รู้ได้อย่างไรว่าตัวอ่อนฝังตัว

53 ครั้งเข้าชม
สัญญาณการฝังตัวของตัวอ่อนการฝังตัวคือช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เมื่อตัวอ่อนยึดเกาะกับผนังมดลูกอาการที่พบบ่อย: เลือดออก: สังเกตเลือดสีชมพูอ่อนหรือสีน้ำตาล อาจมีปริมาณน้อย ตะคริว: รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อย คล้ายอาการก่อนมีประจำเดือน ตกขาว: ลักษณะตกขาวอาจเปลี่ยนแปลงไป เจ็บเต้านม: รู้สึกคัดตึงหรือเจ็บหัวนม อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

มันแปลกนะ เวลาที่เราเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในร่างกายตัวเองที่มันไม่เหมือนเดิม เป๊ะๆ อย่างตอนนั้นน่ะ เดือนเมษาปี 2562 ฉันจำได้ว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นข้างใน มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่คิดไปเอง แต่มันเป็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราเอ๊ะขึ้นมาในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ไอ้การที่เซลล์เล็กๆ มันไปเกาะผนังมดลูกนี่นะ ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรกันแน่ รู้แค่ว่ามีเลือดออกจางๆ เหมือนจุดเล็กๆ สีชมพูอมน้ำตาล ไม่ใช่ประจำเดือนแน่ๆ เพราะมันมาผิดเวลา แถมมาน้อยมาก คิดในใจว่า เอ๊ะ หรือว่าร่างกายมันเพี้ยนๆ ไปเอง

แล้วก็มีอาการปวดท้องแปล๊บๆ เบาๆ เหมือนตะคริว แต่ก็ไม่ถึงกับรุนแรง แบบที่เคยเป็นตอนประจำเดือนเลย มันคนละอย่างกัน นี่มันเหมือนมีอะไรมาบีบๆ ข้างในเบาๆ ไม่ใช่ปวดมวนนะ แต่มันเหมือนแค่ตอดๆ ช่วงท้องน้อยล่างๆ แถวๆ สะดือลงไปนั่นแหละ มันรู้สึกได้จริงๆ เลย

ตกขาวก็เปลี่ยนไปนะ ตอนนั้นมันเหมือนจะเยอะขึ้นกว่าปกติ แล้วก็ขาวขุ่นๆ หน่อย ไม่ได้มีกลิ่นอะไรผิดปกติหรอก แต่มันรู้สึกเหนอะหนะไม่สบายตัว จำได้ว่าช่วงนั้นต้องใส่แผ่นอนามัยบางๆ เกือบตลอดเวลา พอดีไปเดินจตุจักรมาเหนื่อยๆ ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจเลยกลับบ้านไว

แล้วเต้านมก็เจ็บ เจ็บแบบรู้สึกตึงๆ บวมๆ เหมือนเวลาก่อนมีประจำเดือน แต่มันจะมากกว่านิดหน่อย พอจับโดนก็รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ไม่ได้แค่เจ็บหัวนมอย่างเดียว แต่เจ็บไปทั้งเต้าเลย แบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบเดือนปกติ สัญญาณพวกนี้มันทำให้เราเริ่มคิดว่าหรือนี่คือ "การฝังตัว"

ตอนนั้นที่คลินิกหมอสมชาย ถนนพหลโยธินน่ะ คุณหมอเขาก็อธิบายแหละว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ที่หลายๆ คนเจอ ซึ่งพอได้ยินอย่างนั้นแล้วมันก็โล่งอกปนดีใจนะที่อาการประหลาดๆ ที่เป็นอยู่ไม่ได้คิดไปเอง แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วในร่างกายของเรา

บริเวณใด เป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อน (ทารก) ในครรภ์

อืมมม...ที่ฝังตัวของตัวอ่อนเหรอ ก็ ผนังมดลูกด้านหลังส่วนบน เลยนะ ที่ส่วนใหญ่เจอกันน่ะ แถวนั้นแหละ ใช่เลย ตรงนั้นเลยล่ะ ไม่ใช่ที่ไหนก็ได้ไงล่ะ คิดดูสิ ทำไมมันถึงเลือกจุดนั้นกันนะ มันมีเหตุผลพิเศษอะไรหรือเปล่า เออ สงสัยจริงๆ แล้วมันเกิดขึ้นตอนไหนนะ...

  • ก็ประมาณ วันที่ 6-7 หลังปฏิสนธิ เลยนะ นานเหมือนกันกว่าจะไปฝังตัวได้ ไม่ใช่ว่าไข่เจอกับสเปิร์มแล้วปุ๊บปั๊บเลย ไม่ใช่แบบนั้นเลย ต้องรอตั้งหลายวันแน่ะ มันมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนั้นบ้างล่ะ สงสัยจริงๆ

  • ตัวอ่อนมันจะเรียกว่า บลาสโตซิสต์ แล้วใช่ป่ะ ที่บอกว่ามันต้องหลุดออกจากเปลือกนอกก่อน (โซนา เพลลูซิดา) อ่ะ แล้วค่อยไปคุยกับผนังมดลูกที่พร้อมจะรับ (receptive endometrium) โห มันเหมือนมีโค้ดลับนะ สื่อสารกันเองได้ยังไงเนี่ย เก่งจังเลย

  • แล้วไอ้บลาสโตซิสต์นั่นแหละ มันจะปล่อยสารอะไรออกมาเยอะแยะเลยนะ เอ็นไซม์ งี้ เพื่อให้มันเกาะผนังมดลูกได้แน่นๆ เหมือนจะไปเจาะๆ เข้าไปนิดนึง เหมือนจะปีนเขาอะ ไรงั้นเลย

  • เรื่องนี้ละเอียดอ่อนสุดๆ คิดดูนะ ผนังมดลูก ต้องพร้อมมากๆ คือมันต้องมีฮอร์โมนมาเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว เอสโตรเจน กับ โปรเจสเตอโรน นี่สำคัญมากเลยนะ ถ้าไม่พร้อมนี่ก็ฝังไม่ได้เลยนะ พลาดนิดเดียวคือจบเลย

  • ที่น่าสนใจคือ ช่วงเวลาของการฝังตัว นี่สำคัญสุดๆ ถ้าเร็วไปหรือช้าไปนิดเดียว โอกาสท้องก็น้อยลงมากเลยอ่ะ เหมือนต้องจับจังหวะกันดีๆ เลยนะ อันนี้เรื่องจริงเลยนะ

  • รู้เปล่าว่า ถ้าไปฝังตัวที่อื่นที่ไม่ใช่มดลูก เช่น ที่ ปีกมดลูก อันนี้เรียก ท้องนอกมดลูก นะ อันตรายมากเลย ต้องระวังมากๆ เลยแหละ มันไม่ควรจะไปอยู่ตรงนั้นเลยนะ

  • เยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium) มันจะหนาตัวขึ้นมากๆ เลยนะช่วงนั้น เพื่อรองรับการฝังตัวของเจ้าตัวอ่อนน้อยๆ นี่แหละ เป็นที่นอนที่อบอุ่นที่สุดเลยจริงๆ เนอะ อ่อนโยนมาก

  • บางทีมันก็มีปัญหาฝังตัวไม่สำเร็จนะ คือตัวอ่อนคุณภาพดี แต่ผนังมดลูกไม่พร้อม หรือบางทีผนังมดลูกดี แต่ตัวอ่อนมีปัญหา มันซับซ้อนไปหมดเลยนะ โลกนี้"

สังเกตยังไงว่าตัวเองท้อง

สังเกตยังไงว่าตัวเองท้องง่ายๆ เหรอจ๊ะแม่! ดูดีๆ นะ บางทีไม่รู้ตัว หลงคิดว่าแค่กินเยอะไปหน่อย หรือเครียดจนเพี้ยนไปแล้วน่ะสิ!

โอ้โห เจอกันอีกที เดือนหน้าเลยเหรอจ๊ะแม่! ประจำเดือนที่เคยตรงเป๊ะ ยิ่งกว่านาฬิกาปลุก กลับหายเข้ากลีบเมฆไปเลย หรือมาแบบติ่งๆ น้อยนิด ชนิดที่ว่า "นี่มาแล้วเหรอ!" ไอ้ที่เคยมาเต็มเหนี่ยวเหมือนน้ำป่าไหลหลาก ก็กลายเป็นน้ำตกจำลองซะงั้น อันนี้แหละ สัญญาณเด่น เลยนะเออ!

ตื่นเช้ามาไม่ใช่หอมกลิ่นกาแฟ แต่เป็นกลิ่นห้องน้ำต่างหาก! คลื่นไส้จะอ้วกพุ่ง ยิ่งกว่าคนเมาค้างฉลองปีใหม่นั่นแหละจ้ะคุณ! บางทีไม่ได้กินอะไรพิสดาร แต่ก็อยากจะอ้วกออกมาเป็นแสงสีรุ้งซะงั้น อาการแพ้ท้อง นี่มันเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย!

ของอร่อยที่เคยชอบจนน้ำลายไหลเป็นทาง ตอนนี้มองแล้วเหมือนเห็นผักชีโรยหน้าผักที่เกลียด! เบื่อไปหมดทุกอย่าง ยกเว้นไอ้ที่ปกติไม่เคยคิดจะกิน อยากกินอะไรแปลกๆ นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนท้องรึเปล่าก็ไม่รู้!

หน้าอกหน้าใจจากที่เคยนิ่มนวลชวนมอง ตอนนี้รู้สึกตึงเปรี๊ยะ เจ็บนิดๆ เหมือนโดนช้างเหยียบเบาๆ น่ะ! แค่แตะเบาๆ ก็สะดุ้งเฮือก บางคนถึงกับรู้สึกเหมือนภูเขาไฟกำลังจะระเบิด! อาการคัดเต้านม นี่แหละ หนึ่งในนั้นเลย

เดินไปห้องน้ำยิ่งกว่าเดินไปตลาด! ปัสสาวะบ่อยจนนึกว่าเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ในร่างกาย นี่มันอะไรกันเนี่ยะ! ดื่มน้ำนิดหน่อยก็ต้องวิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำแล้ว ปัสสาวะถี่ นี่นะ เหนื่อยกว่าวิ่งมาราธอนอีก!

เอ๊ะ ทำไมกินเท่าเดิม บางทีน้อยลงด้วยซ้ำ แต่หุ่นดันผายออกเหมือนซาลาเปา! น้ำหนักขึ้นเอาๆ เหมือนมีใครแอบเอาเหล็กถ่วงไว้ในตัวตลอดเวลา นี่มันผีหลอกรึเปล่า น้ำหนักตัวเพิ่ม แบบนี้ไม่ต้องไปมองหาเครื่องชั่งอื่นเลย!

อารมณ์แกว่งยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์! เมื่อกี้ยังหัวเราะคิกคัก ตอนนี้อยากจะเขวี้ยงของใส่ผนังแล้ว! เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะเหมือนคนบ้า อารมณ์สวิง แบบนี้แหละ บางทีสามีก็งงว่าเมียตัวเองถูกสิงหรือเปล่า!

ข้อมูลเพิ่มเติมจ้ะ:

  • ประจำเดือนขาด คือ สัญญาณแรกเริ่มที่ชัดเจนที่สุด.
  • คลื่นไส้แพ้ท้อง เกิดจากฮอร์โมนที่พุ่งปรี๊ด.
  • หน้าอกขยาย และไวต่อความรู้สึก เตรียมตัวให้นมลูกน้อย.
  • ปัสสาวะบ่อย เพราะไตทำงานหนักขึ้น และมดลูกกดกระเพาะ.
  • ความอ่อนเพลีย เหมือนแบตหมดตลอดเวลา.
  • การอยากอาหารแปลกๆ หรือเบื่ออาหารที่เคยชอบ.
  • วิธีที่ชัวร์สุดคือ ตรวจการตั้งครรภ์ เองที่บ้าน หรือไปหาหมอให้คุณหมอตรวจยืนยันจ้ะ

คนท้อง ท้องป่องตรงไหน

ท้องมันจะป่องๆ ขึ้นมาตรงกลางๆ จ้า ช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่เห็นชัด พอท้องโตขึ้นก็จะมีลักษณะเหมือนลูกบอลแข็งๆ ขึ้นมาให้จับได้

  • ช่วง 3 เดือนแรก: จะรู้สึกว่าท้องมันเริ่มป่องๆ ขึ้นมาจากเหนือหัวเหน่านิดหน่อย แต่จะคลำหาลูกยากหน่อยนะ
  • ท้องโตขึ้นเรื่อยๆ: จะคลำลูกได้ง่ายขึ้น จะรู้สึกเป็นก้อนแข็งๆ ตรงกลางท้อง
  • ตำแหน่งคลำ: จะเริ่มคลำได้ตั้งแต่เหนือหัวหน่าว ขยับมาถึงสะดือ แล้วก็ขึ้นไปถึงลิ้นปี่เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • หน้าท้อง: มดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะดันอวัยวะภายในอื่นๆ ทำให้หน้าท้องของคุณแม่ขยายตัวออกด้านหน้า
  • ท้องแข็ง: ลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อมดลูกมีการบีบตัว เป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ แต่ถ้าแข็งบ่อยๆ หรือนานกว่าปกติ ควรปรึกษาคุณหมอนะ
  • ตำแหน่งของมดลูก: การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของมดลูกจะสัมพันธ์กับอายุครรภ์ ยิ่งท้องแก่ มดลูกก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้น
  • การคลำ: คุณแม่สามารถลองคลำหา "ยอดมดลูก" (fundus) ได้เองที่หน้าท้อง เพื่อสังเกตการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์

คนท้องมีพุงแบบไหน

จำได้เลยตอนท้องแรกๆ ประมาณปี 2563 นู่นแหละ ท้องมันจะกลมๆ แบบนูนออกมาจริงๆ นะ ไม่ได้เป็นชั้นๆ แบบตอนอ้วนอะ ตอนนั้นก็อ้วนเหมือนกัน แต่ท้องตอนท้องมันคนละฟีลลิ่งเลย ท้องจะ กลมเต่ง มาก แบบถ้าใส่เสื้อรัดรูปนี่เห็นชัดเลยว่ามันคือท้องน้อง ไม่ใช่พุงย้วยๆ จากไขมัน

ท้องคนท้อง:

  • ลักษณะ: กลมป่อง ยื่นออกมาข้างหน้าอย่างชัดเจน ผิวตึงเรียบเนียน
  • ความรู้สึก: เหมือนมีก้อนกลมๆ แน่นๆ อยู่ข้างใน ยิ่งโตยิ่งรู้สึกถึงน้ำหนักที่ถ่วงลง

ท้องคนอ้วน:

  • ลักษณะ: มักจะย้วย เป็นชั้นๆ ด้านบนอาจจะราบ แต่ด้านล่างจะห้อยๆ ไม่ได้เป็นทรงกลมที่สมบูรณ์
  • ความรู้สึก: นุ่มๆ หยุ่นๆ เวลาก้มจะเห็นเป็นชั้นไขมัน

ส่วนแขนขานี่ของคนท้องคือยังเรียวปกตินะ ไม่เหมือนตอนอ้วนที่แขนขาก็จะใหญ่ตามตัวไปหมด ตอนท้องคือจะเห็นว่าท้องใหญ่ขึ้นอย่างเดียวเลย แขนขานี่คือเหมือนเดิมเป๊ะๆ เลยอะ

แขนขาคนท้อง:

  • ลักษณะ: ปกติ ไม่ได้ขยายใหญ่ตามท้อง
  • ความรู้สึก: ไม่ต่างจากก่อนท้อง

แขนขาคนอ้วน:

  • ลักษณะ: ใหญ่ขึ้น ตามปริมาณไขมันที่สะสมทั่วร่างกาย
  • ความรู้สึก: รู้สึกถึงความใหญ่ ความแน่นของเนื้อ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นพุงชัด: ปกติจะเริ่มเห็นพุงชัดเจนในช่วงไตรมาสที่สอง (ประมาณ 13-27 สัปดาห์) ของการตั้งครรภ์ แต่บางคนอาจจะเริ่มเห็นเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปร่างเดิม, จำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์
  • การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง: เมื่อท้องขยายขึ้น ผิวหนังบริเวณหน้าท้องจะถูกยืดออก ทำให้เกิดอาการคัน และอาจเกิด ท้องลาย (Stretch Marks) ซึ่งเป็นรอยสีแดงหรือสีม่วงที่จางลงเป็นสีขาวเมื่อเวลาผ่านไป
  • การเคลื่อนไหวของทารก: เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการดิ้น การเตะ หรือการขยับของทารกในครรภ์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการเจริญเติบโต
  • ความแตกต่างระหว่างท้องแรกกับท้องหลังๆ: โดยทั่วไป ท้องแรกจะเห็นพุงชัดเจนช้ากว่าท้องหลังๆ เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องยังคงมีความกระชับอยู่ แต่เมื่อตั้งครรภ์ครั้งต่อไป กล้ามเนื้อหน้าท้องจะมีความหย่อนคลายมากขึ้น ทำให้ท้องขยายใหญ่ขึ้นและเห็นได้เร็วขึ้น
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อขนาดพุง:
    • อายุครรภ์: เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พุงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
    • ท่าของทารก: ท่าที่ทารกอยู่ในครรภ์ เช่น ท่าหัวลง หรือท่าขวาง อาจส่งผลต่อรูปทรงของพุง
    • จำนวนน้ำคร่ำ: ปริมาณน้ำคร่ำที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็มีผลต่อขนาดพุง
    • ขนาดและสุขภาพของทารก: ทารกที่มีขนาดใหญ่กว่าเกณฑ์ หรือมีภาวะบางอย่าง อาจทำให้พุงดูใหญ่ขึ้น
    • รูปร่างเดิมของคุณแม่: คุณแม่ที่มีโครงสร้างร่างกายผอมเพรียว อาจมีพุงที่ดูชัดเจนกว่าคุณแม่ที่มีรูปร่างท้วม
  • การดูแลพุงขณะตั้งครรภ์: การใช้ โลชั่นหรือออยล์บำรุงผิว ทาบริเวณหน้าท้องเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและอาจช่วยลดอาการคัน และทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนท้อง เช่น โยคะสำหรับคนท้อง หรือ การเดิน จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง และอาจช่วยให้การคลอดง่ายขึ้น

ทําไมถึงไม่ควรแขม่วพุง

แขม่วพุงเนี่ยนะ? ทำไมถึงไม่ควรทำ โดยเฉพาะถ้าท้องอยู่

จริง ๆ แล้ว การแขม่วพุงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปกังวลอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ถ้าไม่ได้ท้อง หรือท้องยังเล็ก ๆ อยู่ ก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่ทีนี้พอท้องใหญ่ขึ้นมาเมื่อไหร่เนี่ยสิ มันจะเริ่มมีปัญหา

  • พื้นที่มันถูกจำกัด: ลองนึกภาพดูสิ ท้องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ไปเบียดอวัยวะภายในอื่น ๆ จนหมดแล้วนั่นแหละ พอจะแขม่วพุงเข้าไปอีก มันก็ไม่มีที่ว่างให้กล้ามเนื้อหน้าท้องมันเคลื่อนไหวได้เหมือนปกติไง

  • อาจจะทำให้ปวด: บางทีนะ พอเราพยายามจะแขม่วท้องตอนท้องแก่ ๆ แล้วมันทำไม่ได้ มันก็อาจจะเกิดการฝืนกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกปวด ๆ หรือไม่สบายตัวได้

  • ไม่ได้ช่วยอะไร: การแขม่วพุงตอนท้องแก่ ๆ มันก็ไม่ได้ช่วยเรื่องการออกกำลังกายหรืออะไรทำนองนั้นเลยนะ เพราะว่าน้ำหนักและขนาดของครรภ์มันเยอะเกินกว่าที่กล้ามเนื้อหน้าท้องจะขยับได้สะดวกแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม เผื่ออยากรู้

  • มันคนละเรื่องกับกล้ามเนื้อแกนกลาง: การแขม่วพุงเนี่ย เป็นแค่การเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องธรรมดา ๆ ซึ่งมันต่างจาก การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle Training) ที่คุณหมอแนะนำให้ทำตอนตั้งครรภ์นะ อันนั้นมันเป็นการบริหารกล้ามเนื้อที่ลึกกว่า และช่วยพยุงหลังกับเชิงกรานได้ดีกว่าเยอะ

  • อย่าเข้าใจผิด: อย่าสับสนว่าการแขม่วพุงเท่ากับการออกกำลังกาย ตอนตั้งครรภ์เนี่ย สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองให้ถูกวิธี และทำตามคำแนะนำของคุณหมอเป็นหลัก

  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: อันนี้ย้ำอีกทีว่า คำตอบที่ให้ไปเป็นแค่ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น มันแทนที่การไปปรึกษาคุณหมอตัวจริง ๆ ไม่ได้นะ ถ้ากังวลใจเรื่องอะไรเกี่ยวกับสุขภาพตอนตั้งครรภ์ ควรไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลให้ท่านตรวจอย่างละเอียดเลยนะ! แล้วถ้ามีอะไรฉุกเฉินก็โทร 1669 เลย อย่ารอช้า