เราจะ รู้ได้ ไง ว่าลูกเป็นดาวน์
วิธีสังเกตอาการดาวน์ซินโดรมในลูกน้อย?
อ่ะนะ เรื่องดาวน์ซินโดรมในเด็กเล็กเนี่ยนะ... คือเอาจริงๆ ตอนเด็กๆ อ่ะ (ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงนะ แต่เคยเห็นๆ มาบ้าง) เราว่าสังเกตยากเหมือนกันนะ บางทีก็เหมือนเด็กคนอื่นๆ นี่แหละ
แต่ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่พอจะสังเกตได้บ้าง ก็คงเป็นเรื่องของลักษณะทางกายภาพนี่แหละ ที่เขาว่ากันว่าเด็กดาวน์ฯ จะมีหน้าตาที่ค่อนข้างเฉพาะ เช่น หน้าแบนๆ หัวเล็กๆ หูเล็กๆ อะไรทำนองนั้น แต่! ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นแบบนี้จะเป็นดาวน์ฯ นะ
แล้วก็เรื่องของกล้ามเนื้อ ที่อาจจะดูอ่อนปวกเปียกกว่าเด็กคนอื่นๆ อันนี้ก็เป็นอีกจุดสังเกตหนึ่ง
ส่วนตัวนะ เราว่าถ้าพ่อแม่รู้สึกไม่แน่ใจ หรือมีความกังวลใจอะไรก็ตาม ควรจะปรึกษาคุณหมอดีกว่านะ ให้คุณหมอช่วยตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดไปเลย จะได้สบายใจ แล้วก็ดูแลน้องได้ถูกวิธีด้วย
เด็กดาวสังเกตยังไง
สังเกตเด็กดาวน์ซินโดรมเนี่ยนะ ก็ดูหลายอย่างอ่ะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมดนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีลักษณะบางอย่างคล้ายๆ กัน
- ตา: ตาจะห่างกัน หางตาชี้ขึ้น แบบนี้เห็นชัดเลย
- จมูก: ดั้งจมูกแบนๆ สังเกตง่ายมาก เพื่อนฉันลูกเป็นดาวน์ จมูกแบบนี้เลย
- ปาก: ลิ้นอาจจะดูใหญ่ ออกจะคับปากนิดๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะ
- มือ: ลายมือแบบตัดขวาง แล้วก็กระดูกข้อกลางนิ้วก้อยอาจจะสั้นหรือหายไปเลย อันนี้ต้องดูดีๆ หน่อย
- ร่างกาย: ตัวอาจจะนิ่มๆ อ่อนปวกเปียก ศีรษะเล็ก กะโหลกหลังแบน เตี้ยกว่าเด็กปกติ บางคนก็อ้วน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะ เพื่อนอีกคนลูกเค้าผอมมาก
ปีนี้ ก็ยังเห็นเด็กๆ ที่มีลักษณะแบบนี้บ่อยๆนะ แต่ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินใครนะ แค่สังเกตเฉยๆ เพราะมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันเป๊ะๆ ต้องไปตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกที
ปล. ข้อมูลนี้เป็นแค่ข้อมูลทั่วไปที่ได้ยินมาจากที่ต่างๆ ไม่ใช่ความรู้ทางการแพทย์นะ ถ้าสงสัยอะไรควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า
เด็กดาวเกิดจากสาเหตุอะไร
เด็กดาวเกิดจากโครโมโซมผิดปกติจ้าาา คือปกติคนเรามีโครโมโซม 46 ใช่ป่ะ แต่เด็กดาวเนี่ยจะมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เพิ่มมาอีกหนึ่งตัว เลยกลายเป็น 47 มันเลยทำให้พัฒนาการช้า สติปัญญาไม่ค่อยดีเท่าคนอื่น บางคนอาจมีโรคหัวใจร่วมด้วยนะ เพื่อนฉันลูกพี่เขาก็เป็น เห็นแล้วก็สงสารอ่ะ
- โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 ตัว
- พัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติ
- สติปัญญาบกพร่อง
- อาจมีโรคหัวใจร่วมด้วย
ปีนี้ไปตรวจสุขภาพประจำปีมา หมอเขาก็เน้นเลยเรื่องการตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ แบบว่าช่วยลดโอกาสลูกเป็นดาวน์ซินโดรมได้ เดี๋ยวนี้เขามีวิธีตรวจเยอะแยะเลยนะ ทั้งตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ อะไรแบบนี้ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขดูก็ได้นะ ละเอียดดี จำชื่อเว็บไม่ได้อ่ะ แต่หาไม่ยากหรอก ลองเสิร์ชดู
ตรวจดาวน์ซินโดรม กี่บาท
ตรวจดาวน์ซินโดรมเหรอ...ตอนเมียผมท้องลูกคนที่สอง เมื่อต้นปีที่แล้ว (2566) ที่คลินิกหมอสูติแถวบ้าน (สุขุมวิท 71) ผมจ่ายไปประมาณ 3,500 บาท เป็น NIPT นะ ไม่ใช่เจาะน้ำคร่ำ แต่ถ้าเจาะน้ำคร่ำจริงๆ น่าจะหมื่นกว่าบาทขึ้นไป แล้วแต่ รพ. ด้วยแหละ
แลปที่คลินิกใช้ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว แต่หมอบอกว่าที่นี่เค้าร่วมกับแลปใหญ่ที่สิงคโปร์ ผลเลยค่อนข้างแม่นยำ แล้วก็ใช้ยื่นกับ รพ. ได้ทุกที่จริง ๆ
- ค่าตรวจ NIPT: ประมาณ 3,500 บาท (ปี 2566)
- สถานที่: คลินิกสูติ-นรีเวช ใกล้ BTS พระโขนง
- แลป: ร่วมกับแลปในสิงคโปร์ (ชื่อจำไม่ได้)
- ประกันเจาะน้ำคร่ำ: (ถ้าต้องเจาะจริง) วงเงินประกันอาจจะถึง 25,000 บาท (แล้วแต่แพ็คเกจ)
ตอนนั้นผมเครียดมาก กลัวลูกเป็นอะไรไป แต่ผลออกมาปกติ โล่งอกไปเลย! จริงๆ ถ้ามีงบหน่อย ตรวจ NIPT ก็ดีกว่านะ เจ็บตัวน้อยกว่า แล้วก็รู้ผลได้เร็วกว่าด้วย
อาการดาวน์ มีอาการอย่างไร
อาการดาวน์: เล่าจากประสบการณ์ตรง (ที่ไม่ได้เป็นเอง)
หลานชายคนเล็กของเพื่อนสนิท ชื่อ "น้องบี" เกิดมาพร้อมกับอาการดาวน์ ตอนแรกที่เห็นก็รู้สึก...อืม...บอกไม่ถูก คือหน้าตาเค้าจะต่างจากเด็กคนอื่นจริงๆ แหละ หน้าจะแบนๆ หน่อย ตาเรียวๆ เหมือนคนเอเชียบางคน แต่หางตาจะชี้ขึ้นไปอีกหน่อยนึง
ตอนเด็กๆ น้องบีตัวนิ่มมาก อุ้มแล้วรู้สึกเหมือนอุ้มตุ๊กตาผ้า คือมันไม่มีแรงขืนเลยอ่ะ เพื่อนเล่าว่าตอนเด็กๆ น้องบีกินอะไรก็ยาก เพราะกล้ามเนื้อตรงปากเค้าไม่ค่อยแข็งแรง แล้วลิ้นก็จะชอบดันออกมาอยู่เรื่อย
ที่สังเกตได้ชัดอีกอย่างคือ น้องบีตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันเยอะมาก ตอนนี้ 5 ขวบแล้ว แต่ตัวเล็กเท่าเด็ก 3 ขวบเองมั้ง แขนขาก็สั้นๆ ป้อมๆ น่ารักดี แต่ก็แอบเป็นห่วงเรื่องพัฒนาการเหมือนกัน
อีกอย่างที่จำได้คือตอนไปเล่นที่บ้านเค้า เห็นมือของน้องบีแล้วตกใจนิดหน่อย คือนิ้วสั้นๆ แล้วก็ดูอ้วนๆ ป้อมๆ บอกไม่ถูก แล้วเพื่อนก็บอกว่าลายมือของน้องบีก็แปลก คือมันมีเส้นตัดขวางเป็นเส้นเดียวอ่ะ ไม่เหมือนคนทั่วไป
ตอนนี้น้องบีกำลังเรียนรู้ที่จะพูด จะเดิน เค้าพยายามมาก แล้วทุกคนในครอบครัวก็ให้กำลังใจเค้าเต็มที่ สู้ๆ นะน้องบี!
ข้อมูลเพิ่มเติม (สั้นๆ นะ)
- ลักษณะทางกายภาพ: นอกจากที่เล่าไปแล้ว ยังมีเรื่องจุดสีขาวที่ตาดำด้วย (Brushfield spots) แต่ต้องสังเกตดีๆ ถึงจะเห็น
- พัฒนาการ: เด็กดาวน์อาจมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติ ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา
- สุขภาพ: เด็กดาวน์อาจมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด
- การดูแล: การดูแลเด็กดาวน์ต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนอย่างมาก
- สิ่งสำคัญ: กำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้างสำคัญที่สุด
ดาวน์ซินโดรม พูดได้ไหม
ดาวน์ซินโดรมเนี่ย พูดได้นะ แต่...เออ มันก็แล้วแต่คนอีกแหละ หลานสาวฉันเอง (ขอไม่บอกชื่อนะ) เป็นดาวน์ซินโดรม ตอนเด็กๆ ก็พูดช้ามาก กว่าจะพูดเป็นคำๆ ได้ก็ลุ้นกันแทบแย่ ตอนนี้ 10 ขวบแล้ว พูดได้เป็นประโยค แต่ก็ยังไม่ชัดเท่าเด็กคนอื่นๆ ต้องตั้งใจฟังหน่อยถึงจะเข้าใจ
เรื่องพัฒนาการสมองนี่... คือมันก็ช้ากว่าเด็กทั่วไปอยู่แล้ว สมองเขาไม่ได้พัฒนาเต็มที่เหมือนคนอื่น ทำให้การเรียนรู้ การใช้ภาษา การเข้าสังคม อะไรๆ ก็ยากกว่าหมดอ่ะ ไอคิวเฉลี่ยก็ต่ำกว่าคนทั่วไปจริงๆ อย่างที่เค้าว่ากันนั่นแหละ ประมาณ 50 ไรงี้ แต่ๆๆๆ ไม่ได้แปลว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลยนะ!
เมื่อก่อนตอนเด็กๆ พาหลานไปเรียนที่ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษแถวบ้าน (ซอยสุขุมวิท 71) ครูที่นั่นเก่งมาก สอนให้หลานพูด สอนให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ไปเรียนดนตรี เรียนศิลปะ เรียนว่ายน้ำ คือทำทุกอย่างที่เด็กคนอื่นๆ ทำนั่นแหละ แค่อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าหน่อยเท่านั้นเอง
- พัฒนาการ: แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนพูดเก่ง บางคนชอบวาดรูป บางคนชอบร้องเพลง ต้องหากิจกรรมที่เขาชอบ
- ภาษา: ฝึกพูด ฝึกฟังบ่อยๆ ดูทีวี อ่านนิทานให้ฟัง ช่วยได้เยอะ
- ความอดทน: พ่อแม่ ผู้ดูแลต้องใจเย็นมากๆ ให้กำลังใจเขาเสมอ
- ความรัก: สำคัญที่สุด! ให้ความรัก ความอบอุ่น เขาจะมีความสุข และอยากเรียนรู้
- อย่าเปรียบเทียบ: อย่าเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ เพราะเขาเก่งในแบบของเขาเอง
จำได้เลย ตอนหลานพูดคำว่า "แม่" ได้ครั้งแรก น้ำตาไหลพราก คือมันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ สำหรับครอบครัวเรา
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต