นายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการตามมาตรา 22 (3) และ (4) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
นายกสภาวิชาชีพบัญชีและกรรมการมาตรา 22 มีวาระกี่ปี?
เอาจริงๆ เรื่องตำแหน่งนายกสภาวิชาชีพบัญชีหรือพวกกรรมการมาตรา 22 เนี่ย ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักหรอกนะ ปกติก็ทำงานของฉันไปเรื่อยๆ ตามประสา แต่เมื่อช่วงต้นปีประมาณเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง ไปเจอพี่ที่รู้จักกันที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขาก็มาถามว่ารู้ไหมว่าวาระเขาอยู่กันกี่ปี
ฉันก็อึ้งๆ ไปพักนึงนะ ไม่ได้ตอบทันที เพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวเลยจริงจัง เลยบอกพี่เขาว่าไม่แน่ใจนัก ขอไปหาข้อมูลให้ชัวร์ๆ ก่อนดีกว่า มันสำคัญนะเรื่องแบบนี้ เดี๋ยวจะจำผิดจำถูก เลยนึกขึ้นได้ว่ากฎหมายปี 2547 มาตรา 22 กับ 23 นี่แหละที่พูดถึง
พอกลับมาลองเปิดๆ ดูในเว็บสภาฯ นั่นแหละ เออ อย่างที่คิดไว้ วาระมันคือ 3 ปีนะ สำหรับตำแหน่งนายกสภาฯ และกรรมการมาตรา 22 ที่มาจากการประชุมใหญ่ คือไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่มาเป็นแล้วจะอยู่ไปได้เรื่อยๆ หรอกนะ มันมีกำหนดอยู่
แต่มีข้อแตกต่างหน่อยตรงที่นายกสภาวิชาชีพบัญชีเนี่ย แกจะอยู่เกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้เลยนะ จะเลือกใหม่หรือแต่งตั้งใหม่ก็ได้ก็จริง แต่ก็ต้องเว้นวรรคไปก่อน เข้าใจไหม ไม่ใช่ว่าจะนั่งยาวๆ ไม่สิ้นสุดน่ะ ส่วนกรรมการคนอื่นๆ ก็อาจจะต่อได้แหละถ้ายังคุณสมบัติครบ
แล้วพอครบวาระก็ต้องไปไง หรือถ้าเกิดกรณีแย่ๆ อย่างตายไปก่อน หรือลาออกเอง หรือคุณสมบัติมันหายไป ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปเลย หรือบางทีก็โดนรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้อีกนะ รายระเอียดมันเยอะจริงๆ
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีอะไรบ้าง
จรรยาบรรณผู้สอบบัญชีนะหรอ… มันก็มีหลายอย่างปนๆ กันไปแหละ
- โปร่งใส เป็นอิสระ เที่ยงธรรม ซื่อสัตย์: อันนี้สำคัญสุดเลยอะ คือทำอะไรก็ต้องตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างใคร ซื่อสัตย์นี่คือหัวใจหลักเลยนะ
- รู้จริง เก่งจริง ทำงานให้ได้มาตรฐาน: ต้องมีความรู้ความสามารถจริงจัง ไม่ใช่สักแต่ว่าทำไปวันๆ มาตรฐานการทำงานก็ต้องเป๊ะ
- รับผิดชอบลูกค้า เก็บความลับให้ดี: ลูกค้าฝากผีฝากไข้ละก็ต้องดูแลเขาให้ดี รักษาความลับของลูกค้านี่ห้ามหลุดเด็ดขาด
- รับผิดชอบต่อเจ้าของบริษัทหรือคนที่เราทำงานให้: จะเป็นใครก็ตามที่จ่ายเงินให้เราทำบัญชี ก็ต้องทำให้เต็มที่ รับผิดชอบผลงาน
มันเหมือนกับว่าเราเป็นกระจกเงาเลยนะ ต้องสะท้อนความจริงออกมาให้หมด
เพิ่มเติม:
- ความรับผิดชอบต่อวิชาชีพบัญชี: นอกจากจะรับผิดชอบต่อคนอื่นแล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อวิชาชีพตัวเองด้วยนะ ไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
- การพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง: วิชาชีพบัญชีมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อะ การอบรมการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ก็ต้องทำตลอด ไม่งั้นจะตกยุค
- การหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน: อันนี้ก็เหมือนกับข้อ 1 อะแหละ คือต้องไม่มีอะไรมาเกี่ยวพันกันให้เกิดความไม่เป็นธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องที่ต้องระวังสุดๆ
มันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ แต่ถ้าคิดถึงภาพรวมแล้ว ก็คือทำทุกอย่างให้ ถูกต้อง และ เป็นธรรม กับทุกฝ่ายแหละ
การสิ้นสุดของสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีสิ้นสุดเมื่อใด
สถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีจะสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 17 ครับ ซึ่งเป็นการกำหนดจุดสิ้นสุดของสถานะภาพไว้อย่างชัดเจน
จะเห็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้ครอบคลุมทั้งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ปัจจัยที่เกิดจากเจตนาส่วนตัว และการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับขององค์กรวิชาชีพ สถานะก็เหมือนทุกสิ่งในโลก มีจุดเริ่มต้นและก็มีจุดสิ้นสุดเสมอ
เงื่อนไขการสิ้นสุดสมาชิกภาพมีดังนี้:
- การสิ้นสุดลงตามกฎธรรมชาติอย่างการถึงแก่กรรม
- การตัดสินใจลาออกโดยสมัครใจ ซึ่งเป็นการแสดงเจตจำนงค์ส่วนบุคคล
- เมื่อขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 13 หรือมาตรา 14 รวมถึงการถูกเพิกถอนสถานะสำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์
- การไม่ชำระค่าบำรุงสมาชิก โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรตามที่ข้อบังคับสภากำหนดไว้
แต่ละเงื่อนไขมีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจอยู่เบื้องหลังเหมือนกันนะ
- กรณีการไม่ชำระค่าบำรุง ปกติแล้วสภาวิชาชีพบัญชีจะมีกระบวนการแจ้งเตือนก่อนเสมอ การเพิกถอนสถานะจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากให้โอกาสแล้ว
- ส่วนเรื่องการขาดคุณสมบัติ มักจะเชื่อมโยงกับประเด็นทางจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างร้ายแรง เช่น การถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ หรือการถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- การลาออกต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อสภาฯ เพื่อให้มีผลสมบูรณ์ตามขั้นตอน ไม่ใช่แค่การแจ้งด้วยวาจา
- การกลับมาเป็นสมาชิกใหม่หลังจากสถานะสิ้นสุดลง (ยกเว้นกรณีถึงแก่กรรม) จะต้องทำตามเงื่อนไขและกระบวนการที่สภากำหนด ซึ่งอาจซับซ้อนกว่าการสมัครครั้งแรก โดยเฉพาะกรณีที่สิ้นสุดสมาชิกภาพจากการขาดคุณสมบัติ
สภาวิชาชีพบัญชีมีอํานาจหน้าที่ อย่างไร บ้าง จง บอก มา 3 ข้อ
สภาฯ เค้ามีหน้าที่หลักๆ ที่สำคัญนะ
ตั้งกฎเกณฑ์ เรื่องมาตรฐานบัญชีกับจรรยาบรรณ ให้มันเทียบเท่าสากลไง
คอยดู ว่าคนทำบัญชีเนี่ย ทำตามกฎที่ตั้งไว้ แล้วก็ตามที่กฎหมายบอกหรือเปล่า
ทำให้คนทำบัญชีเก่งขึ้น ด้วยการสอน การอบรม แล้วก็ออกแนวทางให้เค้าทำตามได้ชัดเจน
เพิ่มเติม
การออกข้อบังคับและมาตรฐาน: สภาวิชาชีพบัญชีมีอำนาจหน้าที่ในการออกข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี รวมถึงกำหนดมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีคุณภาพ
การควบคุมและกำกับดูแล: สภาฯ มีหน้าที่ในการควบคุมและกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานที่กำหนดไว้ หากพบการกระทำที่ผิดวินัย สภาฯ จะดำเนินการตามระเบียบ
การพัฒนาวิชาชีพ: สภาฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดอบรม สัมมนา เผยแพร่ความรู้ และให้คำปรึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความรู้ ทักษะ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพบัญชี
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีอะไรบ้าง
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คือหลักการสำคัญที่ทำให้ นักบัญชีเป็นที่น่าเชื่อถือ เหมือนคู่มือการใช้ชีวิตของ คนดีศรีบัญชี นั่นแหละ ไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง แต่ต้องหัวใจหล่อมากด้วย
- ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต: อื้อหือ! นี่มันคุณสมบัติรวมมิตรของเทวดาชัดๆ พูดง่ายๆ คือต้องเป็น "พระอิฐพระปูน" ที่ไม่หวั่นไหวกับแรงดึงดูดของเงินตรา ต้องมองโลกตามจริง ไม่เข้าข้างใครเหมือนกรรมการตัดสินกีฬา และต้องซื่อสัตย์ซื่อตรงแบบเบอร์ต้นๆ จะไปปั้นน้ำเป็นตัว หรือหลิ่วตาตามใคร มันไม่ได้จ้ะ!
- ความรู้ความสามารถและมาตรฐานการปฏิบัติงาน: อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันนะ เหมือนนักรบที่ต้องลับคมดาบตลอดเวลา โลกบัญชีมันเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าราคาหุ้น ต้องรู้จริง ทำจริง และทำได้มาตรฐานสากล ไม่ใช่แค่ทำไปงั้นๆ พอให้รอด เหมือนแม่ค้าที่ต้องอัปเดตเมนูใหม่ๆ ไม่ใช่เอาแต่ของเก่ามาขายซ้ำๆ เดี๋ยวลูกค้าหนีหมด!
- ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ: นึกภาพคุณหมอที่ต้องเก็บความลับคนไข้ไว้ยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเลยนะ บัญชีก็เหมือนกัน นักบัญชีที่รู้ไส้รู้พุงธุรกิจลูกค้า ยิ่งกว่าคนในบ้านเขาเสียอีกมั้ง? ต้อง รักษาความลับเป็นอย่างดี เผลอไปเล่า รับรองงานเข้าแน่!
- ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีปฏิบัติหน้าที่ให้: นี่คือการรับผิดชอบต่อภาพรวมขององค์กร ไม่ใช่แค่กระดาษเปล่าๆ แต่คือชีวิตของธุรกิจนั้นๆ ต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่ออกไปมันเชื่อถือได้ ไม่ใช่แค่ทำให้สวยๆ แล้วจบ เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจใหญ่ๆ ระดับชาติเลยนะจะบอกให้! เหมือนพ่อครัวที่ทำอาหารอร่อยเพื่อทุกคน ไม่ใช่แค่ตัวเองคนเดียว
เพิ่มเติมนะเรื่องจรรยาบรรณเนี่ย มันไม่ใช่แค่ "ทำตามกฎ" นะ แต่มันคือแก่นของ "ความเชื่อใจ" ที่คนอื่นมีให้เรา
- มันคือการสร้างคุณค่า: จรรยาบรรณดีๆ สร้างมูลค่าให้วิชาชีพเราได้จริงๆ ทำให้คนเชื่อมั่นในข้อมูลที่เรานำเสนอ
- ป้องกันหายนะ: ลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนไม่รักษาจรรยาบรรณ โกงกันมั่วไปหมด ระบบเศรษฐกิจจะพังขนาดไหน!
- เป็นภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยม: เวลาเจอกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย จรรยาบรรณนี่แหละจะเป็นเข็มทิศให้เราไม่หลงทางไปทำอะไรผิดๆ
- ภาพลักษณ์สำคัญกว่าที่คิด: การรักษาจรรยาบรรณช่วยสร้าง ชื่อเสียงที่ดี ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร ใครๆ ก็อยากทำงานด้วยกับคนที่มีความน่าเชื่อถือ
- ไม่ใช่แค่กฎหมายบังคับ แต่เป็นจิตสำนึก: หลายข้ออาจจะไม่ได้มีโทษทางกฎหมายชัดๆ แต่ถ้าทำผิดจรรยาบรรณ มันคือการทำลายตัวเองทางอ้อมเลย!
- พัฒนาตนเองอยู่เสมอ: การยึดมั่นในจรรยาบรรณก็รวมถึงการ พัฒนาความรู้และทักษะ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีมีอะไรบ้าง
โทษอาญา.
- ตักเตือนเป็นหนังสือ เป็นจุดเริ่มต้น.
- ภาคทัณฑ์ ย้ำเตือน.
- พักใช้ใบอนุญาต การหยุดชะงัก. อาจนานถึงสามปี.
- เพิกถอนใบอนุญาต สิ้นสุด.
หมายเหตุ:
- กฎหมายนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐาน จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี.
- บทลงโทษมีความเข้มข้นตามความร้ายแรงของการกระทำผิด.
- การประพฤติผิดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การตักเตือน.
- แต่การกระทำผิดที่ร้ายแรง อาจส่งผลถึงขั้น ไม่สามารถประกอบอาชีพได้อีก.
การสิ้นสุดของสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีสิ้นสุดเมื่อใด
บ่ายวันเสาร์เมื่อเดือนที่แล้ว ผมนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่บ้าน เงียบดีนะ มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศ พี่ชายผมกำลังก้มหน้ากับเอกสารกองใหญ่ๆ บนโต๊ะ ดูแกเครียดๆ ผมเลยเดินไปดูใกล้ๆ ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม
พี่ชายบอกว่ากำลังทบทวนข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อเตรียมต่ออายุสมาชิก เห็นแกพูดถึงเรื่องสถานะสมาชิกแล้วทำหน้ากังวล ผมเลยลองหยิบเอกสารที่เปิดอยู่ขึ้นมาอ่านดูบ้าง
หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้คือ มาตรา ๑๗ หัวข้อเรื่อง การสิ้นสุดของสมาชิกภาพสมาชิก อ่านแล้วรู้สึกว่ามันจริงจังมากๆ ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะนี่
ผมจำได้ว่าสายตาผมสะดุดตรง (๑) ตาย ก่อนเลย อ้าว... ถ้าเสียชีวิตไปก็จบเรื่อง จบสิ้นกันไปจริงๆ ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว อันนี้มันชัดเจนดีนะ
ถัดมาคือ (๒) ลาออก นี่ก็ตรงไปตรงมามาก อยากไปก็แค่เขียนใบแจ้งความจำนง แล้วก็หมดสถานะไป ส่วนตัวผมคิดว่ามันคือสิทธิ์พื้นฐานที่ทุกคนมีที่จะตัดสินใจเส้นทางตัวเอง
ส่วนที่ทำให้ผมคิดมากหน่อยคือ (๓) ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ หรือ มาตรา ๑๔ หรือถูกคณะกรรมการสภาเพิกถอนสำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์ อันนี้แหละที่หนักสุดๆ สำหรับผม มันแสดงถึงความรับผิดชอบจริงๆ ในวิชาชีพนี้
สุดท้ายก็คือ (๔) ไม่ชำระค่าบำรุงสมาชิก โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามที่กำหนดในข้อบังคับสภา อันนี้ดูง่ายๆ ถ้าไม่จ่ายก็คือหมดสิทธิ์ไปเลย เป็นเรื่องพื้นฐานที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดในทั้งหมด
ผมคิดว่ากฎพวกนี้สำคัญนะ มันทำให้วิชาชีพบัญชีมีมาตรฐานและศักดิ์ศรี ผมเข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนขนาดนี้ เพื่อปกป้องทั้งผู้ประกอบวิชาชีพและสาธารณะจริงๆ
การสิ้นสุดของสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี:
- ตาย
- ลาออก
- ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๓ หรือ ๑๔
- ถูก คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีเพิกถอน (สำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์)
- ไม่ชำระค่าบำรุงสมาชิก ไม่มีเหตุผลอันสมควร
ใบอนุญาต CPA มีอายุกี่ปี
ใบอนุญาตผู้สอบบัญชีภาษีอากร ต่ออายุได้ 5 ปี
หมดอายุทุก 5 ปี
นับจากวันต่ออายุ
- 5 ปี คืออายุใบอนุญาตหลังต่อ
- ทุก 5 ปี คือรอบการต่ออายุ
- นับแต่วันต่ออายุ คือจุดเริ่มต้นนับเวลา
รายละเอียดเพิ่มเติม:
- กฎหมายกำหนดชัดเจน
- การต่ออายุทำได้
- ใบอนุญาตมีวันหมดอายุ
เหตุผล:
- เพื่อ รักษาคุณภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพ
- ให้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง กฎหมายและมาตรฐาน
- ยืนยันความรู้ความสามารถ เป็นระยะ
โทษของการประกอบวิชาชีพบัญชีโดยไม่ได้เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี คือข้อใด
โทษ?ปรับ 300,000 บาท นั่นแหละ. หนักพอไหม? กับ รายวัน 10,000 บาท จนกว่าจะทำถูกต้อง. ชัดเจน.
นี่สำหรับนิติบุคคลที่ลักลอบประกอบวิชาชีพควบคุม ไม่จดทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขใดๆ รวมถึงพวกที่ไม่จัดให้มีหลักประกันตามกฎหมาย หรือให้คนที่ไม่ใช่ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต มาเซ็นงานสอบบัญชี. อย่าพลาด.
มันมีที่มา:
- บัญชี คือวิชาชีพควบคุม. ไม่ใช่ใครก็ทำได้. เข้าใจนะ.
- ขึ้นทะเบียนสภาฯ คือบังคับ. ไม่มีสิทธิ์ทำงาน. ง่ายๆ แค่นั้น.
- หลักประกัน? ป้องกันความเสียหาย. ต้องมี. กฎหมายกำหนด.
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)? คนเดียวที่เซ็นงานสอบบัญชีได้. นอกนั้นผิด.
- ปรับรายวัน? คือแรงกดดัน. ให้ รีบแก้ไข. ไม่ใช่แค่จ่ายแล้วจบ.
- สภาวิชาชีพบัญชี? องค์กรคุมมาตรฐาน. มีอำนาจจริง.
วิชาชีพบัญชีในข้อใดที่กำหนดให้มีการควบคุมการประกอบวิชาชีพบัญชี
การควบคุมวิชาชีพบัญชีเนี่ย หลักๆ ก็มาจาก พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เลยนะ ตัวกฎหมายนี้เองที่เป็นแกนสำคัญกำหนดว่าผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนต้องปฏิบัติยังไง
พระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องทำตาม จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งแน่นอนว่า สภาวิชาชีพบัญชีฯ เป็นคนร่างและกำหนดรายละเอียดขึ้นมา
ต่อมา สภาวิชาชีพบัญชีฯ ก็ออก ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2561 มาใช้บังคับ เพื่อให้ทุกคนยึดถือหลักการพื้นฐานที่สำคัญของจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด นี่คือหัวใจของการคุมคุณภาพเลย
จริงๆ แล้ว การมีกฎเกณฑ์แบบนี้มันไม่ใช่แค่ข้อบังคับ แต่มันคือการสร้างมาตรฐานและยกระดับความน่าเชื่อถือให้วิชาชีพนี้ ยิ่งข้อมูลบัญชีมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ จรรยาบรรณก็ยิ่งเป็นรากฐานที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ
โอเค เรามาลงรายละเอียดเพิ่มอีกนิดว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ และเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง:
- รากฐานความน่าเชื่อถือ: ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีจรรยาบรรณเลย การทำบัญชีจะเชื่อถือได้แค่ไหน? ข้อมูลทางการเงินมันเป็นหัวใจของการตัดสินใจทางธุรกิจและเศรษฐกิจเลยนะ เพราะงั้น ความซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม จึงจำเป็นสุดๆ
- ครอบคลุมผู้ใดบ้าง: คำว่า "ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี" เนี่ย กว้างนะ ไม่ใช่แค่นักบัญชีที่ทำงบอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้สอบบัญชี ผู้ทำบัญชี และแม้กระทั่งผู้ที่ให้คำแนะนำด้านภาษีด้วย เพราะทุกคนต้องยึดหลักเดียวกันหมด
- หลักการพื้นฐานสากล: จรรยาบรรณที่เราพูดถึงเนี่ย ไม่ได้คิดขึ้นมาเองโดดๆ นะ ส่วนใหญ่ก็อ้างอิงหลักการสากล อย่างหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต, ความเที่ยงธรรม, ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ, การรักษาความลับ, และการปฏิบัติตนอย่างมืออาชีพ ที่องค์กรวิชาชีพระดับโลกเขาก็ใช้กัน
- บทบาทสภาวิชาชีพบัญชีฯ: เขาไม่ได้มีแค่หน้าที่ออกกฎนะ แต่ยังต้องควบคุมดูแล พัฒนามาตรฐาน และส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบวิชาชีพตลอดเวลาด้วย เพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไปไง
- ผลกระทบเมื่อละเลย: การไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ นอกจากจะเสียชื่อเสียงส่วนตัวแล้ว อาจถึงขั้น ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ได้เลย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ร้ายแรงมากสำหรับคนในวงการ
ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถเปิดเผยความลับของลูกค้าได้ในกรณีใด
ดึกๆ แบบนี้... มันชอบคิดอะไรไปเรื่อย
เรื่องความลับของลูกค้า... มันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นะ มันคือความไว้ใจ... ที่เค้ามอบให้เรา
ปกติแล้วเราเปิดเผยไม่ได้เลย... ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันคือจรรยาบรรณ คือคำสัญญาที่ให้ไว้ ข้อมูลทุกอย่าง... ต้องเก็บเป็นความลับ
แต่... มันก็มีบางครั้ง บางครั้งที่มันจำเป็นต้องพูด... ไม่ใช่เพราะอยากทำ แต่เพราะกฎหมายมันบังคับ... มันเป็นหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้
ถ้าศาลสั่งมาเป็นเอกสาร... เราก็ต้องให้ข้อมูล มันเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุมของเราแล้ว...
บางทีก็มีหน่วยงานของรัฐขอข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ... อันนั้นก็ต้องให้เหมือนกัน... เป็นไปตามกระบวนการของเขา
มันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจนะ... จริงๆ
ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ในกรณีต่อไปนี้:
- การเปิดเผยตามข้อกำหนดของกฎหมาย หรือคำสั่งศาลโดยตรง รวมถึงการให้ข้อมูลเพื่อกระบวนการทางกฎหมาย
- การเปิดเผยเมื่อได้รับความยินยอมจากลูกค้าอย่างชัดแจ้ง โดยต้องเป็นการอนุญาตจากผู้มีอำนาจของกิจการนั้นๆ
- การเปิดเผยเพื่อปกป้องสิทธิทางวิชาชีพ ในกรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพกับลูกค้า
- การเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพ เพื่อการตรวจสอบคุณภาพงานตามข้อบังคับ เช่น สภาวิชาชีพบัญชี หรือ ก.ล.ต.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต