กินอะไรช่วยฆ่าเชื้อแบตทีเรีย
อาหารเสริมฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เลือกกินอะไรดีที่สุด?
เรื่องกลิ่นปากนี่มันเป็นอะไรที่เสียความมั่นใจสุดๆ เลยนะ คือเราก็แปรงฟันดีแล้วนะ แต่บางทีมันก็ยังรู้สึกไม่โอเคอยู่ดี
มีคนบอกให้ลองมะนาว ตอนแรกก็งงๆ แต่พอลองอมน้ำอุ่นผสมมะนาวตอนเช้า เออ มันสดชื่นจริง วิตามินซีในมะนาวมันแรงนะ รู้สึกเลยว่ามันช่วยฆ่าเชิ้อในปากได้ดีเลย กลิ่นแปลกๆ หลังตื่นนอนคือหายไปเยอะมาก
แต่ที่พีคกว่าคืออโวคาโด ตอนแรกนึกว่ากินเอาสวยๆ เฉยๆ ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกี่ยวกับกลิ่นปากได้ด้วย
คือเรื่องของเรื่องมันมาจากข้างในเลย อโวคาโดมันไปช่วยล้างของเสียในลำไส้ใหญ่อะ ซึ่งไอ้ของหมักหมมตรงนั้นแหละตัวดีเลยที่ส่งกลิ่นย้อนขึ้นมา ช่วงปี 2022 ที่เริ่มกินจริงจัง ซื้อจากตลาดแถวบ้านลูกละ 30-40 บาท พอกินไปสักพัก เรื่องกลิ่นปากมันดีขึ้นแบบไม่รู้ตัวเลย
ส่วนตัวเลยคิดว่ามันแก้ที่ต้นเหตุจากข้างใน มะนาวเหมือนแก้ปลายเหตุที่ปากโดยตรง แต่อโวคาโดมันจัดการตั้งแต่ระบบย่อยอาหารเลย ตอนนี้คือติดกินอโวคาโดไปแล้วจริงๆ
กินอะไรฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย
อยากฆ่าเชื้อ? ก็กินยาฆ่าเชื้อ อะม็อกซีซิลลิน ตัวนี้แหละจบเรื่องเชื้อในกระเพาะ
- อะม็อกซีซิลลิน ไม่ใช่ยาอมแก้เจ็บคอ มันคือยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน หน้าที่มันคือหยุดการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ทำให้เชื้อตาย
- เชื้อ H. Pylori นี่ตัวดีเลย อยู่ในกระเพาะ ก่อเรื่องให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น
- อย่าเสือกกินเอง ยาฆ่าเชื้อ ไม่ใช่ของเล่น ต้องให้หมอสั่งเท่านั้น กินมั่วซั่ว เชื้อดื้อยาขึ้นมา...เรื่องยาว
- ผลข้างเคียง? มีแน่ คลื่นไส้ ท้องเสีย ผื่นขึ้น เรื่องปกติของยาพวกนี้
ติดเชื้อแบคทีเรียมีอาการยังไง
อาการติดเชื้อแบคทีเรียมันก็แล้วแต่ว่าติดตรงไหนนะ แต่หลักๆ เลยคือมีไข้ ตัวร้อนๆ แล้วก็รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง อยากนอนทั้งวัน
ถ้าติดเชื้อหนักๆ ก็ต้องใช้ยาปฏิชีวนะช่วย แต่ใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวนี้ดื้อยาปฏิชีวนะกันเยอะมาก เป็นเรื่องใหญ่เลย
เอ...แล้วอาการมันต่างกันยังไงนะ อ๋อ ถ้าติดที่ผิวหนังก็จะเป็นแผล บวม แดง ร้อนๆ มีหนองด้วย ถ้าเป็นที่คอก็จะเจ็บคอมาก กลืนน้ำลายยังลำบาก
สำคัญสุดๆ คือ ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ แล้วก็กินอาหารที่ปรุงสุกเสมอ ป้องกันได้เยอะเลยจริงๆ
- ระบบทางเดินหายใจ: ไอ มีเสมหะสีเขียวหรือเหลือง เจ็บหน้าอก
- ระบบทางเดินอาหาร: ท้องเสียรุนแรง ปวดท้องบิด คลื่นไส้ อาเจียน
- ระบบทางเดินปัสสาวะ: ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย กลิ่นฉุน
- ผิวหนัง: เป็นฝี หนอง แผลบวมแดงร้อน แผลหายช้า
กินอะไรให้ร่างกายเเข็งเเรง
ร่างกายมันตรงไปตรงมา ขาดเหล็กก็อ่อนแอ
หาได้จากไหน เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อแดง พวกนี้คือแหล่งที่ดีที่สุด เนื้อขาวอย่างปลาหรือไก่ เทียบกันแล้วมีน้อยกว่า
ผู้หญิงต้องการเยอะกว่าผู้ชาย ผู้หญิงวัยทำงานต้องการธาตุเหล็ก 20 มิลลิกรัมต่อวันผู้ชายต้องการประมาณ 11.5 มิลลิกรัม ตัวเลขมันบอกทุกอย่าง
กินเหล็กอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีตัวนำส่ง
เหล็กมีสองแบบ เหล็กฮีม (Heme) จากเนื้อสัตว์ ร่างกายดูดซึมได้ทันที เหล็กนอนฮีม (Non-Heme) จากพืช ผักใบเขียว ถั่ว ร่างกายดูดซึมยากกว่า
ตัวช่วยสำคัญคือวิตามินซี กินอาหารธาตุเหล็กพร้อมกับผลไม้รสเปรี้ยว ส้ม ฝรั่ง พริกหวาน มันจะช่วยดึงเหล็กเข้าร่างกาย
ของที่ต้องเลี่ยง แคลเซียมในนม ชา กาแฟ จะขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก กินห่างกันอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง กินไปพร้อมกัน ก็เหมือนไม่ได้กิน
สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายขาด เหนื่อยง่ายผิดปกติ วิงเวียน ผิวซีด ผมร่วง เล็บเปราะ สมองคิดช้า ร่างกายมันฟ้องอยู่แล้ว
อาการแบบไหนควรกินยาฆ่าเชื้อ
การจะใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือที่ควรเรียกว่า ยาปฏิชีวนะ นั้น มีหลักการสำคัญอยู่ที่ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่อาการภายนอกเสมอไป
ประเด็นคือ ยาปฏิชีวนะถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับแบคทีเรียโดยเฉพาะ ไม่ใช่ไวรัส การกินยาเมื่อไม่จำเป็นจึงเหมือนการทิ้งระเบิดลงในระบบนิเวศของร่างกายโดยเปล่าประโยชน์
การตัดสินใจใช้ยาจึงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์หรือคำแนะนำของเภสัชกรเป็นหลัก เมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย เช่น การอักเสบแล้วเกิดหนอง
อาการเจ็บคอธรรมดา น้ำมูกใส หรือไข้จากหวัดส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การใช้ยาฆ่าเชื้อในกรณีเหล่านี้ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ซ้ำร้ายยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดภาวะดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในระดับโลก
การใช้ยาพร่ำเพรื่อคือการทำลายจุลินทรีย์ดีในร่างกายเราไปด้วย มันเป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงเสมอ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สัญญาณที่มักจะนำไปสู่การใช้ยาปฏิชีวนะได้แก่:
- การอักเสบและมีหนอง: นี่คือสัญญาณคลาสสิกของการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ทอนซิลอักเสบมีจุดหนองสีขาวเหลือง, ไซนัสอักเสบที่มีน้ำมูกข้นเขียวและปวดบริเวณใบหน้า, หรือ หูชั้นกลางอักเสบเป็นหนอง
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ: อาการปัสสาวะแสบขัด มีไข้ร่วมด้วย มักมีสาเหตุจากแบคทีเรียที่ต้องได้รับการรักษาอย่างตรงจุด
- ปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย: ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยจากอาการไอมีเสมหะข้นผิดปกติ ประกอบกับการฟังเสียงปอดและอาจใช้ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
- การติดเชื้อที่ผิวหนัง: เช่น แผลติดเชื้อที่เป็นหนองบวมแดงร้อน หรือฝี การติดเชื้อพวกนี้แบคทีเรียคือตัวการหลักเลย ผมเคยเป็นแผลที่เท้าติดเชื้อ กว่าจะหายก็ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะนี่แหละครับ
- โรคบางชนิดที่ยืนยันแล้ว: เช่น โรคคออักเสบจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ที่ต้องใช้ยาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อหัวใจ
ติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากอะไร
ก็... แบคทีเรียมันก็เข้าไปอยู่ในตัวเราไง. ตอนที่มันเข้าไปแล้ว มันก็ขยายพันธุ์เยอะแยะเลย. แล้วร่างกายเราก็เหมือนจะรู้ตัวนะ. มันก็เลยเกิดอาการขึ้นมา.
มันเข้าไปได้หลายทางนะ.
- แผลที่ผิวหนัง เนี่ยแหละ. เล็กๆ น้อยๆ ก็เข้าได้.
- ของกินของดื่ม ที่มันไม่สะอาด. ปนเปื้อนมา.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- แบคทีเรียมีหลายชนิดมาก. บางชนิดก็มีประโยชน์กับเรานะ. แต่บางชนิดก็ร้ายกาจ.
- การเพิ่มจำนวน ของแบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญ. เพราะยิ่งเยอะ อาการก็ยิ่งหนัก.
- ระบบภูมิคุ้มกัน ของเราจะพยายามต่อสู้. แต่มันก็ไม่เสมอไป.
- ช่องทางเข้า ที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ.
- บาดแผล: แม้จะเล็กน้อย.
- การบริโภค: อาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน.
- การป้องกัน สำคัญนะ. ล้างมือบ่อยๆ. กินอาหารปรุงสุก.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต