ไข้ 37 ถือว่าสูงไหม

180 ครั้งเข้าชม
ไข้ 37 องศาเซลเซียส ไม่ถือว่าสูง อุณหภูมิร่างกายปกติช่วง 36.5-37 องศาเซลเซียสไข้สูงมาก >40 องศาเซลเซียส อันตราย!ไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส พร้อมอาการ เจ็บคอ ไอ จาม น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี อย่าชะล่าใจ สุขภาพสำคัญที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไข้ 37 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้หรือยัง? ควรทำอย่างไรเมื่อมีอุณหภูมิ 37 องศา?

37 องศาเนี่ยนะ… ฉันว่ามันก็ขึ้นอยู่กับคนด้วยแหละ บางทีก็รู้สึกปกติ บางทีก็รู้สึกหนาวๆร้อนๆแปลกๆ จำได้ครั้งนึง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเที่ยวเชียงใหม่ อากาศหนาวมากกกกก เช้าวันนั้นวัดได้ 37 แต่ก็แค่รู้สึกหนาวเฉยๆ ไม่ได้ป่วยอะไร ไม่ได้ไปหาหมอด้วยซ้ำ

แต่ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วยอย่างไอ จาม น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอ 37 องศาก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ อย่างฉันตอนเป็นหวัดหนักๆครั้งล่าสุด ประมาณเดือนเมษายน อุณหภูมิอยู่ที่ 37.2 แต่ไอหนักมาก นอนแทบไม่ได้ ตอนนั้นไปซื้อยาแก้หวัดที่ร้านขายยาแถวบ้าน ราคาประมาณ 150 บาท ช่วยได้บ้างแต่ไม่หายสนิท ก็เลยต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ

ส่วนไข้สูงเกิน 40 องศา อันนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลเลยนะ อันตรายมาก ไม่ใช่เล่นๆ เคยเห็นเพื่อนเป็น ไข้สูงขนาดนั้น ตัวร้อนผ่าว ส่งโรงพยาบาลด่วนเลย ค่าใช้จ่ายตอนนั้นแพงอยู่นะ หลายพันแน่ๆ จำตัวเลขเป๊ะๆไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าเยอะมาก ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์เลย เขาบอกว่าเกือบไม่รอด พูดแล้วก็ยังขนลุกอยู่เลย

สรุปง่ายๆก็คือ 37 องศา อาจจะปกติหรือไม่ปกติก็ได้ ขึ้นอยู่กับอาการอื่นๆ ถ้ารู้สึกไม่สบายตัว หรือมีอาการอื่นๆร่วมด้วย ไปหาหมอเถอะ อย่าประมาท รักษาสุขภาพด้วยนะ สำคัญมากจริงๆ

ไข้ 37 อันตรายไหม

ไข้ 37? อันตรายไหมนะ...

  • 37 นี่คือวัดตรงไหนเนี่ย? ใต้รักแร้? ปาก? แต่ละที่มันไม่เท่ากันนะ! ????
  • 37.5 นี่คือเริ่มนับว่ามีไข้ เอาจริงดิ? แล้ว 37.1 คืออะไร? เกือบมีไข้? ????
  • แล้วถ้าเจ็บคอ ไอ จาม ร่วมด้วยนี่... โควิดปะ? หรือแค่หวัด? แยกยากจัง! ????
  • หายใจหอบนี่น่ากลัวนะ! รีบไปหาหมอจริง ๆ แหละ ถ้าเป็นแบบนั้น
  • โรงพยาบาลศิครินทร์... โอเค จำไว้ละกัน เผื่อฉุกเฉิน...

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2567) ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักมาก! ระวังตัวด้วยทุกคน! ????
  • วัดไข้ดิจิตอลที่บ้านนี่แม่นยำจริงปะ? เคยซื้อมาอันนึง วัดยังไงก็ไม่ตรง! ????
  • ถ้าไข้สูงมาก ๆ กินยาลดไข้ก่อนเลย! แล้วค่อยไปหาหมอ! ???? สำคัญมากนะ!
  • มีประกันสังคมโรงพยาบาลอะไรนะเรา? ลืมอีกละ... ต้องไปเช็ค! ????

ทารก 37.3 มีไข้ไหม

เด็ก 37.3 เนี่ยนะ มีไข้? แหม... ถามเหมือนกลัวลูกจะเป็น Super Saiyan เลยนะเนี่ย! (ขำ)

  • ถ้าอายุไม่ถึง 3 เดือน: โดยทั่วไปก็ ไม่ นะจ๊ะ (วัดทางก้นนะ ไม่ใช่หน้าผาก!) แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เปรียบเทียบเหมือน รสชาติอาหาร นั่นแหละ บางคนชอบเผ็ด บางคนชอบจืด

  • ถ้ามีอาการอื่น: ซึม, ไม่กินนม, หายใจแปลกๆ อันนี้ รีบไปหาหมอเถอะ อย่ารอให้ไข้ขึ้นสูงแล้วค่อยโวยวาย! เหมือน สัญญาณไฟเตือน ในรถน่ะ อย่ามองข้าม!

  • ข้อควรจำ: อุณหภูมิปกติของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เหมือน ลายนิ้วมือ นั่นแหละ ไม่มีใครเหมือนใครเป๊ะๆ!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2024) อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลลูกหลานดีๆ นะจ๊ะ!
  • เคยมีเพื่อนบ้าน วัดไข้ลูกตัวเองทางหู สรุปว่า...ผิด! ต้องวัดให้ถูกวิธีด้วยนะ! (หัวเราะ)
  • อย่าเชื่อ Google มากเกินไป ไปหาหมอจริงๆ ดีกว่า!

ทารกกี่องศาถึงมีไข้

โอ๊ย! ทารกกี่องศาถึงเรียกว่ามีไข้? เหมือนถามว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ (เกี่ยวไหมเนี่ย) เอาเป็นว่าถ้าปรอทมันบอกว่าเกิน 37.5 ทางปาก ทางรักแร้ หรือหูเนี่ย เตรียมเช็ดตัวลูกได้เลย แต่ถ้าสอดทางก้นแล้วเกิน 38...เอิ่ม...ก็เช็ดตัวเหมือนกันแหละ!

  • ไข้คืออะไร: ร่างกายมันฮึดสู้ เหมือนดูมวยแล้วอยากขึ้นไปต่อยเอง (แต่ลูกเรายังเด็ก อย่าเพิ่งยุ!)
  • วัดยังไงให้ชัวร์: ปรอทต้องดี หนีบรักแร้ให้มิด หรือถ้าเด็กโตก็...ตามสะดวก (แต่ระวังโดนงอน!)
  • ปรอทแบบไหนดี: ดิจิตอลก็ไฮเทค ปรอทแก้วก็คลาสสิก เลือกที่สบายใจ แต่ขอให้แม่นยำ! (อย่าใช้ปรอททำนายฝันนะ!)
  • เช็ดตัวไงให้เย็น: น้ำอุ่นนะจ๊ะ ไม่ใช่เอาลูกแช่น้ำแข็ง! (สงสารเด็ก!) แล้วก็อย่าลืมให้กินยาลดไข้ตามหมอสั่งด้วย

ป.ล. อย่าเชื่อหมอ(ดิฉัน)มาก ไปหาหมอจริงๆ เถอะ!

ดูยังไงว่าทารกมีไข้

ไข้แดกหัวเด็ก? สังเกตง่ายๆ อย่าประมาท

  • ซึม: แดกนม/น้ำน้อยลง ร้องไห้งอแงเกินเหตุ
  • ตัวร้อน: แตะหน้าผาก คอ ถ้ารู้สึกอุ่นกว่าปกติเตรียมวัดไข้

วัดไข้แม่งเลย จบ!

  • 37.5-38.0°C: ไข้ต่ำๆ กินยาลดหน่อย
  • เกิน 38.0°C: ไข้สูงละ ไปหาหมอเถอะ
  • เกิน 39.5°C: ชักแดก รีบส่งโรงบาล

ข้อมูลเพิ่มเติม: เด็กเล็กแม่งไข้ขึ้นง่าย อย่าตกใจเกินเหตุ แต่ก็อย่าชะล่าใจ

ดูยังไงว่าทารกป่วย

สังเกตอาการลูกน้อยว่าป่วยหรือไม่ ง่ายๆเลยครับ ลองเช็ค 10 สัญญาณนี้ดู

  • ซึมเศร้า เบื่อโลก: ไม่สดใสร่าเริงเหมือนปกติ นิ่งผิดปกติ นี่เป็นสัญญาณที่สำคัญมากๆ นะครับ บางทีอาจมากกว่าแค่ความง่วงนอนธรรมดา

  • กินน้อย ดูดนมไม่เต็มที่: ลดปริมาณนมลงอย่างเห็นได้ชัด หรือดูดนมแล้วหยุดบ่อยๆ ไม่ยอมดูดนมเลย ควรระวังเป็นพิเศษ

  • เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: ไม่ใช่แค่กินน้อย แต่พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป เช่น เคยดูดนมเก่ง แต่ตอนนี้ดูดนมช้าลง หรือดูดไม่เต็มที่ ก็เป็นสัญญาณที่น่ากังวล

  • งอแง กระสับกระส่าย: ร้องไห้บ่อยขึ้นกว่าปกติ ไม่ยอมให้วาง นอนไม่หลับ นี่เป็นอาการทั่วไปของเด็กป่วย แต่ต้องสังเกตให้ดีว่าร้องไห้แบบไหนนานแค่ไหน

  • ไข้สูง: วัดไข้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ ถ้าสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส (วัดทางรักแร้) ควรไปพบแพทย์ทันที อุณหภูมิร่างกายสำคัญมากในการประเมินอาการป่วย

  • อาเจียน บ่อยหรือรุนแรง: อาเจียนบ่อยครั้ง หรืออาเจียนแบบพุ่ง อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ ควรสังเกตสีและปริมาณของอาเจียนด้วย

  • สะดือผิดปกติ: สะดือมีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือมีเลือดออก นี่คือสัญญาณอันตราย ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด อาจเป็นการติดเชื้อ

  • ตัวเหลือง: ตัวเหลืองผิดปกติ อาจเป็นอาการของโรคดีซ่าน ควรไปตรวจหาสาเหตุโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะทารกแรกเกิด

  • ท้องเสีย: ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินอาหาร ต้องดูแลเรื่องการให้น้ำอย่างเพียงพอ

  • หายใจหอบ: หายใจเร็วกว่าปกติ หรือหายใจลำบาก อาจเป็นอาการของปอดบวมหรือโรคทางระบบทางเดินหายใจอื่นๆ อันตรายมาก ต้องรีบไปหาหมอ

เพิ่มเติม: เด็กทารกยังสื่อสารไม่ได้ดี เราต้องสังเกตอาการอย่างละเอียด อย่าชะล่าใจ ถ้าสงสัย รีบพาไปพบแพทย์ดีกว่าเสี่ยง (นี่คือสิ่งที่ผมเรียนรู้มาจากการศึกษาเพิ่มเติม และประสบการณ์ส่วนตัวในการดูแลลูกของเพื่อนสนิท) การสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนคือกุญแจสำคัญในการดูแลลูกน้อย ความปลอดภัยของลูกสำคัญที่สุด อย่าลืมนัดตรวจสุขภาพตามกำหนดของแพทย์ด้วยนะครับ นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ