ลดความอ้วนกินส้มตําได้ไหม

17 การดู

ส้มตำเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานต่ำ เพียงแค่ปรับสูตรเล็กน้อย: สั่งไม่ใส่ปู, ถั่ว, ลดน้ำตาลและโซเดียม เพื่อควบคุมแคลอรีและปริมาณโซเดียม อีกทั้งควรทานในปริมาณที่พอเหมาะและไม่บ่อยจนเกินไป เพื่อรักษาสมดุลของสารอาหารและหลีกเลี่ยงโซเดียมที่มากเกินไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ส้มตำ: มิตรแท้บนเส้นทางลดน้ำหนักจริงหรือ? ไขข้อสงสัยและปรับสูตรให้เป๊ะ!

สำหรับคนที่กำลังตั้งใจลดน้ำหนัก คำถามที่มักวนเวียนอยู่ในหัวเสมอคือ “กินอะไรได้บ้าง?” และหนึ่งในเมนูโปรดยอดฮิตอย่าง “ส้มตำ” ก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงเสมอว่า “กินแล้วอ้วนไหม?”

บทความนี้ไม่ได้จะบอกว่าส้มตำเป็นยาเทพที่กินแล้วผอมทันที แต่จะเจาะลึกถึงข้อดี ข้อเสีย และวิธีการปรับสูตรส้มตำให้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจบนเส้นทางลดน้ำหนักของคุณได้อย่างไร

ส้มตำ: พลังงานต่ำ ไฟเบอร์สูง ดีต่อใจ(และระบบขับถ่าย)

ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนของส้มตำคือ เป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำเมื่อเทียบกับอาหารจานอื่นๆ โดยเฉพาะส้มตำที่เน้นมะละกอเป็นส่วนประกอบหลัก มะละกอเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และดีต่อระบบขับถ่าย นอกจากนี้ พริกและเครื่องปรุงรสต่างๆ ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วย

อุปสรรคที่ต้องระวัง: โซเดียม น้ำตาล และไขมันแฝง

แม้ว่าส้มตำจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีอุปสรรคบางอย่างที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้การกินส้มตำขัดขวางเป้าหมายการลดน้ำหนักของคุณ

  • โซเดียม: ส้มตำส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูงจากน้ำปลา ปลาร้า และผงชูรส การบริโภคโซเดียมมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง

  • น้ำตาล: รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของส้มตำ มักมาจากการเติมน้ำตาลในปริมาณมาก ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนัก

  • ไขมันแฝง: ส่วนผสมบางอย่าง เช่น ถั่วลิสงคั่ว และน้ำมันที่ใช้ในการทำน้ำส้มตำ อาจมีปริมาณไขมันสูง ซึ่งอาจเพิ่มแคลอรี่โดยไม่รู้ตัว

สูตรลับฉบับคนอยากผอม: ปรับส้มตำให้เฮลท์ตี้

เพื่อให้ส้มตำเป็นมิตรกับเอวของคุณ ลองปรับสูตรดังนี้:

  1. สั่งไม่ใส่ปู/ปลาร้า: เพื่อลดปริมาณโซเดียมและแคลอรี่ (สำหรับคนที่ไม่ทานปลาร้า)
  2. ลดปริมาณถั่วลิสง: หรือไม่ใส่เลยก็ได้ หากต้องการลดไขมัน
  3. เน้นมะละกอ: เพิ่มปริมาณมะละกอ ลดปริมาณเส้นแก้วหรือส่วนผสมอื่นๆ ที่ให้พลังงานสูง
  4. สั่งลดหวาน/ไม่ใส่น้ำตาล: เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลที่บริโภค
  5. แจ้งว่าไม่ใส่ผงชูรส: ลดปริมาณโซเดียมที่ไม่จำเป็น
  6. ปรุงน้ำส้มตำเอง: หากทำเองได้ จะสามารถควบคุมปริมาณโซเดียม น้ำตาล และน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น เลือกใช้น้ำปลาลดโซเดียม น้ำตาลหญ้าหวาน หรือน้ำมะขามเปียกแทนน้ำตาล

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • ทานส้มตำเป็นมื้อหลัก: เลือกส้มตำเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น โดยทานคู่กับเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น ไก่ย่าง หรือปลาเผา เพื่อเพิ่มโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็น
  • จำกัดปริมาณ: แม้ว่าส้มตำจะดีต่อสุขภาพ แต่ก็ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรทานมากเกินไป
  • ทานอย่างสม่ำเสมอ: ไม่ควรทานส้มตำบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ได้รับโซเดียมมากเกินไป ควรทานสลับกับอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

สรุป:

ส้มตำเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้ หากรู้จักปรับสูตรและควบคุมปริมาณการบริโภค การรับประทานส้มตำอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยๆ พร้อมกับบรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักได้อย่างมีความสุข