เป็นไตปวดเอวตรงไหน

10 การดู
อาการปวดไตมักเกิดที่ด้านข้างลำตัว ระหว่างซี่โครงล่างกับสะโพก บริเวณใกล้กับหลังส่วนล่าง ความรุนแรงและตำแหน่งปวดอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น นิ่วในไต การติดเชื้อ หรือโรคไตอื่นๆ หากปวดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรวินิจฉัยตนเอง
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไต เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากกระแสเลือด โดยทั่วไปแล้ว ไตจะทำหน้าที่นี้อย่างเงียบเชียบ เราอาจไม่รู้สึกถึงการทำงานของมัน แต่เมื่อไตมีปัญหา อาการที่เด่นชัดที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ อาการปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดที่บริเวณหลังส่วนล่างหรือข้างลำตัว ซึ่งเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า เป็นไตปวดเอวตรงไหนกันแน่?

คำตอบไม่ใช่ตำแหน่งที่ตายตัว เพราะความรู้สึกปวดที่เกิดจากไตนั้น มีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด โดยส่วนใหญ่ อาการปวดจากไตมักจะเกิดขึ้นที่บริเวณด้านข้างลำตัว ระหว่างซี่โครงล่างกับสะโพก ซึ่งเป็นบริเวณที่ไตตั้งอยู่ บางครั้งอาจปวดลามไปถึงหลังส่วนล่าง หรือแม้แต่ปวดบริเวณขาหนีบ ความรู้สึกปวดอาจเป็นแบบปวดตุบๆ ปวดแสบร้อน ปวดอย่างรุนแรง หรือปวดแบบปวดเมื่อยๆ ก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคไต

สาเหตุของอาการปวดไตนั้นมีหลากหลาย เช่น

  • นิ่วในไต: นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อย การมีนิ่วในไตจะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งมักอธิบายว่าเป็นอาการปวดแบบ ไตบิด ปวดอย่างฉับพลัน รุนแรง และอาจมาเป็นพักๆ ตำแหน่งของความปวดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของนิ่ว อาการมักจะลุกลามไปถึงท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ทำให้รู้สึกปวดแสบร้อนขณะปัสสาวะด้วย

  • การติดเชื้อในไต (Pyelonephritis): การติดเชื้อนี้มักจะมาพร้อมกับอาการปวดหลัง ไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่น หรือมีกลิ่นผิดปกติ อาการปวดมักจะอยู่บริเวณด้านข้างลำตัว ใกล้กับไต และมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของการติดเชื้อ

  • โรคไตเรื้อรัง: โรคไตเรื้อรังอาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว หรือปวดบริเวณข้างลำตัว แต่อาการปวดมักจะไม่รุนแรงมาก และอาจมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น บวม ความดันโลหิตสูง หรือเหนื่อยล้า

  • การบาดเจ็บของไต: การได้รับอุบัติเหตุ หรือการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง อาจทำให้ไตได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณด้านข้างลำตัว และอาจมีอาการอื่นๆ เช่น เลือดออกในปัสสาวะ

สิ่งสำคัญคือ อาการปวดที่บริเวณหลังส่วนล่างหรือข้างลำตัว ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตเสมอไป อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้ออักเสบ หรือโรคระบบทางเดินปัสสาวะอื่นๆ

ดังนั้น หากคุณมีอาการปวดที่สงสัยว่าอาจเกิดจากไต หรือมีอาการอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น อย่าพยายามวินิจฉัยตัวเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาที่เหมาะสม แพทย์จะสามารถทำการตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ และทำการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล การรักษาที่รวดเร็วและถูกต้องจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต