ในปัจจุบันจอภาพนิยมใช้จอ LCD เพราะเหตุผลใด

87 ครั้งเข้าชม
จอ LCD เป็นที่นิยมเพราะประหยัดพลังงานกว่าจอ CRT อย่างเห็นได้ชัดข้อดีเด่น: ประหยัดพลังงาน ขนาดบาง น้ำหนักเบา ข้อเสีย: มุมมองภาพค่อนข้างแคบ สีสันอาจไม่สดใสเท่า CRT (ในบางรุ่น) จอ LCD เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดพลังงานและมีพื้นที่จำกัด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จอ LCD นิยมใช้ในปัจจุบันเพราะอะไร?

เอ่อ จอ LCD ฮิตๆ กันเนี่ยนะ? ฉันว่าประเด็นหลักๆ เลยคือมันประหยัดไฟกว่าพวกจอ CRT รุ่นเก่าเยอะเลยอ่ะ จำได้เลยตอนเด็กๆ ที่บ้านใช้จอ CRT นี่ร้อนยังกะเตาอบ แถมกินไฟโหดมาก! พอเปลี่ยนมาเป็น LCD นี่รู้สึกได้เลยว่าค่าไฟลดลง (จริงๆนะ!)

แต่ข้อเสียก็มีแหละ มุมมองมันแคบกว่าจริงๆ เวลาดูหนังกับเพื่อนหลายๆ คน ต้องแย่งกันนั่งตรงกลางถึงจะเห็นชัดหมดทุกคน (ฮา) แต่ส่วนตัวฉันว่ามันก็คุ้มนะ กับความประหยัดไฟแล้วก็ภาพที่คมชัดขึ้นกว่าเดิมเยอะ

จริงๆ ก็มีเทคโนโลยีจอภาพใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ นะ OLED, LED อะไรพวกนี้ แต่ LCD มันก็ยังเป็นอะไรที่คุ้นเคยแล้วก็ราคาไม่แรงมากด้วยมั้ง ก็เลยยังเห็นคนใช้กันเยอะอยู่

สรุปง่ายๆ คือ ประหยัดไฟ, ภาพคมชัด, ราคาไม่แรง แต่ก็ต้องแลกกับมุมมองที่แคบกว่านิดหน่อย ประมาณนี้แหละที่ฉันคิดนะ

จอภาพ LCD มีข้อดีอย่างไร

จอ LCD มีดีหลายอย่างที่ทำให้คนติดใจ ผมว่ามันเหมือนการเปลี่ยนจากรถเก๋งคันใหญ่ไปขับรถสปอร์ตคล่องตัวเลยครับ

  • มุมมอง: จอ LCD เนี่ย มองจากด้านข้างก็ยังเห็นชัด ไม่ต้องนั่งตรงเป๊ะ เหมือนสมัยใช้จอ CRT ที่ต้องแย่งกันนั่งหน้าจอถึงจะเห็นสีไม่เพี้ยน คือมันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีการจัดเรียงผลึกเหลวอะนะ
  • บางเบา: อันนี้เห็นชัด จอ LCD นี่บางเฉียบ ติดผนังก็ดูดี เคลื่อนย้ายก็ง่าย ไม่ต้องออกแรงยกเหมือนจอ CRT สมัยก่อนที่หนักยังกะหิน
  • ประหยัดไฟ: อันนี้สำคัญ ยิ่งใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ค่าไฟนี่บานปลาย จอ LCD กินไฟน้อยกว่าเยอะ ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะเลยนะ
  • สบายตา: จอ LCD ไม่กระพริบ อันนี้จริง! ผมเคยใช้จอ CRT นานๆ แล้วปวดตามาก จอ LCD นี่สบายตากว่าเยอะ ทำงานได้นานขึ้น
  • ไม่แผ่รังสี: อันนี้ก็สำคัญต่อสุขภาพ จอ CRT แผ่รังสีออกมา จอ LCD ไม่มีตรงนี้ สบายใจกว่าเยอะ

เกร็ดเล็กน้อย:

รู้ไหมว่าเทคโนโลยี LCD จริงๆ แล้วมีหลายแบบ? อย่าง IPS, TN, VA แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป IPS จะให้สีสันที่ถูกต้องแม่นยำกว่า ส่วน TN จะตอบสนองเร็วกว่า เหมาะกับเล่นเกม ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ ลองไปศึกษาเรื่อง "โครงสร้างผลึกเหลว" ดู จะเข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะเลยครับ

ความคิดเห็นส่วนตัว:

ผมว่าเทคโนโลยีมันก็พัฒนาไปเรื่อยๆ นะ เมื่อก่อนจอ LCD อาจจะไม่ได้ดีเลิศ แต่ปัจจุบันมันพัฒนาไปไกลมาก จนแทบจะไม่มีข้อเสียให้ติแล้วล่ะ (นอกจากเรื่องราคาสูงในบางรุ่น)

จอโทรศัพท์ LCD คืออะไร

LCD คือคริสตัลเหลว แสดงภาพด้วยแสงผ่านแผ่นกรอง

  • หลักการ: ไฟ > แผ่นกรอง > คริสตัล > ภาพ
  • ข้อดี: ประหยัดไฟ (เมื่อก่อน) ถูก
  • ข้อเสีย: สีไม่สดเท่า OLED มืดในที่แจ้ง
  • ปัจจุบัน: เกือบหายไปจากมือถือเรือธง เพราะ OLED ดีกว่าเยอะ
  • ความจริง: เคยใช้ LCD มาสิบปีติด จนมาเจอ OLED ชีวิตเปลี่ยน

จอประเภทใดที่ไม่นิยมใช้แล้วในปัจจุบัน

จอ CRT อ่ะ หายไปจากบ้านนานแล้ว ตอนเด็กๆ จำได้แม่นเลย บ้านเราใช้จอ CRT ยี่ห้อ Samsung ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม หนักด้วย ต้องใช้สองคนถึงจะยกไหว ปี 2005 มั้ง วางอยู่บนโต๊ะไม้ สีน้ำตาลเข้ม เก่าๆ ดูแล้วก็อบอุ่นดี แต่หนักมากจริงๆนะ จอโค้งๆ ดูการ์ตูนตอนเช้า แสงมันจะส่องตา ต้องนั่งห่างๆหน่อย ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าอันตราย แค่รู้สึกว่ามันใหญ่ ดูหนังได้เต็มตาดี

อีกอันที่ดังแป๊บเดียว คือจอพลาสม่า เพื่อนผมคนนึง ซื้อมาโชว์ ปี 2008 จอใหญ่กว่า CRT อีก บางกว่าด้วย แต่แพงกว่าเยอะ สีสันสวย สดใสกว่า CRT มาก แต่ใช้ไปสักพัก ภาพมันเริ่มซีดลง สีเพี้ยน แล้วก็เสีย ซ่อมไม่คุ้ม เลยทิ้งไป ราคาสูง กินไฟเยอะ อายุการใช้งานสั้นกว่า LCD นี่แหละที่ทำให้มันไม่ฮิต

  • จอ CRT (Cathode Ray Tube): ไม่นิยมใช้แล้ว เพราะใหญ่ หนัก กินไฟ และอันตรายต่อดวงตา
  • จอพลาสม่า (Plasma Display): เคยได้รับความนิยม แต่ไม่นาน เพราะราคาแพง กินไฟ และมีอายุการใช้งานสั้น

จอ LED และ LCD ต่างกันอย่างไร

จอ LCD เนี่ย ตอนเด็กๆ ที่บ้านใช้ทีวีจอแบบนี้แหละ ต้องหรี่ไฟในห้องดู ถึงจะเห็นภาพชัดๆ ไม่งั้นภาพมันจะซีดๆ จางๆ เหมือนมีอะไรมาบัง

ส่วนจอ LED อ่ะ เพิ่งมาฮิตตอนหลังๆ นี่เอง ที่บ้านซื้อทีวีใหม่เมื่อปีที่แล้ว เป็นจอ LED นี่แหละ ภาพคมชัดบาดใจ ไม่ต้องหรี่ไฟ ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น แสงมันสว่างเองเลย สะใจมาก

  • LCD: ใช้แสงสะท้อนจากภายนอก
  • LED: มีหลอดไฟส่องสว่างเอง
  • LCD: ภาพอาจไม่ชัดถ้าแสงไม่ดี
  • LED: ภาพคมชัดทุกสภาพแสง

จอภาพแบบ LCD มีข้อเสียอย่างไร

นี่มันเรื่องเมื่อเดือนที่แล้วเลยนะ ไปเดินหาซื้อจอใหม่ที่ร้าน Advice สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ตอนนั้นตาแทบถลน จอโค้งสวยๆ อลังการงานสร้าง แต่พนักงานบอกว่า LCD โค้งได้ไม่เท่า OLED มันแข็ง งอมากไม่ได้ แบบว่า ถ้าอยากได้จอโค้งแบบสุดๆ ต้อง OLED เท่านั้นแหละ เสียดาย เพราะ LCD ราคาถูกกว่าเยอะเลย

อีกอย่าง ที่จำได้แม่นๆ คือเรื่องความเร็วในการแสดงผลอ่ะ พนักงานอธิบายแบบนี้ LCD มันต้องมีกระบวนการหลายขั้นตอน กว่าจะได้ภาพ แสง สี ออกมา ในขณะที่ OLED มันเปล่งแสงได้เองเลย ไวกว่าเยอะ คือเห็นชัดๆ เลยว่า เกมส์ที่เล่นตอนนั้น ภาพมันลื่นไหลกว่ามาก ถ้าใช้จอ OLED เล่นเกมมันลื่นกว่า แต่ราคาสูงกว่า ตัดสินใจไม่ได้จริงๆ กลับบ้านมือเปล่าเลย

สรุปคือ ข้อเสียของ LCD ที่เจอมากับตัว ก็คือ

  • ความยืดหยุ่นต่ำ: งอได้น้อยกว่า OLED โค้งได้ไม่มาก
  • การตอบสนองช้า: ช้ากว่า OLED เห็นได้ชัดเวลาเล่นเกม

ปล. จริงๆ ตอนนั้นอยากได้จอ 4K ขนาด 32 นิ้ว โค้งด้วยนะ แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี ราคาแพงมากกกก เลยยังใช้จอเก่าต่อไปก่อน เซ็งเล็กน้อย แต่ก็ช่างมันเถอะ เงินในกระเป๋าสำคัญกว่า

จอ VA กับ IPS ต่างกันยังไง

จอ VA กับ IPS ต่างกันอย่างไร? หลักๆ อยู่ที่เทคโนโลยีการแสดงผล ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน

  • จอ VA (Vertical Alignment): เด่นที่คอนทราสต์สูงมาก สีดำสนิท ให้ความรู้สึกภาพสมจริงลึกซึ้ง เหมาะกับคนชอบดูหนังหรือเล่นเกมเน้นภาพสวยงาม แต่บางรุ่นมุมมองอาจแคบ และเวลาสีเปลี่ยนอาจช้ากว่า IPS คิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ เสมือนได้ภาพที่สมบูรณ์แบบแลกกับมุมมองที่จำกัดเล็กน้อย

  • จอ IPS (In-Plane Switching): จุดแข็งอยู่ที่มุมมองกว้างมาก สีสันสดใส แม่นยำ เหมาะสำหรับงานกราฟิกดีไซน์ การตัดต่อวิดีโอ หรือการใช้งานที่ต้องการความถูกต้องของสี แต่คอนทราสต์อาจไม่สูงเท่า VA สีดำอาจไม่ดำสนิทเท่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการปรับจูนสีของแต่ละรุ่นด้วย ผมเคยลองใช้จอ IPS รุ่นหนึ่ง สีสวยมาก แต่ก็รู้สึกว่าสีดำยังไม่สุดเท่าไหร่

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม: ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีจอแสดงผลพัฒนาเร็วมาก มีจอประเภทอื่นๆ ออกมาอีกหลายแบบ เช่น OLED, QLED แต่ VA และ IPS ยังคงเป็นตัวเลือกหลักที่มีราคาสมเหตุสมผล และยังมีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จึงเลือกตามความต้องการใช้งานหลักๆ เป็นสำคัญ

  • ความเร็วในการตอบสนอง: โดยทั่วไป จอ IPS จะมีความเร็วในการตอบสนองสูงกว่า จอ VA แต่ความแตกต่างอาจไม่ชัดเจนมากในรุ่นใหม่ๆ ขึ้นอยู่กับการออกแบบและสเปคของแต่ละรุ่นอีกเช่นกัน
  • ราคา: ราคาของจอ VA และ IPS อาจแตกต่างกันไปตามขนาดและคุณสมบัติ แต่โดยทั่วไปแล้ว ราคาจะพอๆกัน แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ
  • การใช้งาน: การเลือกจอ VA หรือ IPS ขึ้นอยู่กับการใช้งานหลักของผู้ใช้ หากต้องการความสมจริงของภาพ เลือก VA แต่ถ้าต้องการมุมมองกว้างและความแม่นยำของสี เลือก IPS

ผมเองก็เป็นคนที่สนใจเทคโนโลยีจอแสดงผลเหมือนกัน การตัดสินใจเลือกจึงต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ VA หรือ IPS เท่านั้น

จอ LCD มีกี่ประเภท

อืมมม LCD กี่แบบวะ จำได้มั้ยเนี่ย... สามแบบป้ะ? TN, IPS, VA ใช่ป่ะ? งงแล้วสิ! ปีนี้ 2024 แล้วนะ เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลมากแล้วมั้ง แต่หลักๆ ก็ยังพวกนี้แหละมั้ง

  • TN (Twisted Nematic): ราคาถูกสุด แต่สีไม่ค่อยดี มุมมองก็แคบด้วย ใช้ในจอมอนิเตอร์เก่าๆนี่แหละ ยังมีอยู่มั้ยนะ ไม่แน่ใจ

  • IPS (In-Plane Switching): สีสวยกว่า TN เยอะเลย มุมมองกว้างด้วย ราคาแพงกว่าหน่อย ใช้กับมือถือรุ่นกลางๆขึ้นไป ของฉันก็ IPS แต่รุ่นเก่าแล้วนะ ใช้มา 2 ปีแล้ว

  • VA (Vertical Alignment): อืมมมอันนี้ ความคมชัดดีกว่า IPS หรือเปล่า หรือว่าเท่ากันนะ จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่คอนทราสต์สูงกว่า TN แน่นอน ราคาพอๆ กับ IPS มั้ง

เอ๊ะ! หรือว่าจะมีมากกว่าสามแบบ ฉันลืมไปหรือเปล่า? ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มแล้ว เดี๋ยวนี้มีพวก OLED ด้วยนี่ งงแล้วสิ! แต่คำถามถาม LCD งั้นก็คง 3 แบบหลักๆ นี่แหละมั้ง แต่จริงๆแล้วมีหลายแบบกว่านี้นะ เพิ่งนึกออก เฮ้อออ สมองฉัน จำอะไรไม่ได้เลย

เพิ่มเติมนิดนึง เรื่องประเภทของ LCD มันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ มีพวก PLS, AHVA, และอีกหลายแบบย่อยๆ แต่สามแบบที่ว่ามาเป็นแบบหลักๆ ที่เจอบ่อย ในตลาดปัจจุบันปี 2024 นะ ฉันว่านะ

จอ LCD กินแบตเตอรี่ไหม

จอ LCD กินแบตฯ ไหม? คำถามนี้เหมือนถามว่า "ไก่กินข้าวเปลือกไหม?"... ก็กินแหละ! แต่กินมากกินน้อยอีกเรื่อง

LCD น่ะตัวดีเลยเรื่องสูบแบตฯ เพราะนางเอกของเราเนี่ยต้อง ส่องสว่างตลอดเวลา เหมือนเปิดไฟดิสโก้เทคในมือถือ! ไม่สนว่าคุณจะดูรูปขาวดำหรือสีรุ้ง นางก็สาดแสงเต็มเหนี่ยว!

ข้อดีของมือถือจอ LCD: (เอาจริง ๆ เหลือน้อยนะสมัยนี้)

  • โนสนโนแคร์เรื่อง Burn-in: จอ OLED เค้ากลัวภาพค้างกันแทบตาย แต่ LCD ชิลล์ ๆ ไม่มีปัญหา! นางทนถึกเหมือนรถกระบะ! (แต่ก็สวยสู้เค้าไม่ได้ไง...)

  • พลังงานคงเส้นคงวา: ไม่ว่าภาพจะมืดมนแค่ไหน แบตฯ ก็ลดลงในอัตราเดิม! (ข้อดีที่ฟังดูเหมือนข้อเสียมากกว่า...)

เกร็ดความรู้ท้ายครัว:

  • Backlight ตัวร้าย: จอ LCD ใช้ Backlight ส่องสว่าง ซึ่งเป็นตัวการหลักในการกินแบตฯ ไม่เหมือน OLED ที่แต่ละพิกเซลเปล่งแสงเองได้

  • LCD vs. OLED: OLED ประหยัดแบตฯ กว่า (โดยเฉพาะตอนใช้ Dark Mode) แต่ก็เสี่ยง Burn-in มากกว่า

  • LCD ในยุค 5G: แทบไม่มีใครใช้แล้ว! จอ OLED เค้าครองเมืองไปหมดแล้วจ้า! เหมือน Nokia 3310 ในยุค iPhone 15 อ่ะ... เข้าใจยัง?