เลนส์ 18-140 คืออะไร
เลนส์ 18-140 คืออะไร: ซูม 7.8 เท่าและเบาลง 36%
การเลือกใช้ เลนส์ 18-140 คืออะไร เพิ่มความคล่องตัวในการบันทึกภาพช่วงเวลาสำคัญอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้ง. ความเข้าใจคุณสมบัติเฉพาะช่วยในการตัดสินใจเลือกเลนส์ที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาการพกพากล้องน้ำหนักมากหรือความยุ่งยากในการใช้งานระหว่างเดินทางท่องเที่ยว.
เลนส์ 18-140 คืออะไร: เจาะลึกเลนส์ซูมอเนกประสงค์ที่ช่างภาพสายเที่ยวต้องมี
เลนส์ 18-140 คือเลนส์ซูมอเนกประสงค์ (All-in-One) ที่ออกแบบมาเพื่อกล้องเซ็นเซอร์ขนาด DX หรือ APS-C โดยเฉพาะจากค่าย Nikon มีจุดเด่นคือช่วงซูมที่ครอบคลุมตั้งแต่ระยะมุมกว้าง (18mm) ไปจนถึงระยะเทเลโฟโต้ (140mm) ทำให้ถ่ายได้ทั้งวิวทิวทัศน์และภาพดึงซูมในตัวเดียว - แต่มีรายละเอียดสำคัญอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไปซึ่งส่งผลต่อคุณภาพรูปโดยตรง ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของข้อจำกัดด้านล่าง
การเข้าใจระยะ 18-140mm เป็นเรื่องพื้นฐานที่เปลี่ยนวิธีการถ่ายภาพของคุณได้เลย เลนส์ตัวนี้ให้กำลังขยายประมาณ 7.8 เท่า เมื่อเทียบกับเลนส์คิทมาตรฐานอย่าง 18-55mm [1] ที่แถมมากับกล้อง รุ่น 18-140mm ให้ระยะซูมที่มากกว่าถึงเกือบ 3 เท่าตัว ความสะดวกนี้แลกมาด้วยการออกแบบชิ้นเลนส์ที่ซับซ้อนเพื่อให้ความคมชัดยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดช่วงซูม
ในฐานะคนที่ใช้เลนส์ตัวนี้มาตั้งแต่วันแรกที่หัดถ่ายภาพ บอกเลยว่ามันคือเลนส์ที่ทำให้ผมไม่ต้องแบกกระเป๋าหนักๆ ไปเที่ยวเชียงใหม่ ผมเคยพยายามพกเลนส์ 3 ตัวไปทริปหนึ่ง - สรุปคือเปลี่ยนเลนส์ไม่ทันนกบินหนีไปก่อน การมีเลนส์ที่ทำได้ทุกอย่างในตัวเดียวจึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากกว่าทฤษฎีในหนังสือ
ทำไมระยะ 18-140mm ถึงถูกเรียกว่าเลนส์เที่ยวทั่วไทย
ความหมายของระยะ เลนส์ 18-140mm ในเชิงเทคนิคคือความยืดหยุ่นที่หาตัวจับยาก ระยะ 18mm ให้มุมมองกว้างประมาณ 76 องศา ซึ่งกว้างพอสำหรับการเก็บภาพวัดวาอารามหรือภูเขาในพื้นที่แคบๆ ขณะที่ระยะ 140mm จะบีบมุมมองเหลือเพียง 11 องศา ช่วยให้คุณถ่ายภาพสตรีทหรือภาพใบหน้าบุคคล (Portrait) โดยที่ฉากหลังเบลอสวยงาม
เลนส์รุ่นล่าสุดในตระกูล Z DX สามารถโฟกัสได้ใกล้สุดเพียง 20 เซนติเมตรที่ระยะ 18mm[5] ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพอาหารบนโต๊ะหรือดอกไม้ริมทางได้โดยไม่ต้องถอยหลังหนี ประสิทธิภาพการใช้งานแบบนี้ทำให้เลนส์ 18-140mm กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเลนส์ท่องเที่ยวแทนที่ระยะ 18-105mm รุ่นเก่าที่ครองตลาดมานาน
เจาะลึกเทคโนโลยีในเลนส์ 18-140mm
ภายในกระบอกเลนส์อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ตัวเครื่องประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 17 ชิ้น แบ่งเป็น 13 กลุ่ม โดยมีชิ้นเลนส์พิเศษอย่าง ED (Extra-low Dispersion) ที่ช่วยลดการกระจายแสงผิดเพี้ยน และชิ้นเลนส์ Aspherical ที่ช่วยลดความบิดเบี้ยวของภาพที่มุมกว้าง
นอกจากนี้ ระบบกันสั่น VR (Vibration Reduction) คือหัวใจสำคัญ เลนส์ 18-140mm รุ่นปัจจุบัน (Z DX) สามารถชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุดถึง 5 สต็อป [2] หมายความว่าคุณสามารถถือกล้องถ่ายภาพในที่แสงน้อยด้วยมือเปล่าได้โดยที่ภาพไม่เบลอ แม้จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงกว่าปกติถึง 32 เท่าก็ตาม
เชื่อไหมครับ? สมัยผมเริ่มถ่ายภาพใหม่ๆ ผมเคยไม่เชื่อเรื่องระบบกันสั่น ผมคิดว่าแค่ถือให้นิ่งก็พอแล้ว ผลคือภาพเบลอไปเกือบครึ่งทริป - น่าเจ็บใจจริงๆ จนกระทั่งได้ลองใช้เลนส์ที่มีระบบ VR ช่วยในที่มืด ผมถึงเข้าใจว่าเทคโนโลยีพวกนี้ไม่ได้มีไว้หลอกขายของ แต่มันคือตัวช่วยให้เราได้ภาพในจังหวะที่ยากที่สุด
ความแตกต่างระหว่างรุ่น DSLR (F-mount) และ Mirrorless (Z-mount)
หากคุณกำลังมองหาเลนส์ตัวนี้ในตลาด คุณจะพบว่ามีสองเวอร์ชันหลักที่หน้าตาและราคาต่างกันอย่างเห็นได้ชัด รุ่นสำหรับกล้อง DSLR (AF-S DX) มีน้ำหนักประมาณ 490 กรัม ในขณะที่รุ่นใหม่สำหรับกล้อง Mirrorless (Z DX) มีน้ำหนักเพียง 315 กรัมเท่านั้น [3] เบาลงถึง 36% ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบเมาท์เลนส์ที่ใหญ่ขึ้นแต่ระยะห่างจากเซ็นเซอร์สั้นลง
รุ่น Z DX ไม่เพียงแต่เบากว่า แต่ยังมีมอเตอร์โฟกัสแบบ Stepping Motor (STM) ที่ทำงานได้เงียบสนิทและนุ่มนวลกว่ารุ่น เลนส์ 18-140mm เดิมมาก เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอ VLOG ที่ไม่อยากให้มีเสียงมอเตอร์เลนส์หลุดเข้าไปในไมโครโฟน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มวงแหวนควบคุมที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ใช้สำหรับปรับค่าชดเชยแสงหรือ ISO ได้โดยตรงจากกระบอกเลนส์
ลองนึกภาพการพกกล้องไปเดินเยาวราชทั้งวันดูครับ ส่วนต่างน้ำหนักเกือบ 2 ขีดนั้นดูเหมือนน้อย แต่พอผ่านไป 4 ชั่วโมง มันคือความแตกต่างระหว่างการสนุกกับการถ่ายภาพหรือการอยากรีบกลับไปนอนพักที่โรงแรม เลนส์รุ่นใหม่จึงไม่ได้แค่ดีที่ภาพ แต่ดีที่สุขภาพไหล่ของเราด้วย
ข้อจำกัดที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
มาถึงเฉลยที่ผมค้างไว้ตอนต้นครับ เลนส์ 18-140mm มีข้อจำกัดสำคัญคือ ค่ารูรับแสงกว้างสุด (Aperture) ที่ไหลไปตามระยะซูม โดยจะเริ่มที่ f/3.5 ที่ 18mm และไหลไปถึง f/6.3 ที่ 140mm ในรุ่น Mirrorless (หรือ f/5.6 ในรุ่น DSLR) สิ่งนี้หมายความว่าเมื่อคุณซูมสุด แสงจะเข้าสู่เลนส์ได้น้อยลงกว่าช่วงมุมกว้างเกือบ 2 เท่า
การที่แสงเข้าน้อยลงทำให้ในที่แสงน้อย กล้องต้องดัน ISO สูงขึ้นเพื่อให้ได้ภาพที่สว่างพอ ซึ่งอาจนำมาซึ่งสัญญาณรบกวน (Noise) ในภาพได้ นี่คือสาเหตุที่เลนส์ตัวนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพดาวหรือการถ่ายภาพในคอนเสิร์ตที่แสงมืดมากๆ
ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ ไม่มีเลนส์ตัวไหนสมบูรณ์แบบ เลนส์ซูมช่วงกว้างแบบนี้มักจะมีอาการภาพมืดที่ขอบภาพ (Vignetting) บ้างที่ระยะกว้างสุด แต่โชคดีที่กล้องสมัยใหม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้อัตโนมัติผ่านซอฟต์แวร์ในตัวกล้อง ดังนั้นอย่าตกใจไปถ้าเห็นขอบภาพมืดเล็กน้อยในไฟล์ดิบ
สั้นๆ คือคุณได้ความสะดวกแต่เสียเรื่องความสว่างของภาพไปบ้าง คุ้มไหม? สำหรับนักเดินทางส่วนใหญ่ คำตอบคือคุ้มเกินคุ้มครับ
เปรียบเทียบเลนส์ 18-140mm กับเลนส์คิทรุ่นอื่นๆ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเลนส์ 18-140mm คุ้มค่าแก่การอัปเกรดหรือไม่ ลองมาดูการเปรียบเทียบกับเลนส์คิทมาตรฐานที่มักติดมากับตัวกล้อง
เลนส์มาตรฐาน 18-55mm
ซูมได้ 3 เท่า เหมาะสำหรับถ่ายภาพทั่วไปและเซลฟี่
ราคาถูกที่สุด มักแถมมาฟรีกับกล้องชุดเริ่มต้น
เบามาก ประมาณ 200 กรัม พกพาสะดวกที่สุด
มักจะซูมไม่ถึงเมื่อต้องการถ่ายนกหรือวัตถุที่อยู่ไกล
เลนส์อเนกประสงค์ 18-140mm ⭐
ซูมได้ 7.8 เท่า ครอบคลุมตั้งแต่มุมกว้างถึงระยะไกล
ราคาสูงกว่า แต่คุ้มค่าเพราะใช้แทนเลนส์ได้ถึง 2 ตัว
ปานกลาง (315-490 กรัม) แลกมาด้วยช่วงซูมที่ยาวกว่า
เลนส์ตัวเดียวจบ ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ระหว่างทริป
เลนส์ซูมไกล 50-250mm
ซูมได้ไกลมาก เหมาะสำหรับถ่ายกีฬาหรือสัตว์ป่า
ราคาปานกลาง แต่มักต้องซื้อแยกเป็นเลนส์ตัวที่สอง
ค่อนข้างยาวและต้องการพื้นที่ในกระเป๋ามากกว่า
ไม่สามารถถ่ายมุมกว้างได้ ต้องพกเลนส์ตัวอื่นเพิ่มเสมอ
หากคุณเป็นสายท่องเที่ยวที่ต้องการความคล่องตัว 18-140mm คือผู้ชนะที่ชัดเจน เพราะมันรวมข้อดีของเลนส์ทั้งสองช่วงไว้ในตัวเดียว ช่วยลดความเสี่ยงที่ฝุ่นจะเข้าเซ็นเซอร์จากการเปลี่ยนเลนส์บ่อยๆ ได้ดีเยี่ยมทริปแบกเป้ของเก่ง: จากภูเขาสู่ถนนคนเดิน
เก่ง กราฟิกดีไซน์เนอร์วัย 26 ปีจากกรุงเทพฯ ตัดใจซื้อเลนส์ 18-140mm มาใช้แทนเลนส์เดิมก่อนทริปน่าน 4 วัน เขาอยากได้ภาพที่ดูโปรแต่ไม่อยากแบกขาตั้งกล้องและกระเป๋าเลนส์ใบใหญ่เพราะต้องซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เที่ยว
วันแรกเขาพยายามถ่ายภาพวัดภูมินทร์ด้วยระยะ 18mm แต่ภาพที่ได้กลับดูธรรมดาไปหน่อย เขาเกือบจะถอดใจและคิดว่าเลนส์ตัวนี้อาจจะไม่คมพอสำหรับงานคุณภาพสูง
หลังจากลองปรับมาใช้ระยะ 50mm แล้วถอยห่างออกมานิดนึง เขาถึงค้นพบว่าเลนส์ตัวนี้ให้มิติภาพที่สวยงามที่สุดในช่วงกลางๆ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสนุกกับการใช้ซูมดึงภาพยอดดอยที่อยู่ไกลออกไป
ผลลัพธ์คือเก่งได้ภาพกว่า 500 ใบที่คมชัดโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์เลยตลอดทริป น้ำหนักที่หายไปจากกระเป๋าทำให้เขาเดินเที่ยวได้นานขึ้นและไม่รู้สึกล้าจนหมดสนุกเหมือนทริปก่อนๆ
ข้อสรุปและสรุปผล
ความอเนกประสงค์คือหัวใจหลักเลนส์ตัวเดียวครอบคลุมช่วงการซูมถึง 7.8 เท่า ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ 90% โดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์
น้ำหนักเบาลงในรุ่นใหม่รุ่น Z DX สำหรับ Mirrorless เบาลง 36% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ช่วยให้พกพาท่องเที่ยวได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยล้า
ระบบกันสั่นคือตัวช่วยสำคัญกันสั่น 5 สต็อปช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้นิ่งขึ้น ลดความจำเป็นในการพกขาตั้งกล้องในหลายสถานการณ์
ระวังเรื่องรูรับแสงไหลเมื่อซูมไปที่ระยะเทเล แสงจะเข้าน้อยลง ควรใช้คู่กับ ISO ที่เหมาะสมหรือถ่ายในที่ที่มีแสงเพียงพอเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด
กรณีพิเศษ
เลนส์ 18-140 ถ่ายคนแล้วฉากหลังเบลอไหม?
ทำได้ครับ แม้ค่ารูรับแสงจะไม่กว้างเท่าเลนส์ฟิกซ์ แต่หากคุณซูมไปที่ระยะ 100-140mm แล้วอยู่ห่างจากตัวบุคคลพอสมควร โดยให้ฉากหลังอยู่ห่างออกไปไกลๆ คุณจะได้ภาพหน้าชัดหลังเบลอที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงามมาก
ใช้เลนส์รุ่น DSLR กับกล้อง Mirrorless ได้ไหม?
ใช้ได้ครับ แต่คุณจำเป็นต้องมีตัวแปลงที่เรียกว่า FTZ Mount Adapter การใช้งานจะสมบูรณ์ทุกอย่าง ทั้งระบบโฟกัสและกันสั่น แต่อาจจะทำให้ความสมดุลของกล้องดูหน้าหนักไปนิดนึงเพราะตัวเลนส์ DSLR มีขนาดใหญ่กว่า
เลนส์ตัวนี้กันน้ำกันฝุ่นไหม?
โดยปกติแล้วเลนส์ 18-140mm จะมีการซีลยางป้องกันฝุ่นและละอองน้ำเบื้องต้นที่บริเวณเมาท์เลนส์ (Weather Sealing) สามารถทนละอองฝนเบาๆ ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้งานท่ามกลางฝนตกหนักหรือลุยน้ำโดยตรงครับ
เอกสารอ้างอิง
- [1] Imaging - เลนส์ตัวนี้ให้กำลังขยายประมาณ 7.8 เท่า เมื่อเทียบกับเลนส์คิทมาตรฐานอย่าง 18-55mm
- [2] Imaging - เลนส์ 18-140mm รุ่นปัจจุบันสามารถชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุดถึง 5 สต็อป
- [3] Imaging - รุ่นสำหรับกล้อง DSLR (AF-S DX) มีน้ำหนักประมาณ 490 กรัม ในขณะที่รุ่นใหม่สำหรับกล้อง Mirrorless (Z DX) มีน้ำหนักเพียง 315 กรัมเท่านั้น
- [5] Imaging - เลนส์รุ่นล่าสุดในตระกูล Z DX สามารถโฟกัสได้ใกล้สุดเพียง 20 เซนติเมตรที่ระยะ 18mm
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต