ทำไมถึงปวดท้องเมนส์รุนแรง

3 การดู

ปวดท้องเมนส์รุนแรงอาจเกิดจากมดลูกบีบตัวแรงเกินไป ทำให้เลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรืออาจมีสารที่กระตุ้นอาการปวดหลั่งออกมามากผิดปกติ นอกจากนี้ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, เนื้องอกในมดลูก หรือการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ก็อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดที่รุนแรงขึ้นได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปริศนาแห่งอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง: มากกว่าแค่ “ปวดธรรมดา”

ปวดท้องประจำเดือนเป็นประสบการณ์ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่สำหรับบางคน อาการปวดนั้นรุนแรงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน เปลี่ยนจากความไม่สบายเล็กน้อยไปสู่ความเจ็บปวดทรมานที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มากกว่าแค่การหดตัวของมดลูกธรรมดา?

คำตอบนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด แม้ว่าการหดตัวของมดลูกจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน แต่ความรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน การหดตัวของมดลูกที่รุนแรงเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ เมื่อมดลูกหดตัวแรงกว่าปกติ เลือดจะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมดลูกได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการขาดออกซิเจนและสารอาหาร กระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการปวดอย่างโปรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ในปริมาณมากผิดปกติ สารชนิดนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบและการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการปวดท้องแบบจุกแน่น ปวดบิด และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

นอกจากปัจจัยภายในมดลูกแล้ว ภาวะสุขภาพอื่นๆ ก็มีส่วนทำให้ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน เช่น:

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก เช่น บริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ หรืออวัยวะอื่นๆ ทำให้เกิดการอักเสบและการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดรุนแรงมากขึ้น และอาการอาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

  • เนื้องอกในมดลูก (Fibroids): เนื้องอกในมดลูกอาจทำให้มดลูกบีบตัวได้ยากขึ้น และอาจทำให้เกิดการสะสมของเลือด ส่งผลให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงกว่าปกติ

  • การอักเสบในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease – PID): การติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ท่อนำไข่ มดลูก หรือรังไข่ อาจทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน

  • ภาวะอื่นๆ: โรคทางพันธุกรรมบางชนิด หรือความผิดปกติของระบบประสาท ก็อาจส่งผลต่อความรุนแรงของอาการปวดได้

สำหรับผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม การปล่อยปละละเลยอาการปวดรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และอาจทำการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น อัลตราซาวนด์ หรือการตรวจส่องกล้อง เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษา ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ หรือการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด

อย่ามองข้ามอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง เพราะมันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง การดูแลสุขภาพที่ดี การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ล้วนมีส่วนช่วยลดความรุนแรงของอาการปวด แต่สำหรับอาการปวดที่รุนแรง การปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.