ระดับน้ําตาลในเลือดสูงแค่ไหนถึงจะอันตราย

17 การดู

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปีและปรึกษาแพทย์เป็นประจำช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการระดับน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมว่าการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญสู่ชีวิตที่แข็งแรง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงแค่ไหนถึงจะอันตราย? เส้นแบ่งระหว่างระดับน้ำตาลปกติกับอันตรายนั้นละเอียดอ่อนและซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ตัวเลขสูงสุดที่น่ากังวล แต่ระยะเวลาที่น้ำตาลอยู่ในระดับสูงก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน

โดยทั่วไป เราสามารถแบ่งระดับความอันตรายของน้ำตาลในเลือดสูงได้ตามช่วงเวลาและสถานการณ์ดังนี้:

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเฉียบพลัน (Hyperglycemia):

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร: เริ่มมีอาการปรากฏ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย มองเห็นภาพไม่ชัด ควรเริ่มควบคุมระดับน้ำตาลด้วยวิธีที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การปรับอาหาร การออกกำลังกาย หรือการใช้ยา
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร: เริ่มเข้าสู่ภาวะอันตราย อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หายใจเร็ว สับสน ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 400 มิลลิกรัม/เดซิลิตร: เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ อาจนำไปสู่ภาวะหมดสติ ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน (Diabetic Ketoacidosis – DKA) และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ต้องรีบไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง:

แม้ระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่สูงมากอย่างเฉียบพลัน แต่หากอยู่ในระดับสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้เช่นกัน เช่น โรคไต เบาหวานขึ้นตา เส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ และการปรึกษาแพทย์:

ไม่ว่าคุณจะมีประวัติเป็นเบาหวานหรือไม่ การตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาการผิดปกติ และการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แพทย์จะสามารถประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

การดูแลตนเอง:

นอกจากการตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการจัดการความเครียด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

จำไว้ว่า “การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญสู่ชีวิตที่แข็งแรง” อย่านิ่งนอนใจกับสุขภาพ ใส่ใจและดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า.