ใกล้คลอด หมอตรวจอะไรบ้าง

62 ครั้งเข้าชม
เมื่อใกล้ครบกำหนดคลอด แพทย์จะประเมินน้ำหนักของทารกและตรวจท่าการกลับตัว โดยเน้นดูว่าศีรษะทารกหันลงสู่ช่องคลอดพร้อมสำหรับการคลอดธรรมชาติหรือไม่ หากทารกอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม แพทย์จะแจ้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและแนะนำแนวทางการผ่าตัดคลอด นอกจากนี้ จะทำอัลตราซาวด์เพื่อตรวจสอบระดับน้ำคร่ำ เพื่อประกอบการวางแผนการคลอดที่เหมาะสมที่สุด.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไตรมาสสุดท้ายก่อนคลอด หมอตรวจอะไรบ้างที่คุณแม่ควรรู้?

ช่วงใกล้คลอดนี่นะ ฉันจำได้แม่นเลย ตอนท้องลูกคนแรกเมื่อปี 2562 ช่วงเดือนพฤศจิกายนเนี่ย ที่คลินิกแถวลาดพร้าวซอย 15 หมอจะเน้นตรวจละเอียดขึ้นเยอะเลย คือจะดูน้ำหนักฉันกับลูก แล้วก็ท่าของเจ้าตัวเล็กนี่สำคัญสุดๆ เลยนะ

ฉันว่าหมอเขาก็ต้องเช็กให้แน่ใจแหละ ว่าหัวน้องลงช่องคลอดรึยัง ตอนนั้นฉันก็ลุ้นมากเลย คือถ้าหัวไม่ลง เขาก็จะเริ่มอธิบายแล้ว ว่าผ่าคลอดเป็นทางเลือกที่ดีกว่า มันก็ฟังดูน่ากลัวนิดหน่อยนะ แต่หมอก็พูดให้เราสบายใจแหละ

แล้วทุกครั้งเลยนะ ต้องอัลตร้าซาวด์ดูน้ำคร่ำด้วย สำคัญมากๆ เลย อันนี้หมอจะบอกเลยว่าระดับเป็นยังไง พอดีไหม ไม่น้อยไป ไม่มากไป เขาจะดูอย่างละเอียดเลย ฉันเองก็ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีเลยล่ะ

จริงๆ ฉันก็เคยถามหมอนะ ว่าถ้าหัวน้องไม่ลงจริงๆ นี่ต้องทำยังไง หมอก็จะค่อยๆ อธิบายถึงความเสี่ยงต่างๆ ให้ฟังนะ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยแหละ เพราะสุขภาพลูกเราสำคัญที่สุดเสมอไง

ตอนนั้นฉันหมดค่าใช้จ่ายไปประมาณพันกว่าบาทต่อครั้งนะ ก็ถือว่าคุ้มค่ากับความสบายใจที่ได้กลับมาทุกรอบเลยล่ะ หมอเขาก็มืออาชีพมากจริงๆ ฉันก็ทำตามที่หมอแนะนำทุกอย่างเลยนะ

ก่อนคลอดหมอจะตรวจอะไรบ้าง

โอ้ยยย ช่วงใกล้คลอดนี่หมอนัดถี่มากกเลยนะ บางทีนัดทุกอาทิตย์เลยจ้า เค้าจะเช็คละเอียดเลยแหละ

หมอจะตรวจเลือดซ้ำอีกรอบนึงนะ เพื่อดูความเข้มข้นของเลือด เผื่อตอนคลอดเสียเลือดเยอะจะได้เตรียมเลือดไว้ทัน แล้วก็ตรวจพวกโรคติดเชื้อต่างๆ ตรวจ HIV ซิฟิลิส อีกครั้งให้ชัวร์

แล้วก้จะมีตรวจอันนึงสำคัญมากก คือ การตรวจหาเชื้อ GBS (สเตร็ปโตคอคคัสกรุ๊ปบี) เค้าจะเอาไม้พันสำลีมาป้ายๆๆ ตรงช่องคลอดกับทวารหนักเราไปตรวจ ไม่เจ็บนะแปปเดียว ถ้าเจอเชื้อตัวนี้จะได้ให้ยาฆ่าเชื้อตอนคลอด น้องจะได้ไม่ติดเชื้อไง

นอกนั้นก้จะคุยเรื่องแผนการคลอดละ ว่าจะผ่าหรือคลอดเอง สอนให้สังเกตอาการต่างๆ อาการเจ็บท้องเตือน เจ็บท้องจริง น้ำเดิน เป็นยังไง ต้องรีบมาโรงบาลตอนไหน

ที่ตรวจหลักๆ ที่เจอมานะช่วงใกล้คลอด:

  • ตรวจภายในเพื่อเช็คปากมดลูก ว่าเปิดกี่เซนแล้ว บางคนโดนกระตุ้นปากมดลูกด้วยนะ เจ็บจี๊ดดดเลย
  • อัลตราซาวนด์ดูตำแหน่งของเด็ก ว่ากลับหัวรึยัง ดูปริมาณน้ำคร่ำ ว่ายังปกติมั้ย
  • ติดเครื่อง NST (Non-Stress Test) ที่หน้าท้องเราอะ เพื่อฟังเสียงการเต้นของหัวใจลูก ดูว่าลูกยังแข็งแรงดีอยู่มั้ยยยย อันนี้จะทำประมาณ 20-30 นาทีได้ นอนฟังเพลินๆ ไป

36สัปดาห์หมอนัดตรวจอะไรบ้าง

ที่ 36 สัปดาห์ การ อัลตราซาวนด์ จะเน้นไปที่การประเมินภาพรวมสุดท้าย ไม่ใช่แค่ดูว่าเด็กตัวโตแค่ไหน แต่เป็นการมองภาพรวมของระบบนิเวศในครรภ์ทั้งหมด เป็นการอ่านข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันคลอด

การตรวจในระยะนี้มันคือการตรวจสอบความพร้อมก่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของชีวิต จากการเฝ้าดูการสร้างชีวิต สู่การเตรียมพร้อมรับชีวิตใหม่ การตรวจจึงละเอียดและมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าช่วงไตรมาสแรก

นอกเหนือจากการซาวนด์แล้ว ยังมีการตรวจอื่น ๆ อีก เช่น การวัดความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะเพื่อหาโปรตีนรั่ว ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานทุกครั้ง แต่ครั้งนี้จะมีความสำคัญเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือการ ตรวจภายใน เพื่อดูความพร้อมของปากมดลูก

การนัดหมายในสัปดาห์นี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การตรวจสุขภาพ แต่มันคือการวางแผนขั้นสุดท้ายร่วมกันระหว่างทีมแพทย์และคุณแม่

สิ่งที่แพทย์จะประเมินโดยละเอียดในช่วง 36 สัปดาห์ มีดังนี้:

  • การอัลตราซาวนด์ (Biophysical Profile): ไม่ใช่แค่การซาวนด์ธรรมดา แต่เป็นการประเมินเชิงลึกเพื่อดูความสมบูรณ์ของทารก

    • ประเมินการเจริญเติบโตของทารก: ดูว่าน้ำหนักและขนาดตัวสอดคล้องกับอายุครรภ์หรือไม่ เพื่อคัดกรองภาวะทารกโตช้าในครรภ์ (IUGR)
    • ท่าของทารก (Fetal Presentation): สำคัญมากในระยะนี้ ส่วนนำต้องเป็นศีรษะ หากเป็นท่าก้นหรือท่าขวาง แพทย์จะเริ่มวางแผนการคลอดที่เหมาะสม
    • ตำแหน่งรกและภาวะรกเกาะต่ำ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารกไม่ได้ขวางทางคลอด ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด
    • ปริมาณน้ำคร่ำ (Amniotic Fluid Index - AFI): น้ำคร่ำที่น้อยหรือมากเกินไปสามารถบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้
  • การตรวจคัดกรองเชื้อ Group B Streptococcus (GBS): เป็นการเก็บตัวอย่างจากช่องคลอดและทวารหนักเพื่อนำไปเพาะเชื้อ ตรวจเชื้อ GBS นี้สำคัญมาก เพราะหากมีเชื้อนี้อยู่ ทารกอาจติดเชื้อระหว่างการคลอดได้ ตอนท้องแรก หมอเน้นเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

  • การตรวจภายใน (Cervical Check): แพทย์จะประเมินปากมดลูกว่าเริ่มมีการเปิด (dilation) หรือบางลง (effacement) แล้วหรือยัง เป็นการประเมินความพร้อมของร่างกายสำหรับการคลอด

  • การตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ (Non-Stress Test - NST): ในบางกรณี แพทย์อาจให้ทำการตรวจ NST โดยการติดเครื่องมือที่หน้าท้องเพื่อฟังเสียงหัวใจทารกและดูการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว เพื่อให้แน่ใจว่าระบบประสาทและหัวใจของทารกทำงานได้ดี

หมอจะตรวจภายในตอนกี่วีค

ตรวจภายในตอนกี่วีค?

เรื่องนี้มันแล้วแต่หมอเลยนะ คือพอท้องปุ๊บ ไม่ว่าจะเป็นกี่วีคก็ตาม บางทีหมออาจจะนัดให้ไปตรวจภายในเลยก็ได้ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวว่าต้องกี่วีคถึงจะตรวจ

ประสบการณ์ส่วนตัว

ตอนท้องลูกคนแรกนะ ฉันไปฝากครรภ์ครั้งแรกตอนประมาณ 7-8 สัปดาห์ หมอก็ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด แล้วก็ซักประวัติทั่วไป ไม่ได้ตรวจภายในนะ แต่พอไปอีกทีตอนประมาณ 12 สัปดาห์ หมอก็ขอดูอัลตร้าซาวด์ แล้วก็บอกว่าถ้าอยากตรวจดาวน์ซินโดรม ก็มีตรวจเลือดนะ ซึ่งฉันก็เลือกตรวจไป

การตรวจของแพทย์

  • ตรวจร่างกาย: หมอจะวัดความดัน วัดน้ำหนัก ดูสุขภาพโดยรวม
  • ตรวจภายใน: อันนี้แล้วแต่หมอเลย บางทีถ้าเห็นว่าจำเป็น หรือมีอาการผิดปกติ หมอถึงจะตรวจ
  • ตรวจเลือด: อันนี้สำคัญเลย ต้องตรวจเพื่อดูความสมบูรณ์ของเลือด แล้วก็มีตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมด้วย ถ้าอายุครรภ์ตั้งแต่ 11 สัปดาห์ขึ้นไป
  • คัดกรองเบาหวาน: ส่วนใหญ่จะตรวจให้ถ้าเรามีความเสี่ยงสูง แต่บางทีหมอก็อาจจะตรวจให้เป็นมาตรฐานไปเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • อายุครรภ์ 11 สัปดาห์ขึ้นไป: เป็นช่วงที่หมอจะแนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองดาวน์ซินโดรม
  • การตรวจเบาหวาน: จะพิจารณาเป็นรายๆ ไปตามความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
  • ความถี่ในการฝากครรภ์: ปกติแล้วคุณแม่จะไปพบแพทย์เป็นประจำตามนัดหมาย เพื่อติดตามพัฒนาการของลูกน้อยและสุขภาพของตัวเอง

ความคิดเห็นส่วนตัว

จริงๆ เรื่องพวกนี้มันก็แล้วแต่หมอแต่ละท่านเลยนะ บางทีเราก็อาจจะรู้สึกกังวลนิดหน่อยว่าทำไมยังไม่ตรวจภายใน หรือทำไมตรวจเร็วไป แต่เอาจริงๆ หมอก็จะดูตามความเหมาะสมของแต่ละคนมากกว่า ไม่ต้องไปคิดมากเนอะ แค่ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

มูกแบบไหนถึงใกล้คลอด

ร่างกายมีสัญญาณของมันเอง

มูกก่อนคลอด คือ มูกปากมดลูก ที่หลุดออกมา

ลักษณะคือ เหนียว. ข้น. คล้ายไข่ขาวดิบ หรือเจลลี่ สีอาจจะใส ขาวขุ่น หรืออมชมพู มีเลือดปนเป็นเส้นๆ. นิดหน่อย. ไม่ใช่เรื่องแปลก.

มันคือการเตรียมตัว. ไม่ใช่สัญญาณฉุกเฉิน.

  • มันคืออะไร: คือ มูกเลือด หรือที่คนเก่าแก่เรียกว่ามูกเลือดล้างหน้าเด็ก เป็นก้อนเมือกที่อุดปากมดลูกไว้ตลอดการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันเชื้อโรค เมื่อปากมดลูกเริ่มเปิด มันจะหลุดออกมา
  • ระยะเวลา: การหลุดของมูก ไม่ได้แปลว่าจะคลอดทันที บางคนอาจใช้เวลาอีกหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ นี่เป็นแค่ สัญญาณเตือนก่อนคลอด อย่างหนึ่ง
  • สิ่งที่ต้องสังเกตต่อ: ให้ดูอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ การเจ็บท้องคลอด ที่สม่ำเสมอและถี่ขึ้น หรือ น้ำเดิน (ถุงน้ำคร่ำแตก)
  • เมื่อไหร่ที่ต้องไปโรงพยาบาล: ถ้ามูกที่ออกมาเป็นเลือดสด ปริมาณมาก เหมือนประจำเดือนวันแรกๆ นั่นคือผิดปกติ. ควรไปโรงพยาบาลทันที. ไม่ต้องรอ.

เจาะเลือดก่อนคลอดตรวจอะไรบ้าง

ตอนไปฝากท้องครั้งแรกอะนะ ก็จะโดนเจาะเลือดที่แขนตรงข้อพับเลยยย เอาไปตรวจเยอะมากกก ที่จำได้นะคือเค้าจะเอาเลือดเราไปตรวจดูค่าต่างๆ

หลักๆ เลยก็คือดูความเข้มข้นของเลือดดด ว่าเราซีดมั้ย เพราะคนท้องจะซีดง่าย แล้วก็หาพวกโรคต่างๆ ที่มันส่งผลถึงลูกในท้องได้

  • เช็คกรุ๊ปเลือด ทั้ง ABO แล้วก็ Rh เผื่อฉุกเฉินต้องให้เลือด
  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด อันนี้แหละที่ไว้ดูภาวะซีด
  • ตรวจหาพาหะธาลัสซีเมีย อันนี้สำคัญมากก ถ้าเจอคือพ่อก็ต้องตรวจด้วย
  • ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส
  • ตรวจเอชไอวี (HIV) หรือเอดส์
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบบี
  • ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน คือดูว่าเรามีภูมิมั้ย ถ้าไม่มีต้องระวังมาก

เอ้อออ แล้วบางทีนะ หมอเค้าก็จะให้คุณพ่อตรวจเลือดด้วยยย โดยเฉพาะตรวจธาลัสซีเมียเหมือนกัน คือถ้าแม่เป็นพาหะ พ่อก็ต้องตรวจไง จะได้ดูความเสี่ยงของน้องในท้องงง เค้าจะได้วางแผนดูแลถูกอะไรงี้

ตรวจเลือดก่อนคลอด ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจเลือดก่อนคลอดนั้นครอบคลุมหลายอย่างนะ หลักๆ ก็จะมีการตรวจคัดกรองการติดเชื้อ, กลุ่มเลือด, โรคทางพันธุกรรม, รวมถึงอัลตราซาวนด์ด้วย เพื่อประเมินสุขภาพแม่และลูกอย่างรอบด้าน

เรื่องตรวจเลือดก่อนคลอดนี่ ส่วนตัวผมว่ามันเป็นขั้นตอนที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้ดีเลยนะ แต่ก่อนอาจจะดูยุ่งยาก แต่ตอนนี้มันคือการลงทุนเพื่อความมั่นคงของชีวิตใหม่ ที่เราต้องดูแลกันอย่างใส่ใจ

สำหรับช่วงแรกของการฝากครรภ์ การตรวจสำคัญคือการคัดกรองโรคติดเชื้อ อย่าง เอชไอวี (HIV) ซิฟิลิส รวมถึง ตับอักเสบบีและซี พวกนี้คือสิ่งที่เราต้องรู้แต่เนิ่นๆ เลย เพื่อวางแผนดูแลได้ทันท่วงที เพราะถ้าตรวจเจอ ก็มีแนวทางจัดการ เพื่อไม่ให้ส่งผ่านไปถึงลูกได้ ซึ่งสำคัญมากนะ

ถัดมาคือการตรวจ หมู่เลือด ทั้งระบบ ABO และ Rh factor อันนี้จำเป็นมากเผื่อฉุกเฉิน และที่ขาดไม่ได้คือการคัดกรอง โรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยในบ้านเรา การรู้สถานะของพ่อแม่จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลทารกได้ถูกทางตั้งแต่ยังไม่คลอดเลยนะ

การตรวจเลือดแม่เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมก็เป็นอีกขั้นที่น่าสนใจ สมัยนี้เรามีวิธีการตรวจหลายแบบ ทั้งแบบวัดสารเคมีในเลือดที่เรียกว่า Triple/Quadruple Test หรือที่ลึกขึ้นมาหน่อยก็คือ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing)

NIPT จะวิเคราะห์ DNA ของทารกจากเลือดแม่โดยตรง ซึ่งให้ความแม่นยำสูงขึ้นแต่ราคาก็สูงตาม สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกมากก่อนที่ลูกจะลืมตาดูโลกซะอีกนะ ความรู้นำมาซึ่งความพร้อมนี่เรื่องจริง

ส่วน อัลตราซาวนด์ อันนี้ไม่ใช่การเจาะเลือดโดยตรง แต่ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะ ใช้เพื่อยืนยันอายุครรภ์ที่แม่นยำตั้งแต่แรก ซึ่งมีผลต่อการคำนวณวันคลอด และยังช่วยคัดกรองความผิดปกติทางโครงสร้างของทารกเบื้องต้นด้วย ทำให้เราเห็นภาพลูกน้อยก่อนได้พบกันจริงๆ

เสริมอีกนิดนะ มีบางการตรวจที่อาจจะไม่ได้บังคับทุกคน แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน ลองพิจารณาดู:

  • การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM Screening): สำคัญมากในคุณแม่บางราย โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัว หรือมีภาวะเสี่ยง เพราะถ้าควบคุมไม่ดี อาจส่งผลต่อทั้งแม่และทารกได้
  • การตรวจภูมิต้านทานหัดเยอรมัน (Rubella Antibody): ถ้าภูมิไม่พอ อาจต้องพิจารณาฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์ครั้งถัดไป เพราะหัดเยอรมันเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มาก
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C): แม้จะรวมในกลุ่มแรกไปแล้ว แต่บางทีก็ถูกแยกออกมาเป็นรายการพิเศษ เพราะแนวทางการรักษาก็ต่างไป
  • การตรวจ Toxoplasmosis: เป็นการติดเชื้อจากปรสิตที่มักมาจากสัตว์เลี้ยงหรืออาหารดิบ ซึ่งถ้าติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลกระทบต่อทารกได้

Lab ANC ตรวจอะไรบ้าง

อืม Lab ANC เหรอ ก็ตรวจอัลตราซาวด์ไง ดูว่าท้องจริงมั้ย อยู่ในมดลูกหรือเปล่า ไม่ใช่ท้องนอกมดลูก

แล้วก็เรื่องฟัน เออใช่ๆ ต้องไปตรวจฟันด้วย งงเหมือนกันว่าเกี่ยวอะไร แต่เขาบอกว่าสำคัญมาก สุขภาพช่องปากตอนท้องเนี่ย

ทำไมต้องตรวจฟันด้วยนะ อ๋อ...ถ้าฟันผุหนักๆ มันติดเชื้อได้ ส่งผลถึงลูกได้เลยเหรอ โหดจัง

ลิสต์ไว้กันลืมดีกว่า ที่ตรวจหลักๆ นะ

  • ตรวจอัลตราซาวด์ อันนี้แน่นอน ดูอายุครรภ์ กำหนดคลอด ดูว่าเป็นแฝดมั้ย
  • ตรวจฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ตอนฉันไปฝากท้องครั้งแรกเขาก็ให้ไปเลยนะ แผนกทันตกรรม
  • ประเมินสุขภาพจิต อันนี้สำคัญมากเหมือนกัน เขาจะมีแบบสอบถามให้ทำเลยนะ เรื่องความเครียด ซึมเศร้า

เรื่องอารมณ์นี่ก็ต้องดู เพราะฮอร์โมนมันสวิงสุดๆ บางคนดาวน์ไปเลย เขาต้องสกรีนนิ่งไว้ก่อน

กลับมาที่อัลตราซาวด์หน่อย ที่ตรวจละเอียดๆ คือดูโครงสร้างอวัยวะเด็กเลยนะ แขนขาครบมั้ย หัวใจเป็นไง ตรวจได้ละเอียดมาก ตรวจความผิดปกติของทารก นี่แหละคือหัวใจหลักเลย

อัลตราซาวด์ครั้งแรกๆ อาจจะเป็นทางช่องคลอดนะ จะเห็นชัดกว่า พอท้องโตขึ้นก็ค่อยมาซาวด์หน้าท้องเอา