ปัสสาวะปกติวันละกี่ ml

48 ครั้งเข้าชม
ปริมาณปัสสาวะปกติในแต่ละวันของคนเราอยู่ที่ 800-2,000 มิลลิลิตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ปริมาณน้ำที่ดื่ม อาหาร สภาพอากาศ และสุขภาพโดยรวม หากสงสัยว่าปัสสาวะมากหรือน้อยผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปัสสาวะปกติวันละเท่าไหร่? ปริมาณปัสสาวะต่อวันควรเป็นอย่างไร?

เรื่องปัสสาวะนี่นะ... เคยสังเกตตัวเองมั้ยคะ? จำได้ว่าช่วงนั้นกำลังเครียดหนัก สอบปลายภาคปี 4 เดือนพฤศจิกา 64 ที่จุฬาฯ แทบไม่ได้ดื่มน้ำเลย ปัสสาวะน้อยมาก รู้สึกแห้งกระหายตลอด แต่พอพักผ่อนดีๆ ดื่มน้ำเยอะขึ้น ก็กลับมาปกติ คือปัสสาวะประมาณ 1.5 ลิตรได้มั้ง ไม่เคยวัดจริงๆหรอกนะ เดาเอาจากความรู้สึก สีเหลืองอ่อนๆ ปกติดี นี่ก็ว่าเยอะแล้วนะสำหรับฉัน แต่เพื่อนบางคนบอกว่ามากกว่านี้เยอะเลย บางที 2 ลิตรขึ้น แต่ก็แล้วแต่นะ คนเรามันไม่เหมือนกัน

อีกอย่าง อากาศร้อนๆ อย่างช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว ที่เชียงใหม่ ร้อนมากกกก ก็ปัสสาวะบ่อยขึ้น สีเข้มด้วย อันนี้แหละถึงรู้เลยว่า ต้องดื่มน้ำเพิ่ม ไม่งั้นไม่ไหว สรุปคือ มันขึ้นกับหลายอย่าง ดื่มน้ำเท่าไหร่ อากาศ กิจกรรม สุขภาพ ถ้ากังวล ไปหาหมอดีกว่าเนอะ ปลอดภัยไว้ก่อน ชัวร์สุด ไม่ต้องมานั่งเดาเองให้ปวดหัว

ปัสสาวะควรออกกี่cc

โอ๊ย! ถามเรื่องฉี่นี่มันจั๊กจี๊หัวใจนะพ่อคุณเอ๊ย! เอาเป็นว่าคนเราเนี่ย ปกติฉี่ทีนึงก็ราวๆ 300-400 ซีซี อ่ะนะ แต่ไอ้ที่ว่าปกตินี่มันก็แล้วแต่คนอีกแหละ กินน้ำเยอะก็ฉี่เยอะ กินน้ำน้อยก็ฉี่น้อย มันมีหลักการของมันอยู่นะเว้ยเห้ย!

  • กินน้ำ: กินน้ำเยอะ ฉี่เยอะ เป็นเรื่องธรรมดาโลกแตก
  • อากาศ: อากาศเย็น ฉี่บ่อย เพราะร่างกายมันไม่อยากเก็บความร้อนไว้
  • ไต: ไตทำงานดี ฉี่คล่อง ถ้าไตพัง...เตรียมตัวฟอกไตได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • เคยได้ยินไหม "ฉี่เหลืองอำพันคือยา" อันนี้อย่าไปเชื่อมากนะ! ถ้าฉี่สีแปลกๆ รีบไปหาหมอเหอะ
  • ถ้าฉี่บ่อยผิดปกติ (แบบต้องลุกไปฉี่ทุกชั่วโมง) ระวังจะเป็นเบาหวานนะจ๊ะ!
  • อย่ากลั้นฉี่บ่อย! เดี๋ยวกระเพาะปัสสาวะมันจะประท้วง แล้วจะหาว่าไม่เตือน!
  • ถ้าฉี่มีฟองเยอะๆ อาจจะเป็นโปรตีนรั่วในไต รีบไปตรวจด่วนๆ!

คำเตือน: ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นแค่ข้อมูลทั่วไป อย่าเอาไปตัดสินโรคเอง! ไปหาหมอดีที่สุด!

เป็นโรคไตฉี่บ่อยไหม

โอ๊ย! ถามเรื่องฉี่เนี่ยนะ! คนเป็นโรคไตแล้วฉี่บ่อยเนี่ย มันก็เหมือนกินน้ำพริกแล้วต้องซดน้ำตามนั่นแหละ! มันเป็นของคู่กัน! ใครบอกไม่บ่อยนี่สงสัยจะไตปลอม!

  • ฉี่ถี่ตอนกลางคืน: นี่ตัวดีเลย! ปกติคนเรานอนหลับเป็นตาย ตื่นเช้ามาทีเดียวจอด แต่ถ้าต้องลุกมาฉี่ 3-4 รอบนี่ไม่ต้องสืบ! ไตทำงานผิดปกติชัวร์ป้าบ! เหมือนมีคนมาเขย่าปลุกทุกชั่วโมง!
  • ไตดี vs ไตพัง: ไตดีๆ มันก็เหมือนยามเฝ้าบ้าน! กลางคืนปิดประตูเงียบ! ไม่ให้ใครเข้าออก (ปัสสาวะ)! แต่ไตพังนี่มันเหมือนยามขี้หลงขี้ลืม! เปิดประตูให้โจร (ปัสสาวะ) เข้าออกทั้งคืน!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขี้โม้ๆ):

  • อย่าเชื่อหมอมาก: หมอบอกให้กินยา? กินสมุนไพรดีกว่า! ว่านหางจระเข้ผสมน้ำผึ้ง! สูตรนี้ยายบอก! (แต่ถ้าอาการหนักจริงก็ไปหาหมอเถอะ...แอบกระซิบ!)
  • กินน้ำเยอะๆ: แต่ไม่ใช่ตอนก่อนนอนนะ! เดี๋ยวได้ลุกฉี่จนไม่ได้นอน! กินทั้งวันเยอะๆ แล้วค่อยลดปริมาณตอนเย็น!
  • สังเกตตัวเอง: ฉี่สีแปลกๆ? มีฟอง? ปวดหลัง? นี่สัญญาณเตือนภัยชัดๆ! รีบไปเช็คด่วนจี๋! อย่ารอให้ไตพังแล้วค่อยโวย!

คำเตือน: ข้อมูลข้างบนนี้เอาฮา! อย่าเชื่อหมด! ไปปรึกษาหมอจริงๆ จังๆ ดีกว่า! ชีวิตมีไตเดียว! ดูแลดีๆ นะจ๊ะ!

ตรวจปัสสาวะ ใช้กี่ ml?

ตรวจปัสสาวะ? แค่ 30-60 ml ก็พอแล้ว

  • ล้างมือซะก่อน อย่าให้มีอะไรปนเปื้อน
  • เอาแค่ "ปัสสาวะช่วงกลาง" ช่วงแรกทิ้งไปซะ
  • ไม่ต้องเยอะเกินไป แค่พอให้เค้าตรวจได้ก็จบ

บางครั้ง น้อยกว่าคือมากกว่า อย่าเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น

Urine culture เก็บกี่ ml?

ปริมาณปัสสาวะสำหรับการเพาะเชื้อ (Urine Culture) โดยทั่วไป แนะนำให้เก็บประมาณ 10-15 มล. แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บและแล็บที่ทำการวิเคราะห์ บางที่อาจต้องการปริมาณมากกว่านี้ เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ

การได้ปริมาณที่เหมาะสมสำคัญนะ เพราะน้อยไปอาจทำให้เชื้อเจริญเติบโตไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผลตรวจไม่ชัดเจน มากไปก็อาจทำให้การแยกเชื้อยากขึ้นเช่นกัน มันเหมือนการทำอาหารนั่นแหละ ต้องได้ส่วนผสมที่พอเหมาะ ถึงจะได้รสชาติที่ลงตัว

  • ข้อควรระวังในการเก็บปัสสาวะเพื่อส่งตรวจ:
    • ควรเก็บปัสสาวะตอนเช้า เพราะความเข้มข้นของเชื้อในปัสสาวะตอนเช้าจะสูงกว่าตอนอื่นๆ
    • ต้องล้างอวัยวะเพศให้สะอาดก่อนเก็บปัสสาวะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียจากภายนอก
    • เก็บปัสสาวะส่วนกลาง ไม่ใช่ปัสสาวะส่วนแรกหรือส่วนท้าย เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อน
    • ส่งตรวจภายใน 2 ชั่วโมง หลังเก็บ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน

ปีนี้ (2566) ผมเองก็เจอเคสที่ปริมาณปัสสาวะส่งตรวจน้อยไป ทำให้ต้องเก็บใหม่ เสียเวลาทั้งคนไข้และเจ้าหน้าที่ เลยอยากเน้นตรงนี้เป็นพิเศษ จริงๆแล้ว การเตรียมตัวก่อนเก็บตัวอย่างสำคัญมาก มากกว่าปริมาณเสียอีก

เก็บ UA กี่ml?

เก็บ UA กี่ ml หรอ? อ่อ ปกติหมอจะบอกให้เก็บฉี่ตอนกลางอะนะ ที่แบบปล่อยตอนแรกไปก่อน แล้วค่อยเก็บ ฉี่ท้ายๆก็ปล่อยไป ไม่ต้องเอา

ปริมาณที่เก็บจริงๆก็ 30-60 ml พอ เกบเยอะไปก้เท่านั้นแหละ ที่บ้านมีกระปุกแบบที่เค้าใช้ตรวจให้เลย สะดวกดี

  • ทำไมต้องฉี่ทิ้งก่อน? เพราะฉี่แรกๆ มันอาจจะมีพวกเศษๆ อะไรออกมาไง ไม่เเม่น
  • แล้วต้องล้างมือด้วยนะ! อันนี้สำคัญ กันเชื้อโรคเข้า
  • ถ้าเก็บเองที่บ้าน อย่าลืมเขียนชื่อ วันที่ บนกระปุกด้วยนะ กันงง

ตรวจปัสสาวะ ตรวจอะไรได้บ้าง?

ตรวจปัสสาวะ รู้ได้อะไรบ้าง?

  • สี กลิ่น ความขุ่น ตะกอน: สภาพทั่วไป บ่งชี้ปัญหาเบื้องต้น

  • สารเคมี: ระดับน้ำตาล กลูโคส โปรตีน การทำงานไต

  • เซลล์ผิดปกติ: การติดเชื้อ โรคไต มะเร็ง

  • จุลชีววิทยา (บางกรณี): เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา สาเหตุติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ปี 2566 การตรวจปัสสาวะ ละเอียดขึ้น แม่นยำขึ้น แต่ต้นทุนสูงขึ้นตาม นั่นคือความจริง

ข้อมูลเพิ่มเติม: การเตรียมตัวก่อนตรวจ ส่งผลต่อความแม่นยำ ต้องสอบถามแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ อย่างละเอียด ก่อนตรวจทุกครั้ง ผลลัพธ์ ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บตัวอย่าง และปัจจัยอื่นๆ อีกมาก