กินอะไรทําให้ ไข่สมบูรณ์
คำถาม?
คำถาม: อาหารบำรุงไข่กับมดลูกสำหรับคนอยากมีลูก มีอะไรบ้าง
ตอนพยายามจะมีลูกนะ เราเปลี่ยนการกินแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย อะไรที่เค้าว่าดีคือลองหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่มันคือความหวังเล็กๆ ในทุกมื้ออาหารอะ
ไข่นี่คือพื้นฐานสุดๆ เรากินไข่ต้มทุกเช้าเลย วันละสองฟอง ไม่เคยขาด โปรตีนมันสำคัญมากกับเซลล์ไข่โดยตรงเลยนะ ไม่ต้องแพง แค่ไข่ไก่จากตลาดแถวบ้านนี่แหละ
แล้วก็ปลาแซลมอน อันนี้ลงทุนหน่อย ตอนนั้นไปซื้อที่แม็คโครมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วมาตัดแบ่งฟรีซไว้ อาทิตย์นึงต้องมี 2-3 มื้อ กินคู่กับพวกผักใบเขียวปั่น อย่างเคล หรือผักโขม โอเมก้า 3 กับโฟเลตเขาว่าช่วยเรื่องผนังมดลูกให้มันหนาฟู
โยเกิร์ตก็กินนะ แต่เลือกเป็นกรีกโยเกิร์ตที่น้ำตาลน้อยๆ ส่วนพวกถั่วอย่างอัลมอนด์ วอลนัท มีติดโต๊ะทำงานตลอด เวลาบ่ายๆ หิวก็หยิบมากินแทนขนม มันคือไขมันดีที่ร่างกายต้องการจิงๆ
ผลไม้จะเน้นไปทางเบอร์รีแช่แข็ง เอามาปั่นรวมกับผักตอนเช้า ซื้อถุงใหญ่ๆ จากซุปเปอร์ มันคุ้มกว่า ส่วนอะโวคาโดนี่คือที่สุดแล้ว กินกับขนมปังโฮลวีตตอนเช้า คือมันดีต่อฮอร์โมนมากๆ แต่การหาลูกที่สุกพอดีนี่ก็เรื่องนึงเลยนะ
ทำยังไงให้ไข่มีคุณภาพ
อยากได้ไข่สวยๆ? ก็ต้องดูแลตัวเองหน่อย ไม่ใช่เรื่องยาก
นอน. นอนไปเลย อย่างน้อย 8 ชั่วโมง. ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเอง ไม่ใช่เวลามาอดหลับอดนอน
ช่วงกระตุ้นไข่คือช่วงทำตัวเป็นคุณหนู ห้ามออกกำลังกายหนัก ไม่ต้องไปวิ่ง ไม่ต้องไปยกเวท พลังงานทั้งหมดต้องเอาไปลงที่ไข่ เข้าใจนะ
เรื่องบนเตียงก็พักก่อน งดมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาด. ไม่งั้นได้เรื่องแน่ รังไข่บิดขั้ว ถุงไข่แตกขึ้นมา ไม่สนุกนะ ไม่คุ้มเลยสักนิด
- ของกินโคตรสำคัญ โปรตีนต้องถึง กินไข่ ปลา อะโวคาโด เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เลิกกินหวาน เลิกของแปรรูปได้คือดีมาก พวกนี้คือขยะของร่างกาย
- Coenzyme Q10 คือตัวยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพไข่ กินไปเลย 400-600 มิลลิกรัมต่อวัน มันคือพลังงานของเซลล์ไข่โดยตรง
- Folic Acid เป็นของพื้นฐาน ที่ต้องกินอยู่แล้ว อย่าพร่อง
- ความเครียด ตัวทำลายล้างเลย ไปหาอะไรทำซะ นั่งสมาธิ ดูหนังโง่ๆ ฟังเพลง ไม่ต้องหมกมุ่นเรื่องไข่ตลอดเวลา ประสาทจะกิน
- เลิกบุหรี่ เลิกแอลกอฮอล์ ไม่ต้องพูดเยอะมั้งเรื่องนี้
ไข่ตกครั้งละกี่ใบ
วันนั้นจำได้เลย นั่งดูหลานสาวตัวน้อยเล่นอยู่บนพื้นบ้าน แสงบ่ายๆ ส่องเข้ามาในห้อง มันทำให้นึกขึ้นมาเองว่าคนเรานี่มันมหัศจรรย์จริงจัง ไข่ตกแต่ละทีก็แค่เดือนละฟองเท่านั้นเอง รู้สึกทึ่งมาก จำได้ว่าเคยเรียนมาตอนไหนไม่รู้ สองสามปีที่แล้ว อาจจะตอนเรียนชีวะ หรือตอนไปตรวจสุขภาพที่คลินิกแถวสุขุมวิทนี่แหละ คุณหมอพูดให้ฟัง มันติดในหัวเลยนะ ว่าตอนที่เราเป็นทารกในท้องแม่น่ะ มีเซลล์ไข่ตั้ง 6-7 ล้านฟอง โห! เยอะมาก เหมือนจักรวาลย่อมๆ เลยนะ
พอคลอดออกมานะ เหลือแค่ 2 ล้านฟอง แค่นี้ก็ยังเยอะอยู่ดี พอโตมาเข้าสู่วัยรุ่นน่ะ มันร่วงไปอีก เหลือแค่สองแสนถึงห้าแสนเอง คือแบบหายไปเยอะมากจริงๆ แล้วที่สำคัญที่สุดคือ ที่จะเอาไปท้องได้จริงๆ น่ะ ตลอดชีวิตเรามีแค่ 400-500 ฟองแค่นั้นเองอะ ฟังแล้วแบบรู้สึกเสียดายไงไม่รู้ มันน้อยมากๆ เลย พอคิดถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าทุกการตั้งครรภ์มันคือปาฏิหาริย์อะจริงๆ ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
- ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์จะ ตกไข่เดือนละ 1 ครั้ง
- ตอนเป็นทารกในครรภ์ มีเซลล์ไข่เริ่มต้นที่ 6-7 ล้านฟอง
- เมื่อแรกคลอด จำนวนเซลล์ไข่จะเหลือประมาณ 2 ล้านฟอง
- ในช่วงวัยรุ่น เซลล์ไข่จะลดลงเหลือเพียง 200,000-500,000 ฟอง
- ตลอดชีวิต ผู้หญิงจะมีเซลล์ไข่ที่สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียง 400-500 ฟองเท่านั้น
อายุ 40 เหลือไข่กี่ฟอง
อายุ 40 เหลือไข่กี่ฟอง? จิบน้ำชาเย็นๆ แล้วมาว่ากัน
ผู้หญิงเราเกิดมาพร้อม "กองทุนไข่" ตั้งแต่ยังแบเบาะ ประมาณ 2-6 ล้านฟอง! เยอะจนน่าตกใจ เหมือนมีเพชรเม็ดเล็กๆ เป็นล้านๆ เม็ดในตัว แต่พอโตขึ้น มี "รอบเดือน" มาเป็นสัญญาณแรก กองทุนไข่นี้ก็เริ่มถูกใช้งานไปเรื่อยๆ เหมือนแต้มสะสมที่ค่อยๆ ลดลง
พออายุเข้าเลข 4 (40 ปี) เปรียบเหมือนเราไปถึง "ด่านกลาง" ของการเดินทาง ไข่ที่เหลืออยู่ก็หดเหลือประมาณ 25,000 ฟอง โอ้วววว! ลดฮวบฮาบเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่จำนวนที่ลดนะ คุณภาพก็เหมือนของที่วางขายมานาน อาจจะมี "ตำหนิ" บ้าง ทำให้โอกาสที่ไข่จะสมบูรณ์แบบเพื่อการตั้งครรภ์ลดลงไปอีก
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบฉบับรู้ทันโลก:
- "คุณภาพ" สำคัญกว่า "ปริมาณ" ที่ปลายทาง: ตอนอายุน้อยๆ ไข่เราเหมือนเพชรแท้ น้ำใสปิ๊ง! พออายุเยอะ ไข่ก็เหมือนเพชรที่มีรอยข่วนเล็กน้อย โอกาสเกิดปัญหาโครโมโซมผิดปกติ (เช่น ดาวน์ซินโดรม) ก็เพิ่มขึ้นตามอายุของคุณแม่ ไม่ใช่เพราะลูกไม่น่ารักนะ แต่เพราะไข่ใบนั้นเดินทางมานานแล้ว
- ฤดูกาลแห่งการมีบุตร: ช่วงวัย 20-30 ต้นๆ ถือเป็น "ฤดูทอง" ของการมีลูก ไข่ยังสดใหม่ คุณภาพดี แต่พอเลย 35 ปีไปแล้ว ก็เหมือนผลไม้ที่เริ่มสุกงอม ความเสี่ยงต่างๆ ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
- เทคโนโลยีช่วยได้ (แต่ก็มีลิมิต): การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ก็เหมือนการ "ฝากเงิน" ไว้ในธนาคารเย็นๆ เพื่อไว้ใช้ในอนาคต แต่ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่าจะสำเร็จเสมอไป และต้นทุนก็สูงพอสมควร
- "ธรรมชาติ" ไม่เคยรอใคร: ร่างกายผู้หญิงถูกออกแบบมาให้มีช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการมีบุตร ยิ่งเรารู้จัก "จังหวะ" ของร่างกายตัวเอง ก็ยิ่งมีโอกาสวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น
ทำยังไงถึงจะได้ลูกแฝด
อยากได้ลูกแฝดเหรอ? อืม... เข้าใจเลย มันดูน่ารักมากๆ เนอะ
หมอบอกว่ามีวิธีนะ หลักๆ ก็จะประมาณนี้
- กินยาช่วยให้ไข่ตกเยอะขึ้น: หมอจะให้ยาที่กระตุ้นให้รังไข่เราปล่อยไข่ออกมาทีเดียวหลายๆ ใบ ถ้าไข่พวกนี้ผสมกับอสุจิ ก็มีสิทธิ์ท้องแฝดได้เลย
- สังเกตวันตกไข่ให้เป๊ะ: อันนี้สำคัญมาก ต้องรู้ว่าวันไหนเราไข่ตกจริงๆ จังๆ แล้วก็มีเพศสัมพันธ์ช่วงนั้นพอดี โอกาสท้องก็มากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้:
- การฉีดยากระตุ้นไข่: นอกจากยากินแล้ว บางทีหมออาจจะแนะนำให้ฉีดยาบางตัวที่ช่วยเร่งให้ไข่โตและพร้อมตกได้ดีกว่าเดิม
- การทำ IVF (เด็กหลอดแก้ว): วิธีนี้คือการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย คือเอาไข่กับอสุจิมาผสมกันในห้องแล็บ แล้วค่อยย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในมดลูก ตอนย้ายตัวอ่อน หมออาจจะใส่เข้าไปหลายตัวอ่อน ถ้าโชคดี ก็อาจจะได้แฝดได้
- ปัจจัยอื่นๆ: มีบางงานวิจัยบอกว่า เชื้อชาติ, อายุของคุณแม่, หรือแม้แต่ประวัติครอบครัวที่เคยมีลูกแฝด ก็อาจจะมีส่วนช่วยเหมือนกันนะ แต่วิธีพวกนี้ควบคุมยากกว่า
ข้อควรจำ:
- ปรึกษาหมอเสมอ: อย่าเพิ่งไปทำอะไรเองนะ ต้องให้หมอเป็นคนประเมินและแนะนำทุกอย่าง เพราะมันมีข้อดีข้อเสีย แล้วก็ความเสี่ยงของมันด้วย
- ไม่ใช่ทุกคนที่จะท้องแฝดได้: ถึงจะทำตามที่หมอแนะนำ ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้ลูกแฝด 100% นะ มันต้องอาศัยหลายอย่างประกอบกัน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต