โน๊ ต บุ๊ค รุ่น ไหน ดี ราคา ไม่ เกิน 10000

104 ครั้งเข้าชม
การเลือกโน๊ตบุ๊กราคาไม่เกิน 10,000 บาท ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ใช้งานเป็นหลัก งบประมาณนี้มีตัวเลือกหลากหลาย เน้นศึกษาสเปกซีพียู, RAM และ SSD ให้เหมาะสมกับงานที่ทำ เช่น เอกสาร, เรียนออนไลน์ หรือเกมเบาๆ แบรนด์ชั้นนำอย่าง ASUS, Acer, Lenovo มีรุ่นที่คุ้มค่าในงบนี้ แนะนำให้ตรวจสอบราคาและโปรโมชั่นจากร้านค้าออนไลน์ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 10000 บาท รุ่นไหนดีสุดสำหรับใช้งานทั่วไป?

ถ้าถามถึงโน้ตบุ๊กไม่เกินหมื่นบาทเนี่ยนะ มันก็... เอ่อ... มันเลือกยากเหมือนกันนะ ถ้าเอาแบบใช้งานทั่วไปจริงๆ แบบว่า พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ตอะไรพวกนี้ มันก็มีตัวเลือกเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ

ส่วนตัวนะ ตอนนั้นที่หาให้คุณแม่ก็ปวดหัวเหมือนกัน งบเท่านี้แหละ 10,000 ถ้วนเป๊ะเลย เราก็ดูพวก CPU ก่อนเลย ถ้าเป็น Intel ก็ดู i3 หรือ Ryzen 3 ของ AMD ก็พอแล้วนะ RAM นี่อย่างน้อย 8GB เลย ไม่งั้นอืดแน่ๆ แล้วก็พวก Storage ถ้าเป็น SSD นี่สบายเลย เปิดปิดเครื่องเร็วปรื๋อ

จำได้ว่าตอนนั้นที่ดูๆ อยู่ก็มี ASUS Vivobook กับ Acer Aspire นี่แหละ ที่มันอยู่ในงบแล้วสเปคโอเคหน่อย Lenovo ก็มีนะ แต่บางทีดีไซน์อาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่

เวลาเลือกจริงๆ ก็ต้องดูว่าเราจะเอาไปทำอะไรเป็นหลักนะ ถ้าแค่พิมพ์งานทั่วไป หรือเรียนออนไลน์เฉยๆ พวกนี้ก็เหลือเฟือแล้ว แต่ถ้าอยากเล่นเกมเบาๆ ด้วย อันนี้ต้องคิดเยอะหน่อย อาจจะต้องมองหารุ่นที่การ์ดจอดีขึ้นมานิดนึง แต่ในงบนี้มันก็... ยากอยู่

สุดท้ายก็จบที่ Acer Aspire A315-57G-58N4 มั้งนะ ซื้อที่ IT City เมกาบางนา จำราคาได้เป๊ะเลย 9,890 บาท ตอนนั้นมีโปรลดอีกหน่อย ดีตรงที่มี SSD 512GB ด้วย คือมันดีมากจริงๆ สำหรับคุณแม่นะ แค่นี้ก็พอแล้ว

จริงๆ แล้วนะ เวลาซื้อพวกนี้ก็ไปเดินดูตามร้านก่อนก็ได้นะ ลองจับๆ ดู ลองพิมพ์ๆ ดู บางทีสเปคอย่างเดียวมันบอกไม่ได้ทั้งหมด เรื่องของคีย์บอร์ด จอภาพ บลาๆ ก็มีผลนะ ลองเทียบราคาตามเว็บ JIB, Advice, BaNANA ดูด้วยนะ บางทีมีโปรดีๆ โผล่มาช่วงนั้นพอดีก็ได้

โน้ตบุ๊ค มีอายุการใช้งานกี่ปี

โน้ตบุ๊ค มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 3-5 ปี

จริงๆ มันไม่มีตัวเลขเป๊ะๆ หรอกนะว่ากี่ปีกันแน่... นั่งมองจออยู่นี่ ก็คิดไปเรื่อย ว่าเครื่องที่ฉันใช้มานาน มันก็เริ่มช้าลงจริง ๆ

บางทีก็รู้สึกแปลกใจ เวลาที่ต้องบอกลาเครื่องเก่าที่อยู่ด้วยกันมานาน มันไม่ใช่แค่ของใช้ แต่มันเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน คอยอยู่ข้างๆ ฉันตลอดหลายปี

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันยังไง ดูแลมันมากแค่ไหน มันเหมือนทุกอย่างในชีวิตแหละนะ ถ้าใส่ใจ ดูแลดีๆ มันก็อยู่กับเราได้นานขึ้นอีกหน่อย

แต่สุดท้ายแล้ว ประสิทธิภาพมันก็เสื่อมลงไปตามกาลเวลาอยู่ดี เหมือนคนเราที่อายุมากขึ้นนั่นแหละ มันเป็นเรื่องธรรมดา

เครื่องเก่าของฉันเอง... ฉันคิดว่าฉันก็ดูแลมันพอสมควรนะ แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง มันก็บอกเองว่ามันไม่ไหวแล้ว

  • ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานโน้ตบุ๊ค:

    • การใช้งาน: ใช้งานหนัก เช่น เล่นเกม กราฟิก ตัดต่อวิดีโอ เครื่องจะเสื่อมเร็วกว่าใช้ทำงานเอกสารทั่วไป
    • การดูแลรักษา:ทำความสะอาดเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เช่น พัดลม ช่องระบายอากาศไม่ให้ฝุ่นจับ การเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อเสื่อมสภาพ
    • สภาพแวดล้อม: อุณหภูมิสูง ฝุ่นเยอะ ความชื้นสูง ทำให้เครื่องร้อนและเสื่อมเร็ว
    • คุณภาพของส่วนประกอบ: โน้ตบุ๊คบางรุ่นใช้วัสดุและส่วนประกอบที่มีคุณภาพสูงกว่า ทำให้ทนทานกว่า
    • การอัปเดตซอฟต์แวร์: ระบบปฏิบัติการและไดรเวอร์ที่ล้าสมัย อาจทำให้เครื่องทำงานหนักและช้าลง
  • สัญญาณที่บอกว่าโน้ตบุ๊คเริ่มเสื่อม:

    • เครื่องทำงานช้าลงมาก
    • แบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่ หรือหมดเร็วผิดปกติ
    • เครื่องร้อนจัดง่ายผิดปกติ
    • มีเสียงพัดลมดังผิดปกติ
    • หน้าจอมีปัญหา สีเพี้ยน หรือกระพริบ
    • พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ใช้งานไม่ได้ หรือหลวม

ควรเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คทุกกี่ปี

เปลี่ยนโน้ตบุ๊กทุก 3-5 ปี

ใช้งานหนัก? ไปก่อนกำหนด

ปัจจัยหลัก: การใช้งาน โหดร้ายกว่าเดิม = พังเร็วกว่าเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ส่วนประกอบ: แบตเตอรี่เสื่อม, การ์ดจอแก่, CPU อืด = ได้เวลาอัปเกรด
  • ความต้องการ: ซอฟต์แวร์ใหม่ กินสเปกเก่า = ช้าจนหงุดหงิด
  • เทคโนโลยี: รุ่นใหม่เร็วกว่า สวยกว่า = น่าสนกว่าเดิม
  • งบ: ถ้าไม่มีเงิน ก็ใช้จนพังไปข้าง

โน๊ตบุ๊คชาร์จแบตไปเล่นไปได้ไหม

โน้ตบุ๊คชาร์จไปเล่นไป ได้อยู่แล้วครับ หลักการมันคือ จ่ายไฟเลี้ยงเครื่องพร้อมกันกับชาร์จแบตเตอรี่

ทีนี้มันก็มีดีเทลนิดหน่อยว่า ถ้าโหลดหนักๆ เครื่องมันก็อาจจะกินไฟมากกว่าที่อะแดปเตอร์จ่ายไหวในตอนนั้น เลยทำให้แบตเตอรี่ ไม่เต็มเสียที หรืออาจจะ ลดลงนิดๆ ด้วยซ้ำ แต่อย่าเพิ่งตกใจครับ มันเป็นเรื่องปกติของวงจร

  • การจ่ายไฟ: อะแดปเตอร์จะจ่ายไฟเลี้ยงให้กับฮาร์ดแวร์หลักๆ ของเครื่องก่อน
  • การชาร์จแบต: ส่วนที่เหลือจากนั้นก็จะถูกส่งไปชาร์จแบตเตอรี่
  • กรณีโหลดหนัก: เมื่อฮาร์ดแวร์ต้องการพลังงานเยอะมากๆ ไฟที่จ่ายให้เครื่องจะถูกจัดลำดับความสำคัญก่อน
  • ผลลัพธ์: ทำให้ไฟไปชาร์จแบตเตอรี่ได้น้อยลงหรือไม่พอ บางทีก็อาจจะเห็นเปอร์เซ็นต์แบตค้าง หรือลดลงเล็กน้อย

แต่ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไปหรอกครับ ส่วนใหญ่แล้วมันก็ยังชาร์จอยู่ดี เพียงแต่อาจจะไม่ได้เต็ม 100% ในเวลาอันสั้นเท่านั้นเอง ถ้าจะถอดสายก็ถอดได้เลย ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับแบตเตอรี่ในระยะยาว ถ้าจะให้ดี เวลาชาร์จจนเต็มแล้ว ก็ค่อยถอดสายออกก็ได้ครับ

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะทำให้เราเข้าใจมันมากขึ้น:

  • อายุแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมัยนี้มีระบบจัดการที่ดีอยู่แล้วครับ การชาร์จไปเล่นไปไม่ได้ทำให้มันเสื่อมเร็วจนน่าใจหายอย่างที่บางคนกังวล
  • การระบายความร้อน: สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การระบายความร้อน ครับ เวลาเล่นเกมหนักๆ หรือทำงานที่ใช้ CPU/GPU สูงๆ ความร้อนที่สะสมนี่แหละที่อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในมากกว่า
  • อะแดปเตอร์: การใช้อะแดปเตอร์ที่ ตรงรุ่นและมีกำลังวัตต์ (Watt) เพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ ถ้าวัตต์น้อยไป อาจจะเกิดปัญหาเครื่องกระตุก หรือชาร์จไม่เข้าจริงๆ ก็ได้
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพ: ระบบปฏิบัติการบางตัวก็มีโหมด "ประหยัดพลังงาน" หรือ "ประสิทธิภาพสูงสุด" ซึ่งมีผลต่อการจัดการพลังงานและการชาร์จแบตเตอรี่ด้วย ลองปรับดูครับ

ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยทำให้แบตเสื่อมไหม

ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยทำให้แบตเสื่อมไหม

โอ๊ย เรื่องนี้เคยกลัวจริงจังเลยนะ สมัยก่อนตอนมี iPhone 4S อ่ะ พ่อเราบอกว่าห้ามชาร์จไปเล่นไปเด็ดขาด เดี๋ยวแบตบวม! เราก็เชื่อมาตลอด เก็บกดเลย พ่อแม่สั่งให้วางมือถือไว้เฉยๆ ตอนชาร์จ ถ้าจะเล่นจริงๆ ก็ต้องรอให้เต็มก่อน

ประสบการณ์ตรง:

จำได้เลยว่าช่วงปี 2016-2017 ที่ทำงานอยู่แถวสยามฯ ออฟฟิศที่ทำงานนี่แอร์เย็นฉ่ำเลย แต่ตอนพักเที่ยงก็จะรีบคว้ามือถือมาไถโซเชียลดูนู่นดูนี่ แบบ... ชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วย อย่างจริงจัง! มีวันนึงนั่งเล่นเกม Rov อยู่ประมาณชั่วโมงนึง ตอนชาร์จไปด้วยนะ ปรากฏว่าเครื่องร้อนมากกกกก ร้อนจนแทบจะทอดไข่ได้เลยตอนนั้น

ความรู้สึก:

ตอนนั้นก็แอบใจแป้ว กลัวว่าแบตจะพังจริงๆ แบบพ่อบอกแหละ แต่ก็อดใจไม่ไหวไง พอเล่นเสร็จก็รีบถอดสายชาร์จ แล้วก็รู้สึกว่าแบตมันลดฮวบฮาบผิดปกติ ยิ่งกว่าตอนไม่ชาร์จไปเล่นไปอีก

ข้อสรุปจากประสบการณ์:

จริงๆ แล้ว การชาร์จไปเล่นไปมันไม่ได้ทำให้แบตเสื่อมโดยตรง หรอก แต่... ความร้อน นี่แหละตัวการสำคัญเลย! เวลาเราเล่นเกมหนักๆ ดูวิดีโอ หรือเปิดแอปที่กินทรัพยากรเยอะๆ ไปพร้อมๆ กับการชาร์จเนี่ย ความร้อนมันจะสะสมมากขึ้นเยอะมาก ซึ่งความร้อนสูงๆ นี่แหละคือศัตรูตัวร้ายของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ที่อยู่ในมือถือของเรา

  • อุณหภูมิสูง: เป็นตัวเร่งให้สารเคมีในแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • การชาร์จ: ทำให้เกิดความร้อนอยู่แล้ว
  • การใช้งานหนัก: ก็ทำให้เกิดความร้อนเช่นกัน
  • รวมสองอย่าง: ยิ่งทำให้ร้อนสะสมจนถึงจุดที่อันตรายต่อแบตเตอรี่

ตัวอย่างเฉพาะเจาะจง:

  • ปี 2023: ใช้ Samsung Galaxy S23 Ultra อยู่ครับ ปกติก็ชาร์จไปด้วยเล่น LINE บ้าง ดู YouTube บ้าง ก็ไม่รู้สึกว่าร้อนผิดปกติ หรือแบตลดเร็วอะไร
  • แต่พอ: เล่นเกม Genshin Impact พร้อมชาร์จไปสัก 30 นาที เครื่องแทบจะระเบิด! ร้อนจัดมาก แล้วสังเกตว่าแบตลดไป 10% ในเวลาอันสั้น ทั้งๆ ที่ปกติเล่นไม่ชาร์จ ลดไม่ถึง 5%

คำแนะนำเพิ่มเติม (จากที่เจอมา):

  • ถ้าต้องชาร์จ: พยายามเลี่ยงการใช้งานหนักๆ เช่น เล่นเกม กราฟิกหนักๆ หรือเปิดแอปที่กินแบตมากๆ
  • ถ้าจะใช้งานหนัก: ถอดสายชาร์จออกก่อน จะดีกว่ามาก
  • สังเกตอาการ: ถ้าเครื่องร้อนจัดผิดปกติ ให้หยุดเล่น และถอดสายชาร์จทันที รอให้เครื่องเย็นลงก่อน
  • เคสโทรศัพท์: บางครั้งเคสหนาๆ ก็เป็นตัวเก็บความร้อนอย่างดี ลองถอดเคสออกตอนชาร์จ หรือตอนใช้งานหนักๆ ก็ช่วยได้นะ
  • สภาพแวดล้อม: เล่นในที่อากาศถ่ายเทสะดวก อย่าเอาไปชาร์จใต้หมอน หรือในรถที่จอดตากแดด นี่คือหายนะชัดๆ!

สรุปคือ: ไม่ใช่การชาร์จไปเล่นไปโดยตรงที่ทำให้แบตเสื่อม แต่เป็น ความร้อน ที่เกิดจากการใช้งานหนักขณะชาร์จต่างหากที่เป็นตัวการหลัก!

ชาร์จแบต โน๊ตบุ๊ค ตลอดเวลาได้ไหม

เสียบไว้. ไม่พังหรอก.

เลิกคิดแบบคนยุคเก่าได้แล้ว. โน้ตบุ๊คสมัยนี้มันจัดการตัวเองเป็น. พอแบตเต็ม ระบบมันตัดไฟเอง สลับไปใช้ไฟตรงจากอะแดปเตอร์. แบตเตอรี่ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาที่เสียบปลั๊ก.

ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่การเสียบคาไว้. แต่เป็นความร้อนกับแรงดันไฟฟ้าที่ค้างในเซลล์แบตตอนมันเต็ม 100% นานๆ.

  • ความร้อนคือของแสลง: เล่นเกมหนักๆ หรือทำงานห้องร้อนๆ แล้วเสียบคาไว้ อันนี้พังจริง. หาทางระบายอากาศดีๆ.
  • อย่าปล่อยเต็ม 100% ตลอด: โน้ตบุ๊คหลายรุ่นมีโหมดถนอมแบต. ไปตั้งค่าให้มันชาร์จแค่ 80% ซะ. มันยืดอายุแบตได้เยอะ.
  • Calibrate บ้าง: เดือนละครั้ง. ถอดปลั๊ก. ใช้แบตให้เหลือสัก 20% แล้วค่อยชาร์จกลับ. เป็นการกระตุ้นเซลล์.

ควรชาร์จแบตโน๊ตบุ๊คไว้ตลอดไหม

การเสียบชาร์จโน๊ตบุ๊คสมัยใหม่ทิ้งไว้ตลอดเวลาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ระบบ Battery Management System (BMS) ที่ติดตั้งมาจะตัดการชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% แล้วเปลี่ยนไปใช้ไฟตรงจากอะแดปเตอร์แทน แบตเตอรี่จึงไม่ได้ถูกอัดประจุตลอดเวลาเหมือนที่หลายคนกังวล

แบตเตอรี่ประเภท Lithium-ion ไม่มีปัญหา Memory Effect เหมือนแบตเตอรี่รุ่นเก่าแล้ว การเสื่อมสภาพของมันถูกวัดเป็น รอบการชาร์จ (charge cycles) ซึ่งการใช้งานจาก 100% จนเหลือ 0% แล้วชาร์จใหม่จนเต็ม จะนับเป็นหนึ่งรอบ การชาร์จจาก 50% ไป 100% สองครั้ง ก็จะนับเป็นหนึ่งรอบเช่นกัน

การดูแลรักษาคือการชะลอความเสื่อม ไม่ใช่การทำให้มันเป็นอมตะ การปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0% บ่อยๆ ต่างหากที่สร้างความเสียหายให้กับเซลล์แบตเตอรี่โดยตรงและรุนแรงกว่าการเสียบสายชาร์จค้างไว้เสียอีก ความสุดโต่งมักไม่เคยส่งผลดีต่อเทคโนโลยี

ถ้าอยากจะถนอมแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพดีที่สุดจริงๆ มันมีหลักการที่ยอมรับกันในทางวิศวกรรม แต่ก็ต้องแลกกับความสะดวกที่ลดลงเล็กน้อย

  • กฎทอง 40-80% คือช่วงที่เซลล์แบตเตอรี่มีความเครียดต่ำที่สุด หากคุณทำงานติดโต๊ะเป็นหลัก การตั้งค่าให้โน๊ตบุ๊คชาร์จสูงสุดแค่ 80% (หลายยี่ห้อมีฟังก์ชันนี้) จะเป็นวิธีที่ยืดอายุแบตได้ดีที่สุด
  • ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจ อุณหภูมิที่สูงคือปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว การใช้งานเครื่องบนเตียงหรือโซฟาที่ระบายอากาศไม่ได้ จะทำร้ายแบตเตอรี่มากกว่าการเสียบชาร์จทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานที่โล่งๆ
  • ทำการ Calibrate เป็นครั้งคราว ทุก 1-2 เดือน ควรใช้งานเครื่องด้วยแบตเตอรี่จนเหลือประมาณ 10-15% แล้วชาร์จกลับรวดเดียวให้เต็ม 100% เพื่อให้ชิป BMS ได้ปรับเทียบและอ่านค่าความจุที่แท้จริงของแบตเตอรี่ได้แม่นยำ
  • หากไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ควรถอดสายชาร์จออก และให้แบตเตอรี่มีประจุเหลืออยู่ประมาณ 50-60% แล้วปิดเครื่องเก็บไว้ในที่เย็น การเก็บแบตเตอรี่ที่เต็ม 100% หรือ 0% เป็นเวลานานๆ จะทำให้เซลล์เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

เล่นไปชาร์จไปทำให้แบตเสื่อมจริงไหม

โอ้ยยยย ถามว่า เล่นไปชาร์จไป แล้วมือถือจะ ระเบิด ไส้แตกคามือเลยมั้ย! พ่อคุณเอ๊ย มันไม่ตูมตามง่ายขนาดนั้นหรอกถ้าไม่ได้ไปซื้อสายชาร์จก๊องแก๊งเส้นละสิบบาทจากตลาดนัดมาเสียบอะนะ

เรื่องจริงคือมันไม่ได้ระเบิด แต่มันทรมานแบตเตอรี่สุดๆ เหมือนใช้คนป่วยไปวิ่งมาราธอนแล้วสั่งให้กินข้าวไปด้วยนั่นแหละ มันจะร้อนจี๋ ร้อนจนแทบจะทอดไข่ได้ แล้วไอ้ ความร้อน นี่แหละคือยมบาลของแบตเตอรี่โดยตรงเลย ทำให้ แบตเสื่อม เร็วแบบติดจรวด!

สรุปคือมันไม่ระเบิดหรอกจ้า แต่แบตจะไปไวมาก จากที่เคยอึดเหมือนแรด ก็จะกลายเป็นอ่อนแอเหมือนลูกแมวป่วยในเวลาไม่นาน ถ้าใช้ สายชาร์จแท้ หรือของมีมาตรฐานยังไงก็ปลอดภัยหายห่วงเรื่องไฟช็อตไฟไหม้

อยากให้แบตอยู่กับเราไปนานๆ เหมือนเพื่อนรักก็ต้องดูแลมันหน่อยสิ:

  • ที่ชาร์จปลอมคือหายนะ: ย้ำอีกที! ไอ้สายชาร์จกับหัวชาร์จถูกๆ ที่ไม่มี มาตรฐาน มอก. น่ะ ตัวดีเลย จ่ายไฟก็ไม่นิ่ง เดี๋ยวแรงเดี๋ยวเบา ทำให้เครื่องรวน เผลอๆ พามือถือพังยกแผงไปเลยนะเออ
  • อย่าปล่อยให้ร้อนเป็นเตาปฏิกรณ์: เล่นเกมหนักๆ กราฟิกจัดเต็มตอนชาร์จเนี่ย ตัวสร้างความร้อนชั้นเยี่ยมเลย ถ้าเครื่องเริ่มอุ่นๆ ก็พักบ้าง ให้มันได้หายใจหายคอหน่อย ไม่ใช่เล่นจนเครื่องแทบจะละลาย
  • อย่าปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยง: การปล่อยให้แบตเหลือ 0% บ่อยๆ มันทำร้ายเซลล์แบตเตอรี่นะ ทางที่ดีชาร์จตอนเหลือสัก 20-30% แล้วถอดตอน 80-90% แบตจะรักเรามาก
  • เคสมือถือก็ตัวกักความร้อน: เคสหนาๆ บางทีมันก็สวยดี แต่ตอนชาร์จมันเหมือนใส่เสื้อหนาวให้มือถือนั่นแหละ ร้อนตายเลย ถ้าเล่นหนักๆ ตอนชาร์จ ถอดเคสให้มันระบายอากาศบ้างก็ดีนะพ่อคุณ

ชาร์จเล่นยังไงไม่ให้แบตเสื่อม

ชาร์จแบตโทรศัพท์เนี่ยนะ มันก็เหมือนคนจะกินข้าวแหละจ้ะ อย่ารอให้หิวจนตาลาย หน้ามืด ตัวสั่น แล้วค่อยไปหาอะไรยัดใส่ปาก มันไม่ดี! หลักการง่ายๆ คืออย่าปล่อยให้แบตมันใจจะขาด

พอแบตมันเริ่มห้อยระย้ามาแถวๆ 40-50% เนี่ยแหละคือฤกษ์งามยามดี! รีบเสียบชาร์จเลยจ้ะ เหมือนคนเริ่มหิวเบาๆ ก็เติมพลังได้เลย ไม่ต้องรอให้ร่างแทบสลาย

ส่วนเรื่องที่ว่า เล่นมือถือไปชาร์จไป เนี่ยนะ คุณเอ๊ย! มันก็เหมือนเราจับแบตไปวิ่งมาราธอนพร้อมแบกกระสอบข้าวสารนั่นแหละ แบตมันจะร้องโอดโอยเลยนะคุณ! แบตมันจะพังไวกว่าจรวด แบบว่าแซงทางโค้งของอายุไขไปเลย เลิกได้เลิก!

  • ชาร์จบ่อยๆ แต่อย่าให้เต็ม 100% ตลอด แบตจะชอบอยู่ในช่วง 20-80% มากกว่า เหมือนคนเราไม่ชอบอิ่มจุก แต่ก็ไม่ชอบหิวโซ
  • ถอดปลั๊กเมื่อแบตเต็ม 100% เลย ไม่ต้องทิ้งไว้ข้ามคืน เดี๋ยวแบตมันจะอ้วนฉุเกินไป
  • อุณหภูมิสำคัญมาก อย่าชาร์จมือถือตากแดดร้อนเปรี้ยง หรือในห้องที่เย็นจัดเป็นขั้วโลก แบตมันไม่ชอบอากาศสุดโต่ง
  • ใช้ที่ชาร์จตรงรุ่น หรือที่ได้มาตรฐานดีกว่านะจ๊ะ อย่าไปคว้าของใครมามั่วซั่ว เดี๋ยวระเบิดตูมตามแบบในหนัง
  • ปีนี้ เทคโนโลยีชาร์จเร็วก็ทำมาดีขึ้นเยอะแล้ว การชาร์จเร็วไม่ได้ทำให้แบตพังเสมอไป เหมือนสมัยก่อนที่คนยังคิดว่ากินไข่แล้วคอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดนั่นแหละ