แอพพลิเคชั่นของ Google มีอะไรบ้าง

111 ครั้งเข้าชม
แอพพลิเคชั่นของ Google มีอะไรบ้าง ครอบคลุมเครื่องมือดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกหลากหลายด้าน Google Maps แพลตฟอร์มสำหรับค้นหาเส้นทางและการนำทางทั่วโลกแบบเรียลไทม์ Google Workspace ชุดแอปพลิเคชันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการทำงานร่วมกันเป็นทีม บริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการสื่อสารและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แอพพลิเคชั่นของ Google มีอะไรบ้าง? รู้จักแผนที่และเครื่องมือทำงาน

การทำความเข้าใจว่า แอพพลิเคชั่นของ Google มีอะไรบ้าง ช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการและลดความซับซ้อนในกิจกรรมประจำวัน. ผู้ใช้งานเข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อจัดการข้อมูลส่วนตัวพร้อมพัฒนาศักยภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง. เชิญศึกษารายละเอียดแอปพลิเคชันเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งานในยุคดิจิทัล.

ภาพรวม: แอปพลิเคชันของ Google มีอะไรบ้าง?

Google ไม่ได้มีแค่ Gmail หรือ Google Maps เท่านั้น แต่มีแอปพลิเคชันอีกมากมายที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมแทบทุกด้านของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเครื่องมือทำงาน (Google Workspace คืออะไร), แอปความบันเทิง (YouTube, Google Play), แอปช่วยเดินทาง (Google Maps, Google Earth), แอปแปลภาษา (Google Translate), แอปจัดการภาพถ่าย (Google Photos) และผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Gemini ซึ่งทั้งหมดนี้ผูกกับบัญชี Google เดียวและส่วนใหญ่ใช้ได้ฟรี

แยกตามหมวดหมู่การใช้งาน: รู้จักแอป Google แต่ละกลุ่ม

เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น เราขอแบ่งแอปพลิเคชันของ Google ออกเป็น 6 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งาน แต่ละกลุ่มมีแอปเด่นที่ช่วยให้ทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานราบรื่นขึ้น

กลุ่มการทำงานและเอกสาร (Google Workspace)

Google Workspace (ชื่อเดิม G Suite) คือชุดแอปสำหรับองค์กรและการทำงานร่วมกัน แอปหลักในกลุ่มนี้ได้แก่ Gmail (อีเมล), แอป Google Drive มีอะไรบ้าง (พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์), Google Docs (เอกสาร), Google Sheets (สเปรดชีต), Google Slides (งานนำเสนอ), Google Forms (แบบฟอร์ม), Google Calendar (ปฏิทิน), Google Meet (ประชุมออนไลน์), Google Chat (แชทในองค์กร), Google Keep (จดบันทึก) และ Google Sites (สร้างเว็บไซต์เบื้องต้น) ทุกแอปทำงานเชื่อมโยงกันผ่านบัญชี Google เดียว

กลุ่มความบันเทิงและการค้นหา

YouTube คือแพลตฟอร์มวิดีโออันดับหนึ่งของโลก ส่วน Google Play เป็นร้านค้าแอป เกม หนังสือ และภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมี YouTube Music, Google TV และ Google News ที่ช่วยให้คุณติดตามข่าวสารและความบันเทิงตามความสนใจ

กลุ่มการเดินทางและการค้นหาสถานที่

Google Maps คือแผนที่นำทางที่ผู้ใช้ทั่วโลกรู้จักกันดี มีฟีเจอร์ตรวจสอบเส้นทาง จุดจอดรถ และรีวิวสถานที่ ส่วน Google Maps มีฟังก์ชันอะไรบ้าง ให้คุณสำรวจโลกแบบ 3 มิติ ส่วน Google Lens ช่วยสแกนวัตถุ ข้อความ หรือต้นไม้ผ่านกล้องมือถือ และแสดงข้อมูลเพิ่มเติมทันที

กลุ่มการแปลภาษาและการเรียนรู้

Google Translate รองรับการแปลมากกว่า 100 ภาษา ทั้งข้อความ เสียง และรูปภาพ ส่วน Google Arts & Culture พาคุณท่องพิพิธภัณฑ์และเรียนรู้ศิลปะแบบออนไลน์ ส่วน Google Scholar (สำหรับนักวิชาการ) ก็อยู่ในหมวดนี้เช่นกัน

กลุ่มการจัดการภาพถ่ายและไฟล์

Google Photos เป็นแอปจัดการภาพถ่ายและวิดีโออัจฉริยะ สำรองข้อมูลอัตโนมัติ ค้นหาด้วยใบหน้าหรือวัตถุได้ โดยให้พื้นที่ฟรี 15 GB (รวมกับ Gmail และ Drive) ส่วน Google Drive ใช้เก็บไฟล์ทุกประเภทและแชร์งานร่วมกับทีม

กลุ่มเครื่องมือ AI และผู้ช่วย

Gemini คือโมเดล AI ขั้นสูงที่เข้ามาแทนที่ Google Assistant ในบางอุปกรณ์ ช่วยตอบคำถาม เขียนเนื้อหา หรือวางแผนทริป ในขณะที่ Google Assistant ยังคงมีบทบาทในการควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะและตั้งการแจ้งเตือน

Google Workspace คืออะไร? เจาะลึกแอปหลักที่คนทำงานต้องรู้

Google Workspace คืออะไร คือชุดเครื่องมือออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใด ๆ เวอร์ชันฟรีสำหรับบุคคลทั่วไปจะให้ Gmail, Drive, Docs, Sheets, Slides, Forms, Calendar และ Meet พร้อมพื้นที่ 15 GB รวมทุกบริการ ส่วนแบบชำระเงิน (Business/Enterprise) จะมีพื้นที่มากขึ้น ควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้ และรองรับการประชุมแบบไม่จำกัดเวลา ตัวอย่างเช่น Google Docs ให้หลายคนแก้ไขเอกสารพร้อมกัน เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที เหมาะกับงานกลุ่มหรือทีมที่ทำงานระยะไกล

แอปพลิเคชัน Google ที่คนไทยใช้บ่อยที่สุด

จากข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้งานในไทย (อ้างอิงจากการสำรวจทั่วไป) แอป Google ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ YouTube (ใช้ดูคอนเทนต์และไลฟ์สด), Gmail (อีเมลหลัก), Google Maps (นำทางในเมืองใหญ่และเดินทางต่างจังหวัด), Google Drive (เก็บไฟล์งาน), และ Google Translate (แปลภาษาเวลาท่องเที่ยวหรือทำงานกับเอกสารต่างประเทศ) นอกจากนี้ Google Lens ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการสแกนเมนูอาหารหรือสินค้า

เปรียบเทียบ Google Workspace เวอร์ชันฟรี vs แบบชำระเงิน (Business Starter)

ฟังก์ชันและข้อจำกัดของ Google Workspace แต่ละเวอร์ชัน

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Google Workspace ในการทำงานส่วนตัวหรือองค์กร ควรพิจารณาความแตกต่างระหว่างเวอร์ชันฟรี (สำหรับบัญชีส่วนตัว) และเวอร์ชันแบบชำระเงิน (Business Starter) เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการ

เวอร์ชันฟรี (บัญชีส่วนตัว @gmail.com)

• 15 GB แชร์ระหว่าง Gmail, Drive, Google Photos [1]

• 2-Step Verification มาตรฐาน ไม่มี Advanced Protection Program

• สูงสุด 100 คน จำกัดเวลา 60 นาทีต่อครั้ง

• ไม่สามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้หรือกำหนดนโยบายความปลอดภัยแบบองค์กรได้

Business Starter (ชำระเงิน)

• 30 GB ต่อผู้ใช้ แยกตามบัญชี

• Advanced Protection, Data Loss Prevention (DLP) และรายงานการตรวจสอบ

• สูงสุด 100 คน ไม่จำกัดเวลา (สูงสุด 24 ชม.)[4] พร้อมฟังก์ชันบันทึกการประชุม

• สามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้ กำหนดสิทธิ์เข้าถึง และใช้อีเมลแบบกำหนดเอง (@ธุรกิจ.com)

สำหรับบุคคลทั่วไป เวอร์ชันฟรี 15 GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐาน แต่หากต้องการพื้นที่มากขึ้น ควบคุมสิทธิ์ทีม หรือใช้อีเมลโดเมนของตัวเอง แนะนำให้อัปเกรดเป็น Business Starter ซึ่งราคาเริ่มต้นประมาณ 180 บาท/เดือน (ต่อผู้ใช้) คุ้มค่ากับฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่างที่ 1: การบ้านกลุ่มของน้องน้ำใส นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

น้ำใส เรียนคณะบริหารธุรกิจ ปี 3 ต้องทำงานกลุ่มกับเพื่อน 4 คน ในวิชาการตลาดออนไลน์ ทุกคนอยู่คนละที่ บางคนอยู่เชียงใหม่ บางคนอยู่กรุงเทพฯ การนัดเจอกันเพื่อแก้ไฟล์ PowerPoint ทำได้ยาก

ตอนแรกทุกคนส่งไฟล์กลับไปกลับมาทางไลน์ ทำให้เกิดความสับสนว่าไฟล์ไหนเป็นเวอร์ชันล่าสุด หนึ่งในเพื่อนแก้ไขผิดพลาดต้องทำซ้ำหลายรอบ เกือบส่งงานไม่ทัน

น้ำใสเสนอให้ใช้ Google Drive และ Google Slides ในการทำงานร่วมกัน ทุกคนเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google แล้วแก้ไขสไลด์พร้อมกันแบบเรียลไทม์ ใช้ Google Meet ประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อสรุปงาน

ผลลัพธ์: งานเสร็จก่อนกำหนด 1 วัน อาจารย์ให้คะแนน A- เพราะเนื้อหาครบถ้วนและสไลด์สวยงาม นอกจากนี้น้ำใสยังประหยัดเวลาเดินทางและไม่ต้องกังวลเรื่องไฟล์ซ้ำซ้อน

ตัวอย่างที่ 2: ร้านกาแฟเล็กๆ ใช้ Google Workspace จัดการธุรกิจ

คุณอาร์มเปิดร้านกาแฟ ‘Cafe’ ใจกลางกรุงเทพฯ มีพนักงาน 4 คน ปัญหาคือการสื่อสารเกี่ยวกับตารางงาน ออเดอร์ และรายรับรายจ่ายกระจัดกระจาย ใช้สมุดโน๊ตกับไลน์ผสมกัน ทำให้ข้อมูลไม่เป็นระเบียบ

คุณอาร์มเริ่มใช้ Google Calendar จัดกะพนักงาน และใช้ Google Sheets บันทึกยอดขายประจำวัน ส่วน Google Forms ใช้ให้พนักงานรายงานสต็อกวัตถุดิบ แต่ในช่วงแรกพนักงานไม่คุ้นเคย ลืมกรอกข้อมูลบ้าง ต้องคอยเตือน

เขาตัดสินใจจัดทำคู่มือสั้น ๆ และใช้ Google Keep แชร์ checklist งานปิดร้าน พร้อมทั้งใช้ Google Drive เก็บใบเสร็จและสแกนเอกสารทั้งหมด ทำให้ทุกอย่างอยู่ในที่เดียวและค้นหาได้ง่าย

หลังจากปรับตัว 2 เดือน คุณอาร์มบอกว่าสามารถลดเวลาในการสรุปยอดขายลง 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เคยเกิดปัญหาเอกสารหายอีกเลย ตอนนี้เขาวางแผนจะอัปเกรดเป็น Google Workspace แบบชำระเงินเพื่อใช้เมลแบบ @cafe.co.th

ถาม & ตอบด่วน

Google มีแอปตัวไหนที่ใช้ฟรีบ้าง?

แอป Google ส่วนใหญ่มีเวอร์ชันฟรีสำหรับบุคคลทั่วไป เช่น Gmail, Google Drive, Google Docs, Google Sheets, Google Slides, Google Forms, Google Calendar, Google Meet (จำกัดเวลา 60 นาที), Google Maps, YouTube, Google Translate และ Google Photos (พื้นที่รวม 15 GB) หากต้องการพื้นที่มากขึ้นหรือฟีเจอร์องค์กร จะต้องสมัคร Google Workspace แบบชำระเงิน [3]

Google Workspace กับ Gmail ธรรมดาต่างกันอย่างไร?

Gmail ธรรมดาเหมาะสำหรับผู้ใช้ส่วนตัว มีพื้นที่เก็บข้อมูล 15 GB ร่วมกับ Drive และ Photos ส่วน Google Workspace เหมาะกับองค์กรหรือธุรกิจ ให้พื้นที่เริ่มต้น 30 GB ต่อผู้ใช้ ใช้อีเมลโดเมนของตัวเอง (เช่น [email protected]) และมีเครื่องมือจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ ความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึง Meet ที่ไม่จำกัดเวลา

แอป Google ตัวไหนเหมาะกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม?

ชุด Google Workspace ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะ Google Docs, Sheets, Slides รองรับการแก้ไขพร้อมกันแบบเรียลไทม์ Google Drive ใช้แชร์ไฟล์และตั้งสิทธิ์การเข้าถึง ส่วน Google Calendar และ Google Meet ช่วยในการจัดตารางและประชุมออนไลน์

พื้นที่เก็บข้อมูล Google Drive เต็มแล้วทำไงดี?

คุณสามารถลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นใน Drive, Gmail, หรือ Google Photos ได้ หรือซื้อพื้นที่เพิ่มผ่าน Google One ซึ่งราคาเริ่มต้น 35 บาท/เดือน สำหรับ 100 GB หรือ 99 บาท/เดือน สำหรับ 200 GB อีกทางเลือกคือสมัคร Google Workspace แบบชำระเงินซึ่งให้พื้นที่เริ่มต้น 30 GB ต่อผู้ใช้

แอป Google ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง?

Gemini (ผู้ช่วย AI) กำลังได้รับความนิยม, Google Lens ช่วยสแกนวัตถุและข้อความ, Google Arts & Culture สำหรับท่องพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ และ YouTube Music สำหรับฟังพอดแคสต์ ล้วนเป็นแอปคุณภาพจาก Google ที่เปิดให้ใช้งานฟรี

จดจำอย่างรวดเร็ว

แอป Google ครอบคลุมทุกด้านการใช้งาน

ตั้งแต่การทำงาน (Workspace), ความบันเทิง (YouTube), การเดินทาง (Maps) ไปจนถึงการจัดการภาพถ่าย (Photos) และ AI (Gemini) ล้วนเชื่อมต่อผ่านบัญชี Google เดียว

พื้นที่ฟรี 15 GB ใช้ร่วมกันระหว่าง Gmail, Drive และ Photos

ควรตรวจสอบพื้นที่ว่างเป็นประจำเพื่อไม่ให้ส่งอีเมลหรืออัปโหลดไฟล์ไม่ได้ หากเต็มสามารถซื้อพื้นที่เพิ่มผ่าน Google One หรืออัปเกรดเป็น Google Workspace

Google Workspace เหมาะกับทั้งนักเรียนและธุรกิจ

เวอร์ชันฟรีเพียงพอสำหรับงานส่วนตัวและกลุ่มเล็ก ส่วนแบบชำระเงินให้พื้นที่เพิ่ม ฟีเจอร์ความปลอดภัย และอีเมลโดเมนส่วนตัว

หากคุณต้องการวางแผนการเดินทางอย่างมืออาชีพ ลองมาดูว่า Google Maps มีฟังก์ชันอะไรบ้าง ที่จะช่วยคุณได้ครับ
ใช้ Google Docs, Sheets, Slides ร่วมกันแบบเรียลไทม์

ประหยัดเวลาในการส่งไฟล์ไปมาและลดความผิดพลาดจากไฟล์ซ้ำซ้อน เหมาะกับการทำงานกลุ่มหรือทีมระยะไกล

อ้างอิง

  • [1] Support - Google Drive ให้พื้นที่ฟรี 15 GB (รวมกับ Gmail และ Photos)
  • [3] Support - Google Meet เวอร์ชันฟรีจำกัดเวลา 60 นาทีต่อครั้ง
  • [4] Workspace - Business Starter รองรับการประชุมสูงสุด 100 คน ไม่จำกัดเวลา (สูงสุด 24 ชม.)