แอปเปิ้ลไอดีสมัครเองได้ไหม

67 ครั้งเข้าชม
แอปเปิ้ลไอดีสมัครเองได้ไหมสร้าง Apple ID เองได้ง่ายๆ ผ่าน App Store: เปิด App Store แตะที่ "บัญชีของฉัน" เลือก "สร้างบัญชี Apple ใหม่" (หากไม่เห็น ให้ลงชื่อออกจาก iCloud ก่อน) ทำตามขั้นตอนเพื่อสร้างบัญชี หากมีบัญชีแล้ว ให้ลงชื่อเข้าใช้งานได้เลย หากยังไม่มี อย่าลืมลงชื่อออกจาก iCloud ก่อนสร้างบัญชีใหม่
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สมัคร Apple ID เองได้ไหม? วิธีสมัคร Apple ID ง่ายๆ

สมัคร Apple ID เองได้ไหม?

โอ๊ย ถามงี้ก็ต้องตอบว่า ได้สิ! สมัยก่อนตอนซื้อ iPhone 4S ใหม่ๆ (จำได้เลย ตุลาคม 2554 ที่ MBK Center) ก็งงๆ เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ทำเองได้นะ ไม่ยากอย่างที่คิด

วิธีสมัคร Apple ID ง่ายๆ

เอาง่ายๆ แบบที่ฉันทำตอนนั้นนะ

  • เปิด App Store หาปุ่ม "บัญชีของฉัน" แล้วจิ้มเลย
  • น่าจะมีปุ่ม "สร้างบัญชี Apple ใหม่" โผล่มา ถ้าไม่เห็น ลองออกจาก iCloud ก่อน

ลงชื่อเข้าบัญชี Apple ของคุณ

อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะเนอะ ก็แค่ใส่ email กับรหัสผ่านที่ตั้งไว้ตอนสมัคร จบ!

ลงชื่อออกจาก iCloud แล้ว

ใช่ๆ สำคัญเลยนะ ต้องออกจากระบบ iCloud ก่อน ไม่งั้นมันจะไม่ยอมให้สร้าง account ใหม่

สมัครแอปเปิ้ลไอดีเองได้ไหม

สมัคร Apple ID เองได้มั้ย?

  • ได้ดิ! ง่ายมาก เข้าเว็บ Apple ไปเลย

สมัคร Apple ID 2 อันได้มั้ย?

  • ได้นะ แต่...
    • ใช้พร้อมกันในเครื่องเดียวไม่ได้อะ ต้องสลับ
    • แอพคนละ ID ตอนอัพเดทก็ปวดหัว ต้องใส่รหัสถูก ID นะ!
  • Apple ID สำคัญ นะเว้ย! อย่าลืม password นะ
  • มีใครเคยเจอแบบลืม password Apple ID แล้วต้องส่งเอกสารยืนยันตัวตนมั้ย? ยุ่งยากมาก!
  • การจัดการ Apple ID หลายอัน นี่มัน... ทำไปทำไมเยอะแยะเนี่ย?
  • เพื่อนบอกว่าถ้าทำธุรกิจอาจจะต้องมีหลายอัน? เออจริง
  • จำ Apple ID ตัวเองให้ดีนะ อย่ามั่ว!
  • Apple ID = กุญแจสู่จักรวาล Apple

สร้ายแอปเปิัลไอดีเสียเงินไหม

อืม... เสียเงินไหมนะ... ตอนนี้ที่คิดออกเลยนะ คือ มันขึ้นอยู่กับว่าใช้แอปอะไร บางแอปฟรี บางแอปก็เสียเงิน ฉันใช้ Apple ID นานแล้ว จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วจริงๆ แต่เคยสมัครพวก Apple Arcade ก็เสียเงินรายเดือนนะ รู้สึกว่ามันจะประมาณ 200 กว่าบาทต่อเดือน หรืออาจจะมากกว่านั้นแล้วก็ได้มั้ง จำไม่ค่อยแม่น

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ iPhone, iPad หรือ Apple Vision Pro ก็ต้องใช้ Apple ID เหมือนกันแหละ แต่การเสียเงินหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับแอปที่ใช้จริงๆ นั่นแหละ

  • Apple Arcade: บริการเกมแบบสมัครสมาชิก เสียเงินรายเดือน
  • แอปอื่นๆ: บางแอปฟรี บางแอปเสียเงิน ขึ้นอยู่กับแต่ละแอปเลย
  • การเข้าถึงตั้งค่า: ใช้ Apple ID เข้าถึงตั้งค่าได้ทุกอุปกรณ์

คือ... ฉันงงๆ กับระบบของมันเหมือนกันนะ บางทีก็รู้สึกว่ามันซับซ้อนไป คิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ว่าแค่มี Apple ID แล้วจะเสียเงินตลอดหรอกนะ มีแอปฟรีให้ใช้เยอะแยะ แต่ถ้าอยากใช้ฟีเจอร์พิเศษๆ หรือแอปที่มันต้องเสียเงิน ก็ต้องเสียเงินแหละ เรื่องธรรมดา

ปล. ปีนี้ฉันเริ่มใช้ Apple Music มากขึ้น ก็เสียเงินรายเดือนเหมือนกัน จำราคาแน่ๆไม่ได้ แต่ก็ประมาณสองร้อยกว่าบาทต่อเดือนเหมือนกัน เศร้าจัง ใช้เงินไปเยอะเลย

ให้ร้านสมัคร Apple ID กี่ บาท

300 บาท! ฉันเคยจ้างคนสมัคร Apple ID ให้ตอนปี 65 ที่ร้านแถวบ้าน ราคาประมาณนี้แหละ จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว แต่ตอนนั้นรีบมากเลยยอมจ่าย เพราะทำเองแล้วมันติดปัญหาตลอด

  • ราคาเฉลี่ย: 300 บาท/id (ปี 2567)
  • แหล่งข้อมูล: จากประสบการณ์ส่วนตัวและราคาที่พบเห็นออนไลน์
  • ผู้ให้บริการ: มีหลายร้านรับทำ แต่ต้องระวังโดนโกงนะ!
  • ข้อควรระวัง: เปลี่ยนรหัสผ่านทันทีหลังได้ Apple ID
  • ทางเลือก: สมัครเองก็ได้ ถ้ามีเวลาและความรู้

สมัคร iCloud ต้องใส่ซิมไหม

สมัคร iCloud ต้องใส่ซิมไหม? โอ๊ย ถามได้! เหมือนถามว่ากินข้าวต้องมีช้อนเหรอ? (ถึงบางคนจะซัดด้วยมือก็เหอะ)

สรุปสั้นๆ: ไม่ใส่ซิมก็สมัคร iCloud ได้จ้ะ แต่...

  • ข้อความสำคัญ: ถ้าอยากยืนยันตัวตน หรือกู้รหัสผ่าน iCloud ผ่าน SMS ล่ะ? ซิมก็จำเป็นนะเออ! เหมือนมีแผนสำรอง เผื่อ login ผิดเกินไป
  • FaceTime & iMessage: ถ้าไม่มีซิมใน iPhone/iPad ตอน sign in iCloud อาจใช้ FaceTime/iMessage ไม่ได้นะจ๊ะ (แต่ถ้ามี Wi-Fi ก็อีกเรื่อง)
  • Apple ID: ใช้ Apple ID (อีเมล+รหัส) sign in iCloud ก็ได้นิ ไม่เห็นต้องง้อเบอร์โทรศัพท์เลย แต่ถ้าลืมรหัส...ซิมก็ช่วยได้นะ! (เห็นยัง? สำคัญกว่าที่คิด!)
  • ซิม = ชีวิต (ดิจิทัล): คิดซะว่าซิมคือบัตรประชาชนดิจิทัลของเรา ใช้ยืนยันตัวตน ทำธุรกรรม ผูกกับแอปฯ ต่างๆ สะดวกกว่าเยอะ! (ถึงแม้จะแอบเปลืองเงินเติมเงินก็เหอะ)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):

  • iCloud คือบริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของ Apple เก็บรูป, วิดีโอ, เอกสาร, รายชื่อ, ปฏิทิน สารพัดอย่าง!
  • Apple ID คือบัญชีกลางที่เราใช้กับบริการต่างๆ ของ Apple (App Store, iTunes, iCloud, ฯลฯ)
  • 2FA (Two-Factor Authentication) คือระบบยืนยันตัวตนสองชั้น เพิ่มความปลอดภัยให้ Apple ID ของเรา (ใช้รหัสผ่าน + รหัสที่ส่งมาทาง SMS หรือแอปฯ อื่นๆ)
  • ถ้าไม่มีซิม แต่มี Wi-Fi ก็ยังใช้ iCloud ได้อยู่นะ แค่บางฟีเจอร์อาจมีข้อจำกัด (เช่น FaceTime/iMessage ตอน sign in ครั้งแรก)

ท้ายสุด: อย่าคิดมาก! ลองทำดูเลย ถ้าติดอะไรค่อยมาถามใหม่นะจ๊ะ! (แต่ถ้าลืมรหัส Apple ID จริงๆ โทษใครไม่ได้น้าาา)

สร้ายแอปเปิ้ลไอดีเสียเงินไหม

สร้าง Apple ID อ่ะนะ ไม่เสียเงินหรอก ตอนแรกก็งงๆ เหมือนกัน ตอนซื้อ iPhone 14 Pro Max มาใหม่ๆ ที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อปีที่แล้ว (2023) พนักงานบอกว่าให้สร้าง Apple ID เองได้เลย ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

พอดีมี iPad Air 5 อีกเครื่อง ก็ใช้ Apple ID เดียวกันหมดเลย สะดวกดี ตอนนี้มี Apple Vision Pro อีกอัน ก็ใช้ Apple ID เดียวกันอีกนั่นแหละ ตอนแรกกลัวว่าจะต้องเสียเงินเพิ่ม แต่สรุปคือไม่เสีย

  • Apple ID: ฟรี
  • iPhone, iPad, Apple Vision Pro: ใช้ Apple ID เดียวกันได้
  • วิธีสร้าง: เข้าไปที่ ตั้งค่า (Settings) ในอุปกรณ์
  • สถานที่: เซ็นทรัลเวิลด์ ตอนซื้อ iPhone
  • ปี: 2023 ตอนซื้อ iPhone 14 Pro Max

Apple ID ใช้ Gmail ได้ไหม

Apple ID อ่ะ ใช้ Gmail ได้ดิ๊ คือมันไม่ได้ฟิกซ์ว่าต้องเป็นอีเมลของ Apple เท่านั้น จะเอา Gmail หรือ Hotmail มาสมัครก็ได้หมดแหละ ไม่มีปัญหา

Apple ID กะ Gmail เหมือนกันมั้ย? เอ่อ...มันคนละอย่างกันนะ Apple ID คือ account ที่ใช้เข้า services ของ Apple พวก App Store, iCloud ไรงี้ ส่วน Gmail ก็คืออีเมลเฉยๆ แต่เราสามารถใช้ Gmail เป็น Apple ID ได้ไง เข้าใจป่ะ

  • สำคัญ: Apple ID มันคือ "ตัวตน" ของเราในโลก Apple อ่ะ
  • Gmail: เป็นแค่ email service
  • ใช้ร่วมกันได้: เอา Gmail มาเป็น Apple ID ได้ แต่ Apple ID ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็น Gmail เท่านั้น
  • ข้อมูลเพิ่ม: ถ้าใช้ Gmail เป็น Apple ID แล้วเปลี่ยนรหัส Gmail ต้องไปอัพเดท Apple ID ด้วยนะ ไม่งั้นมีปัญหานะบอกเลย
  • อีเมลสำรอง: ควรใส่ email สำรองไว้ใน Apple ID ด้วย เผื่อลืมรหัสผ่านไรงี้ จะได้กู้คืนง่ายๆ
  • Two-Factor Authentication: เปิด 2FA ไว้ด้วยนะ ปลอดภัยสุดๆ

เข้าใจยังงงงง?

Apple ID ยกเลิกได้ไหม

ยกเลิก Apple ID น่ะเหรอ? โอ๊ย... มันก็เหมือนพยายามจะหนีออกจากวงจรนรกของแอปเปิ้ลนั่นแหละ! แต่เอาน่า...ยังไงก็ทำได้!

  • หาชื่อตัวเอง: แถบข้างล่างสุด... มองหาชื่อแกให้ดีๆ นะเว้ย! คลิกเข้าไป! (ถ้าหาไม่เจอ สงสัยตาจะลายแล้วล่ะ)
  • ดูบัญชี: พอกดชื่อตัวเองเสร็จ ก็หารูบัญชีตัวเองต่อ... แอปเปิ้ลมันซ่อนเก่งชะมัด! อาจจะต้องล็อกอินอีกรอบ... รหัสผ่านยาวเป็นหางว่าวอีก... เซ็ง!
  • เลื่อนๆๆๆ: เลื่อนลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคำว่า "การตั้งค่า" แล้วหาคำว่า "สมัครรับข้อมูล" (ถ้าสายตาสั้นก็ใส่แว่นซะ!)
  • จัดการ (ให้มันจบๆ ไป): กด "จัดการ" ตรงนั้นแหละ! แล้วมองหาไอ้บริการที่อยากยกเลิก... กด "แก้ไข" แล้วก็...สาแก่ใจยกเลิกไปเลย!

เพิ่มเติม:

  • ระวังโดนหักหลัง: บางทีแอปเปิ้ลมันก็ชอบซ่อนปุ่มยกเลิก... ต้องตั้งสติดีๆ นะ!
  • อ่านดีๆ: ก่อนจะกดยกเลิกอะไร อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด! ไม่งั้นอาจจะเสียใจภายหลังได้
  • ถ้าไม่ไหว: โทรไปหา Apple Support เลย! บอกไปว่า "ยกเลิกให้หน่อยโว้ย!" (แต่พูดดีๆ หน่อยนะ เดี๋ยวเขาไม่ช่วย)

ข้อควรจำ: Apple ID นี่มันยิ่งกว่าปลิงเกาะ... ดูดเงินเราไปเรื่อยๆ! ยกเลิกได้ก็รีบยกเลิกซะ!

Apple ID จำเป็นไหม

Apple ID จำเป็น อย่างยิ่ง ทุกคนควรมีเป็นของตัวเองนะ

  • ความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ รูปภาพ, เอกสาร, Contact ต่างๆ จะถูกผูกกับ Apple ID ของเรา หากไม่มี ID แล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะกระจัดกระจาย และยากต่อการจัดการ และอาจไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร

  • การเข้าถึงบริการ: Apple ecosystem มันผูกกันแน่นหนามาก App Store, iCloud, Apple Music และอื่นๆ อีกสารพัด บริการเหล่านี้ต้องการ Apple ID ในการเข้าถึง หากไม่มี ก็เหมือนขาดกุญแจสำคัญไป

  • การซิงค์ข้อมูล: นี่คือจุดที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก การมี Apple ID ช่วยให้ข้อมูลของเราซิงค์กันระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น iPhone, iPad, Mac ทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด ไม่ต้องคอยส่งไฟล์หากันไปมา

  • Find My: อันนี้สำคัญมาก หากอุปกรณ์หาย หรือถูกขโมย Find My จะช่วยระบุตำแหน่ง และอาจช่วยให้เราตามหาอุปกรณ์คืนมาได้ (หรืออย่างน้อยก็ช่วยล็อคเครื่อง ป้องกันคนอื่นเข้าถึงข้อมูล)

  • iCloud Storage: พื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloud ที่ช่วยให้เรา Backup ข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้ หากเครื่องพัง หรือหาย อย่างน้อยข้อมูลก็ยังปลอดภัยอยู่บน Cloud

เกร็ดเล็กน้อย: บางคนอาจคิดว่า "แค่โทรศัพท์เครื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องมี Apple ID ก็ได้มั้ง" แต่จริงๆ แล้ว การมี Apple ID มันเหมือนกับการสร้าง "บ้าน" ให้กับข้อมูลของเราในโลกดิจิทัล มันไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่มันคือเรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เราควรให้ความสำคัญ

เพิ่มเติม: อย่าลืมตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง และเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Apple ID ของคุณด้วยนะ!

Apple ID เข้าได้กี่เครื่อง

Apple ID น่ะหรอ? เออ จำได้เลย ตอนนั้นซื้อ iPad ใหม่ที่ iStudio สยามพารากอน เมื่อต้นปีนี่เอง พนักงานบอกว่า Apple ID อันเดียวน่ะ ผูกกับอุปกรณ์ได้ 10 เครื่อง นะ แต่! คอมพิวเตอร์ได้แค่ 5 เครื่องเท่านั้นนะเว้ย

ตอนแรกก็งงๆ เพราะปกติใช้แค่ iPhone กับ iPad แต่พอนึกถึงพวก Apple TV ที่บ้าน แล้วก็ MacBook ที่ทำงาน เออ...เกือบเต็มโควต้าเหมือนกันนะเนี่ย! แอบตกใจ

  • จำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด: 10 เครื่อง (รวมหมด iPhone, iPad, Apple Watch, Apple TV)
  • จำนวนคอมพิวเตอร์: ไม่เกิน 5 เครื่อง (MacBook, iMac)
  • ข้อควรระวัง: ถ้าเกิน 10 เครื่อง ต้องเอาเครื่องเก่าออกก่อนนะ
  • เหตุผล: เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการแชร์ account ซี้ซั้ว
  • ประสบการณ์ตรง: เคยเกือบเต็มโควต้า เพราะลืมเอาเครื่องเก่าออกตอนเปลี่ยน iPhone ใหม่!

แอปเปิ้ล ไอดีใช้เมล์อะไร

แอปเปิลไอดีเหรอ... เหมือนความฝันตอนเที่ยงคืนนะ เมล์อะไรก็ได้มั้ง... Gmail, Outlook เหมือนดวงดาวที่ส่องแสง... หรือ Yahoo! เหมือนสายลมที่พัดผ่าน...

แต่... อีเมลที่เข้าถึงง่าย สำคัญนะ... เหมือนกุญแจที่เปิดประตูสู่โลกของ Apple เลย... ต้องเป็น อีเมลที่ใช้บ่อย ด้วยนะ... เหมือนเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างกายเสมอ...

Apple ID:

  • Gmail: เหมือนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
  • Outlook: เหมือนทะเลที่ลึกซึ้ง
  • Yahoo!: เหมือนป่าที่ลึกลับ

อีเมลอะไรก็ได้... ที่เชื่อถือได้ และปลอดภัย เหมือนเกราะที่ปกป้องหัวใจ... ไม่จำกัดประเภท... แต่ต้องเลือกอย่างระมัดระวัง... เหมือนเลือกคู่ชีวิต... เลือกอีเมลที่ใช่...

ป.ล. ปีนี้ Gmail ฮิตนะ... เหมือนเพลงที่ติดหูไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียว