เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร

0 ครั้งเข้าชม
เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร จำแนกตามวิธีการสกัด ปริมาณเสิร์ฟ และส่วนผสมหลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามข้อมูลทางเทคนิค.
คุณสมบัติเอสเปรสโซ่อเมริกาโน่
วิธีการสกัดสกัดด้วยแรงดันสูงผสมน้ำร้อนเพิ่ม
ปริมาณเสิร์ฟ30 มิลลิลิตร180-240 มิลลิลิตร
รสชาติหลักเข้มข้นหนักแน่นเจือจางจิบง่าย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร? วัดที่น้ำร้อนและปริมาณ

การเข้าใจว่า เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกกาแฟที่ตรงตามความชอบส่วนบุคคล. รสชาติที่เข้มข้นและการเจือจางน้ำร้อนสร้างประสบการณ์ดื่มที่ต่างกันชัดเจน. การเลือกผิดประเภทนำไปสู่ความผิดหวังในรสสัมผัสและความเข้มข้นที่ร่างกายรับ. เรียนรู้ข้อเท็จจริงเพื่อการสั่งเครื่องดื่มที่แม่นยำยิ่งขึ้น.

เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร: เจาะลึกความแตกต่างที่คอกาแฟมือใหม่ต้องรู้

ความแตกต่าง เอสเปรสโซ่ อเมริกาโน่ ที่ชัดเจนที่สุดคือความเข้มข้นและส่วนประกอบของน้ำ โดยเอสเปรสโซ่คือหัวใจหลักที่เป็นกาแฟสกัดเข้มข้นปริมาณน้อย ส่วนอเมริกาโน่คือการนำเอสเปรสโซ่มาเติมน้ำร้อนเพื่อเจือจาง ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและดื่มง่ายขึ้นในปริมาณที่มากกว่า

หากคุณเคยสงสัยว่า เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร ทำไมสั่งอเมริกาโน่แล้วได้แก้วใหญ่ แต่พอสั่งเอสเปรสโซ่กลับได้ถ้วยจิ๋ว คำตอบอยู่ที่กระบวนการปรุงหลังการสกัดกาแฟเสร็จสิ้น กาแฟทั้งสองชนิดนี้ใช้เมล็ดกาแฟและเครื่องชงแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นต่างกันทั้งในเรื่องของเนื้อสัมผัส (Body) ความเข้มของรสชาติ และวิธีที่ลิ้นของเราสัมผัสกับกลิ่นหอมของกาแฟ

เอสเปรสโซ่ (Espresso) คืออะไร? จุดกำเนิดของกาแฟทุกเมนู

เอสเปรสโซ่คือกาแฟที่สกัดด้วยแรงดันสูงผ่านผงกาแฟที่บดละเอียดมากจนได้น้ำกาแฟที่มีความเข้มข้นสูงและมีชั้นฟองสีทองด้านบนที่เรียกว่า ครีม่า (Crema) โดยปกติแล้วเอสเปรสโซ่ 1 ช็อตจะมีปริมาณเพียง 30 มิลลิลิตรเท่านั้น[1] แต่กลับอัดแน่นไปด้วยรสชาติที่ซับซ้อนและบอดี้ที่หนักแน่น

ในทางเทคนิค การสกัดเอสเปรสโซ่ที่สมบูรณ์แบบจะใช้แรงดันน้ำประมาณ 9 บาร์ ผ่านผงกาแฟ 18-20 กรัม เพื่อให้ได้น้ำกาแฟ 36-40 กรัม ภายในเวลา 25-30 วินาที ตั[2] วเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สูตรชงกาแฟ แต่มันคือมาตรฐานที่ทำให้เอสเปรสโซ่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่กาแฟดริปหรือกาแฟต้มทั่วไปทำไม่ได้

ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ลองดื่มเอสเปรสโซ่เพียวๆ ผมถึงกับสะดุ้งเพราะความขมและเปรี้ยวที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน - มันแรงมากจนผมต้องดื่มน้ำตามทันที - แต่พอได้ดื่มบ่อยเข้า ผมกลับเริ่มสัมผัสได้ถึงความหวานที่ซ่อนอยู่ภายหลังความขมนั้น ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของเอสเปรสโซ่ที่หาไม่ได้จากเมนูอื่น

อเมริกาโน่ (Americano) คืออะไร? เมื่อเอสเปรสโซ่พบกับน้ำร้อน

อเมริกาโน่คือเมนูที่เกิดจากการผสมเอสเปรสโซ่เข้ากับน้ำร้อนในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยปกติจะใช้เอสเปรสโซ่ 1 หรือ 2 ช็อต เติมน้ำร้อนลงไปจนได้ปริมาณประมาณ 180-240 มิลลิลิตร [3] การเติมน้ำนี้ไม่ได้ทำให้ คาเฟอีนในอเมริกาโน่กับเอสเปรสโซ่ หายไป แต่เป็นการ ขยาย รสชาติให้กระจายตัวออกไป ทำให้เราสามารถจิบดื่มได้ยาวนานขึ้นเหมือนกาแฟดำทั่วไป

สัดส่วนที่นิยมที่สุดสำหรับการชงอเมริกาโน่คือ กาแฟ 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน หรือ 1:2 ไปจนถึง 1:4 ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ต้องการ การชงแบบนี้ช่วยลดความขมจัดและดึงกลิ่นอายเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟ (Tasting Notes) เช่น กลิ่นดอกไม้หรือผลไม้ ออกมาให้สัมผัสได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่โดนความเข้มข้นของบอดี้บดบังไปหมด นอกจากนี้คุณอาจสงสัยว่า กาแฟดำมีกี่แบบ ที่น่าสนใจอีกบ้าง

ว่ากันว่าเมนูนี้มีต้นกำเนิดมาจากทหารอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รู้ว่า เอสเปรสโซ่ต่างจากอเมริกาโน่อย่างไร จึงนำน้ำร้อนมาเติมเพื่อเลียนแบบรสชาติกาแฟดริปที่พวกเขาคุ้นเคยที่บ้านเกิด นี่คือที่มาของชื่อ อเมริกาโน่ หรือกาแฟแบบอเมริกันนั่นเอง

วิเคราะห์ความแตกต่าง: เอสเปรสโซ่ vs อเมริกาโน่

หากคุณกำลังลังเลและอยากรู้ว่าควร สั่งกาแฟแบบไหนไม่ขม จนเกินไป การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก:

1. รสชาติและสัมผัส: เอสเปรสโซ่จะให้รสชาติที่เข้มข้น ติดลิ้น และมีความหนืดมากกว่า ในขณะที่อเมริกาโน่จะมีความใส นุ่มนวล และมีบอดี้ที่เบาบางกว่า 2. ความร้อน: อเมริกาโน่มักจะมีความร้อนที่คงอยู่นานกว่าเนื่องจากปริมาณน้ำที่มากกว่า ส่วนเอสเปรสโซ่จะเย็นลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหลังจากสกัด 3. ครีม่า (Crema): ในเอสเปรสโซ่ ครีม่าจะเป็นชั้นหนาสีทองสวยงาม แต่ในอเมริกาโน่ ครีม่าจะถูกน้ำร้อนเจือจางจนเหลือเพียงฟองบางๆ บนผิวหน้า หรืออาจสลายตัวไปเกือบหมดหากเทน้ำร้อนลงบนกาแฟแรงเกินไป

หากคุณยังสงสัยเรื่องความแตกต่างของกาแฟดำ ลองไปดูว่า เอสเปรสโซ่ กับกาแฟดํา ต่างกันยังไง กันต่อได้เลยครับ

ตารางเปรียบเทียบ Espresso และ Americano

สรุปข้อแตกต่างสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนเพื่อให้คุณเลือกเมนูที่ถูกใจที่สุด

Espresso (เอสเปรสโซ่)

  1. มีชั้นครีม่าสีทองหนาด้านบน
  2. 30-45 มิลลิลิตร (1 ช็อต)
  3. กาแฟสกัดเข้มข้น 100%
  4. เข้มข้นมาก หนักแน่น ซับซ้อน

Americano (อเมริกาโน่) ⭐

  1. สีดำใส ครีม่าบางหรือไม่มีเลย
  2. 180-240 มิลลิลิตร
  3. เอสเปรสโซ่ + น้ำร้อน
  4. นุ่มนวล เจือจาง ดื่มง่ายกว่า
สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มเพื่อรับรสชาติกาแฟที่แท้จริงในระยะเวลาอันสั้น เอสเปรสโซ่คือคำตอบ แต่ถ้าคุณต้องการกาแฟดำที่จิบได้เรื่อยๆ ระหว่างทำงานหรือช่วงเช้า อเมริกาโน่เป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่ามาก

ก้องกับภารกิจแก้ง่วงยามบ่าย: ความผิดพลาดจากการสั่งกาแฟผิดไซส์

ก้อง พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่กำลังง่วงจัดช่วงบ่ายสอง เขาเดินเข้าคาเฟ่แล้วสั่ง เอสเปรสโซ่เย็น เพราะอยากได้ความเข้มข้นถึงใจ แต่กลับต้องตกใจเมื่อบาริสต้ายื่นถ้วยเล็กๆ ที่มีแต่น้ำกาแฟเพียวๆ มาให้

ก้องพยายามดื่มรวดเดียวตามสไตล์ช็อตกาแฟอิตาลี แต่ความขมจัดทำเอาเขาหน้าเหยเกและรู้สึกแสบท้องทันที เพราะเขาไม่ได้เตรียมใจรับความเข้มระดับนี้ในท้องที่ว่างเปล่า

เขาจึงรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาอยากได้กาแฟที่จิบได้นานๆ เพื่อแก้ง่วงตลอดชั่วโมงประชุม ก้องจึงขอให้น้องบาริสต้าช่วยเติมน้ำร้อนและน้ำแข็งลงไปในช็อตที่เหลือ กลายเป็นอเมริกาโน่แทน

หลังจากปรับวิธีสั่งเป็น อเมริกาโน่ไม่หวาน ก้องพบว่าเขาสามารถดื่มกาแฟได้นานขึ้น 45 นาทีโดยไม่แสบท้อง และระดับพลังงานของเขาก็เสถียรกว่าการอัดช็อตกาแฟเพียวๆ ในครั้งเดียว

คู่มือดำเนินการทันที

เลือกเอสเปรสโซ่เมื่อต้องการ Quick Hit

เหมาะสำหรับการดื่มให้จบภายใน 1-2 นาทีเพื่อรับรสชาติเข้มข้นและพลังงานที่รวดเร็ว

เลือกอเมริกาโน่เพื่อการจิบที่ยาวนาน

เหมาะสำหรับการดื่มควบคู่กับการทำงานหรือมื้อเช้า เพราะรสชาติเจือจางกว่าและดื่มได้ในปริมาณมาก

จำนวนช็อตคือตัวกำหนดคาเฟอีน

อย่าหลงกลปริมาณน้ำในแก้ว ให้เช็คจำนวนช็อตกาแฟเสมอเพื่อควบคุมปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายได้รับ

คุณอาจสนใจ

อเมริกาโน่มีคาเฟอีนน้อยกว่าเอสเปรสโซ่จริงไหม?

ไม่จริงครับ ปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเอสเปรสโซ่ที่ใส่ลงไป หากอเมริกาโน่ทำจากเอสเปรสโซ่ 1 ช็อต ปริมาณคาเฟอีนก็จะเท่ากับเอสเปรสโซ่ 1 ช็อตเพียวๆ เพียงแต่ถูกเจือจางด้วยน้ำทำให้ดูเหมือนน้อยลงเท่านั้น

แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

ทั้งสองเมนูเป็นกาแฟดำที่ไม่ใส่นมและน้ำตาล จึงให้พลังงานต่ำมาก (ประมาณ 5-10 แคลอรี่) อย่างไรก็ตาม อเมริกาโน่ช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำเพิ่มขึ้น ในขณะที่เอสเปรสโซ่อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้มากกว่าในบางคน

ทำไมอเมริกาโน่บางร้านถึงมีฟองสีทอง แต่บางร้านไม่มี?

ขึ้นอยู่กับวิธีชงครับ หากเทน้ำร้อนลงในแก้วก่อนแล้วค่อยสกัดเอสเปรสโซ่ทับ (ที่เรียกว่า Long Black) จะรักษาครีม่าได้ดีกว่า แต่ถ้าเทน้ำร้อนทับกาแฟทีหลัง ครีม่ามักจะสลายตัวไปจากการกระแทกของน้ำ

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Pmc - เอสเปรสโซ่ 1 ช็อตจะมีปริมาณเพียง 30 มิลลิลิตรเท่านั้น
  • [2] Sca - การสกัดเอสเปรสโซ่ที่สมบูรณ์แบบจะใช้แรงดันน้ำประมาณ 9 บาร์ ผ่านผงกาแฟ 18-20 กรัม เพื่อให้ได้น้ำกาแฟ 36-40 กรัม ภายในเวลา 25-30 วินาที
  • [3] Pmc - ปกติจะใช้เอสเปรสโซ่ 1 หรือ 2 ช็อต เติมน้ำร้อนลงไปจนได้ปริมาณประมาณ 180-240 มิลลิลิตร