แผลผ่าตัดมดลูกกินอะไรหายเร็ว

117 ครั้งเข้าชม
ฟื้นตัวหลังผ่าตัดมดลูก: เน้นโปรตีน สมานแผลไว ทานโปรตีนสูง: ไข่, เนื้อ, ปลา, นม, โยเกิร์ต ช่วยซ่อมแซมร่างกาย สมานแผลผ่าตัดได้ดี หลีกเลี่ยงอาหารแสลง: ปรึกษาแพทย์เพื่อโภชนาการที่เหมาะสม ช่วยฟื้นตัวเร็ว ดื่มน้ำเพียงพอ: ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต ลดอาการท้องผูก พักผ่อนให้เพียงพอ: ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เต็มที่ ปรึกษาแพทย์: สำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลและติดตามผล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาหารบำรุงแผลผ่าตัดมดลูกคืออะไร? กินอย่างไรให้หายเร็ว?

อืมม... อาหารบำรุงแผลผ่าตัดมดลูกเหรอ? เอาจริงๆ ตอนนั้นหลังผ่าตัด (จำได้ว่าช่วงตุลาคม ปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาล... เอ่อ...ชื่ออะไรนะ) คือเบลอมากอ่ะ ใครเอาอะไรมาให้ก็กิน!

แต่ที่บ้านเน้นโปรตีนจริงจัง คือไข่มาทุกวันอ่ะแก ต้มบ้าง เจียวบ้าง แล้วก็พวกเนื้อปลา คือจัดเต็มมาก เค้าว่ามันช่วยให้แผลหายเร็วไง

ห้ามกินอะไร? อันนี้จำแม่นเลย! ของหมักดอง ของแสลงต่างๆ นานา โดนตัดทิ้งหมด คือชีวิตเศร้าไปเลยช่วงนั้น 555

แล้วก็... อ้อ! พวกอาหารรสจัดก็ต้องงดนะ เพราะมันจะไปกระตุ้นการอักเสบอะไรซักอย่างนี่แหละ จำได้ว่าเซ็งมาก เพราะปกติชอบกินส้มตำปลาร้าสุดๆ

กินยังไงให้หายเร็ว? ก็กินตามที่หมอบอกอ่ะแหละ หลักๆ คือโปรตีน เน้นผักผลไม้ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญคืออย่าเครียด! (ถึงแม้จะยากก็เหอะ)

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Google และ AI:

  • อาหารบำรุงแผลผ่าตัดมดลูก: อาหารที่มีโปรตีนสูง, ไข่, เนื้อปลา, นม, โยเกิร์ต
  • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลังผ่าตัดมดลูก: ของหมักดอง, อาหารรสจัด
  • วิธีทานอาหารให้หายเร็ว: ทานอาหารที่มีประโยชน์, พักผ่อนให้เพียงพอ, ลดความเครียด

กินอะไรช่วยสมานแผลผ่าตัด

แผลผ่าตัดเหรอ? อยากหายไวเหมือนปลากระดี่ได้น้ำก็ต้องนี่เลย! ธาตุเหล็ก กับ สังกะสี! ไอ้สองตัวเนี้ยมันเหมือนคู่หูดูโอ้ สมานแผลขั้นเทพ!

  • ธาตุเหล็ก: กินเข้าไปเยอะๆ เลือดลมมันสูบฉีดดี แผลก็เลยหายจั๊งซี่เลยพี่น้อง! หาได้ตามปลาทูเข่งละ 20 บาท, ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ (ใหญ่ๆ กินสะใจ), ผักโขม (ป๊อปอายกินแล้วกล้ามขึ้น แผลเราก็หายไวเหมือนกันแหละน่า)
  • สังกะสี: ตัวนี้มันช่วยสร้างคอลลาเจน! คอลลาเจนคืออะไร? ก็ไอ้ที่สาวๆ ชอบกินให้หน้าเด้งไง! แต่กินให้แผลหายก็เด้งเหมือนกันนะเออ! หาได้จากอาหารทะเล (กุ้ง หอย ปู ปลา จัดไปอย่าให้เสีย!), ถั่วเหลือง (เต้าฮวยน้ำขิงก็มา!)

กินเข้าไปวันละ 15 มิลลิกรัม (mg) นะจ๊ะ! ไม่ต้องไปชั่งตวงวัดให้เมื่อยหรอก กะๆ เอา! กินเยอะกว่าเดิมหน่อย ไม่ตายหรอกน่า! (แต่ถ้ากินเยอะเกินไป ท้องเสียขึ้นมา อย่ามาโทษกันนะจ๊ะ!)

เพิ่มเติม:

  • วิตามินซี: นอกจากเหล็กกับสังกะสีแล้ว วิตามินซีก็ช่วยนะ! กินส้มตำปูปลาร้าเยอะๆ เลย! (อันนี้แถมให้ ใจดีเปล่าล่ะ?)
  • โปรตีน: เนื้อหมู เนื้อไก่ กินเข้าไป! มันช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ! (แต่กินแต่พอดีนะ เดี๋ยวอ้วน!)
  • น้ำ: ดื่มน้ำเยอะๆ! ร่างกายจะได้สดชื่น! (ไม่ใช่กินแต่น้ำอัดลมนะ!)
  • พักผ่อน: นอนเยอะๆ! อย่าไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ให้มากนัก! (แผลหายแล้วค่อยไป!)

คำเตือน: ถ้าแผลมันบวม แดง มีหนอง รีบไปหาหมอ! อย่ามาถามกู! กูไม่ใช่หมอ! กูแค่คนแนะนำอาหาร!

ผลไม้อะไรช่วยสมานแผล

ผลไม้สมานแผล? อย่าถามซ้ำซาก

  • กล้วย: โพแทสเซียม. แผลหายไวไม่ใช่เวทมนตร์
  • ส้ม: วิตามินซี. ใครๆ ก็รู้
  • แตงกวา: น้ำ. ดื่มน้ำเปล่าก็ได้
  • มะละกอ: เอนไซม์. ประโยชน์อื่นมีอีกเยอะ
  • มะขาม: วิตามิน. รสเปรี้ยวเกินไป
  • มังคุด: ต้านอักเสบ. แต่ระวังของปลอม
  • มะม่วง: วิตามินเอ. กินแต่พอดี
  • ลูกพลับ: แทนนิน. ฝาดเกินทน
  • ทับทิม: สารต้านอนุมูลอิสระ. ราคาไม่ใช่ถูกๆ

หายเร็ว? เวลาเท่านั้นที่ตอบได้.

แผลผ่าตัด ต้องล้างแผลทุกวันไหม?

แผลผ่าตัดเนี่ยนะ ตอนผ่าไส้ติ่งที่ รพ.จุฬาฯ เมื่อเดือนก่อน หมอบอกให้ล้างแผลเองทุกวันเลยนะ ตอนแรกก็กลัวๆ กล้าๆ แต่พยาบาลสอนละเอียดมาก วิธีง่ายๆ คือ

  • ล้างมือให้สะอาด สำคัญสุดๆ
  • ใช้สำลีก้านชุบน้ำเกลือเช็ดรอบแผลเบาๆ (อย่าขยี้แรงนะ แสบ!)
  • ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด
  • ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซใหม่ แปะเทปให้เรียบร้อย

ถ้าแผลมันซึมๆ หรือเปียกชื้น ก็ต้องเปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยขึ้นนะ ไม่งั้นเดี๋ยวติดเชื้อ ทีนี้เรื่องใหญ่เลย ถ้าหมอนัดไปล้างแผลที่ รพ. ก็ต้องไปตามนัดเป๊ะๆ อย่าขาดเลยนะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ตอนนี้แผลหายดีแล้ว เหลือแค่รอยจางๆ เอง ดีใจมาก!

แผลผ่าตัดไหมละลายกี่วันโดนน้ำได้?

ไหมละลายอ่ะ นานแค่ไหนโดนน้ำได้เนี่ย? อืมมม... จำได้ว่าหมอบอกประมาณ 7 วันแผลหาย แต่พลาสเตอร์กันน้ำนี่สำคัญมากนะ อาบน้ำได้เลย แต่ถ้ามีน้ำเข้าแผล เปลี่ยนพลาสเตอร์ใหม่ไวๆ ลืมไม่ได้จริงๆ!

  • พลาสเตอร์กันน้ำ จำเป็น!
  • 7 วัน แผลน่าจะหาย แต่ก็ระวังไว้ก่อน
  • น้ำเข้าแผล เปลี่ยนพลาสเตอร์เลย! อย่าชะล่าใจ
  • คุณแม่ฉันผ่าตัด ใช้ไหมละลาย หมอเค้าบอกอย่างงี้ ปีนี้แหละ เพิ่งผ่าตัดไปเอง

เฮ้อออ เหนื่อยจัง นึกถึงตอนนั้น แผลผ่าตัดนี่มันก็... ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจที่หายไว ต้องดูแลดีๆ นะ เรื่องแผลเนี่ยสำคัญ จำไว้นะ 7 วัน แต่ก็ระวังน้ำเข้า อะ! ลืมไป ถ้าเจ็บเวลาขยับตัว ใช้ผ้ารัดหน้าท้องช่วยพยุงได้นะ ช่วยได้เยอะเลย คุณแม่บอกมา ใช้แล้วสบายขึ้นเยอะ จริง!

แผลผ่าตัดไหมละลายกี่วันหาย?

กลางดึกแล้วเนอะ คิดถึงเรื่องแผลผ่าตัด ไหมละลายนี่มันหายช้าจังเลย ของฉันนี่ ผ่าตัดเมื่อต้นปี 2566 ไหมละลายใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะละลายหมดเลย แบบว่า ไม่ใช่แค่ 5-10 วันนะ

จริงๆ แล้วมันก็แล้วแต่ประเภทของไหมด้วยแหละ คุณหมอไม่ได้บอกรายละเอียด แต่ รู้สึกนานมาก ทุกวันก็เช็คดู ค่อยๆ ละลาย ค่อยๆ หาย

  • ไหมละลายที่ใช้กับฉันละลายประมาณ 1 เดือนกว่าๆ (ผ่าตัดต้นปี 2566)
  • แต่เคยได้ยินมาว่า บางคนอาจแค่ อาทิตย์เดียวก็ละลายหมดแล้ว
  • แต่บางคนก็เป็นเดือน หรือเป็นหลายเดือนเลยทีเดียว

ส่วนแผลผ่าคลอด เพื่อนสนิทเพิ่งคลอดเมื่อเดือนที่แล้ว เขาบอกว่าไหมละลายของเขาประมาณ 2 สัปดาห์ก็ละลายหมดแล้ว แต่ เขาใช้ไหมละลายแบบคุณภาพดีกว่า ราคาแพงกว่าด้วย ก็เลยอาจจะต่างกัน อีกอย่างคือ ร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วยล่ะนะ

ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่เลย คิดมากไปหรือเปล่าไม่รู้

แผลผ่าห้ามโดนน้ำกี่วัน?

ตอนนั้นผ่าตัดที่ รพ.กรุงเทพ วันที่ 15 เมษายน 2566 แผลผ่าตัดเล็กๆ ที่หน้าแข้ง หมอบอกว่า 1-2 วัน โดนน้ำได้ แต่กูไม่ไว้ใจ แผลมันดูแห้งๆนะ แต่ยังไม่เนียน เหมือนมีรอยแยกเล็กๆอยู่ แบบว่า กลัวติดเชื้ออ่ะ เลยรอ 5 วันเต็มๆ ถึงกล้าอาบน้ำ ยังระวังอยู่นะ เอาผ้าปิดแผลไว้ก่อน แล้วค่อยๆล้าง ตอนล้างเสร็จก็รีบเช็ดให้แห้ง เอาผ้าก็อตซับเบาๆด้วยนะ ระแวงมาก กลัวแผลจะอักเสบ

  • วันผ่าตัด : 15 เมษายน 2566

  • สถานที่ : รพ.กรุงเทพ

  • ชนิดแผล : ผ่าตัดเล็กๆ ที่หน้าแข้ง

  • คำแนะนำแพทย์ : โดนน้ำได้ 1-2 วันหลังตัดไหม

  • ระยะเวลาที่รอโดนน้ำจริง : 5 วัน

  • เหตุผล : แผลยังไม่ปิดสนิท กลัวติดเชื้อ

    คือ หมออาจจะบอกได้ แต่ความรู้สึกเรามันต่างกัน ถ้าไม่มั่นใจ รอดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อน จริงไหม? กว่าแผลจะหายสนิท ก็ประมาณ 2 อาทิตย์ได้มั้ง กว่าจะมั่นใจ นี่แหละประสบการณ์ตรง ของจริง ไม่ใช่ แค่ฟังหมอบอกอย่างเดียว

แผลติดเชื้อทำยังไงให้หายเร็ว?

แผลติดเชื้อเนี่ยนะ? อย่าพึ่งตื่นตกใจ! เหมือนโดนผีดูดวิญญาณไปครึ่งชีวิตยังไงอย่างนั้นเลยใช่ไหมล่ะ? แต่ช้าก่อน! อย่าให้มันได้ใจไปมากกว่านี้! จัดการมันซะ!

  • ล้างมือให้สะอาดก่อน! นี่สำคัญมากนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่ล้างๆ ไป ต้องถูให้ทั่วถึงเหมือนกำลังล้างความผิดบาปออกจากจิตใจ! (ล้อเล่นนะ) ใช้สบู่ล้างมืออย่างดี ไม่ใช่สบู่ก้อนที่น้องหมาเคยใช้ล้างเท้า!

  • ทำความสะอาดแผล: ใช้น้ำเกลือล้าง หรือถ้าไม่มีก็ใช้น้ำสะอาดล้างเบาๆ อย่าไปขัดถูเหมือนล้างจานนะ แผลมันบอบช้ำอยู่แล้ว! แอลกอฮอล์ก็ใช้ได้นะ แต่ระวังอย่าให้โดนเนื้อเยื่อมากเกินไป แสบนะรู้ยัง! ปีนี้ลองใช้สเปรย์ล้างแผลแบบที่ไม่ต้องใช้สำลีดูไหม? สะดวกดีนะ

  • ปิดแผล: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดแผล เปลี่ยนทุกวัน หรือบ่อยกว่านั้นถ้าเปื้อนหรือเปียก อย่าให้มันเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค! ลองหาพลาสเตอร์ปิดแผลแบบกันน้ำดูบ้างก็ดี ยุคนี้เทคโนโลยีไปไกลแล้วนะ ไม่เหมือนสมัยคุณตาใช้ใบตองปิดแผล!

  • อย่าไปแหย่แผลเล่น! นี่คือข้อห้ามสำคัญ! ใจเย็นๆ อย่าไปเกาหรือแกะแผล เหมือนกำลังเล่นกับไฟ เผาตัวเองนะรู้ยัง! ยิ่งแคะยิ่งแย่ เชื่อพี่!

  • ถ้าแผลไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง: ไปหาหมอ! อย่ามัวแต่รอให้มันหายเอง บางทีเชื้อมันอาจจะดื้อยา หรือเป็นอะไรที่ต้องใช้ยาเฉพาะทาง อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น! (ปีนี้ค่ารักษาพยาบาลขึ้นราคาแล้วนะ อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วย!)

ข้อมูลเพิ่มเติม: การรักษาแผลติดเชื้อขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ครีมทาแผล หรือวิธีการรักษาอื่นๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ ปีนี้มีเจลทาแผลชนิดใหม่ๆ ออกมาหลายตัว ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูก็ได้ แต่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์!

แผลเย็บดูแลยังไง?

เดือนที่แล้วนี่เอง ฉันไปล้มหัวเข่าแตกที่สนามกีฬาแห่งชาติ ตอนเย็นๆอากาศดีด้วยนะ แผลเย็บไปสิบเข็ม หมอบอกต้องดูแลให้แห้งสะอาด จำได้แม่นเลย เค้าเน้นมาก ห้ามเปียกเด็ดขาด! กลับบ้านมาแทบคลานเลย เจ็บมากกกกกกกกก

แรกๆก็ยากนะ อาบน้ำลำบาก ต้องเอาพลาสติกมาปิด ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆเช็ดตัวอย่างระมัดระวังสุดๆ กลัวน้ำเข้าแผลมาก ตอนกลางคืนนอนก็ลำบาก ต้องหาหมอนหนุนขา นอนตะแคงอย่างเดียว ทรมานสุดๆ

เรื่องผ้าก็สำคัญ หมอให้ใช้ผ้าก๊อซแบบไม่ติดแผล เปลี่ยนทุกวัน ถ้าเลือดหรือน้ำเหลืองซึมเยอะ ก็เปลี่ยนบ่อยขึ้น ช่วงแรกๆนี่เปื้อนเลือดเยอะมาก แต่หลังๆก็ดีขึ้น ตอนนี้แผลแห้งสนิทแล้ว เหลือแค่รอยแผลเป็นเล็กๆ แต่ก็ยังคันๆอยู่บ้าง ใช้ครีมทารอยแผลเป็นอยู่

  • รักษาแผลให้แห้ง: สำคัญมาก ห้ามน้ำเข้าเด็ดขาด
  • เปลี่ยนผ้าก๊อซ: ถ้าเปียกเลือดหรือน้ำเหลือง ต้องเปลี่ยนทันที
  • อย่าแกะแผล: ปล่อยให้แผลหายเองตามธรรมชาติ
  • ใช้ครีมทารอยแผลเป็น: ช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง

ปล. หมอบอกว่าถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดง มีหนอง หรือเจ็บปวดมากขึ้น ต้องกลับไปหาหมอทันที อันนี้จำได้แม่นเลย เพราะหมอเน้นมากๆ กลัวติดเชื้อ เครียดไปหลายวันเลยช่วงนั้น

แผลเย็บใส่เบตาดีนได้ไหม?

ได้สิ! แต่ว่านะ... เหมือนเอาปืนใหญ่ยิงมดอ่ะ! เบตาดีนมันแรงนะจ๊ะ สำหรับแผลเย็บเล็กๆ น้อยๆ อาจจะแรงเกินไปจนระคายเคือง แสบๆ คันๆ เหมือนเอาพริกไปถูตาเลยล่ะ!

  • เบาๆ ดีกว่า: น้ำเกลือล้างแผลนี่แหละ พระเอกของเรื่อง อ่อนโยน ปลอดภัย ไม่แพ้ เหมือนรักแท้ที่รอคอย (ล้อเล่นนะ!) ล้างเบาๆ เช็ดเบาๆ อย่าไปขยี้แผลจนแตก เหมือนโยนไข่ลงกระทะร้อน!

  • ถ้าหมอสั่ง: ถ้าหมอสั่งให้ใช้เบตาดีน ก็ใช้ไปเถอะค่ะ! เชื่อหมอ! หมอเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราเป็นแค่คนไข้ตัวเล็กๆ ที่ต้องทำตามคำสั่ง (อย่างน้อยก็ในเรื่องนี้) เพราะความรู้หมอ เทียบเท่าดวงดาวบนฟ้า!

  • ระวัง! อย่าทาเบตาดีนเข้าไปในแผลเย็บโดยตรงเด็ดขาดนะ ทารอบๆ แผลก็พอแล้ว เหมือนสร้างกำแพงป้องกัน ไม่ให้เชื้อโรคแอบเข้าไปในปราสาท (แผลเย็บ) ของเรา

  • ติดต่อแพทย์: ถ้าแผลมีอาการบวมแดง มีหนอง หรือเจ็บปวดมากขึ้น รีบไปหาหมอเลยนะ! อย่ามัวแต่ทาเบตาดีนไปเรื่อย เหมือนเอาผ้าปิดตาช้าง ปัญหาไม่หาย ยิ่งซับซ้อน!

เพิ่มเติม: ปีนี้ (2566) ยังคงแนะนำการใช้สารละลายน้ำเกลือล้างแผลเป็นหลักสำหรับแผลเล็กน้อย เบตาดีนใช้ได้แต่ต้องระวัง และควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีคนแพ้เบตาดีนเยอะเหมือนกันนะ เหมือนมีคนแพ้นม ก็ต้องเลี่ยง ใช่ไหมล่ะ?

กี่วันแผลผ่าตัดแห้ง?

แผลผ่าตัดแห้งในกี่วัน? ตอบยากครับ เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่อง "แห้ง" แต่ต้องดูว่าแผลหายสมบูรณ์แค่ไหน ซึ่งวัดจากหลายเกณฑ์ เช่น การสร้างเนื้อเยื่อใหม่ การปิดสนิทของแผล และความแข็งแรงของแผล โดยทั่วไป แผลเล็กๆ อาจแห้งใน 1-2 สัปดาห์ แต่แผลใหญ่หรือผ่าตัดซับซ้อนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงเดือนกว่าจะแห้งสนิทและสมานดี จริงๆ แล้ว ระยะเวลาการสมานแผลขึ้นอยู่กับ:

  • ชนิดของการผ่าตัด: ผ่าตัดเล็กๆ เช่น ตัดไฝ กับผ่าตัดใหญ่เช่น ผ่าตัดหัวใจ ใช้เวลาต่างกันมากครับ
  • สุขภาพของผู้ป่วย: คนสุขภาพแข็งแรงก็ฟื้นตัวเร็วกว่า
  • การดูแลแผล: การทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี และการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์สำคัญมาก
  • ตำแหน่งของแผล: บางตำแหน่งเช่น ข้อพับ อาจสมานช้ากว่า

ผมเคยช่วยเพื่อนดูแลแผลผ่าตัดหลังจากเขาผ่าตัดเล็กๆ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อปี 2566 แผลแห้งสนิทภายในสองอาทิตย์ แต่รอยแผลเป็นยังเห็นอยู่บ้าง แต่เขาก็ดูแลดีมาก ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าอยากให้รอยแผลเป็นจางลง ควรปรึกษาแพทย์ อาจมีวิธีการรักษาเพิ่มเติม เช่น การใช้เจลหรือครีมลดรอยแผลเป็น อย่าลืมว่าการดูแลแผลที่ดี คือหัวใจสำคัญของการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและมีรอยแผลเป็นน้อยที่สุด เป็นการลงทุนระยะยาวกับสุขภาพตัวเอง เพราะแผลเป็นมันติดตัวไปอีกนาน

เพิ่มเติม: การแห้งของแผลเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการสมานแผล แผลอาจแห้งแต่ยังไม่สมานเต็มที่ ดังนั้น อย่าเพิ่งละเลยการดูแลแผลแม้จะดูแห้งแล้ว ควรติดตามอาการและปรึกษาแพทย์หากพบความผิดปกติใดๆ