ในอนาคตเทคโนโลยีใดจะหายไป

36 ครั้งเข้าชม
ภายในปี 2030 เทคโนโลยีจะส่งผลให้งานกว่า 2 พันล้านตำแหน่งหายไป เทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้แก่ อินเทอร์เน็ต หุ่นยนต์ การพิมพ์ 3 มิติ และการจัดแต่งพันธุกรรม แม้จะทำให้งานแบบดั้งเดิมลดลง แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ก็จะสร้างงานรูปแบบใหม่ๆ ที่เราอาจยังคาดไม่ถึงขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคโนโลยีอะไรจะหมดบทบาทในอนาคตอันใกล้ และถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรมใหม่?

ถามว่าเทคโนโลยีอะไรจะหมดบทบาทในอนาคตอันใกล้นี่นะ อืมม์… มันเป็นเรื่องที่คิดแล้วก็ชวนงงนะ คืออะไรที่เคยเป็นของใหม่สุดๆ วันนี้ก็อาจจะเก่าไปแล้ว ใครจะไปรู้ล่ะว่าของที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน อย่างมือถือเนี่ย อีกไม่กี่ปีมันจะเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ไหม ฉันแค่รู้สึกว่ามันเร็วมากจริงๆ ทุกอย่างมันพลิกผันไปหมดเลยนะ

เมื่อสองสามปีก่อน ตอนที่ฉันเพิ่งซื้อเครื่องปริ้นท์สามมิติมาลองเล่นสนุกๆ ที่บ้านช่วงมีนาคมปี 2565 นะ ยังคิดเลยว่า นี่แหละอนาคต! แต่พอคิดถึงเรื่องงานที่จะหายไปเป็นพันล้านตำแหน่งในปี 2030 อย่างที่เขาพูดกันเนี่ย มันก็หนักใจนะ พวกงานที่ต้องทำซ้ำๆ นี่แหละที่ฉันว่าไปก่อนแน่เลย ตอนนี้หลายที่ก็ใช้หุ่นยนต์มาช่วยงานเยอะแล้วนะ

เรื่องอินเทอร์เน็ตนี่ยิ่งกว่าเดิมอีก จากที่เคยใช้แค่หาข้อมูล ตอนนี้กลายเป็นชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าจะมีอะไรใหม่ที่มาแทนที่มันได้อีก ฉันก็จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆนะ แล้วเรื่องปรับแต่งพันธุกรรมนี่ก็ฟังดูไซไฟสุดๆ เลยนะ คือมันดีเหรอ มันจะโอเคจริงใช่ไหม บางทีก็คิดไปเรื่อยนะว่าโลกมันจะไปถึงไหน

ถึงแม้จะดูน่ากลัวที่งานเก่าๆ มันจะหายไปเยอะขนาดนั้น แต่ฉันเชื่อนะว่ามันจะสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาแทนที่ มันอาจจะเป็นอาชีพที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลยก็ได้ อย่างเมื่อก่อนใครจะคิดว่าจะมีคนเป็นยูทูปเบอร์ หรือนักรีวิวของกินได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มันก็แปลกดีนะ โลกมันก็หมุนไปแบบนี้แหละ

เทคโนโลยี คืออะไร จงอธิบาย

เทคโนโลยี คือ การประยุกต์ความรู้ ให้เกิดผล. วิทยาศาสตร์เป็นเพียงฐาน. มันคือวิถีทาง. เปลี่ยนโลกให้เป็นของเรา. เราสร้างมัน. มันสร้างเรา.

  • ขอบเขต: ไม่จำกัดแค่เครื่องจักร. ครอบคลุม ตั้งแต่เครื่องมือง่ายๆ จนถึงระบบซับซ้อน.
  • วิวัฒนาการ: จากยุคหิน สู่ ยุคดิจิทัล. มันเติบโต พร้อมมนุษย์.
  • แรงขับเคลื่อน: คือ หัวใจการเปลี่ยนแปลง สังคม. เศรษฐกิจ. ชีวิต.
  • สองคม: มีทั้ง คุณประโยชน์มหาศาล และผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์. การเลือกใช้คือความรับผิดชอบ.
  • ปัจจุบัน:AI, IoT, บล็อกเชน คือสิ่งที่ขับเคลื่อนยุคนี้. มันคือนวัตกรรม.
  • แก่นแท้:ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ แต่คือกระบวนทัศน์ วิธีคิดในการแก้ไขปัญหา.

เทคโนโลยีคือหมายถึงอะไร

เทคโนโลยีเหรอ อืมมม คืออะไรนะ? ก็คือ สิ่งที่คนสร้างขึ้นมา นั่นแหละ! เพื่อ ช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น หรือ แก้ปัญหา ที่เจออยู่ทุกวันเลยนะ ของรอบตัวก็ใช่หมดเลยปะ?

คือมันเป็นได้ทั้งพวก เครื่องมือ อุปกรณ์ อย่างมือถือที่เราใช้ หรือคอมพิวเตอร์ที่พิมพ์อยู่ตอนนี้เลยนะ รถยนต์ก็ใช่ เครื่องจักรในโรงงานก็ใช่ คือของที่จับต้องได้อะ

แต่บางทีมันก็ไม่ใช่แค่สิ่งของที่จับต้องได้นะ อย่างพวก กระบวนการ หรือวิธีคิด วิธีทำอะไรบางอย่างเนคโนโลยีนะ บางคนก็ไม่รู้ว่ามันก็เป็นเทคโนโลยีด้วย? เออ ฉันคิดว่ามันใช่นะ คือมันเป็นวิธีคิด วิธีทำอะไรที่มันให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไง

สรุปง่ายๆ ก็คือมันเป็นการเอา ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มา ประยุกต์ใช้ ให้เกิด ประโยชน์จริงๆ ในทางปฏิบัติ นั่นแหละ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น สะดวกขึ้นเยอะเลย

ทุกวันนี้นะ ฉันว่าเราใช้เทคโนโลยีตลอดเวลาเลยนะ ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนเลย ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ คือมันอยู่รอบตัวเราตลอด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

แล้วมันจะไปถึงไหนอีกนะ อนาคตมันจะเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหนกัน? คิดแล้วก็ทั้งตื่นเต้นและแอบกังวลนิดๆ เหมือนกันนะ เทคโนโลยีมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียแหละเนอะ

ต่อไปนี้คือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนะ

  • ความหลากหลายของเทคโนโลยี:
    • เทคโนโลยีสารสนเทศ: พวกคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน
    • เทคโนโลยีชีวภาพ: การแพทย์ การเกษตร การตัดต่อยีน
    • เทคโนโลยีอุตสาหกรรม: หุ่นยนต์ เครื่องจักร การผลิตสินค้า
    • เทคโนโลยีพลังงาน: พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
  • ผลกระทบต่อชีวิต:
    • เพิ่มประสิทธิภาพ: ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น ผลิตได้มากขึ้น
    • ยกระดับคุณภาพชีวิต: สุขภาพดีขึ้น เดินทางสะดวกขึ้น
    • สร้างความท้าทาย: ปัญหาความเป็นส่วนตัว การหลอกลวงออนไลน์
  • วิวัฒนาการ:
    • จุดเริ่มต้น: มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ตั้งแต่การประดิษฐ์ล้อและไฟ
    • พัฒนาต่อเนื่อง: มีการเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
    • ขับเคลื่อนด้วยความต้องการ: เกิดจากการที่มนุษย์ต้องการแก้ไขปัญหา และมีความอยากรู้อยากเห็น

เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงอะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง *

เทคโนโลยีสารสนเทศ. มันคือการใช้คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร. เพื่อจัดการข้อมูล. ทำให้ข้อมูลดิบ. กลายเป็นสิ่งที่มีค่า.

ข้อมูลก็อยู่ของมัน. คนเราเอาเครื่องมือไปจัดการ. แค่นั้น.

ตัวอย่าง.

  • ระบบ ATM. กดเงิน. โอนเงิน. ไม่ต้องเจอคน.
  • แอพซื้อของออนไลน์. Shopee Lazada. กดสั่ง. ของมาส่งหน้าบ้าน.
  • สตรีมมิ่ง. Netflix Spotify. ความบันเทิงตามสั่ง. แค่มีอินเทอร์เน็ต.
  • Cloud Storage. Google Drive, iCloud. ไฟล์งานอยู่ในอากาศ. เรียกใช้ได้ทุกที่.
  • IT ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์.
  • มันคือระบบ. ทุกอย่างทำงานร่วมกัน. ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย ข้อมูล. ขาดอย่างหนึ่งก็พัง.
  • สุดท้ายก็เรื่องของคน. User. Developer. System Admin. คนสร้าง คนใช้ คนดูแล.
  • เป้าหมายของมันคือแก้ปัญหา. หรือสร้างปัญหาใหม่. แล้วแต่คนใช้.

เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงอะไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

เทคโนโลยีสารสนเทศอะนะ ก็คือการที่เราเอาพวกเทคโนโลยีมาใช้แหละ พวกคอมพิวเตอร์นี่แหละนะ มาช่วยจัดการข้อมูลต่างๆ ไง ไม่ว่าจะเก็บข้ออ้มูลนะ ประมวลผลอะไรแบบนี้ หรือจะเอาข้อมูลไปเผยแพร่ก็ได้เลย เช่น ข้อความ รูป ภาพ เสียง หรือวิดีโอพวกนี้แหละ มันทำให้งานเกี่ยวกับข้อมูลมันง่ายขึ้นเยอะเลยอะ

แต่ก็นะ เจ้าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่มันมีทั้งดีนะ มีทั้งไม่ดีเลยนะ มีทั้งประโยชน์และโทษแหละ เราก็เลยต้องเรียนรู้ ต้องศึกษาพวกมันหน่อย จะได้ใช้มันได้แบบทันโลกอะ แล้วก็ปลอดภัยด้วย ซึ่งการใช้แบบปลอดภัยอะ มันก็มีหลายอย่างเลยนะ

  • ระวังข้อมูลส่วนตัว ของเราให้ดีๆ เลยนะ อย่าไปบอกรหัสผ่าน หรือพวกข้อมูลบัตรเครดิตให้ใครรู้อะ เดี๋ยวโดนหลอกแย่เลย
  • เช็คข่าวให้ชัวร์ ก่อนจะแชร์อะไรออกไปอะ เดี๋ยวกลายเป็นแพร่ข่าวปลอมไปซะงั้นนะ เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดกันไปหมด
  • ใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส อัปเดตตลอดเวลาเลย สำคัญมากพวกนี้ ระวังพวกอีเมลแปลกๆ หรือลิงก์ที่ดูน่าสงสัยมากๆ อย่าคลิกเด็ดขาดนะ
  • มีมารยาทเวลาอยู่บนโลกออนไลน์ ด้วยนะ อย่าไปพูดจาไม่ดี หรือระรานคนอื่นในเน็ตเลยนะ เคารพคนอื่น เหมือนตอนที่เราเจอหน้ากันจริงๆ นั่นแหละ
  • แบ่งเวลาการใช้งานให้เหมาะสม เลยนะ อย่าเล่นเน็ตหรือจ้องจอมากเกินไปนะ ไม่ดีต่อสุขภาพตาอะไรพวกนั้นเลยนะ พักสายตาบ่อยๆ เลย

เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไรจงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ

เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอทีเนี่ย มันก็คือ การเอาไอ้พวกความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์กับพวกการสื่อสารมาผสมโรงกัน

แล้วก็ทำให้ข้อมูลเดิมๆ เนี่ย มันเจ๋งขึ้น มีราคาขึ้น ใช้ได้เยอะแยะไปหมดนั่นแหละ โหยยยย ประหนึ่งเสกได้!

ตัวอย่างง่ายๆ เหรอ โหยยยยย มันมีเยอะจนปวดหัวจะบอกไม่หมดหรอกพี่! นี่ขนาดนั่งพิมพ์อยู่บนเครื่องปาดหน้าจอนี่ก็ใช่แล้ว!

แต่เอาที่เห็นจะๆ นะ พวก ตู้เอทีเอ็ม ไง สมัยก่อนต้องไปยืนต่อคิวรอหน้าแบงก์เหงือกแห้ง เดี๋ยวนี้กดปุ๊บรับปั๊บ จิ้มๆ สองสามที เงินออกมาละ

ไม่แค่นั้นนะ! ไอ้ที่พวกเรานั่งไถฟีด ดูคลิปตลกๆ สั่งข้าวกดมาถึงหน้าบ้านเนี่ย ทุกอย่างคือไอทีหมด เชื่อผมเถอะ!

หรือที่สั่งของออนไลน์ จ่ายเงินปุ๊บของโผล่มาหน้าประตู นั่นก็อีกเรื่อง ทำมาให้เราขี้เกียจชัดๆ เลยนะพวกนี้!

  • สร้างความสะดวกสบายระดับเทพ: เหมือนมีคนใช้มานั่งทำงานให้ฟรีๆ เรานี่แทบไม่ต้องขยับตัวไปไหนเลย สบายตัวไปดิ!
  • ทำให้ข้อมูลมีค่ามหาศาล: ข้อมูลดิบๆ ไม่น่าสนใจ พอผ่านไอทีปุ๊บ กลายเป็นทองคำเลย บางทีก็เอาไปขายได้ด้วยนะเออ!
  • เชื่อมโลกเข้าหากัน: สมัยก่อนจดหมายกว่าจะถึงนี่ลุ้นตัวโก่ง เดี๋ยวนี้แค่พิมพ์ปุ๊บปั๊บ คนอยู่ดาวอังคารยังเห็นเลยมั้งเว้ย!
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: จากที่เคยทำมือช้าเป็นเต่าคลาน พอมีไอทีปุ๊บ จ๊วด! เสร็จเร็วยังกะจรวดติดปีก ทำเยอะขึ้น รับตังค์เยอะขึ้น (มั้ง!)
  • สร้างอาชีพใหม่ๆ เพียบ: สมัยก่อนใครจะไปคิดว่านั่งเล่นเกมก็มีตังค์ หรือเป็นคนทำคลิปบ้าๆ บอๆ ก็รวยได้ นี่แหละพลังไอที!

Data กับ Information แตกต่างกันอย่างไร

เออ คือ ดาต้า (Data) เนี่ย มันก็คือแบบ ข้อมูลดิบๆ อ่ะดิ อะไรที่ยังไม่ได้ผ่านการจัดเรียง ไม่ได้เอามาคิดอะไรต่อเลย เป็นแค่ตัวเลข หรือตัวอักษร อะไรพวกนั้นน่ะ ไม่มีความหมายทันทีเลยนะ เหมือนแบบแค่เก็บๆ ไว้เฉยๆ นะ คือเก็บไว้แบบนั้นเลย.

ลองนึกดูนะ แบบเวลาเรามี ไฟล์ Excel อ่ะ พวกตัวเลขยอดขายแต่ละรายการ หรือชื่อลูกค้าเนี่ย คือ ข้อมูลดิบๆ (Raw Data) เลยนะ ใช่ ตัวเลขเยอะๆ ไม่รู้เอาไงต่อ ถ้าเอาไปใช้อะไรไม่ได้เลยก็เป็นแค่ดาต้า ไม่ใช่สารสนเทศหรอก.

ส่วน อินฟอร์เมชั่น (Information) อ่ะ มันคือ ข้อมูลที่ถูกประมวลผลแล้ว ไง คือเอาดาต้าพวกนั้นแหละ มาจัดระบบ มาวิเคราะห์อะไรบางอย่างแล้วมัน มีประโยชน็ อ่ะ มีความหมายขึ้นมา ให้เราเข้าใจอะไรได้มากขึ้น เหมือนเวลาเราเอาตัวเลขยอดขายที่เยอะๆ นั่นอ่ะนะ มาสรุปเป็นกราฟ เป็นรายงานว่าเดือนนี้ขายดีขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้คืออินฟอร์เมชั่นแล้วนะ อันนี้แหละอินฟอร์เมชั่นจริงจังเลย.

สรุปแบบง่ายๆ ก็คือ ดาต้า (Data) มันเป็นแค่ วัตถุดิบ อ่ะ เหมือนพวกอิฐ หิน ปูน ทราย ส่วน อินฟอร์เมชั่น (Information) มันคือ บ้าน ที่สร้างจากวัตถุดิบพวกนั้นแหละ สร้างเสร็จแล้วใช้งานได้เลยอ่ะ มีประโยชน์ทันที เลยนะ

ที่นี้ มาดูแบบชัดๆ อีกทีนะ เผื่อบางคนยังงงๆ อยู่:

  • ดาต้า (Data) คือ อะไรดิบๆ:

    • ตัวเลขเดี่ยวๆ เช่น "25", "1000", "แดง" พวกนี้อ่ะ คือๆ แค่นั้นเลย.
    • ยังไม่ได้จัดกลุ่ม ไม่ได้วิเคราะห์อะไรเลยนะ จริงๆ เลย.
    • ไม่มีบริบท ไง จะเอาไปทำอะไรต่อก็ยังไม่รู้เลย
    • เหมือนข้อมูลที่ยังไม่ได้ปรุงอ่ะ จืดๆ ชืดๆ
    • ตัวอย่างนะ แบบ เบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขบัตรประชาชน คือดาต้า เพราะแค่ตัวเลข ไม่ได้บอกอะไรถ้าไม่เอาไปเทียบกับอย่างอื่น
  • อินฟอร์เมชั่น (Information) คือ ดาต้าที่ผ่านการปรุงแล้ว:

    • มีบริบท: เช่น "ยอดขายปีนี้ 1000 บาท" อันนี้มีบริบทแล้วนะ คือๆ รู้เลยว่าอะไร
    • ถูกจัดเรียง จัดกลุ่ม จัดหมวดหมู่มาอย่างดี
    • มีความหมาย ทำให้เข้าใจอะไรได้ทันที
    • ช่วยในการตัดสินใจ ได้เลยนะ เวลาเราจะวางแผนอะไรเนี่ย เราต้องใช้อินฟอร์เมชั่น ไม่ใช่แค่ดาต้าดิบๆ หรอกนะ
    • แบบ กราฟแสดงแนวโน้มยอดขาย นี่ก็อินฟอร์เมชั่นเลย ชัดๆ เลย
    • ผลสรุปการสำรวจลูกค้าที่บอกว่า ลูกค้าชอบสีแดง มากที่สุด อันนี้ก็อินฟอร์เมชั่นชัดๆ เลย

ประมาณนี้นะ หวังว่าคงจะเข้าใจมากขึ้นนะ!

สารสนเทศคืออะไรมีลักษณะอย่างไร

สารสนเทศ (Information) ก็คือ ข้อมูล ดิบๆ ที่ผ่านการจัดระเบียบหรือประมวลผลมาแล้วนะ ทำให้มันมี ความหมาย ชัดเจน และ นำไปใช้ประโยชน์ ได้ทันทีเลย มันไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือข้อความที่กระจัดกระจายอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเข้าใจอะไรบางอย่างได้ดีขึ้น เออ...เหมือนเพชรที่ถูกเจียระไนแล้วนั่นแหละ

จริงๆ แล้ว หัวใจของสารสนเทศคือการเปลี่ยน Data ให้กลายเป็น Insight ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ กระบวนการมันก็มีตั้งแต่การจัดกลุ่ม จัดเรียง สรุป หรือวิเคราะห์ซับซ้อนขึ้นไปอีกเยอะแยะเลยแหละ ลองคิดดูสิว่าถ้าไม่มีการประมวลผล เราก็จมอยู่ในกองข้อมูลดิบๆ ที่ไร้ทิศทางนั่นแหละ

ยุคนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นี่แหละตัวขับเคลื่อนหลัก ทำให้เราจัดการกับข้อมูลมหาศาลจนกลายเป็นสารสนเทศที่ทรงพลังได้ การที่เราได้เห็นข้อมูลที่จัดระบบดีๆ มันเหมือนการเปิดประตูสู่โลกอีกใบนะ ให้เรามองเห็นภาพรวมหรือรายละเอียดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

สำหรับคนอย่างเราที่ชอบวิเคราะห์อะไรๆ การทำความเข้าใจสารสนเทศนี่เป็นเรื่องสนุกดีนะ เพราะมันทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น บางทีมันก็บอกอะไรเราได้เยอะเลยนะ

ลักษณะสำคัญของสารสนเทศที่ดีที่น่าจะรู้ไว้:

  • ความถูกต้อง (Accuracy): อันนี้สำคัญสุดๆ นะ ถ้าข้อมูลผิดตั้งแต่ต้น สารสนเทศที่ได้ก็พาเราหลงทางได้เลย
  • ความสมบูรณ์ (Completeness): ควรมีข้อมูลครบถ้วนตามความจำเป็น ไม่ใช่ว่าได้มาแค่บางส่วนแล้วจะเอาไปใช้ตัดสินใจ มันอาจจะทำให้ภาพไม่ชัดเจน
  • ความทันเวลา (Timeliness): สารสนเทศบางอย่างต้อง "สดใหม่" จริงๆ ถึงจะมีประโยชน์นะ ข้อมูลเมื่อวานอาจจะใช้ไม่ได้แล้วในวันนี้ ยิ่งโลกหมุนเร็วแบบนี้ยิ่งเห็นชัดเลย
  • ความเกี่ยวข้อง (Relevance): ควรจะตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการหรือกำลังหาคำตอบ ไม่ใช่ข้อมูลที่ดีแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจก็ไม่มีประโยชน์นะ
  • ความกระชับและเข้าใจง่าย (Conciseness and Understandability): สารสนเทศที่ดีควรกระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งเหยิงจนต้องตีความนานๆ