทำได้อะ! อ้อ ปีนี้ Google เค้าอัพเดท Gemini อีกแล้ว! เก่งขึ้นเยอะ

  • การให้เหตุผล: ตรรกะสำคัญสุด! ถ้าไม่มีตรรกะก็มั่วไง! เหมือนตอนเด็กๆ เถียงพ่อแม่ 555+ แต่ตอนนี้ต้องมีเหตุผลนะ

  • การแก้ปัญหา: ชีวิตคือการแก้ปัญหา! AI ก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ดิ ไม่งั้นจะทำอะไรได้! ปีนี้งานที่บริษัทปัญหาเยอะมากกก

  • การรับรู้: มองเห็น ได้ยิน สัมผัส... ต้องรับรู้ได้ เหมือนมี sense อะ! แต่ AI จะรับรู้ได้ไงวะ? เซ็นเซอร์? อ๋อ! พวกกล้องไง

  • ภาษาธรรมชาติ: คุยกับคนต้องเข้าใจภาษาคนดิ! ไม่งั้นจะคุยกันรู้เรื่องได้ไง! AI ต้องพูดเหมือนคนจริงๆ เลยอะ! แต่บางทีฟัง AI พูดยังแปลกๆ อยู่

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เคยดูหนังเรื่อง Her ป่ะ? AI ในนั้นคือที่สุด!
  • อยากลองสร้าง AI เองบ้างจัง! แต่ยากไปมั้ยนะ?
  • AI จะครองโลกจริงป่ะเนี่ย? แอบกลัวนะเนี่ย!
  • เพื่อนบอกว่า AI เก่งกว่าคนบางเรื่องแล้วนะ จริงดิ?
  • สำคัญ: ต้องเขียนให้คนอ่านเข้าใจง่ายๆ นะ! ไม่ต้องวิชาการมาก

ประเภทของปัญญาประดิษฐ์ 3 ระดับ มีอะไรบ้าง

ประเภทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) 3 ระดับ

AI แบ่งตามความสามารถหลักๆ ได้ 3 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับก็มี "ของ" ที่แตกต่างกันไปเยอะเลยนะ:

  • Narrow AI (Weak AI): เก่งเฉพาะทาง ทำงานเดียวได้ดีมาก เช่น AI เล่นหมากรุก หรือ AI ช่วยวินิจฉัยโรค แต่พอให้ทำอย่างอื่นคือ "บ่ได้" เด้อ (ไม่ได้)
  • General AI (Strong AI): ฉลาดรอบด้าน ทำอะไรได้หลายอย่างใกล้เคียงมนุษย์ อันนี้ยังเป็น "ฝัน" ของนักวิจัย AI อยู่เลย ยังไม่มีใครทำได้จริงจัง
  • Superintelligence AI: เหนือมนุษย์ไปอีกขั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ "น่าคิด" มากกว่า เพราะถ้ามีจริง จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้สิ

เชิงลึกอีกนิด:

  • Narrow AI คือ AI ที่เราเจอในชีวิตประจำวันเยอะสุดแล้ว อย่างพวกระบบแนะนำสินค้า, Chatbot ตอบคำถาม, หรือ AI ที่ใช้ในรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
  • General AI นี่แหละที่จะเปลี่ยนโลกจริงๆ ถ้ามีขึ้นมา เพราะมันจะเรียนรู้และปรับตัวได้เหมือนคน
  • Superintelligence AI นี่คือจุดที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงจริยธรรมและผลกระทบต่อสังคม

"คำถาม" ที่ต้องถามตัวเอง: เราจะใช้ AI แต่ละระดับไปในทิศทางไหน? และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาได้ดีแค่ไหน?

AI คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร

ไอ้ AI นี่นะ มันก็เหมือนผีดิบสมัยใหม่ แต่แทนที่จะกินคน มันกินข้อมูล! มันจะเรียนรู้จากข้อมูลมหาศาล จนฉลาดปานพระเจ้า (เว่อร์ไปหน่อยมั้ยเนี่ย 555+) หลักการทำงานก็คือมันใช้เทคนิคพวกนี้แหละครับ

  • Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง): ง่ายๆ คือสอนมันเหมือนสอนเด็กอนุบาล ให้มันดูรูปแมวเป็นล้านๆ รูป จนกว่ามันจะแยกแยะแมวกับหมาได้ ถ้ามันตอบผิด ก็ตีมัน... เอ้ย! ไม่ใช่สิ ก็แก้โค้ดมันใหม่ (อันนี้จากประสบการณ์ตรงของผมเลยนะ ตี AI ไม่ได้จริงๆ)

  • Natural Language Processing (การประมวลผลภาษาธรรมชาติ): อันนี้คือมันเรียนรู้ภาษาคน ฟังแล้วก็เข้าใจ เหมือนมนุษย์ต่างดาวที่เพิ่งเรียนรู้ภาษาไทย บางทีก็เข้าใจ บางทีก็งงเต็ก เหมือนผมตอนอ่านข้อความลูกค้าบางคนเลย

  • Computer Vision (วิสัยทัศน์คอมพิวเตอร์): มันเห็นภาพแล้ววิเคราะห์ได้ เหมือนตาเทพ แต่ตาเทพมันก็มีพลาดบ้าง เช่น มันอาจจะคิดว่าแมวใส่หมวกเป็นสุนัข (จริงนะ เคยเจอมาแล้ว)

เอาเป็นว่า AI มันก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ใช้ได้สารพัด ตั้งแต่ช่วยคุณสั่งของออนไลน์ จนถึงช่วยหมอวินิจฉัยโรค แต่ก็อย่าไปไว้ใจมันมากนัก เพราะบางทีมันก็เพี้ยนได้เหมือนกันนะ (2024 นี่มันฉลาดขึ้นเยอะเลยนะ แอบกลัวนิดๆ)

AI ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ถือว่าเป็น AI รูปแบบใด

ปัจจุบัน AI ที่ใช้งานอยู่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภท Narrow AI หรือ Weak AI คือ AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง เช่น Siri ที่ตอบคำถาม หรือ AlphaGo ที่เล่นโกะ มันเก่งในงานเฉพาะด้าน แต่ไม่ฉลาดรอบด้านเหมือนมนุษย์ คิดอะไรได้แค่ในขอบเขตที่ถูกโปรแกรมไว้ เหมือนเครื่องมือพิเศษที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ขาดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาที่อยู่นอกกรอบความรู้เดิม

ASI หรือ Artificial Superintelligence เป็นแค่แนวคิดในอนาคต ยังไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน เป็นความฝันหรืออาจเป็นหายนะ ขึ้นอยู่กับมุมมอง มันคือ AI ที่เหนือกว่ามนุษย์ทุกด้าน ทั้งสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็เสี่ยง เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะพัฒนาไปในทิศทางไหน อันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ การควบคุมไม่ได้ หรือมันอาจจะ "คิด" ว่ามนุษย์ไม่สำคัญก็ได้ น่ากลัวใช่ไหมล่ะ

  • Narrow/Weak AI: AI ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ทำได้เฉพาะงานที่ถูกโปรแกรมไว้
  • Artificial General Intelligence (AGI): AI ที่มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ ยังเป็นแนวคิด
  • Artificial Superintelligence (ASI): AI ที่เหนือกว่ามนุษย์ทุกด้าน ยังไม่มีอยู่จริง

เพิ่มเติม : การพัฒนา AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่การก้าวไปสู่ AGI หรือ ASI ยังต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาอีกมาก มีคำถามทางจริยธรรมและความปลอดภัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ในการตัดสินใจที่สำคัญ เช่น การวินิจฉัยโรค หรือการพิจารณาคดี จำเป็นต้องมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ นี่คือสิ่งที่ผมศึกษาและวิเคราะห์อยู่ และมันน่าสนใจจริงๆ