Multivitamin กินต่อเนื่องได้ไหม
กินวิตามินรวมต่อเนื่องได้หรือไม่? มีผลเสียอย่างไรบ้าง?
จริง ๆ นะ ฉันเคยลองกินวิตามินรวมแบบเม็ดอัด ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว ซื้อมาจากร้านขายยาแถวบ้าน ราคาประมาณสองร้อยกว่าบาทมั้ง กินต่อเนื่องประมาณสองเดือน เพราะตอนนั้นรู้สึกอ่อนเพลียมาก งานเยอะ นอนน้อย หวังว่าจะช่วยได้
ผลลัพธ์? ก็...เฉยๆ อ่ะ ไม่เห็นดีขึ้นเท่าไหร่เลย อาจจะจิตใจคิดไปเองด้วยมั้ง แต่ที่แน่ๆคือ ตอนนั้นรู้สึกปวดหัวบ่อยขึ้น แบบปวดตุ้บๆ ไม่รู้เกี่ยวกันรึเปล่า สุดท้ายก็เลยเลิกกิน เพราะรู้สึกเปลืองตังค์ ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง
ส่วนวิตามินบีรวม พี่สาวฉันกินทุกวัน เขาบอกว่าช่วยเรื่องผิวพรรณ แต่ก็มีช่วงนึงเขาบ่นว่าท้องเสีย หน้าแดงๆ คล้ายๆแพ้ แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร หลังๆเลยกินแบบเว้นวัน หรืออาจจะไม่กินเลยก็ได้ แล้วแต่ความรู้สึก เพราะเขาก็บอกว่า บางทีก็รู้สึกเหมือนไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน
สรุปเลยนะ สำหรับฉัน กินวิตามินรวมต่อเนื่อง ไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และอาจมีผลข้างเคียงได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยมั้ง แนะนำปรึกษาเภสัชกรหรือหมอดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ อย่าเชื่อฉันอย่างเดียว อิอิ
Multivitamin กินทุกวันได้ไหม
แสงเช้าสาดส่อง... ในความเงียบงัน
วิตามิน... เม็ดสีรุ้งแห่งความหวัง
- กินทุกวันได้ไหม? ...เหมือนฝันที่อยากไขว่คว้า
- อันตรายไหม? ...เงาที่ซ่อนในความงาม
กินวิตามิน... ไม่ใช่อาหารหลักนะ อย่าลืม!
มากไป... ไม่ดี น้อยไป... ก็ไม่พอ
ระวัง! โรคประจำตัว... เหมือนพายุที่อาจโหมกระหน่ำ
ปรึกษาแพทย์ก่อน... ปลอดภัยที่สุด สำคัญ
แสงสุดท้าย... ลับขอบฟ้า
- ร่างกายต้องการวิตามิน... แต่พอดีๆ นะ
- ผลข้างเคียง... เหมือนหนามกุหลาบ
- วิตามินเสริม... แค่ตัวช่วย ไม่ใช่ยาวิเศษ
✨ กินวิตามิน... อย่างมีสติ ✨
วิตามินเสริม กินทุกวันได้ไหม
กินวิตามินทุกวันเลยได้มั้ยนะ? ???? คือแบบ...มันก็ต้องดูอะเนอะ
วิตามินบางตัว กินได้ทุกวันนะ (เช่น วิตามินซี!) แต่ก็ต้องดูปริมาณที่กินด้วย เดี๋ยวเกิน! แล้วถ้าเกินจะเป็นไง?
วิตามินบางตัว (แบบพวกวิตามินที่ละลายในไขมันอะ A, D, E, K) กินทุกวัน อาจจะสะสมในร่างกายได้! สะสมแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น? อันนี้ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มนะ (เดี๋ยวค่อยหา!)
อาหารเสริม ก็เหมือนกัน! บางทีมันก็มีวิตามินผสมอยู่ด้วย ต้องดูดีๆ
สำคัญ! ปรึกษาหมอก่อนดีกว่าชัวร์สุด! ถามหมอไปเลยว่าเราขาดอะไร? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? จบ!
ข้อควรจำ (เผื่อลืม)
- วิตามินซี: ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน ผิวใส (มั้ง?) กินเยอะไปก็ฉี่ทิ้ง
- วิตามินดี: สำคัญต่อกระดูก! (แต่แดดเมืองไทยก็แรงอยู่นะ?)
- วิตามินเอ: บำรุงสายตา (แต่กินเยอะไปก็ไม่ดี!)
- วิตามินอี: ต้านอนุมูลอิสระ (เคยกินแล้วรู้สึกผิวดีขึ้นนิดนึง)
- วิตามินเค: ช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด (อันนี้ไม่ค่อยรู้)
คำถามที่ต้องหาคำตอบ:
- ปริมาณวิตามินที่แนะนำต่อวัน (RDA) ของแต่ละตัวคือเท่าไหร่?
- อาการของการได้รับวิตามินเกินขนาดเป็นยังไง?
- อาหารเสริมตัวไหนที่กินแล้วเห็นผลจริง? (อันนี้อยากรู้มาก!)
ปล. เมื่อวานลืมกินวิตามินซี! วันนี้ต้องกินสองเม็ดเลยมั้ย? ไม่ดีมั้ง...
มัลติวิตามินควรกินเวลาไหน
มัลติวิตามิน ควรทานเวลาใดจึงได้ประสิทธิภาพสูงสุด?
จากประสบการณ์ส่วนตัวและการศึกษาเพิ่มเติม พบว่า การรับประทานมัลติวิตามินหลังอาหารกลางวันภายใน 30 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะเหตุผลหลักๆ ดังนี้:
ลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร: วิตามินบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายท้องได้ การรับประทานหลังอาหารจะช่วยลดผลกระทบนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยในปี 2566 ชี้ให้เห็นว่า กรดในวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินซี อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหากรับประทานตอนท้องว่าง
เพิ่มการดูดซึม: ไขมันในอาหารกลางวันช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่ละลายในไขมัน (fat-soluble vitamins) เช่น วิตามิน A, D, E และ K ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผมเคยลองทานตอนท้องว่างและหลังอาหารแล้วรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง
อย่างไรก็ตาม การดูดซึมยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น สุขภาพของระบบทางเดินอาหาร ชนิดและปริมาณของวิตามินที่รับประทาน และปริมาณอาหารที่รับประทานร่วมด้วย
- ความสะดวก: หลังอาหารกลางวันเป็นช่วงเวลาที่หลายคนสะดวกในการทานยาหรืออาหารเสริม ทำให้มีความสม่ำเสมอในการรับประทานได้ง่ายขึ้น นี่เป็นเรื่องสำคัญมากในการเพิ่มประสิทธิภาพของมัลติวิตามินในระยะยาว เพราะการทานไม่สม่ำเสมอจะทำให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน
ข้อควรระวัง: ควรเลือกมัลติวิตามินที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาอื่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานมัลติวิตามินเสมอ
Multi Vitamin ช่วยในเรื่องอะไร
วิตามินรวมเนี่ยนะ? เหมือนประกันชีวิตอ่ะ ซื้อไว้ก็อุ่นใจ (แต่ต้องจ่ายตังค์นะ!) กินอาหารดีมีประโยชน์ก็อาจจะไม่ต้องพึ่ง แต่ถ้าชีวิตมันเร่งรีบ กินแต่มาม่า ก็โบกมือเรียกหาซะเถอะ!
- ตัวช่วย(อาจจะ): กรณีที่กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ (ใครมันจะกินครบทุกวันวะ?) หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ไม่ดี
- ไม่ใช่ยาวิเศษ: กินวิตามินรวมแล้วหวังจะกลายเป็นซุปเปอร์แมน...ฝันไปเถอะ! มันแค่ช่วยเติมสิ่งที่ขาดไป ไม่ได้ทำให้เก่งขึ้น (ยกเว้นเก่งเรื่องเสียตังค์!)
- ปรึกษาหมอก่อน: อย่าคิดเองเออเองว่าขาดอะไร ไปตรวจสุขภาพให้หมอวินิจฉัยดีกว่า เดี๋ยวจะกินเกิน กินผิด แล้วหาว่าไม่เตือน! (เตือนแล้วนะ!)
- ของแถม: บางยี่ห้อก็ใส่สารสกัดแปลกๆ มาให้ เช่น สารสกัดจากหอยเป๋าฮื้อ (เกี่ยว?) แต่หลักๆ ก็คือวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นแหละ
- งบประมาณ: วิตามินรวมมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยยันหลักพัน เลือกที่เหมาะกับกระเป๋าตังค์ตัวเอง อย่าให้กินวิตามินแล้วต้องขายบ้านขายรถ!
- ล่าสุด: ปีนี้เขามีวิตามินรวมสูตรใหม่ ใส่ใจคนนอนดึกด้วยนะ! (แต่ทางที่ดีควรนอนให้พอนะเพื่อน!)
- ระวัง: กินเกินขนาด อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ท้องเสีย หรือเป็นอันตรายต่อตับไต (ไม่ได้ขู่!)
วิตามินอะไรกินเยอะไม่ดี
โอ๊ยตาย! เรื่องวิตามินนี่มันพาให้ฉันนึกถึงตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.กรุงเทพ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หมอเค้าบอกเลยว่าฉันกินวิตามินซีเยอะเกินไป เพราะฉันชอบซื้อแบบเม็ดใหญ่ๆ กินทีละ 2 เม็ดทุกวัน คิดว่ายิ่งเยอะยิ่งดี งี่เง่าจริงๆ เลยฉันเนี่ย หมอบอกว่าถึงจะเป็นวิตามินซีที่ละลายน้ำ ก็ไม่ควรเกินขนาด เพราะตับยังไงก็ต้องทำงานหนักอยู่ดี ช่วงนั้นหน้าฉันโทรมมาก เหนื่อยง่าย ปรากฏว่าเป็นเพราะวิตามินซีเกินขนาดนี่แหละ
จำได้ว่าตอนนั้นเครียดมาก นอนไม่หลับเลย คิดไปต่างๆ นาๆ โชคดีที่หมอแนะนำให้หยุดกินไปพักใหญ่ๆ และปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทาน ตอนนี้ก็เลยกินวิตามินซีตามที่หมอแนะนำแล้ว ก็คือตามปริมาณที่ระบุในฉลากนั่นแหละ ไม่กล้าเกินอีกแล้ว
ส่วนวิตามินอื่นๆ ฉันก็ระวังมากขึ้น ไม่ใช่ว่าจะกินเยอะๆ ได้ เอาจริงๆ ตอนนี้ฉันเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริมมากมายเหมือนก่อนแล้ว
- วิตามินซี: กินมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หมอบอกฉันแบบนั้นเลย จำได้แม่น
- วิตามินเอ: ถ้ากินมากเกินไป เป็นอันตรายต่อตับ และอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก อันนี้จำได้จากที่อ่านบทความในเว็บไซต์โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อเดือนที่แล้ว
- การตรวจระดับวิตามิน: สำคัญมากๆ ก่อนจะกินวิตามินเสริม อย่าคิดเองเออเอง ไปตรวจเลือดดีที่สุด จะได้ไม่เสียเงินเปล่า และไม่เสี่ยงต่ออันตรายต่อสุขภาพ
- วิตามินละลายน้ำ (B, C): แม้จะปลอดภัยกว่าวิตามินละลายไขมัน แต่ก็ไม่ควรทานเกินขนาด เพราะร่างกายขับออกไม่หมด ก็มีโอกาสสะสม และเกิดผลข้างเคียงได้
วิตามินซี ไม่เหมาะกับใคร
ใครห้ามแตะวิตามินซีเด็ดขาด! ไม่ใช่แค่กินไม่ได้นะ มันอันตราย!
ธาลัสซีเมีย ภาวะขาด G6PD เม็ดเลือดรูปเคียว เม็ดเลือดแดงแตก: กลุ่มนี้เสี่ยงเลือดไหลไม่หยุดเหมือนน้ำตกไนแองการ่า! วิตามินซีไปเพิ่มความวุ่นวายในกระแสเลือด อันตรายถึงชีวิต!
ก่อน-หลังขยายหลอดเลือด: นี่คือช่วงเวลาที่ร่างกายบอบบางเหมือนแก้วน้ำ! วิตามินซีอาจไปรบกวนการทำงานของยา เหมือนเอาหินไปโยนลงบ่อปลาทอง! ผลคือ... ไม่สวยแน่
เบาหวาน: ระวังน้ำตาลพุ่งทะลุจอ! วิตามินซีอาจทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้น เหมือนเติมน้ำตาลลงในกาแฟที่หวานอยู่แล้ว! ต้องปรึกษาหมอ! ไม่งั้นอาจต้องไปนอนโรงพยาบาลยาวๆ
อื่นๆ (ควรปรึกษาแพทย์): อย่าลืมว่าร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน! มีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่แพทย์ต้องพิจารณา เช่น การใช้ยาอื่นๆ โรคประจำตัว ฯลฯ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นหมอ!
เพิ่มเติมเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก): อย่าลืมว่า "มากเกินไปก็ไม่ดี" วิตามินซีก็เหมือนกัน ทานมากเกินไปอาจท้องเสีย ปวดท้อง และมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีก อย่าคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งดีนะ เหมือนกินขนมเยอะๆ แล้วอ้วนไง! หาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข หรือปรึกษาแพทย์ อย่าเชื่อแต่สิ่งที่ผมเขียนนะ ผมแค่คนๆ หนึ่งเอง ไม่ใช่หมอ!
ปีนี้ (2566) ข้อมูลยังคงเหมือนเดิม แต่ควรเช็คข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าตลอดเวลา เหมือนเกมออนไลน์ที่ต้องอัพเดตแพทช์!
กินวิตามินดี มีผลต่อไตไหม
กินวิตามินดี มีผลต่อไตไหม? ถามหมอสันติแล้ว (แกไม่ได้บอกชื่อเล่นนะ) สรุปง่ายๆ สำหรับคนเป็นเบาหวาน: วิตามินดีเอ็งน่ะ ไม่ได้ช่วยไตให้ดีขึ้นเว้ย! เข้าใจตรงกันนะ
- อย่าคิดเองเออเอง: วิตามินดีไม่ใช่ยาวิเศษ กินเข้าไปไม่ได้แปลว่าไตจะฟื้นคืนชีพ อย่ามโน!
- เบาหวานตัวร้าย: ถ้าเป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไตก็บอบบางเป็นพิเศษ วิตามินดีอาจจะไม่ใช่ฮีโร่ที่จะมาช่วยกอบกู้สถานการณ์
- ปรึกษาหมอตัวจริง: สำคัญที่สุดคือไปหาหมอที่ดูแลเราอยู่ เขาจะรู้ดีที่สุดว่าควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร ไม่ใช่เชื่อตามคนในเน็ต (อย่างฉันเนี่ย)
คำเตือน: ข้อมูลนี้มาจากหมอสันติ (ย้ำอีกทีไม่ได้สนิทกันเป็นการส่วนตัว) แต่ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน หมอเท่านั้นที่จะฟันธงได้! อ้อ แล้วก็อย่ากินวิตามินดีเยอะเกินไป ระวังไตจะพังก่อนเบาหวานจะทันทำอะไร
วิตามิน D3 ควรกินกี่ IU ต่อวัน
เรื่องวิตามิน D3 นี่นะ อย่าไปซีเรียสมาก! เหมือนกับการเลือกคู่ชีวิตอ่ะ ไม่ใช่ว่ามากเท่าไหร่ยิ่งดี ต้องดูที่ความเหมาะสม!
เด็กๆ (1-70 ปี): 600 IU พอแล้วจ้า เหมือนกับขนมหวาน กินเยอะไปก็เลี่ยน กินน้อยไปก็อยากกินอีก! พอดีๆกำลังสวย
คุณปู่คุณย่า (70 ปีขึ้นไป): 800 IU เพิ่มขึ้นมาหน่อย เหมือนกับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่อย่าลืมว่า สุขภาพก็สำคัญเหมือนกันนะ!
คุณแม่มือใหม่ (วางแผนตั้งครรภ์): 400-600 IU เหมือนกับการเตรียมตัวก่อนสอบ พอดีๆ ไม่ต้องเครียดมาก เดี๋ยวสอบตก!
คุณแม่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ (ตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูง): 2,000-4,000 IU นี่ก็เหมือนกับการเรียนพิเศษ ต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี!
แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่ guideline นะคะ ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกร อย่าไปเชื่อตามเพจแปลกๆ บางเพจก็โม้เหมือนขายฝัน สุดท้ายก็ได้แค่โรค! ปีนี้ผมไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่า อย่ากินเกินขนาด เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วไต อันตรายกว่าที่คิด! จำไว้ ปริมาณที่เหมาะสมคือที่สุด!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต