IUI กี่วัน ตรวจเจอ 2 ขีด
ตรวจครรภ์หลัง IUI กี่วัน เจอ 2 ขีด?
เอ่อ ตรวจครรภ์หลัง IUI เนี่ยนะ? เอาจริงๆ จำได้ว่าตอนนั้นลุ้นแทบตาย! หมอนัดตรวจหลังฉีดเชื้อประมาณ 2 อาทิตย์แหละ
จำได้เลยว่าตอนนั้นใจร้อนสุดๆ อยากตรวจตั้งแต่วันที่ 10 อะไรแบบนั้น แต่พยาบาลย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าเพิ่ง ตรวจเร็วไปผลมันไม่ชัวร์ อาจจะเฟลฟรีได้!
แล้วคือช่วง 2 อาทิตย์นั้นนะ นั่งสังเกตตัวเองทุกวันว่ามีอาการอะไรบ้าง ปวดท้องน้อยนิดหน่อยก็คิดไปไกลละ (ขำตัวเอง)
สรุปคือรอให้ครบ 2 อาทิตย์ตามที่หมอนัดดีที่สุดนะทุกคน ผลตรวจจะได้แม่นยำ ไม่ต้องมานั่งเครียดซ้ำซ้อนไง เข้าใจฟีลคนอยากมีลูก มันลุ้นจริงๆ!
ใส่ตัวอ่อนกี่วันถึงจะตรวจเจอ 2 ขีด
14 วันอะ ชัวร์สุด! ตอนนั้นใส่ตัวอ่อนไปคลีนิคแถวลาดพร้าว ลุ้นแทบตาย พอครบ 14 วัน ปัสสาวะใส่ที่ตรวจ...เฮ้ย! 2 ขีดจริงๆ ดีใจน้ำตาไหลพราก
- ระยะเวลา: 14 วันหลังใส่ตัวอ่อน (แนะนำ)
- ที่ตรวจ: ชุดตรวจการตั้งครรภ์ (ตามท้องตลาด)
- ผลลัพธ์: 2 ขีด = อาจท้อง! (แต่ตรวจเลือดชัวร์กว่า)
- กรณีผลลบ: รอ 2-3 วันแล้วตรวจซ้ำ (ถ้าประจำเดือนยังไม่มานะ)
- วิธีที่ชัวร์ที่สุด: ตรวจเลือดที่โรงพยาบาล / คลีนิค
หลังทำ IUI ควรปฏิบัตตัวยังไง?
หลังทำ IUI อ่ะนะ ก็...
- นอนพักแป๊บนึง สัก 15-30 นาที อ่ะ กำลังดีเลย
- เรื่องอย่างว่าก็ทำได้ปกติเลยนะ แต่ทำซ้ำๆ กันหน่อย วันเว้นวันไรงี้ เค้าว่ามันช่วยให้ติดง่ายขึ้นนะ
- แล้วก็ อย่าเพิ่งไปยกของหนัก ทำไรที่มันต้องใช้แรงเยอะๆ อ่ะ ซัก 2-3 วันนะ พักๆ ไปก่อน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- เรื่องนอนพัก: จริงๆ แล้วบางคนก็บอกว่าไม่ต้องนอนพักก็ได้นะ แต่เราว่านอนพักนิดนึงมันก็ดีกว่าอ่ะ สบายใจดี
- เรื่องกิจกรรม: คือไม่ได้ห้ามออกกำลังกายเลยนะ แต่พวกวิ่งมาราธอน กระโดดเชือก อะไรแบบนั้นก็งดๆ ไปก่อนดีกว่า เดินเล่นเบาๆ โยคะไรงี้ ได้อยู่
- เรื่องอาหาร: กินอาหารที่มีประโยชน์เยอะๆ นะ ผัก ผลไม้ โปรตีน อะไรแบบเนี้ย พวกของหมักดอง แอลกอฮอล์ งดไปก่อนเลย
- เรื่องยา: กินยาตามที่หมอสั่งเป๊ะๆ นะ ห้ามลืม ห้ามขาดเลย
- เรื่องความเครียด: พยายามอย่าเครียดนะ หาอะไรทำที่มันผ่อนคลาย ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยว อะไรก็ได้ที่ทำให้แฮปปี้
- ไปหาหมอตามนัด: อันนี้สำคัญมาก ไปตรวจตามที่หมอนัดทุกครั้งนะ เค้าจะได้ดูว่าทุกอย่างโอเคไหม
- ใจเย็นๆ: รอผลตรวจตั้งครรภ์ด้วยความใจเย็นนะ อย่าเพิ่งรีบร้อนตรวจเอง เพราะมันอาจจะยังไม่ขึ้นก็ได้
- กินโฟลิก: โฟลิกสำคัญมากๆ กินก่อนท้องก็ดี กินตอนท้องก็ดี ช่วยบำรุงทั้งแม่และเด็ก
- ระวังเรื่องท้องผูก: หลัง IUI บางคนอาจจะท้องผูก กินพวกผักผลไม้เยอะๆ หรือปรึกษาหมอเรื่องยาแก้ท้องผูกก็ได้
- อาการผิดปกติ: ถ้ามีเลือดออกเยอะ ปวดท้องมาก หรือมีอาการผิดปกติอะไร รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยไว้
คือทั้งหมดเนี่ย เราก็ทำตามที่หมอบอก แล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองด้วยแหละ ยังไงก็ขอให้โชคดีนะ! สู้ๆ!
IUI กับ ICSI ต่างกันอย่างไร?
IUI คือการ "นัดบอด" ในมดลูก ส่วน ICSI คือ "จับคู่" ให้ถึงเซลล์ไข่!
- IUI: เหมือนส่งสปาย (อสุจิ) เข้าไปในบ้าน (มดลูก) แล้วให้ไป "สู้" กับกองทัพ (ไข่) เอง ใครรอดก็ผสมกันไป เป็นการ "ช่วย" ให้เจอกันง่ายขึ้น แต่ไม่ได้บังคับให้รักกันนะเออ
- ICSI: อันนี้สายเปย์ตัวจริง! จับอสุจิที่ "ใช่" ที่สุด (ถึงจะขี้เกียจก็เถอะ) แล้วยิงเข้าไข่ไปเลย เป็นการ "บังคับ" ให้ผสมกันชัดๆ เหมือนจับคลุมถุงชนนั่นแหละ!
สรุปง่ายๆ IUI ประหยัดกว่า แต่ ICSI ชัวร์กว่า (ถ้าเงินถึงนะจ๊ะ)
เกร็ดความรู้(แบบขำๆ):
- IUI: เหมาะกับคนที่อสุจิยัง "ฟิต" อยู่ แค่ขี้เกียจเดินทาง
- ICSI: เหมาะกับคนที่อสุจิ "หมดสภาพ" หรือไข่มีปัญหา (อาจจะดื้อๆ หน่อย)
- ราคา: IUI ถูกกว่า ICSI เยอะ แต่ถ้าทำ IUI หลายรอบแล้วไม่ติด อาจจะเสียเงินมากกว่า ICSI รอบเดียวก็ได้นะเออ คิดดีๆ ก่อนตัดสินใจ
- ความสำเร็จ: ICSI โดยทั่วไปมีอัตราสำเร็จสูงกว่า IUI แต่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง สุขภาพของอสุจิและไข่
- คำเตือน: การทำเด็กหลอดแก้ว (รวมถึง ICSI) อาจมีผลข้างเคียง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจนะจ๊ะ! อย่าเชื่อหมอดู (ยกเว้นหมอดูแม่นๆ นะ...เอ๊ะ?)
- เพิ่มเติม: ปีนี้ 2567 (ค.ศ. 2024) เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ก้าวหน้าไปไกลมาก มีอะไรใหม่ๆ เพียบ อย่าลืมอัปเดตข้อมูลก่อนตัดสินใจนะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต