นอนท่าไหนไม่ให้ไอ

57 ครั้งเข้าชม
ท่านอนแก้ไอสำหรับผู้ป่วยโควิด-19การจัดท่านอนที่เหมาะสมช่วยบรรเทาอาการไอและหายใจลำบากได้ โดยเน้นการนอนคว่ำเป็นหลัก และสลับกับท่าอื่นเพื่อลดความเมื่อยล้า ท่าหลัก: นอนคว่ำ ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ (30 นาที - 2 ชั่วโมง) ช่วยให้ปอดขยายตัวและหายใจสะดวกขึ้น ท่าสลับ: นอนตะแคงซ้าย-ขวา หรือนั่งเอนตัว เพื่อพักและเปลี่ยนอิริยาบถ ท่าที่ควรเลี่ยง: ท่านอนหงาย เพราะอาจทำให้อาการไอและหายใจลำบากกำเริบ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

จำได้เลยตอนนั้นที่เพื่อนแถวบ้านชื่อพี่นัท ติดโควิดหนักเมื่อช่วงต้นปี 2565 นั่นล่ะ อาการแย่จริง ไอค่อกแค่ก หายใจก็ลำบากมาก แบบว่า ฟังแล้วก็สงสาร ยิ่งตอนกลางคืนนะ เหมือนจะขาดใจเลยทีเดียว เหมือนคนจะจมน้ำตายอะไรแบบนั้นเลย.

คุณหมอที่คลินิกแถวบ้าน คุณหมอวิมลนั่นแหละ บอกว่าให้ลองนอนคว่ำดู ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาว่ามันจะช่วยเรื่องไอเรื่องหอบอะไรพวกนี้ได้ดีเลยนะ บรรเทาอาการหนื่อยได้ด้วย แต่ก็นะ ใครจะไปนอนท่าเดียวได้ตลอดเวลากัน นึกสภาพแล้วก็คงเมื่อยแย่.

พี่นัทเขาก็เล่าให้ฟังนะว่าแรกๆ ก็ฝืนทำตามที่คุณหมอบอก พอสักพักก็ทนไม่ไหวจริงๆ คือนอนคว่ำแล้วก็ต้องหันหน้าไปข้างนึงนั่นแหละ ทำได้ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมงก็ต้องเปลี่ยนท่าแล้ว รู้สึกว่ามันกดทับไปหมด แขนชาก็มี.

ที่สำคัญเลยนะ คุณหมอบอกไว้ชัดเจนเลยว่าอย่าไปนอนหงายเด็ดขาด อันนี้คุณหมอย้ำมากนะว่าหายใจจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องสลับไปนอนตะแคงข้างขวาบ้าง สักครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง สลับไปนั่งบ้างอะไรแบบนั้นแหละ ให้ร่างกายมันได้พักผ่อน ไม่กดทับนานเกินไป.

ช่วงนั้นฉันเองก็ช่วยๆ ดูแล ส่งข้าวส่งน้ำไปให้ที่บ้านพี่นัท เห็นแล้วก็ท้อแทนจริงๆ แบบว่ากว่าจะพ้นช่วงนั้นมาได้มันไม่ง่ายเลย การหายใจนี่สำคัญมากนะทุกคน อยากจะบอกเลยว่าดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ.

ไอตอนกลางคืนนอนท่าไหน

การแก้ปัญหา ไอตอนกลางคืน ควรปรับ ท่านอน 45 องศา (กึ่งนั่งกึ่งนอน) นี่คือการหนุนหมอนให้ตัวอยู่กึ่งนั่งกึ่งนอน การทำแบบนี้ ลดการไหลของมูกลงคอ และ ลดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหาร เวลาที่นอนราบ จะกระตุ้นอาการไอได้มากขึ้นจริงๆ

  • ไอตอนกลางคืน นี่มันโคตรแย่เลยบางที ไอจนนอนไม่ได้ ไอจนเจ็บคอไปหมด ฉันเคยไอแบบนั้นนะ มันแย่จริงๆ ทรมานสุด
  • เคยนอนราบไปเลยแล้ว ไอหนักกว่าเดิม เยอะเลย แรงโน้มถ่วง มันทำพิษจริงๆ นี่แหละปัญหาหนัก ที่จริงเลย
  • ต้องไปหาซื้อ หมอนปรับท่านอน ดีๆ สักใบ หมอนที่บ้านตอนนี้มันแบนไปหมด ไม่ช่วยอะไรเลย ไม่แปลกใจที่ตื่นมาไอทุกคืน
  • บางทีก็คิดนะ ไอเพราะอะไรกันแน่? เป็นภูมิแพ้ด้วยรึเปล่า? หรือแค่สภาพอากาศไม่ดี? ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ? งงไปหมดเลย
  • วิธีนี้มันดีนะ คือช่วยได้ทั้ง มูกไหลลงคอ และ กรดไหลย้อน คือได้ประโยชน์สองต่อเลย ไม่ต้องมานั่งแยกเยอะแยะเลย
  • หนุนหมอน ให้สูงขึ้นนี่แหละสำคัญจริงๆ ต้องทำให้ได้ 45 องศาไปเลย คืนนี้แหละจะลองดู จะได้ไม่ต้องไอจนตื่นอีก เบื่อแล้ว
  • เรื่องความชื้นในห้องก็มีส่วนนะ แต่นี่เราโฟกัสเรื่องท่านอนก่อนดีกว่า แก้ทีละจุดไปก่อน ง่ายกว่า

นอนยังไงให้ไอน้อยลง

ไอจนไส้จะหลุดแล้วใช่มั้ยยยย! นอนหงายทีไรเสมหะไหลย้อนลงคอเหมือนน้ำท่วมรอการระบาย โอ้ยยย ปอดจะพังเอา!

บอกเลยว่าท่านอนหงายคือท่าแห่งความพ่ายแพ้สำหรับคนไอ! ลองเปลี่ยนมาใช้ท่าไม้ตาย ท่ากบจำศีล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า ท่านอนคว่ำ นั่นแหละ! แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเอาหน้าไปจมหมอนตายอนาถล่ะ มันมีเทคนิค! หาหมอนมาหนุนตรงอกกับสะโพกไว้ แล้ว ตะแคงหน้าหล่อๆ สวยๆ ไปด้านข้าง ให้มีรูหายใจไว้แลกเปลี่ยนออกซิเจนกับจักรวาลบ้าง

พอทำแบบนี้ปุ๊บ แรงโน้มถ่วงที่เคยเป็นศัตรูจะกลายเป็นมิตรแท้ทันที มันจะดึงของเหลวในปอดลงไปกองข้างล่าง ทำให้ปอดส่วนบนขยายตัวได้เต็มที่เหมือนลูกโป่งงานวัด หายใจโล่งขึ้นแบบรู้สึกได้เลย ไม่เชื่อคืนนี้ลองดู!

เคล็ดลับเสริมทัพกำจัดไอ:

  • ยกหัวให้สูงเข้าไว้! เอาหมอนมาซ้อนกันสองสามใบ ทำให้หัวสูงกว่าตีน ไม่ใช่แบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยทับ เสมหะมันจะได้ไม่กล้าไหลย้อนขึ้นมาปาร์ตี้ในลำคอ
  • จิบน้ำอุ่นก่อนนอน ไม่ใช่ซดเบียร์นะโว้ย! น้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะที่เหนียวเป็นกาวตราช้างให้มันอ่อนนุ่มลง จะได้ไม่ระคายคอ
  • เพิ่มความชื้นในห้อง ถ้าห้องนอนแห้งยังกะทะเลทรายซาฮาร่า คอก็จะแห้งตามไปด้วย หาผ้าขนหนูชุบน้ำมาวางไว้ข้างเตียงก็ได้ ง่ายๆ สไตล์ลูกทุ่ง
  • ซักผ้าปูที่นอนบ้างเถอะพ่อคุณ! ไรฝุ่นมันเยอะกว่าคนเดินสยามอีก สูดเข้าไปก็ไอสิ รออะไรอยู่

ทำยังไงไม่ให้ไอตอนนอน

ไม่ให้ไอตอนนอนเนี้ยนะ เอ่อออ เนี่ยลองนอนตะแคงดูดิ อันนี้ช่วยได้เยอะเลยนะ โดยเฉพาะคนที่เป็นกรดไหลย้อนง่ะ แบบว่ามันจะไม่ย้อนขึ้นมาไง เออ อีกอย่างนะ หนุนหมอนให้สูงขึ้นหน่อย อื้อ ใช่เลย กันกรดมันขึ้นมานั่นแหละ แล้วกะก่อนนอน จิบน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง นิดนึง อันนี้ช่วยเรื่องระคายคอได้ดีมากๆ เลยนะ ไอแล้วมันจะรู้สึกดีขึ้นมาเลย เนี่ย ลองดูนะ

มีทริคอื่นๆ ที่เคยลองละกะพอช่วยได้นะ:

  • บางทีไอเพราะอากาศแห้งไง ลองเปิดเครื่องทำความชื้น ในห้องดูสิ มันจะช่วยให้คอไม่แห้งมากอ่ะนะ
  • หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน ก่อนนอนกะดีนะ แบบว่าพวกของหนักๆ มันอาจจะไปกระตุ้นกรดไหลย้อนเพิ่มไปอีกไง
  • พยายาม ไม่นอนหลังกินอิ่มใหม่ๆ เลยนะ เว้นไปสักสองสามชั่วโมงง่ะ แบบนี้มันจะช่วยลดกรดไหลย้อนด้วยไง ก็เลยไม่ไอตอนนอน
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ก่อนนอนก็ได้นะ สำหรับคนที่มีเสมหะหรือน้ำมูกไหลลงคออ่ะ อันนี้ก็ช่วยได้เยอะเลยนะ ล้าง ล้างให้สะอาดเลย

ทำไมนอนแล้วไอเยอะ

ไอตอนนอนเหรอ? รู้เลย!

มันเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ เลยนะ แบบว่ากำลังจะหลับจะฝันดีๆ กำลังจะเคลิ้มๆ แล้วอยู่ดีๆ เสียงไอแห้งๆ ก็ดังขึ้นมาเอง เหมือนมีอะไรมาแหย่ในคอ ตื่นกลางดึกทุกที! ครั้งล่าสุดที่เจอหนักๆ เลยคือช่วงปลายปีที่แล้ว ประมาณเดือนพฤศจิกายน อากาศเริ่มเย็นๆ แล้วไง ฉันเป็นภูมิแพ้ด้วย มันก็กำเริบขึ้นมา พอหัวถึงหมอนเท่านั้นแหละ ไอเป็นชุดเลย ไอแห้งๆ จนนึกว่าปอดจะหลุดออกมา

สาเหตุมันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ

เท่าที่ไปอ่านเจอ ไปถามหมอมาบ้าง คือตอนเรานอนเนี่ย ร่างกายเราอยู่ในท่าราบ เสมหะที่ปกติมันจะไหลลงคอไปอยู่แล้ว พอเราเป็นไซนัสอักเสบ หรือเป็นภูมิแพ้ มันก็มีน้ำมูก หรือเสมหะเยอะไง พอมันไหลลงคอตอนเรานอน มันก็ไปกระตุ้นให้ไอ ยิ่งอากาศมันเย็นๆ หรือถ้าห้องนอนมีอะไรที่แพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น มันก็ยิ่งไปทำให้หลอดลมตีบ ทำให้ไอมากขึ้นเข้าไปอีก

ประสบการณ์ส่วนตัวที่จำได้แม่น

มีอยู่วันนึงจำได้แม่นเลย กลางดึกประมาณตีสอง อากาศในห้องนอนหนาวมาก (เปิดแอร์ฉ่ำๆ) ฉันตื่นมาเพราะไอ รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ พอลุกขึ้นนั่งเท่านั้นแหละ น้ำมูกไหลลงคอทันทีเลย แล้วก็เริ่มไอต่อ ไอแห้งๆ ติดกันไปหลายรอบเลย พยายามจะจิบน้ำก็เหมือนจะช่วยได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมาไออีก เป็นแบบนี้อยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะสงบ

ข้อมูลเพิ่มเติมน่ารู้เกี่ยวกับอาการไอตอนกลางคืน

  • เสมหะไหลลงคอ: นี่คือตัวการหลักเลย เวลาเรานอนราบ เสมหะจากโพรงจมูกและไซนัสจะไหลลงไปที่คอ ทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นให้ไอ
  • โรคที่เกี่ยวข้อง:
    • ไซนัสอักเสบ: ทำให้มีน้ำมูกข้นเหนียว ไหลลงคอได้ง่าย
    • โรคภูมิแพ้: เยื่อบุโพรงจมูกบวม มีน้ำมูกใสๆ ไหลลงคอ
    • โรคหอบหืด: หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้หลอดลมตีบและไอได้ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
    • กรดไหลย้อน: กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารและคอ ทำให้ระคายเคืองและไอได้เช่นกัน
  • ปัจจัยกระตุ้น:
    • อากาศเย็น: ทำให้หลอดลมตีบตัวง่ายขึ้น
    • สารก่อภูมิแพ้: ไรฝุ่น เชื้อรา เกสรดอกไม้ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อม
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: บางครั้งฮอร์โมนก็มีผลต่อการบวมของเยื่อบุโพรงจมูก
  • ท่าทางการนอน: การนอนราบจะทำให้น้ำมูกหรือเสมหะไหลลงคอได้ง่ายกว่าการนอนตะแคงหรือหนุนหมอนสูงเล็กน้อย

สรุปง่ายๆ ที่เจอมากับตัว

มันคือการรวมตัวของหลายอย่างเลย ทั้งสภาพร่างกายเราที่เป็นอยู่ (ภูมิแพ้, ไซนัส) บวกกับปัจจัยภายนอก (อากาศเย็น, สารก่อภูมิแพ้) แล้วพอเรานอนราบ มันก็ยิ่งทำให้เสมหะไหลลงคอไปกระตุ้นอาการไอ ยิ่งทำให้ทรมานตอนกลางคืนแบบสุดๆ เลยล่ะ

นอนยังไงถึงจะไม่ไอ

นอนหงายทีไรคือไอทุกที เสมหะมันไหลลงคออะดิ ต้องนอนตะแคงหรือไม่ก็นอนยกหัวสูงๆ ใช้หมอนสองใบเลยยิ่งดี มันช่วยได้เยอะเลยนะ

เรื่องห้องนอนก็อีกอย่าง ฝุ่นเยอะไปมั้ย PM2.5 อีก เครื่องฟอกอากาศต้องเปิดนะเอาจริง ไม่งั้นหายใจเข้าไปก็ระคายคออยู่ดี

แล้วอากาศแห้งๆ นี่ก็ตัวดี ทำให้คอแห้งแล้วก็ไอ ลองหาเครื่องทำความชื้นมาวางดู ก่อนนอนก็จิบน้ำอุ่นๆ ช่วยได้นะ

แต่ถ้าไม่ใช่เพราะหวัดล่ะ? บางทีมันคือกรดไหลย้อนนะ สังเกตตัวเองดู กินแล้วนอนเลยรึเปล่า

  • ท่าอน: ให้เน้นนอนตะแคง หรือหาหมอนมาหนุนช่วงบนของลำตัวให้สูงขึ้น ป้องกันเสมหะหรือกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอ
  • ความชื้นในห้อง: ถ้าห้องอากาศแห้งเกินไป ให้ใช้เครื่องทำความชื้น หรือวางผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ไว้ในห้อง
  • ทำความสะอาด:ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน สม่ำเสมอ เพื่อกำจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้
  • เครื่องดื่มอุ่นๆ: การจิบน้ำอุ่น น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือชาคาโมมายล์ก่อนนอน ช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ
  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อดึก: โดยเฉพาะถ้าสงสัยว่าเป็นกรดไหลย้อน ห้ามกินแล้วนอนทันที ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

นอนแล้วไอ แก้ยังไง

การไอเวลานอน สัญญาณเตือนจากกายที่ไม่อาจมองข้าม นี่คือสิ่งที่ต้องพิจารณา:

  • จัดสภาพห้องนอนให้เหมาะสม การนอนหลับไม่ใช่แค่การหลับตา ห้องต้องพร้อมให้กายพัก อุณหภูมิที่เหมาะสม สำคัญกว่าที่คิด แสงเสียงรบกวน ล้วนบั่นทอน การจัดสภาพห้องคือการยอมรับความจริง ว่าความสบายมีผลต่อทุกสิ่ง

  • นอนหนุนหมอนสูง ความโน้มถ่วงทำงานเสมอ แม้ขณะหลับ ยกศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อท้าทายมันเล็กน้อย เสมือนให้ร่างกายมีพื้นที่หายใจ โพรงจมูกโล่งขึ้น โอกาสไอจึงลดลง

  • เพิ่มความชื้นให้กับอากาศในห้อง อากาศที่แห้งแล้ง ย่อมนำพาความระคายเคืองมาเสมอ เพิ่มความชื้นในห้อง เสมือนสร้างเกราะบางๆ คลุมลำคอ ให้ทุกการหายใจอ่อนโยนขึ้น ความชื้นคือเพื่อนของทางเดินหายใจ

  • จิบน้ำอุ่น น้ำอุ่น ประดุจคำปลอบโยนจากภายใน จิบช้าๆ ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่าน ล้างสิ่งที่ติดค้าง ปลอบประโลมเยื่อบุ ให้ความระคายลดลง ความเรียบง่ายมักซ่อนพลัง

  • ล้างจมูก การชำระล้าง คือการเริ่มต้นใหม่ ล้างจมูก ให้สิ่งแปลกปลอมและน้ำมูกที่ขังอยู่ถูกปลดปล่อยออกไป ทางเดินหายใจที่สะอาด ย่อมเป็นทางที่ดี

  • ยาลดน้ำมูก เมื่อร่างกายต้องการตัวช่วย ยาลดน้ำมูก อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่เข้าแก้ไขต้นเหตุ ลดอาการระคายเคืองที่นำไปสู่การไอ ใช้เมื่อจำเป็น ภายใต้การพิจารณา

  • ไม่รับประทานอาหารก่อนนอน การให้อาหารแก่ร่างกาย ไม่ควรใกล้เวลาพักผ่อน งดอาหารก่อนนอน อย่างน้อยสามชั่วโมง ร่างกายจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป ระบบย่อยอาหารที่สงบ ย่อมนำมาซึ่งค่ำคืนที่เงียบงัน

  • ทาวิคส์ที่ฝ่าเท้าแล้วสวมถุงเท้าก่อนนอน บางครั้ง วิธีแก้ปัญหา อาจอยู่ในที่ที่เราไม่คาดคิด ทาวิคส์ที่ฝ่าเท้า และสวมถุงเท้า มันอาจไม่ใช่การรักษาโดยตรง แต่ความอบอุ่นและการรับรู้ทางประสาทสัมผัส ก็อาจส่งผลต่อการผ่อนคลาย

เพิ่มเติม:

  • ทำความสะอาดห้องสม่ำเสมอ ฝุ่นละอองคือศัตรูที่มองไม่เห็น.
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หากรู้อยู่แล้ว, การหลีกเลี่ยงย่อมดีกว่าการรักษา.
  • ปรึกษาแพทย์ หากอาการไอยังคงอยู่ ความเข้าใจในร่างกายตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุด.