G6PD ห้ามใช้อะไร

32 การดู

ผู้ป่วย G6PD ควรหลีกเลี่ยงยาบางชนิด เช่น ยาต้านมาลาเรียบางตัว (เช่น Primaquine) และยาที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางแบบธาลัสซีเมีย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาใดๆ โดยเฉพาะยาที่ระบุไว้ในฉลากว่ามีผลข้างเคียงต่อเม็ดเลือดแดง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โรค G6PD หรือ ภาวะพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของเม็ดเลือดแดง ผู้ป่วย G6PD มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะโลหิตจางชนิดแตกของเม็ดเลือดแดง (Hemolytic Anemia) หากได้รับสารบางชนิด ดังนั้น การระมัดระวังเรื่องอาหารและยาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะเจาะลึกถึงสิ่งที่ผู้ป่วย G6PD ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

ยาและสารเคมีต้องห้ามสำหรับผู้ป่วย G6PD:

นอกเหนือจากยาต้านมาลาเรียบางชนิด เช่น พรีมาควิน (Primaquine) ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ป่วย G6PD แล้วยังมียาและสารเคมีอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้:

  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด: เช่น ซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) ไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) และคลอแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) แม้ว่ายาเหล่านี้อาจจำเป็นในบางกรณี แต่แพทย์จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเสี่ยงและประโยชน์ และอาจเลือกใช้ยาปฏิชีวนะชนิดอื่นที่ปลอดภัยกว่าแทน

  • ยาแก้ปวดบางชนิด: เช่น แอสไพรินในปริมาณสูง และยาแก้ปวดชนิด NSAIDs บางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ปวดใดๆ และควรเลือกใช้ยาพาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสมแทนหากจำเป็น

  • สารเคมีบางชนิด: เช่น แนฟทาลีน (Naphthalene) ที่มักพบในลูกเหม็น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับสารเคมีชนิดนี้

  • อาหารและสมุนไพรบางชนิด: ถึงแม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าอาหารบางชนิดส่งผลโดยตรงต่อการแตกของเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วย G6PD แต่มีรายงานว่าถั่วปากอ้า และอาหาร/สมุนไพรที่มีฤทธิ์ออกซิเดชั่นสูง อาจเพิ่มความเสี่ยง ดังนั้นควรระมัดระวังในการรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ

การดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วย G6PD:

  • แจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง: ผู้ป่วย G6PD ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเกี่ยวกับภาวะของตนเองก่อนรับยา วิตามิน หรืออาหารเสริมใดๆ รวมถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ต่างๆ

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาและสารเคมี: ผู้ป่วยควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาและสารเคมีที่ตนเองจะใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรหากมีข้อสงสัย

  • สังเกตอาการผิดปกติ: ผู้ป่วยควรสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที

การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากโรค G6PD และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล