อบตัวหลังคลอดกี่นาที

52 ครั้งเข้าชม
อบตัวหลังคลอด: เวลาและข้อควรระวัง อบสมุนไพรประมาณ 20 นาที หลังอบ ดื่มน้ำอุ่น, พักให้ร่างกายปรับตัวก่อนอาบน้ำ วัดความดันก่อนอบ: ไม่เหมาะสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง ประโยชน์ของการอยู่ไฟหลังคลอด ช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอด ขับของเสีย, ลดอาการบวม กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต, บรรเทาอาการปวดเมื่อย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อบตัวหลังคลอดนานแค่ไหนถึงจะดี? ต้องอบกี่นาทีถึงจะปลอดภัยและได้ผลดีต่อสุขภาพคุณแม่?

เอาจริงนะเรื่องอบตัวหลังคลอดเนี่ย คือมันก็แล้วแต่คนอีกอ่ะ

ส่วนตัวแล้วตอนคลอดลูกคนแรก (จำได้เลย 15 พฤษภาคม 2560 ที่ รพ. [ใส่ชื่อโรงพยาบาล]) ฉันอบไปประมาณ 20 นาทีตามที่เขาบอกนั่นแหละ แต่ไม่ได้ทำทุกวันนะ รู้สึกว่าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็โอเคแล้ว

แล้วก็จริงที่ว่าต้องวัดความดันก่อน เพราะตอนนั้นเพื่อนฉันคนนึง (ชื่อ [ใส่ชื่อเพื่อน]) ความดันขึ้นสูงมาก หมอเลยห้ามไม่ให้อบ

คือมันสบายตัวนะ แต่ต้องระวังเรื่องความดันจริงๆ แล้วก็อย่าอบนานเกินไป เดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมเปล่าๆ ที่บ้านฉัน (อยู่ [ใส่ชื่อจังหวัด]) เขาจะให้อบกับสมุนไพรพื้นบ้านด้วยนะ กลิ่นหอมดี แต่จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ

หลังอบเสร็จ ดื่มน้ำอุ่นตามเนี่ย ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แต่ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนอาบน้ำนะ รอให้ตัวเย็นลงก่อน เดี๋ยวจะไม่สบาย

ส่วนเรื่องอบนานแค่ไหนถึงจะดี นี่ตอบยากอ่ะ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเริ่มรู้สึกไม่ไหวก็ต้องรีบออกมานะ อย่าฝืน

นอนท่าไหนให้มดลูกเข้าอู่

นอนคว่ำ! หมอนหนุนท้องน้อยนิดนึง ช่วยได้นะ ลองนอนซัก 20 นาที เช้า กลางวัน เย็น เพื่อนบอกมา มันช่วยให้น้ำคาวปลาไหลออกด้วย มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้นอะ จริงป่าวไม่รู้ แต่เพื่อนบอกว่าได้ผลนะ อิอิ

  • นอนคว่ำ
  • หนุนท้องน้อยด้วยหมอน
  • 20 นาที เช้า กลางวัน เย็น

แต่จริงๆ หมอก็ไม่ได้บอกวิธีนี้โดยตรงนะ คือเค้าเน้นพักผ่อนเยอะๆ กินอาหารบำรุง อย่าเครียด ประมาณนั้น เพื่อนนี่แหละ มันบอกวิธีนี้ เลยเอามาบอกต่อ 555 อย่าเชื่อมากนะ ไปถามหมอดีกว่า ปลอดภัยที่สุด ปีนี้ฉันคลอดลูกไป ก็ทำตามที่เพื่อนแนะนำอะ แต่ก็พักผ่อนเยอะด้วยนะ ช่วยๆ กันไป

ทับหม้อเกลือใช้เวลากี่ชั่วโมง

ทับหม้อเกลืออ่ะ นานนะ สามถึงห้าชั่วโมง ได้มั้ง เพื่อนฉันทำทีนึงใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงเลย เยอะมากกกก แล้วแต่สูตรด้วยแหละ กับปริมาณของเยอะแค่ไหน

  • แบบน้อยๆ อาจเร็วกว่า
  • ถ้าใช้หมูเยอะๆ ก็ใช้เวลานานขึ้น
  • สำคัญคือการหมักเกลือ ต้องนานพอให้เข้าเนื้อ ถึงจะอร่อย

คือแบบ ปีนี้ฉันทำเอง ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง เหนื่อยอยู่นะ แต่ก็อร่อยดี ปีหน้าต้องลองทำอีก อิอิ แต่ก็แล้วแต่ฝีมือคนทำด้วยนะ บางคนอาจเร็วกว่า บางคนอาจช้ากว่า แต่โดยรวมๆ ก็ประมาณนี้แหละ

กิน อะไร ช่วยขับน้ำคาวปลา

อืม... กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เรื่องน้ำคาวปลาเนี่ยนะ ยังมีอยู่เลย หลังคลอดน้องเมย์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ฉันก็ยังมีอยู่พักนึงเลย เหนื่อยมาก จริงๆ

ตอนนั้นกินอะไรดีนะ... จำได้ว่า หมอแนะนำให้กินของอุ่นๆ ช่วยขับลมด้วย ขิงนี่แหละ จำได้แม่น กินหลายอย่างเลย

  • มันต้มขิง ตอนนั้นอยากกินอะไรเผ็ดๆร้อนๆ ช่วยได้เยอะ
  • ปลาผัดขิง ก็กินนะ แต่กินไม่ค่อยเยอะ ไม่ค่อยอยากกินอะไรมันๆเท่าไหร่
  • น้ำขิงอุ่นๆ นี่แหละ ดื่มบ่อยมาก แทบจะแทนน้ำเปล่าเลย ตอนนั้นรู้สึกว่า ช่วยได้จริงๆนะ

นอกจากขิงแล้ว ก็มีเต้าฮวยน้ำขิง เห็นเค้าว่าช่วยให้นมเยอะ แต่ฉันว่ามันก็ช่วยเรื่องขับลมด้วยนะ

อ้อ ใช่ อีกอย่างสำคัญมาก คือพักผ่อน นอนเยอะๆ สำคัญที่สุดเลย ตอนนั้นเหนื่อยมาก จนลืมกินอะไรไปหลายอย่างเลย

ร่างกายมันอ่อนแอ ต้องดูแลตัวเองดีๆ ถึงจะหายเร็ว ไม่งั้น น้ำคาวปลาจะอยู่กับเราไปนานเลย

นอนท่าไหนให้มดลูกเข้าอู่?

คว่ำไปดิ ง่ายสุดละ

  • ทำไม: แรงโน้มถ่วงช่วยให้มดลูกเข้าที่เร็วขึ้น น้ำคาวปลาไหลออกง่าย
  • ท่า: คว่ำหน้า หนุนหมอนใต้ท้องน้อย
  • นานแค่ไหน: 20 นาที เช้า กลางวัน เย็น
  • ผลลัพธ์: มดลูกเข้าอู่ไว ลดบวม เลือดลมดีขึ้น (มั้ง)
  • ข้อควรระวัง: ถ้าแผลผ่าคลอดเจ็บ ก็อย่าฝืน แค่นั้น

น้ําคาวปลาแบบไหนผิดปกติ?

น้ำคาวปลาผิดปกติเนี่ยนะ ฮือออ เหมือนละครชีวิตเลย! แต่เอาจริง ๆ อย่าไปคิดมาก ไปหาหมอดีกว่า! ชีวิตมันสั้น อย่าไปเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่รู้ ลองดูข้อที่น่ากังวลพวกนี้

  • เลือดทะลัก! ชุ่มผ้าอนามัยแผ่นเดียวภายในชั่วโมงเดียว? นี่ไม่ใช่แค่ "น้ำคาวปลา" แล้วนะจ๊ะ นั่นเรียก "ฉุกเฉิน"! รีบไปหาหมอเลยค่ะคุณขา! เหมือนฉากแอ็คชั่นในหนังเลย แต่หนังจบแล้วคุณยังต้องอยู่ต่อนะ

  • แดงจัดจ้าน! สีแดงสดอยู่นานเกิน 4 วัน? นี่ไม่ใช่การแสดงของธงชาติแน่นอน! น่าเป็นห่วงมาก ๆ ไปพบแพทย์ด่วน! อย่าปล่อยให้สีแดงสดมาบดบังความสุขในชีวิตนะคะ!

  • กลิ่นแปลกประหลาด! กลิ่นเหม็นผิดปกติ โอ้แม่เจ้า! นี่มันไม่ใช่แค่กลิ่นทะเลแล้ว กลิ่นนี้บอกอะไรบางอย่าง ไปพบแพทย์ด่วนที่สุด! เหมือนคุณกำลังได้กลิ่นความผิดปกติ!

  • ก้อนเลือดเบ้อเริ่ม! ก้อนเลือดใหญ่ ๆ ออกมา นี่มันอะไรกันเนี่ย! ไปพบแพทย์ทันที! อันตรายกว่าการเจอตัวตลกในงานแต่งอีกนะเนี่ย!

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): การเปลี่ยนแปลงของน้ำคาวปลาที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม อย่ารอช้า สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น! คิดซะว่าไปเช็คสุขภาพประจำปี แต่ครั้งนี้มันด่วนหน่อย รีบไปหาหมอเถอะ!

ทำยังไงมดลูกถึงจะเข้าอู่เร็ว?

มดลูกเข้าอู่ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง การบริหารกล้ามเนื้อช่วยได้บ้างแต่ไม่ใช่คำตอบเดียว

  • การออกกำลังกายเฉพาะเจาะจง เช่น การเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercises) ช่วยกระชับมดลูก แต่ควรทำอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่ยกก้น
  • โภชนาการ อาหารเสริมบางชนิดอาจช่วย เช่น วิตามิน แร่ธาตุ แต่ควรปรึกษาแพทย์
  • พักผ่อนเพียงพอ ร่างกายต้องการเวลาฟื้นฟู
  • การนวดเบาๆ บริเวณหน้าท้อง อาจช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น แต่ไม่เร่งให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้นโดยตรง

ข้อควรระวัง: หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์ อย่าพึ่งวิธีที่ไม่ถูกต้อง ปีนี้(2566) ยังไม่มีวิธีการใดการันตีความเร็วแน่นอน

มีวิธีอะไรบ้างที่ช่วยให้น้ําคาวปลาหมดเร็วขึ้น?

โอ๊ย! ถามเรื่องน้ำคาวปลาเนี่ยนะ แม่! เหมือนถามเรื่องผี...มันมีจริงแต่ไม่อยากเจอ! อ่ะๆ แต่ไหนๆ ถามมาแล้ว จะบอกให้แบบบ้านๆ เลยนะ:

  • ขยับตัวเถอะแม่! อย่ามัวแต่นอนเฉยๆ เหมือนปลาทูเข่ง ขยับเดินเหินบ้าง เลือดลมมันจะได้สูบฉีดดี๊ดี น้ำคาวปลาจะได้ไหลปรื๊ดๆ ออกมา ไม่ขังอยู่ข้างในให้ปวดหนึบๆ
  • กระตุ้นมดลูก: กินยาตามหมอสั่งไปเถอะแม่นะ อย่าริอาจกินยาหม้อเอง เดี๋ยวได้เรื่อง! แล้วก็ให้นมลูกบ่อยๆ รู้มั้ยเนี่ย เวลาให้นมลูก มดลูกมันจะบีบตัว น้ำคาวปลามันก็จะไหลออกมาเอง! เหมือนบีบสิวอ่ะ เข้าใจยัง?
  • กินน้ำอุ่นๆ: น้ำเย็นน่ะเลิกไปก่อนนะจ๊ะแม่จ๋า กินน้ำอุ่นๆ จะช่วยให้เลือดลมมันคล่องตัว แถมยังสบายท้องอีกด้วย
  • สมุนไพรช่วยได้ (มั้ง): แถวบ้านฉันเค้ากินยาต้มหลังคลอดกันนะแม่ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันช่วยเรื่องน้ำคาวปลาจริงรึเปล่า ลองถามหมอ ถามผู้รู้ดูก่อนนะ อย่าซี้ซั้วกิน

อธิบายเพิ่มเติมแบบชาวบ้านๆ:

  • น้ำคาวปลาเนี่ย มันคืออะไร? ก็เลือดที่มันคั่งค้างอยู่ในมดลูกเราไงแม่ หลังคลอดลูกออกมา มดลูกมันก็ต้องขับของเสียออกมาเป็นธรรมดา มันก็เลยออกมาเป็นน้ำๆ เลือดๆ น่ากลัวๆ อย่างที่เห็นนั่นแหละ
  • ทำไมต้องขับมันออกมาให้หมด? ก็ถ้ามันคั่งอยู่ข้างใน มันก็อาจจะทำให้มดลูกอักเสบ ติดเชื้อ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตได้ไงแม่!
  • นานแค่ไหนมันถึงจะหมด? อันนี้แล้วแต่คนนะแม่ บางคนก็ไม่กี่วัน บางคนก็เป็นเดือน แต่ถ้ามันนานเกินไป หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ รีบไปหาหมอเลยนะจ๊ะ อย่าชะล่าใจ!

คำเตือน: ที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย เป็นความเชื่อส่วนตัวนะแม่ อย่าเชื่อทั้งหมด ต้องปรึกษาหมอด้วย! หมอน่ะเค้าเรียนมาเยอะกว่าเราเยอะ!

ทับหม้อเกลือใช้เวลากี่ชั่วโมง?

ทับหม้อเกลือใช้เวลาราว 3-5 ชั่วโมงครับ ปัจจัยหลักคือสูตรใครสูตรมัน ปริมาณเนื้อสัตว์ และ "ฝีมือ" ล้วนๆ การหมักนี่แหละตัวแปรสำคัญ บางคนหมักข้ามคืนก็มี เพื่อให้เกลือซึมลึกถึงใจ... เอ้ย! ถึงเนื้อใน

  • การหมัก: ขั้นตอนนี้กินเวลาพอสมควร อาจ 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป
  • การอบ/ย่าง: ขึ้นอยู่กับความร้อนและขนาดหม้อ ระยะนี้ราว 1-2 ชั่วโมง
  • เคล็ดลับ: หากใช้หม้อดิน อาจต้องเพิ่มเวลาอบเล็กน้อย หม้อดินเก็บความร้อนดีมาก

ส่วนตัวผมว่าทับหม้อเกลือคือศิลปะอย่างหนึ่ง ต้องใจเย็นๆ ถึงจะได้รสชาติที่ใช่ เหมือนชีวิตเรา... บางทีก็ต้องรอคอยบ้างถึงจะเจอสิ่งที่ดีที่สุด!

ผ่าคลอด ทับหม้อเกลือได้ไหม?

โอ๊ย! ถามเรื่อง "ทับหม้อเกลือหลังผ่าคลอด" นี่มันเหมือนถามว่า "กินทุเรียนกับปลาร้าจะรอดไหม" ยังไงยังงั้น!

  • ผ่าคลอด: รอไปก่อนเด้อ! อย่างน้อยเดือนนึง! อย่าเพิ่งซ่าส์! รอให้แผลมันสมานกันดีๆ ก่อน! ไม่งั้นเดี๋ยว "ไส้ทะลัก" (เว่อร์ไปนิดนึงนะ) แล้วก็อย่ารอนานเกิน 3 เดือน เดี๋ยว "มดลูกเข้าอู่" ไม่ทันนะเออ!

  • คลอดธรรมชาติ: อันนี้สิ! ค่อยน่าสนุก! รอแค่สัปดาห์เดียวก็จัดไปเลย! ทับๆๆๆๆ ให้มันสะใจ! (แต่ก็เบาๆ หน่อยนะ เดี๋ยวเจ็บ!)

สรุป: คือถ้าผ่าคลอดก็ต้องรอ! แต่ถ้าคลอดเองก็ลุยโลด! แต่ไม่ว่าจะคลอดแบบไหนก็ "ฟังหมอ" เป็นสำคัญนะจ๊ะ! อย่าเชื่อ "ป้าข้างบ้าน" มากเกินไป! ????

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบบ้านๆ):

  • ทับหม้อเกลือ คือการเอาหม้อดินเผาใส่เกลือเม็ด แล้วเอาไป "ย่างไฟ" ให้ร้อนๆ แล้วเอามาประคบหน้าท้อง! เขาว่ากันว่าช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น! ลดอาการปวดเมื่อย! และช่วยขับน้ำคาวปลา! (แต่บางคนก็ว่า "งมงาย" นะ!)

  • ทำไมต้องรอหลังผ่าคลอด? เพราะว่าการผ่าตัดมันทำให้เกิดแผล! ถ้าไปทับหม้อเกลือตอนแผลยังไม่หายดี! ความร้อนอาจจะทำให้แผลอักเสบ! ติดเชื้อ! หรือ "ปริ" ได้! (คิดภาพตามแล้วสยองเลย!)

  • ทำไมต้องทำภายใน 3 เดือน? เพราะว่าช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด! มดลูกจะมีการหดตัวเพื่อกลับเข้าสู่ขนาดปกติ! ถ้าทำหลังจากนั้นอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร! (เขาว่ากันพรรค์นั้นนะ!)

  • คลอดปีนี้ (2567): ยังไงก็ปรึกษาหมอก่อนทำอะไรนะ! เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเยอะ! เผื่อมีวิธีที่ดีกว่าทับหม้อเกลือ!

คำเตือน: ข้อความข้างต้นเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว! ไม่ได้มีเจตนาให้ร้ายใคร! โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน! ถ้าอ่านแล้ว "ไม่ถูกใจ" ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยเด้อ! ????

นวดคลึงมดลูกหลังคลอดกี่วัน?

อืม... กลางคืนแบบนี้ นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแล้วนะ

หลังคลอด... จริงๆ ที่โรงพยาบาลบอกให้ทำการนวดคลึงมดลูกภายใน 24 ชั่วโมงแรกเลย จำได้แม่นๆ เพราะพยาบาลที่โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง เขาเน้นมาก บอกช่วยป้องกันเลือดออกหลังคลอดได้ ฉันคลอดธรรมชาติ ก็เลยได้ทำ ตอนนั้นเพลียมาก แต่ก็พยายามทำตามที่เขาแนะนำนะ

  • นวดคลึงมดลูก สำคัญจริงๆ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
  • โรงพยาบาลสอนวิธีทำ ตอนอยู่ห้องพักฟื้น
  • ทำภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อย่างที่โรงพยาบาลบอก

คือ...ตอนนั้น ยังงงๆ กับทุกอย่าง เพิ่งคลอดลูก เหนื่อย เจ็บ ปวด แต่ก็พยายามทำตามนะ เพราะกลัวเลือดออกเยอะ

คิดแล้วก็... ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ว่ามันช่วยยังไงบ้าง จริงๆ มันก็ดีนะ แต่ตอนนั้น ฉันมึนๆ งงๆ เหนื่อย จำได้แค่ว่าทำตามที่หมอและพยาบาลบอก แค่นั้นจริงๆ

อบตัวช่วยเรื่องอะไร?

อบตัวช่วยเรื่องอะไรนะ... อ๋อ!

  • หวัดคัดจมูก: อันนี้จริง หายใจโล่งขึ้นเยอะเลย (แต่ทำบ่อยๆ ผิวจะแห้งไหม?)
  • หอบหืดเรื้อรัง: ปอดขยาย? เคยได้ยินหมอพูดเหมือนกัน แต่เราไม่เป็นนี่นา
  • ความดันโลหิตสูง: เส้นเลือดขยายตัว โลหิตไหลเวียนดี = ผิวดี? (เกี่ยวกันป่าววะ)
  • ผิวพรรณผุดผ่อง: อันนี้ชอบสุด! อยากผิวดีต้องอบ (แต่ขี้เกียจทำไงดี)
  • สดชื่น: ใช่เลย! หลังอบเสร็จรู้สึกเบาสบายตัวมาก แต่แป๊บเดียวก็กลับมาเหนื่อยอีกละ
  • นอนหลับดีขึ้น: อันนี้ก็จริงอีก! แต่บางทีก็คิดว่าเพราะเหนื่อยมากกว่ารึเปล่า?

จริงๆ แล้ว... อบสมุนไพรมันดีต่อสุขภาพนะ แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนด้วย! เคยเกือบเป็นลมแหนะ แล้วก็... อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ หลังอบเสร็จ สำคัญมาก! (เขียนอะไรเนี่ย ยาวไปละ)