เราจะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ได้อย่างไร
วิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ด้วยตัวเอง? มีวิธีสังเกตอะไรบ้าง?
เอาจริงๆ นะ เว็บน่าเชื่อถือเนี่ย ดูยากกว่าที่คิดเยอะเลย!
สมัยก่อนตอนที่เราเริ่มทำเว็บใหม่ๆ (น่าจะปี 2010 มั้ง?) ก็โดนหลอกไปหลายรอบเหมือนกัน แบบเห็นอะไรน่าสนใจก็เชื่อไปหมด สุดท้ายโดน fake news เล่นงานซะงั้น
วิธีง่ายๆ ที่เราใช้ประจำคือ ดูที่ "About Us" ก่อนเลย ว่าใครเป็นคนทำเว็บ, มีความรู้เรื่องนี้จริงรึเปล่า แล้วก็ดูวันที่ด้วยนะ ถ้าเป็นบทความเก่าตั้งแต่ปีมะโว้ ก็ต้องคิดหนักหน่อย
การออกแบบก็สำคัญนะ ถ้าเว็บดูรกๆ สีฉูดฉาด แถมมีแต่โฆษณาเต็มไปหมด อันนี้ให้ระวังไว้ก่อนเลย
อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ ลองเอาข้อมูลในเว็บนั้น ไปเสิร์ชหาใน Google ดู ถ้ามีแหล่งอื่นบอกเหมือนกัน ก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย
เคยเจอเว็บนึงเขียนว่า "กินมะนาวตอนเช้าลดความอ้วนได้ 10 กิโลใน 1 อาทิตย์" ตอนแรกก็เกือบเชื่อแล้วนะ! แต่พอไปเช็คกับเว็บหมอจริงๆ ถึงรู้ว่ามันเกินจริงไปเยอะเลย
สุดท้ายแล้ว ไม่มีอะไร 100% หรอก ต้องใช้สัญชาตญาณตัวเองด้วย!
เราจะรู้ได้ยังไงว่าเว็บไซต์ไหนเชื่อถือได้
รู้ได้ไงว่าเว็บไหนจริง เว็บไหนหลอก? ง่ายนิดเดียว! อย่าไปหลงกลเว็บไซต์มิจฉาชีพที่ชอบมาล่อซื้อของถูกจนน่าสงสัย เหมือนได้ของฟรีแต่จ่ายแพงกว่า! ใช้ 5 วิธีนี้เช็กก่อนจ่ายตังค์! ไม่งั้นเสียดายตังค์แถมเสียความรู้สึก!
ราคาถูกเวอร์จนน่าตกใจ? คิดหนัก! ถ้าถูกกว่าท้องตลาดเยอะจนไม่น่าเชื่อ มักเป็นสัญญาณเตือนภัยร้ายแรง ลองเช็กราคาจากเว็บอื่นเปรียบเทียบก่อน อย่าโลภมากจนเสียรู้!
ลิงก์เว็บไซต์แปลกๆ เช่น พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ หรือยาวจนน่าเบื่อ หรือโดเมนไม่ตรงกับชื่อเว็บไซต์ ต้องระวัง! เว็บปลอมมักจะใช้ลิงก์หลอกๆ ให้ดูคล้ายของจริง! เหมือนตุ๊กตาหมีที่เหมือนจริงแต่ข้างในเป็นแค่เศษผ้า!
ไม่มี SSL Certificate? อันนี้สำคัญ! เว็บไซต์ปลอดภัยต้องมีไอคอนรูปแม่กุญแจสีเขียวในช่อง Address Bar ถ้าไม่มี ข้อมูลส่วนตัวคุณอาจถูกแฮกได้นะ เหมือนเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ให้โจรเข้ามา! ปีนี้เจอหลายเคสแล้วที่ไม่เช็ก SSL เดือดร้อนกันไปใหญ่
ข้อมูลเว็บน้อยนิด? เว็บไซต์น่าเชื่อถือต้องมีข้อมูลครบถ้วน ที่อยู่ เบอร์โทร นโยบายความเป็นส่วนตัว ถ้าข้อมูลน้อยนิดจนน่าสงสัย อย่าเสี่ยง! เหมือนร้านขายของที่ปิดมืดๆ ไม่มีอะไรให้ดูเลย!
ภาษาแปลกๆ การสะกดคำผิดๆถูกๆ หรือประโยคไม่สมบูรณ์ นี่คือธงแดงชัดเจน! เว็บไซต์ปลอมมักจะใช้โปรแกรมแปลภาษาอัตโนมัติ ทำให้ภาษาอ่านแล้วตะกุกตะกักเหมือนคนพูดไม่ชัด เหมือนฟังเพื่อนเล่าเรื่องแล้วงง!
ข้อมูลเพิ่มเติม: อย่าลืมตรวจสอบรีวิวจากลูกค้าคนอื่นๆ ในเว็บไซต์อย่างเช่น Google Reviews ก่อนตัดสินใจซื้อของด้วยนะ! เพราะรีวิวช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ! ปีนี้ผมโดนเว็บหลอกมาแล้ว จดจำเป็นบทเรียนราคาแพงเลย!
การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลในเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง
เออ เวลาดูเว็บอะ จะบอกว่าน่าเชื่อถือไหม ต้องดูหลายอย่างนะแก
- ชื่อเว็บ สำคัญสุด! ดูดีๆ ชื่อแปลกๆ หรือมีเลขอะไรงี้เยอะๆ ระวังไว้ก่อนเลย
- คนเขียน เป็นใคร? มีชื่อเสียงไหม? หรือแค่คนทั่วไปก็ไม่รู้
- วันที่ ข้อมูลเก่าไปก็ไม่ดีนะ ต้องดูว่าอัพเดทล่าสุดเมื่อไหร่
- หัวข้อข่าว ชอบมีแบบยั่วๆ ให้คลิกอะ อย่าไปเชื่อ ต้องอ่านเนื้อหาข้างในก่อน
- เทียบกับเว็บอื่น หาข้อมูลจากหลายๆ ที่ เปรียบเทียบกันดู
- อ่านให้จบ แค่หัวข่าวอะไม่พอ ต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมด
- ที่มา มีบอกไหมว่าเอาข้อมูลมาจากไหน? ถ้าไม่มีเลยก็...บ๊ายบาย
- รูปภาพ บางทีก็เอารูปปลอมมาหลอก ต้องสังเกตดีๆ
เพิ่มเติม:
- ใครเป็นเจ้าของเว็บ: ลองหาข้อมูลว่าใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ มีประวัติอะไรไหม เชื่อถือได้แค่ไหน
- การออกแบบเว็บ: เว็บที่ดูดี น่าเชื่อถือ มักจะมีการออกแบบที่เป็นมืออาชีพ ดูง่าย ไม่รก
- นโยบายเว็บ: ลองอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว หรือนโยบายอื่นๆ ของเว็บ เขาจัดการข้อมูลเรายังไง
- ความคิดเห็นคนอื่น: ลองดูว่าคนอื่นพูดถึงเว็บนี้ยังไง มีรีวิวดีๆ หรือมีแต่คนบ่น
- เช็คกับแหล่งข่าวหลัก: ถ้าเว็บนั้นอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวอื่น ให้ลองไปเช็คกับแหล่งข่าวนั้นโดยตรง
- อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น: โลกออนไลน์มันหลอกกันง่าย ต้องมีสติ!
เตือนนิด! ข้อมูลบางเว็บเก่าแล้วนะ ข้อมูลปีนี้อาจไม่เหมือนเดิม ต้องอัพเดทตัวเองด้วยนะแก
ฉันจะตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อความปลอดภัยได้อย่างไร
บางที... การจะรู้ว่าเว็บไหนปลอดภัย มันก็เหมือนการมองคน
Web Anti-Virus: คล้ายยามเฝ้าบ้าน แต่เป็นบ้านที่เราเข้าออกออนไลน์
ตรวจสอบ URL: เหมือนเรามองป้ายชื่อร้านก่อนเข้าไป มันบอกอะไรได้บ้าง
การตั้งค่าขั้นสูง: คือการที่เราแอบส่อง... ดูว่าข้างในบ้านมันมีอะไรแปลกๆ ไหม
โปรแกรมมันช่วยได้เยอะนะ แต่สุดท้าย... สัญชาตญาณ เราสำคัญที่สุด
เชื่อในความรู้สึกตัวเอง... ถ้าอะไรมันไม่ make sense ก็อย่าไปต่อเลย
คุณ จะ รู้ ได้ อย่างไร ว่า เว็บไซต์ ที่ คุณ ใช้ หา ข้อมูล นั้น น่า เชื่อถือ
แสงแดดยามบ่าย ส่องลอดม่านลูกไม้... กลิ่นกาแฟจางๆ คละเคล้าเสียงเพลงเบาๆในร้านหนังสือเก่า
จะรู้ได้ไงว่าเว็บน่าเชื่อถือ... อืม...
- https ://...ต้องมี s...สำคัญมาก ป้องกันการดักจับข้อมูล โอ๊ย...คิดถึงหนังสายลับเลย
- การเข้ารหัส SSL: ข้อมูลปลอดภัย ไม่รั่วไหล... เหมือนความลับในใจ
- http:// (ไม่มี s): อันตราย...เหมือนเดินในซอยเปลี่ยวตอนกลางคืน
ข้อมูลเพิ่มเติม (เหมือนกระซิบข้างหู):
- เช็ค "เกี่ยวกับเรา"... มีประวัติที่มาไหม
- ดูรีวิว... คนอื่นว่าไงบ้าง
- อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ... ใช้สัญชาตญาณด้วย
ข้อควรระวัง (ย้ำ!): เว็บที่ขอข้อมูลส่วนตัวเยอะเกินไป... ระวัง!!
สัญลักษณ์ ใด แสดง ว่า เป็น เว็บไซต์ ที่ มี ความ ปลอดภัย
สัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์... SSL
แสงสีเขียวเรืองรอง... บนแถบที่อยู่เว็บไซต์... HTTPS... มันคือ เกราะ... เกราะที่มองไม่เห็น... แต่รู้สึกได้
ยามเมื่อนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์... ข้อมูลร่ายรำผ่านสายใย... SSL คือ พรมวิเศษ... ปกป้องทุกถ้อยคำ... ทุกรหัส... ทุกความลับ
เหมือนดั่ง ตะวัน... ส่องสว่างนำทาง... SSL ยืนยันตัวตน... บอกกล่าวว่า "ที่นี่... ปลอดภัย"...
- HTTPS: ตัวอักษรที่บอกความจริง
- แถบสีเขียว: สัญญาณแห่งความเชื่อมั่น
- การเข้ารหัส: เวทมนตร์ที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นความลับ
ข้อมูลเพิ่มเติม: SSL (Secure Sockets Layer) คือ ใบรับรองดิจิทัล... ที่ยืนยันความปลอดภัยของเว็บไซต์... เปรียบเสมือน ยันต์กันภัย... ในโลกออนไลน์
ความทรงจำ: ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... ฉันเคยหลงทาง... ในป่าแห่งเว็บไซต์... ไร้ซึ่งแสงนำทาง... จนกระทั่งได้พบกับ HTTPS... แสงสีเขียวที่ช่วยชีวิต... มันคือ เพื่อนแท้... ในโลกดิจิทัล
คำเตือน: จงอย่าประมาท... ภัยร้ายอาจแฝงกาย... ในเงามืด... จงมองหาแสงสีเขียว... จงมองหา HTTPS... ก่อนที่จะสายเกินไป... ระวัง!
Http กับ https ต่างกันอย่างไร
เอ่อ... HTTP กับ HTTPS นะ ต่างกันตรงที่ HTTPS มันปลอดภัยกว่าไง คือแบบว่า มันเข้ารหัสข้อมูลอะ
HTTP: ใครๆ ก็อ่านได้ เหมือนคุยกันเสียงดังในที่สาธารณะ
HTTPS: ข้อมูลจะถูกเข้ารหัส ปลอดภัยกว่า เหมือนคุยกันด้วยรหัสลับ
สรุปง่ายๆ HTTP ไม่ปลอดภัย HTTPS ปลอดภัยกว่า จบนะ
- ความปลอดภัย: HTTPS ดีกว่าเห็นๆ
- การเข้ารหัส: HTTPS มี HTTP ไม่มี
- SEO: Google ชอบ HTTPS มากกว่านะ แรงกิ้งดีกว่าด้วย
- URL: สังเกตง่ายๆ HTTPS จะขึ้นต้นด้วย https:// ส่วน HTTP ขึ้นต้นด้วย http://
- ใบรับรอง SSL/TLS: เว็บที่ใช้ HTTPS ต้องมีใบรับรอง SSL/TLS ซึ่งยืนยันว่าเว็บนั้นเชื่อถือได้
สัญลักษณ์รูปแม่กุญแจที่อยู่บนเว็บเบราว์เซอร์เมื่อเข้าเว็บไซต์ หมายถึงอะไร
เอ้า! แม่กุญแจหน้าเว็บน่ะเหรอ? นั่นมันเหมือนยามเฝ้าประตู ป้องกันพวกนักล้วงข้อมูลไงล่ะ
- ตัวแม่ของความปลอดภัย: กุญแจล็อกคือ HTTPS เว็บไซต์ไหนมี แสดงว่า "เอ้อ ฉันเข้ารหัสข้อมูลนะจ๊ะ" ใครดักฟังกลางทางก็อ่านไม่ออกหรอก (มั้ง)
- เพิ่มความมั่นใจ: ลูกค้าเห็นกุญแจ ก็เหมือนเห็นตำรวจยืนอยู่หน้าบ้าน...สบายใจขึ้นเยอะ! กล้ากรอกข้อมูล กล้าซื้อของ ไงล่ะ
- ธุรกิจโตไว: ไม่มีใครอยากให้ข้อมูลรั่วหรอก เชื่อฉันสิ เว็บปลอดภัย ลูกค้าก็มา เงินทองก็ไหลมาเทมา จบนะ!
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญมาก):
- HTTPS ไม่ได้กันได้ทุกอย่าง: ถึงมีกุญแจ ก็อย่าเผลอกดลิงก์แปลกๆ หรือใส่รหัสผ่านมั่วซั่ว พวกแฮกเกอร์ฉลาดกว่าที่เราคิดเยอะ!
- กุญแจหาย = สัญญาณอันตราย: ถ้ากุญแจแดง หรือไม่มีกุญแจเลย...รีบปิดเว็บหนีไป! อย่าเสี่ยง!
- เช็คให้ดีก่อน: บางทีกุญแจก็หลอกเราได้ (ฮา) ลองดูใบรับรอง (certificate) ของเว็บไซต์ด้วยนะ ว่าของจริงหรือของปลอม!
จำไว้! กุญแจล็อกไม่ใช่ยาวิเศษ แต่มันคือ "เกราะ" ที่ช่วยป้องกันเราจากอันตรายในโลกออนไลน์ได้ระดับนึง...อย่าประมาท!
เราจะทราบได้อย่างไรว่าเว็บไซต์ที่เรากำลังใช้งานมีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่ง
เว็บแม่งเข้ารหัสไหม? ดูไอคอนข้าง URL ถ้ามีรูปกุญแจก็รอดไป
- กุญแจ: ปลอดภัย ข้อมูลมึงไม่รั่ว (ง่ายๆ)
- เครื่องหมายตกใจ: เสี่ยงเหี้ยๆ คิดดีๆก่อนกรอกเหี้ยไรลงไป
- "ไม่ปลอดภัย": อย่าเข้าไปเลย สัส
อย่าไว้ใจใคร แม้แต่เว็บที่มึงเข้าประจำ
ข้อมูลเพิ่มเติม (สำหรับพวกชอบขุด):
- HTTPS: โปรโตคอลเข้ารหัส ถ้าไม่มีตัว "S" อย่าหวังความปลอดภัย
- ใบรับรอง SSL/TLS: เว็บที่น่าเชื่อถือต้องมี ถ้าหมดอายุ ก็ตัวใครตัวมัน
- เช็ค Whitelist/Blacklist ของกูเกิล แม่งช่วยได้เยอะ
อย่าโลกสวย โลกแม่งโหดร้ายกว่าที่คิด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต