เสือร้องไห้คือเนื่อส่วนไหน
เสือร้องไห้คือเนื้อส่วนไหน? คือเนื้อส่วนอกหรือบรีสเก็ต
เสือร้องไห้คือเนื้อส่วนไหน เป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารและรับประทานเนื้อย่าง. การเลือกเนื้อผิดส่วนส่งผลให้เมนูจานโปรดเหนียวจนรับประทานลำบากและเสียอรรถรสในการกิน. การทำความเข้าใจธรรมชาติของเนื้อช่วยให้คุณปรุงอาหารได้อร่อยและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป.
เสือร้องไห้คือเนื้อส่วนไหน? เจาะลึกตำแหน่งยอดฮิตของสายเนื้อ
เสือร้องไห้คืออะไร คือเนื้อวัวส่วนอกหรือที่เรียกกันสากลว่า บรีสเก็ต (Brisket) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่อยู่บริเวณหน้าอกของวัว มีลักษณะเด่นที่มีพังผืดและไขมันหนาแทรกอยู่ตามชั้นเนื้อ เนื้อส่วนนี้มีปริมาณค่อนข้างจำกัด โดยวัว 1 ตัวที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 400-500 กิโลกรัม จะมีเนื้อเสือร้องไห้เพียงประมาณ 8-12 กิโลกรัมเท่านั้น [1]
ตำแหน่งนี้ต้องรับน้ำหนักตัววัวเป็นจำนวนมาก ทำให้เนื้อมีความแน่นและมีเส้นใยกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การนำมาปรุงอาหารจึงต้องใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ดีที่สุด
ทำไมถึงเรียกว่าเสือร้องไห้? เปิดตำนานที่มาของชื่อเมนูสุดแปลก
ที่มาของชื่อ ทําไมถึงเรียกเสือร้องไห้ มีหลายตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา แต่เรื่องที่ได้รับความนิยมที่สุดคือเรื่องความเหนียวของเนื้อส่วนนี้ เล่ากันว่าขนาดเสือที่เป็นเจ้าป่าและมีเขี้ยวคมกริบ เมื่อมาเจอกับเนื้อส่วนอกที่มีพังผืดหนา ก็ยังเคี้ยวไม่เข้าจนต้องนั่งร้องไห้ด้วยความเสียดาย
แต่อีกมุมหนึ่งก็เล่าว่า ไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อส่วนนี้ เมื่อนำไปย่างไฟอ่อนๆ ไขมันจะค่อยๆ หยดออกมาเหมือนน้ำตาของเสือที่กำลังร้องไห้ด้วยความอร่อย ไม่ว่าตำนานไหนจะเป็นความจริง สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือความหอมของไขมันเมื่อโดนความร้อนนั้นคือเอกลักษณ์ที่หาเนื้อส่วนอื่นมาทดแทนได้ยาก - และเชื่อเถอะว่าถ้าคุณย่างมันผิดวิธี คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนร้องไห้เสียเอง
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเหนียว
หลายคนมักสงสัยว่า เสือร้องไห้ เหนียวไหม และเชื่อว่าต้องเหนียวจนเคี้ยวไม่ได้เสมอไป แต่ในความเป็นจริง ความเหนียวลดลงได้ด้วยการเลือกและตัดแต่ง ผมจำได้แม่นตอนหัดทำครั้งแรก ผมแล่เนื้อตามขวางของเส้นใย ผลคือเคี้ยวไม่ได้เลยจนต้องทิ้งเกือบทั้งจาน พังพืดที่ติดมาเยอะเกินไปทำให้เนื้อส่วนนี้กลายเป็นฝันร้าย แต่ถ้าเราเลือกส่วนที่เรียกว่า Point-End ซึ่งมีไขมันแทรกเยอะ ความเหนียวจะกลายเป็นความนุ่มหนึบที่เคี้ยวสนุกแทน
เจาะลึกความต่าง: Brisket Point End vs Flat End
ในตลาดนั้น เนื้อส่วนบรีสเก็ต คือ ส่วนที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ ซึ่งมีลักษณะและการใช้งานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกซื้อผิดส่วนอาจทำให้เมนูที่คุณตั้งใจทำออกมาไม่ตรงปกอย่างที่คิด
ลักษณะทางกายภาพและการนำไปใช้
ส่วน Point End มักจะมีสัดส่วนไขมันสูงกว่าส่วนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ[2] ทำให้เหมาะมากสำหรับการนำมาทำเสือร้องไห้ย่างแบบไทย หรือการทำ Brisket รมควันแบบอเมริกันบาร์บีคิว เพราะไขมันจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นในเนื้อขณะประกอบอาหารนานๆ ในขณะที่ส่วน Flat End จะมีลักษณะเป็นแผ่นเรียบ มีไขมันน้อยกว่า แต่มีเส้นใยเนื้อที่สวยงาม นิยมนำมาทำเป็นเนื้อเค็ม หรือเนื้อตุ๋นที่ต้องการรูปทรงของเนื้อที่คงตัว
เทคนิคการเลือกซื้อและปรุงเสือร้องไห้ให้ไม่เหนียว
วิธีเลือกซื้อเนื้อเสือร้องไห้ คือด่านแรกที่สำคัญที่สุด หากคุณต้องการทำเสือร้องไห้ย่างให้อร่อยระดับมือโปร คุณควรสังเกตสีของไขมัน ไขมันที่ดีควรมีสีขาวหรือสีครีม ไม่ควรเป็นสีเหลืองเข้ม เพราะนั่นอาจหมายถึงเนื้อจากวัวที่มีอายุมากซึ่งมักจะเหนียวกกว่าปกติ
เคล็ดลับการหั่นที่เปลี่ยนเนื้อเหนียวเป็นเนื้อนุ่ม
หากคุณถามว่า เสือร้องไห้คือเนื้อส่วนไหน กฎเหล็กของการทานเนื้อส่วนนี้คือ การหั่นขวางเสี้ยนเนื้อ (Against the grain) การหั่นแบบนี้จะช่วยตัดเส้นใยกล้ามเนื้อที่ยาวและแน่นให้สั้นลง ทำให้เคี้ยวง่ายขึ้นอย่างชัดเจน จากสถิติการทดสอบแรงดึงของเนื้อ พบว่าการหั่นขวางเสี้ยนช่วยลดแรงที่ใช้ในการเคี้ยวได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการหั่นตามเสี้ยน
นอกจากเรื่อง เสือร้องไห้คือเนื้อส่วนไหน การหมักด้วยสับปะรดหรือยางมะละกอก็เป็นทางเลือกยอดนิยม แต่ต้องระวังให้มาก - ผมเคยหมักเนื้อเสือร้องไห้ทิ้งไว้ในน้ำสับปะรดนานเกิน 2 ชั่วโมง ผลคือเนื้อเละจนหมดรสสัมผัสของความเป็นเนื้อวัวไปเลย ทางที่ดีควรหมักเพียง 15-20 นาทีก็เพียงพอที่จะช่วยย่อยโปรตีนโดยไม่ทำลายโครงสร้างเนื้อ
ตารางเปรียบเทียบเนื้อส่วนอก (Brisket) แต่ละประเภท
เพื่อให้คุณเลือกซื้อเนื้อได้ถูกต้องตามเมนูที่ต้องการ ลองดูความแตกต่างของเนื้อส่วนอกทั้งสองแบบนี้Brisket Point End (ส่วนหัว)
- สูงมาก (มีไขมันแทรกเป็นชั้นหนา)
- นุ่มกว่าเมื่อปรุงสุก ชุ่มฉ่ำด้วยไขมัน
- เสือร้องไห้ย่าง, รมควัน (Smoked Brisket), เนื้อตุ๋น
Brisket Flat End (ส่วนแบน)
- น้อยกว่า (เน้นเนื้อแดงเป็นหลัก)
- ค่อนข้างแน่นและเหนียวกว่าหากย่างไม่ถูกวิธี
- เนื้อเค็ม, สเต็กบด, เนื้อสไลด์สำหรับชาบู
สำหรับผู้ที่ชอบความหอมมันของเนื้อย่าง Brisket Point End คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์เสือร้องไห้ดั้งเดิมมากที่สุด แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องคอเลสเตอรอล การเลือก Flat End มาปรุงด้วยวิธีการตุ๋นจะเป็นทางเลือกที่สุขภาพดีกว่าความล้มเหลวของมือใหม่ย่างเนื้อ
คุณเอก พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ อยากลองทำเสือร้องไห้ย่างกินเองที่บ้านในวันหยุด เขาซื้อเนื้อส่วนอกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตโดยเลือกชิ้นที่ดูแดงสดไม่มีไขมันเพราะคิดว่าสุขภาพดีกว่า
เขานำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟแรงจัดเพราะอยากให้สุกเร็วๆ ผลคือเนื้อด้านนอกไหม้เกรียมแต่ด้านในเหนียวเหมือนยางลบจนคนในครอบครัวบ่นว่าเคี้ยวไม่ไหว
เขาจึงเปลี่ยนวิธีโดยปรึกษาพ่อค้าเนื้อและได้ความรู้ใหม่ว่าต้องเลือกชิ้นที่มีไขมันแทรกและย่างด้วยไฟอ่อนๆ เพื่อให้ไขมันค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในเนื้อ
ในการทำครั้งที่สอง เอกเลือกเนื้อ Point End และย่างไฟอ่อนจนสุกปานกลาง ผลคือเนื้อนุ่มหอมและได้รับคำชมว่าอร่อยกว่าร้านดังแถวบ้านเสียอีก
ข้อสรุปและสรุปผล
ตำแหน่งคือหัวใจเสือร้องไห้คือเนื้อส่วนอก (Brisket) ที่มีปริมาณเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัววัวทั้งหมด
การหั่นขวางเส้นใยกล้ามเนื้อช่วยลดความเหนียวได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการหั่นตามยาว
ไฟอ่อนคือความลับการย่างเสือร้องไห้ต้องใช้ไฟอ่อนเพื่อให้ไขมันค่อยๆ ละลายออกมาและทำให้เนื้อไม่หดตัวจนแข็งกระด้าง
กรณีพิเศษ
เสือร้องไห้เหนียวไหม?
ถ้าพูดกันตรงๆ คือเหนียวกว่าเนื้อสันในแน่นอน เพราะเป็นส่วนที่มีพังผืดเยอะ แต่ความสนุกของมันอยู่ที่ความเหนียวนุ่มหนึบที่มาพร้อมกับความหอมของไขมัน หากหั่นขวางเสี้ยนและย่างให้ถูกวิธี ความเหนียวจะกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนติดใจ
ถ้าหาซื้อเนื้อเสือร้องไห้ไม่ได้ ใช้ส่วนไหนแทนได้บ้าง?
คุณสามารถใช้เนื้อส่วนพื้นท้อง (Flank) หรือเนื้อชายโครง (Short Rib) แทนได้ เพราะมีสัดส่วนของเนื้อและไขมันใกล้เคียงกัน ให้ความหอมเมื่อย่างไฟคล้ายกับเสือร้องไห้
ควรหมักเสือร้องไห้นานแค่ไหน?
สำหรับการย่างไทยดั้งเดิม การหมักด้วยน้ำปลาและพริกไทยเพียง 30 นาทีก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องการให้นุ่มเป็นพิเศษ การหมักด้วยเบกกิ้งโซดาเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 1 ช้อนชาต่อเนื้อ 1 กิโลกรัม) นาน 15 นาทีจะช่วยได้มากโดยไม่เสียรสชาติ
การอ้างอิง
- [1] Rutherford - วัว 1 ตัวที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 400-500 กิโลกรัม จะมีเนื้อเสือร้องไห้เพียงประมาณ 8-12 กิโลกรัมเท่านั้น
- [2] Masterclass - ส่วน Point End มักจะมีสัดส่วนไขมันสูงกว่าส่วนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต