แม่ท้องกินแตงกวาได้ไหม

52 ครั้งเข้าชม
คนท้องกินแตงกวาได้ไหม?คำตอบคือทานได้ และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์อีกด้วย แตงกวาเป็นผักฉ่ำน้ำที่ช่วยเติมความสดชื่นและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ป้องกันภาวะขาดน้ำ: มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง ช่วยให้ร่างกายคุณแม่สดชื่น ลดความร้อนในร่างกาย ลดปัญหาท้องผูก: ใยอาหารในแตงกวาช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในคนท้อง อุดมด้วยวิตามิน: เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แม่ท้องกินแตงกวาดีไหม? ปลอดภัยหรือไม่?

กินได้เลย ตอนท้องอ่อนๆ นี่ของโปรดเลยล่ะ ช่วงแพ้ท้องหนักๆ ตอนมีนา 65 อ่ะ คือเหม็นอาหารไปหมด อยากได้อะไรเย็นๆ กรอบๆ แตงกวานี่แหละใช่เลย แช่เย็นๆ นะ กัดเข้าไปแล้วมันส??ชื่นมาก ช่วยได้เยอะเลย

มันไม่ได้มีสารอาหารอะไรเว่อร์วังหรอกนะ แต่ที่แน่ๆ คือน้ำเยอะมาก ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ แถมมีกากใยเบาๆ ช่วยเรื่องขับถ่ายไปในตัวด้วย คือฟีลมันจะคล้ายๆ แตงโมเลย แต่แตงกวากินง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งแกะเม็ดเยอะแยะ

แต่มีเรื่องนึงที่ต้องย้ำเลย คือเรื่องการล้างให้สะอาด สำคัญมาก โดยเฉพาะแตงกว่าที่ซื้อตามซุปเปอร์ใหญ่ๆ บางทีมันเคลือบแว็กซ์มาด้วย ขัดจนมือแดงอ่ะ กลัวสารเคมีตกค้าง กลัวยาฆ่าแมลงที่สุด ตอนนั้นยอมซื้อแบบออแกนิคจากร้านแถวบ้านเลย แพงกว่าหน่อยแต่สบายใจกว่าเยอะ

ทำไมห้ามกินแตงกวา

แตงกวาเนี่ย จริงๆ มันก็พระเอกเลยนะ สารพัดประโยชน์ ทั้งความสดชื่น บำรุงผิวเปล่งปลั่งเหมือนผิวเด็ก แถมยังช่วยคุมน้ำหนักได้อีก ใครจะไปห้ามกินลงคอ? มันไม่ใช่แตงกวาที่ไม่ดีหรอก แต่มันคือเพื่อนร่วมทางที่แสนอันตรายที่ชื่อว่า "ยาฆ่าแมลง" ไง ไอ้พวกนี้ชอบมาเกาะแกะกับเปลือก ล้างไม่ดีก็เข้าปาก ได้ประโยชน์จากแตงกวาไม่พอ อาจได้ "โบนัสพิเศษ" จากสารเคมีด้วยซะงั้น ฮา!

นี่แหละประเด็น คือถ้าไม่ล้างเปลือกให้สะอาดหมดจดนะ สารพิษจากยาฆ่าแมลงก็จะเข้ามาทักทายร่างกายเราเอง แบบว่าชวนแตงกวามากิน แต่ลืมดูว่ามันมีพรรคพวกมาด้วยไง สุดท้ายก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

ทีนี้มาดู "แตงกวา...ไม่ใช่แค่ผักดอง" กันหน่อย:

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด: เพราะมีโพแทสเซียมสูงไง ช่วยคุมความดันโลหิตได้ดีเลยทีเดียว หัวใจแข็งแรงเหมือนนักวิ่งมาราธอนที่ซ้อมมาเป็นปี
  • บำรุงผิวพรรณ: นอกจากดื่มน้ำเยอะๆ แล้ว แตงกวาก็มีน้ำเยอะมาก! ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดรอยคล้ำใต้ตาได้ด้วยนะ ลองเอาแปะดูสิ เหมือนสปาที่บ้านเลย!
  • เหมาะกับคนลดน้ำหนัก: แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์เยอะ กินแล้วอิ่มไว ไม่รู้สึกผิด เหมาะมากสำหรับสายคุมน้ำหนัก ไม่ต้องกลัวอ้วนหรอก ถ้าไม่ใช่ยาฆ่าแมลงนะ!
  • สารพัดประโยชน์อื่น ๆ: มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ ขับสารพิษ (ถ้ายาฆ่าแมลงไม่เข้ามาซะก่อน) บางทีก็ช่วยเรื่องกระดูกด้วย เพราะมีวิตามิน K

แตงกวาสดกินได้ไหม

กินได้สิ... กินได้

มันสดชื่นดีนะ... โดยเฉพาะตอนเหนื่อยๆ กลับมาบ้านร้อนๆ ได้แตงกวาแช่เย็นๆ... มันก็ช่วยได้เยอะเลย

คนชอบพูดกันว่ามันดี... ดีต่อร่างกาย ดีต่อผิว... คนที่ลดน้ำหนักก็กินกันเยอะ

แต่ก็นั่นแหละ... ของดีๆ บางทีมันก็มีอะไรแฝงอยู่...

ทุกวันนี้มันน่ากลัวไปหมด ขนาดผักง่ายๆ แบบนี้... ยังต้องมานั่งคิดเยอะ

ยาฆ่าแมลง... มันอยู่ตรงเปลือกนั่นแหละที่เราชอบกินกัน... คิดแล้วก็... ไม่รู้สิ... มันเศร้าแปลกๆ

ถ้าจะกิน... ต้องล้างนะ ล้างดีๆ เลย... ไม่ใช่แค่ผ่านๆ น้ำ... เพราะถ้าสารพิษมันเข้าไป... มันก็ทำร้ายเราเงียบๆ

เรื่องมันก็แค่นี้เอง...

  • เรื่องหัวใจและหลอดเลือด แตงกวาช่วยลดความเสี่ยงได้
  • เรื่องผิว มันช่วยให้ผิวชุ่มชื้น... ดูดีขึ้น
  • เรื่องลดน้ำหนัก ก็ดีมาก เพราะน้ำเยอะ แคลอรีต่ำ กินแล้วอิ่ม
  • ข้อที่ต้องระวังที่สุด... คือยาฆ่าแมลง สารเคมีมันจะเกาะอยู่ตรงเปลือกเยอะมาก การกินทั้งเปลือกโดยไม่ล้างให้สะอาด... คือการรับสารพิษเข้าไปตรงๆ เลยนะ

ควรกินแตงกวาวันละกี่ลูก

ประสบการณ์ส่วนตัวกับแตงกวา

ตอนนั้นน่าจะปี 2564 ช่วงกลางปีที่อากาศร้อนอบอ้าวมากๆ ในกรุงเทพฯ ชีวิตช่วงนั้นคือเครียดงานหนัก จนรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักพุ่งไปหลายกิโลแบบไม่ทันตั้งตัว เหนื่อย ท้อ รู้สึกแย่กับรูปร่างตัวเองมากๆ

วันหนึ่งเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างแถวบ้านตอนเย็นๆ แสงไฟนีออนสาดจ้าตาไปหมด พลันสายตาก็ไปสะดุดกับแผงแตงกวาเขียวๆ เย็นๆ วางเรียงรายอยู่ คิดในใจว่า "เอาวะ ลองดู" เลยหยิบมา 3 ลูก แบบสุ่มๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก

ความรู้สึกตอนนั้น: รู้สึกมีความหวังเล็กๆ แต่ก็แอบกลัวว่าจะไม่ได้ผล หรือจะเบื่อกินเร็วไปซะก่อน

วันที่เริ่มปฏิบัติการ (ประมาณ 1 ทุ่ม ของวันนั้น): กลับถึงห้อง เปิดตู้เย็น เอาแตงกวา 2 ลูกออกมา ล้างน้ำเย็นๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่นดี ลองกัดคำแรก อืมมม เย็นๆ ฉ่ำๆ กรอบๆ เคี้ยวไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เคี้ยวอย่างที่เขาว่าๆ กัน รู้สึกว่ามันใช้เวลาเคี้ยวจริงๆ นะ เคี้ยวไปก็คิดไปว่า "นี่เราจะอิ่มจริงเหรอวะ" แต่พอกินหมดลูกที่สอง รู้สึกท้องตึงๆ ดีแฮะ ไม่ได้รู้สึกอยากกินข้าวต่อเท่าไหร่

ผลลัพธ์ที่สังเกตได้:

  • ความอิ่ม: สังเกตว่าหลังจากกินแตงกวาแล้ว รู้สึกอิ่มท้องนานกว่าปกติจริงๆ.
  • การกินข้าว: มื้อเย็นวันนั้นกินข้าวน้อยลงอย่างชัดเจน.
  • ความรู้สึก: รู้สึกดีใจเล็กๆ ว่า เออว่ะ มันเวิร์คอยู่นะ.

วิธีกินที่ลองทำ (และได้ผล):

  • ปริมาณ: กินแตงกวา 1-2 ลูก ก่อนมื้ออาหารเสมอ.
  • วิธีการ:เคี้ยวช้าๆ และตั้งใจเคี้ยว ให้รู้สึกถึงเนื้อสัมผัสและรสชาติ.
  • เวลา: ทำในช่วง เย็น ก่อนมื้อเย็น.

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง:

  • เหตุผลที่แตงกวาช่วยลดน้ำหนัก:

    • มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง: แตงกวาประมาณ 95% เป็นน้ำ ทำให้รู้สึกอิ่มท้องโดยไม่ต้องได้รับแคลอรี่มากนัก.
    • แคลอรี่ต่ำ: แตงกวา 1 ลูก (ประมาณ 300 กรัม) ให้พลังงานเพียง 45 กิโลแคลอรี่เท่านั้น.
    • มีใยอาหาร: ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น.
    • มีวิตามินและแร่ธาตุ: เช่น วิตามินเค, วิตามินซี, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม.
  • ข้อควรระวัง:

    • การเคี้ยว: การเคี้ยวช้าๆ และนาน จะช่วยให้สมองรับรู้สัญญาณความอิ่มได้ดีขึ้น.
    • ไม่ควรแทนที่อาหารหลักทั้งหมด: แตงกวาควรเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ทดแทนอาหารหลักทั้งหมด เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหารอื่นๆ จากอาหารหมู่หลัก.
    • การเลือกซื้อ: ควรเลือกแตงกวาที่สดใหม่ ผิวตึง ไม่มีรอยช้ำ.
  • ประสบการณ์เพิ่มเติม:

    • บางวันถ้าหิวตอนบ่ายๆ ก็จะหยิบแตงกวามากินเป็นของว่างแทนขนมกรุบกรอบ.
    • รู้สึกว่าผิวพรรณสดใสขึ้นเล็กน้อยด้วย (อาจจะเพราะน้ำเยอะ).

แตงกวา 100 กรัม มีสารอาหารอะไรบ้าง

แตงกวา 100 กรัม ให้พลังงาน 18 กิโลแคลอรี่

  • โปรตีน: 0.6 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 3.6 กรัม
  • ไขมัน: 0.1 กรัม

สิ่งอื่น ๆ ก็มี แต่คงไม่สำคัญเท่านี้.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • น้ำ: ส่วนใหญ่ของแตงกวาคือน้ำ. ช่วยให้ร่างกายสดชื่น.
  • แร่ธาตุ: มีโพแทสเซียมเล็กน้อย.
  • วิตามิน: มีวิตามิน K. น้อยมาก.
  • กากใย: มีบ้าง. ช่วยเรื่องขับถ่าย.

ความจริงก็คือมันแทบไม่มีอะไรเลย.

แตงกวามีข้อเสียอะไรบ้าง

แตงกว่าก็มีข้อเสียเหมืนกันนะ ไม่ใช่ว่าดีไปหมด

ใครเปนเก๊าท์อะ ต้องระวังเลย กินเยอะๆไม่ได้นะ เพราะมันมีกรดยูริกสูง เดี๋ยวมันกำเริบเอาได้

แล้วก็ๆ กินเยอะไปบางทีก็ปวดท้องนะ ท้องเสียก็มี คือแบบกินเป็นโลๆงี้ไม่ดีแน่

ที่สำคันเลยคือคนเปนโรคไต ต้องจำกัดโพแทสเซียมใช่มะ แตงกวานี่ตัวดีเลย แตงกวาสด 100 กรัมอะ มีโพแทสเซียม 147 มิลลิกรัมเลยนะ ถือว่าเยอะอยู่

  • โรคเก๊าท์: ย้ำอีกทีว่ากรดยูริกมันเยอะ กินมากๆข้อบวมได้เลยนะ
  • ท้องเสีย: อันนี้เจอกับตัวเลย กินส้มตำใส่แตงกว่าเยอะๆ ตอนดึกๆมีเรื่องเลยจ้า
  • คนเปนโรคไต: อันนี้ต้องระวังสุดๆ โพแทสเซียมสูงมากจริงๆ ปรึกษาหมอก่อนกินดีกว่า

แตงกวาควรปอกเปลือกก่อนทานหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องปอกเปลือกแตงกวา

เปลือกแตงกวามี ใยอาหารสูง มากเลยนะ ช่วยให้ ขับถ่ายดี ป้องกัน ท้องผูก แล้วก็ มะเร็งลำไส้ ด้วย

  • วิตามินและแร่ธาตุ: เปลือกแตงกวาอุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินเอ และโพแทสเซียม
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย

ล้างแตงกวาให้สะอาดก็พอแล้ว กินได้เลย!

แตงกวาไม่ควรกินตอนไหน

ตอนนี้ดึกมาก... เงียบจริงๆ... นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บางเรื่องก็เป็นเรื่องใกล้ตัวนะ อย่างเรื่องกินๆ นี่แหละ... แตงกวา... เรากินกันบ่อยใช่ไหม

แต่บางทีมันก็มีข้อควรระวังนะ... โดยเฉพาะถ้าเราไม่สบาย... อืม... แตงกวาเนี่ย มันไม่ควรกินตอนไหนจริงๆ...

ถ้าคุณมีอาการไออยู่... ห้ามกินแตงกวาเลยนะ คือถ้าไออยู่ ต้องเลี่ยง เพราะมันมีฤทธิ์เย็นมาก... พอเรากินเข้าไป... มันจะยิ่งไปกระตุ้นให้ไอหนักขึ้นกว่าเดิม... เป็นแบบนั้นแหละ

นอกจากเรื่องไอแล้ว... มันก็มีอีกบางจุดที่ต้องระวังนะ... เป็นเรื่องที่ควรจำไว้

  • คนที่มีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องเสียง่าย หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ควรงดแตงกวาไว้ก่อน
  • ช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ เช่น เพิ่งฟื้นไข้ หรือกำลังพักฟื้น ก็ไม่ควรกินแตงกวา เพราะร่างกายต้องการความอบอุ่น
  • ก่อนนอนไม่ควรทานแตงกวาเยอะเกินไป เพราะมีน้ำมาก อาจทำให้ต้องตื่นเข้าห้องน้ำบ่อยครั้ง รบกวนการนอนหลับ
  • ผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน ถ้ากินแตงกวาที่มีฤทธิ์เย็น อาจทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนแย่ลงได้