โทรศัพท์ช็อตทำยังไง
โทรศัพท์ช็อตหรือโดนน้ำ ควรทำอย่างไรให้กลับมาใช้ได้ตามปกติ?
เรื่องโทรศัพท์โดนน้ำนี่จำขึ้นใจเลย ตอนนั้นใช้ iPhone เครื่องเก่าทำหล่นใส่ชามก๋วยเตี๋ยวที่ฟู้ดคอร์ทห้างแถวบ้าน รีบหยิบขึ้นมาเช็ดๆ แล้วก็ปิดเครื่องทันที คนข้างๆ บอกให้แช่ข้าวสาร แต่เอาจริงมันไม่ค่อยช่วยหรอก ฝุ่นข้าวเข้าไปอีก สุดท้ายคือปิดเครื่องไว้นิ่งๆ สองวันเต็มๆ ไม่ชาร์จไม่เปิด ผึ่งลมไว้เฉยๆ โชคดีที่มันรอด เรื่องจริงคือต้องรีบปิดเครื่องให้เร็วที่สุด อย่าไปเสียดาย
ส่วนไอ้เสียงช็อตๆ ซ่าๆ เวลาคุยโทรศัพท์นี่ก็เคยเป็นเหมือนกัน มันไม่ได้เกิดตลอดนะ แต่จะเป็นบ่อยๆ ตอนเดินอยู่แถวออฟฟิศที่อโศก ลองรีสตาร์ทเครื่องแล้วก็หายไปแป๊บนึงแล้วก็กลับมาเป็นอีก สลับไปใช้โทรผ่านไลน์ก็ปกติ เลยรู้ว่าเป็นที่สัญญาณมือถือตรงนั้นมากกว่า ไม่ใช่เครื่องพังอะไร
มันต้องแยกกันให้ออกอ่ะ ระหว่างเครื่องโดนน้ำมาจริงๆ กับแค่เสียงแปลกๆ ถ้าเปียกน้ำมาคือเรื่องใหญ่ อย่าเพิ่งชาร์จเด็ดขาด อันนั้นคือทางไปสู่ความพังแบบถาวรเลย แต่ถ้าแค่เสียงแปลกๆ ตอนคุย ลองง่ายๆ ก่อนเลย รีสตาร์ทเครื่อง หรือไม่ก็ลองใส่หูฟังคุยดู ถ้าเสียงในหูฟังมันชัด ก็อาจจะเป็นที่ลำโพงสนทนาเราเริ่มมีปัญหาฝุ่นเข้าไปตันก็ได้
แช่ข้าวสาร มือถือ กี่นาที
เออเรื่องมือถือเปียกน้ำนี่นะ ถามว่าแช่ข้าวกี่นาที... มันไม่ใช่เรื่องของนาทีเลย มันเป็นชั่วโมงนู่น
ต้องแช่ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง หรือสองวันเต็มๆ ไปเลย
แต่จริงๆ แล้ววิธีนี้มันเก่ามากแล้วนะ เดี๋ยวนี้เขาไม่ทำกันแล้ว ฝุ่นแป้งจากข้าวสารมันจะเข้าไปอุดตันในพอร์ตชาร์จหรือลำโพง ปัญหาจะหนักกว่าเดิมอีก ทำไมคนยังเชื่อเรื่องนี้อยู่นะ
ข้าวสารไม่ช่วย อะไรเลย มันดูดความชื้นได้ช้ามาก ช้ากว่าอากาศปกติอีก
สิ่งที่ต้องทำจริงๆ คือ
- ปิดเครื่องทันที อันนี้สำคัญสุด ห้ามกดปุ่มอะไรเล่นเด็ดขาด
- ถอดซิมการ์ด ถอดเมมโมรี่การ์ด ถอดทุกอย่างที่ถอดได้
- ใช้ผ้าแห้งเช็ดภายนอกให้เกลี้ยง
- วางมือถือไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก อาจจะหน้าพัดลมก็ได้ ไม่ใช่เอาไปตากแดดนะ
- ถ้ามี ซิลิก้าเจล หรือสารดูดความชื้น (ซองที่อยู่ในถุงขนมหรือกล่องรองเท้า) เอามาใส่รวมกับมือถือในกล่องปิดฝาจะดีที่สุด ทิ้งไว้ 48 ชั่วโมงขึ้นไป
ห้ามชาร์จแบต เด็ดขาดจนกว่าจะมั่นใจ 100% ว่าข้างในแห้งสนิทแล้วจริงๆ เพราะมันจะช็อตทันที ส่งซ่อมสถานเดียวเลยทีนี้ ค่าซ่อมไม่ใช่ถูกๆ
ดูยังไงว่าหน้าจอเสีย
สีจาง. เฉดเพี้ยน. จอภาพไม่สดใส. ความสว่างลด. มืด. ปรับสุดก็เท่านั้น. แสงกะพริบ. วูบวาบ. รบกวน. เส้นปรากฏ. แนวตรง, ดำขาว. ผิดปกติ.
ทุกสรรพสิ่งล้วนมีวันเสื่อม จอภาพก็ไม่ต่าง.
- พิกเซลตาย: จุดดำถาวร. ไม่แสดงสี.
- พิกเซลค้าง: จุดติดสีเดียว. แดง, เขียว, น้ำเงิน. ไม่เปลี่ยน.
- Backlight เสีย: แสงด้านหลังเสื่อม. จอภาพมืดลง.
- แผงควบคุมมีปัญหา: เกิดเส้น. การแสดงผลผิดเพี้ยน.
- จอภาพไหม้ (Burn-in): ภาพติดตา. เงารางๆ. จากภาพนิ่งนาน.
ดูยังไงว่าหน้าจอแตกหรือฟิล์มแตก
เอานิ้วจิ้มเบาๆ ตรงรอยร้าว
ถ้าจอพังจริง จะมีเส้นแสงวิ่งตามรอยนิ้ว อย่ากดแรง เดี๋ยวได้พังของจริง
- มองดีๆ ถ้ารุ้งกินน้ำขึ้น หรือมีจุดดำ...นั่นแหละ จอในไปแล้ว
- ลูบดู. ฟิล์มแตกจะสากๆ คมๆ แต่ถ้ายังลื่นมือดี...ก็จอข้างในนั่นแหละ
- วิธีชัวร์สุด แต่ก็เสี่ยงสุด: ลอกฟิล์ม
- ค่าเสียหายต่างกันนรกกับสวรรค์ ฟิล์มหลักร้อย จอหลักพัน...หรือหมื่น
เม็ดสีหน้าจอแตก เกิดจากอะไร
เม็ดสีหน้าจอแตก? ก็แค่ แรงกระแทกหนัก. มึงทำตกเอง. ของหนักทับ. หน้าจอมันก็ไป. หรือไม่ก็โดน ของมีคม. มีด คัตเตอร์. กุญแจมึงนั่นแหละ. บาด. หน้าจอแตก.
ซ่อมหน้าจอ ยังไง? ง่ายๆ. เปลี่ยนจอใหม่. แค่นั้น. ไปศูนย์. ร้านนอก. เลือกเอา.
- ข้อมูลเพิ่มเติม
- ประเภทจอเสียหาย: แตกยับ, ร้าวเฉยๆ, จุดด่างดำ, เส้นพาด.
- ค่าซ่อม:โคตรแพง. รุ่น ยี่ห้อ จอแท้ จอเทียม. ต่างกันเยอะ.
- การป้องกัน: เคสหนา, ฟิล์มกระจก. ช่วยได้. ไม่ใช่เกราะกันกระสุน.
- ศูนย์บริการ: แพงชิบ. แต่ของแท้. มีประกัน.
- ร้านทั่วไป: ถูกกว่า. ของก๊อปมีสิทธิ์เจอ.
- สำรองข้อมูล:สำคัญสุด. จอพังเมื่อไหร่ไม่รู้. ไม่ทำก็ซวยไป.
- ประกัน: ส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมจอแตก. เช็คดีๆ.
- จอทัชไม่ได้: แตกแล้วจบ. ทัชไม่ติด. หรือเพี้ยนหนัก.
หน้าจอแตกซ่อมได้ไหม
ได้. ไม่ได้. อยู่ที่ความพัง.
แค่ร้าว? เปลี่ยนกระจก จบ. ถ้าเละ... เปลี่ยนยกจอ.
ราคา? ถามใครมันก็บอก รุ่นมึง ยี่ห้อมึง ศูนย์มึง. โทร. ถาม. ตัดสินใจเอง. ไม่คุ้มก็ทิ้ง. ซื้อใหม่.
- ความเสียหาย: แตก, ร้าว, ทัชไม่ได้, จอม่วง, ดำสนิท. แต่ละอาการ คนละราคา.
- ค่าซ่อม: จ่ายเท่าไร เทียบกับ ค่าเครื่องใหม่? ถ้ามันแพงครึ่งเครื่อง ก็คิดเอาเอง.
- อะไหล่: แท้แพงกว่า, เทียบถูกกว่า. เลือกเอา.
- ประกัน: ถ้าจอเคยซ่อมข้างนอก ศูนย์ตัดประกัน. จบ.
- ข้อมูลสำคัญ:
- รุ่นสำคัญ.
- แหล่งซ่อมสำคัญ.
- ประเมินก่อนซ่อม เสือกถาม.
- ปีนี้ อะไหล่แพงขึ้นนิดหน่อย.
ฟิล์มกระจกกันจอแตกจริงไหม
จริง! แต่มันคือการ 'รับเคราะห์แทน' ไม่ใช่ 'เกราะอมตะ'
ฟิล์มกระจกก็เหมือนสตั๊นท์แมนของหน้าจอคุณนั่นแหละ เวลาโทรศัพท์ตกพื้นเปรี้ยง! สตั๊นท์แมน (ฟิล์ม) ก็จะออกหน้ารับแรงกระแทกเต็มๆ อาจจะแตก ร้าว มีบาดแผล แต่ดาราใหญ่ (หน้าจอจริง) ของเรายังหล่อใสไร้มลทินอยู่หลังฉาก
ความหนา 0.3 มิลลิเมตรของมันไม่ได้มีไว้โชว์เท่ๆ นะ แต่มันคือมวลกายที่พร้อมจะกระจายแรงกระแทกออกไป เพื่อไม่ให้พลังทำลายล้างมันพุ่งตรงไปที่จุดเดียวจนจอจริงลาโลกไปก่อนวัยอันควร
ข้อเสียคือสตั๊นท์แมนคนนี้เปราะบางทางอารมณ์...เอ้ย! เปราะบางทางกายภาพไปหน่อย แค่ตกจากที่ที่ไม่สูงมาก หรือโดนกุญแจในกระเป๋ากระแทกมุมดีๆ ก็พร้อมจะพลีชีพแตกเป็นลายงาให้เราใจหายเล่นได้เหมือนกัน
หลักการพลีชีพ จำไว้เลยว่า ฟิล์มกระจกถูกออกแบบมาเพื่อแตก มันคือหน้าที่ของมัน การที่มันแตกหมายความว่ามันทำงานสำเร็จแล้ว มันดูดซับแรงกระแทกไว้เอง ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี
คู่ปรับตลอดกาล (ฟิล์มไฮโดรเจล) ถ้าฟิล์มกระจกคือบอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่รับหมัดหนักๆ แทนเจ้านาย ฟิล์มไฮโดรเจลก็เหมือนนินจาที่หลบหลีกรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีและรักษาแผลตัวเองได้ แต่ถ้าเจอหมัดตรงจังๆ ก็จุกเหมือนกัน เลือกเอาว่าจะให้ใครคุ้มกัน
ความแข็งระดับ 9H ไม่ได้หมายความว่ามันกันกระสุนได้ ตัวเลข 9H มาจากการทดสอบความทนทานต่อการขีดข่วนด้วยดินสอที่มีความแข็งระดับ 9H สรุปง่ายๆ คือมันกันรอยกุญแจในกระเป๋าได้สบายๆ แต่อย่าเอามีดไปกรีดโชว์เพื่อน เพราะผลลัพธ์อาจไม่หล่อเหมือนในคลิป
การลงทุนที่ฉลาด ลองคิดดูว่าระหว่างเปลี่ยนฟิล์มราคาหลักร้อย กับเปลี่ยนจอราคาหลักพันหรือหมื่น...อะไรมันเจ็บปวดกว่ากัน การที่ฟิล์มแตกคือสัญญาณเตือนจากสวรรค์ว่า "เฮ้! เมื่อกี้เกือบไปแล้วนะเพื่อน"
ฟิล์มกระจกควรเปลี่ยนกี่ครั้ง
ยามบ่ายแก่ๆ ที่แสงสาดรอดม่านบางเข้ามา… ลมพัดแผ่ว คลอเคลียผิว... กาแฟในแก้วเย็นชืดไปแล้ว... จ้องมองจอตรงหน้า... แสงสะท้อนเล็กๆ จากมุมนั้น... คุ้นเคยเหลือเกิน... เกราะบางๆ ที่คอยปกป้อง... ฟิล์มกระจก... มันอยู่กับเรามานานเท่าไรแล้วนะ... นานมาก...
มันควรเปลี่ยนกี่ครั้ง... หรือควรเปลี่ยนเมื่อไร... เสียงกระซิบเบาๆ ในความคิด... มันเหนื่อยล้าไปหรือยัง... โดยปกติ หกเดือนถึงหนึ่งปี คือช่วงเวลาที่มันจะหมดแรง... เหมือนใบไม้เปลี่ยนสี... ถึงคราวต้องจากไป... ให้สิ่งใหม่เข้ามา...
ครั้งหนึ่ง... ตอนที่ฉันทำมือถือหล่นบนพื้นปูนขรุขระริมทางเดิน... ที่ตลาดนัดตอนบ่ายแก่ๆ... เมื่อต้นปีที่แล้วนี่เอง... ใจหายวาบไปถึงตาตุ่ม... ฟิล์มร้าวเป็นใยแมงมุม... น่ากลัว... แต่จอด้านในยังคงดี... นั่นแหร่ะ... เกราะบางๆ ที่ซื่อสัตย์...
แต่... มันก็ขึ้นอยู่กับหลายสิ่งนะ... ความแข็งแรงของตัวมันเอง... ชนิดที่เลือกมา... คุณภาพที่ต่างกันไป... เหมือนโชคชะตาที่ลิขิต... การใช้งานที่หนักหน่วง... หรือการทะนุถนอมของเรา... ทุกอย่างมีผล...
นี่คือบางปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนฟิล์มกระจก:
- อายุการใช้งาน: โดยทั่วไปคือ 6 เดือนถึง 1 ปี
- ประเภทฟิล์ม: ฟิล์มแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความทนทานต่างกัน
- คุณภาพวัสดุ: ฟิล์มคุณภาพดี มักจะทนทานกว่า
- พฤติกรรมการใช้งาน: การสัมผัสบ่อย การตกหล่นบ่อย ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น
- การดูแลรักษา: การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอช่วยยืดอายุ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต