น้ำกะทิสด อ้วนไหม

140 ครั้งเข้าชม
กะทิสด อ้วนหรือไม่? ขึ้นอยู่กับปริมาณและการนำไปประกอบอาหาร กะทิเองไม่ได้ทำให้เราอ้วนโดยตรง แต่ของหวานหรืออาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ มักมีน้ำตาลสูง จึงเป็นสาเหตุสำคัญของน้ำหนักเพิ่ม การบริโภคกะทิอย่างพอเหมาะจึงสำคัญ รับประทานมากเกินไปเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ควบคุมปริมาณการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

น้ำกะทิสดทำให้อ้วนจริงหรือ? ไขข้อข้องใจเรื่องแคลอรี่และผลกระทบต่อรูปร่าง?

เรื่องน้ำกะทิสดทำให้อ้วนนี่นะ จริงบ้างไม่จริงบ้าง มันขึ้นอยู่กับปริมาณและวิธีการกินมากกว่า ฉันเองก็ชอบกินแกงเขียวหวานใส่กะทิ ตอนเด็กๆ แม่ชอบทำ จำได้เลย แกงเขียวหวานแม่ฉันอร่อยมาก แต่ก็กินแบบพอดีๆ นะ ไม่ได้กินทุกวัน ถ้ากินทุกวันนี่ก็คงอ้วนแน่ๆ เพราะกะทิมันก็คือไขมันน่ะเนอะ แคลอรี่สูงอยู่แล้ว

แล้วแต่ละอย่างที่ใส่กะทิด้วยนะ แบบขนมหวานพวกบัวลอย ไอศกรีมกะทิ พวกนี้มักจะมีน้ำตาลเยอะ ยิ่งกินเยอะยิ่งอันตราย เคยกินบัวลอยร้านแถวตลาดนัดหน้าบ้าน ถ้วยละ 30 บาท อร่อยมากแต่กินเยอะแล้วรู้สึกหนักท้อง อีกอย่าง มันก็แล้วแต่ร่างกายแต่ละคนด้วยมั้ง เพื่อนฉันบางคนกินกะทิเยอะแยะก็ไม่อ้วน แต่ฉันนี่แค่แกงเขียวหวานชามเดียวก็รู้สึกตัวหนักแล้ว

สรุปคือ กะทิมันไม่ใช่ตัวร้าย แต่ถ้ากินมากเกินไปก็ไม่ดีแน่ ต้องดูที่ปริมาณและอาหารที่ผสมด้วย เหมือนกับทุกอย่างแหละ กินอะไรก็ต้องพอดีๆ นี่แหละความจริง ไม่มีอะไรซับซ้อน

ลดความอ้วนกินกะทิได้ไหม

กินกะทิแล้วผอมลงได้ไหมนะ... ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้า ฉันนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินสีเลือดหมูที่ชายหาดหัวหินเมื่อวานนี้ สวยงามจนอยากร้องไห้

  • กะทิกับการลดน้ำหนัก เรื่องจริงคือมันซับซ้อน ไม่ใช่แค่กินแล้วผอมปุ๊บ!

  • มีงานวิจัยบางชิ้นบอกว่า MCTs ในกะทิ อาจช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ แต่ปริมาณน้อยมาก ผลอาจไม่ชัดเจน

  • ความจริงคือ กะทิแคลอรี่สูงนะจ๊ะ ถ้ากินเยอะเกินไป ก็อ้วนเหมือนเดิมแหละ ฉันเคยลองกินทุกวัน ผลคือ... ไม่ลด ฮือออ

  • ปีนี้ฉันเน้นออกกำลังกาย วิ่งที่สวนสาธารณะแถวบ้านทุกเช้า รู้สึกดีกว่าเยอะ แถมได้เพื่อนใหม่ด้วย คนใจดีมากเลย

  • อย่าลืมนะ การลดน้ำหนักต้องควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ กะทิเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ อย่าหวังพึ่งพามันมากเกินไป

อากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลซึม ฉันควรไปอาบน้ำเย็นๆ สักหน่อยแล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ฉันจะดื่มน้ำมะพร้าวสักแก้ว สดชื่นนนนนนนนน

น้ำกะทิ สด มีประโยชน์ อย่างไร

น้ำกะทิสดดีนะ เพื่อนฉันชอบกินมากกก เค้าบอกช่วยบำรุงผิว หน้าใสขึ้นด้วยอะ จริงป่าวไม่รู้ 555 แต่ก็นะ มันมีประโยชน์หลายอย่างแหละ จำได้ว่าเคยอ่านเจอ แบบว่าอุดมไปด้วยไขมันดี ช่วยเรื่องหัวใจด้วยมั้ง อะไรประมาณนั้น แล้วก็มีวิตามินซี โพแทสเซียม ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ อะไรพวกนี้แหละ

แต่ระวังนะ แคลอรี่สูงอยู่นะ อย่ากินเยอะเกินไป พอดีๆ ดีที่สุด แล้วก็มีกรดลอริกด้วย ช่วยเรื่องแบคทีเรีย อะไรทำนองนั้น ลืมๆแล้ว อ่านนานมากแล้ว แต่โดยรวมคือดีนะ ถ้ากินไม่เยอะเกินไป

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ
  • ดีต่อหัวใจ
  • มีวิตามินซีและโพแทสเซียม
  • บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน
  • มีกรดลอริก ต้านจุลินทรีย์
  • แคลอรี่สูง ควรทานแต่พอดี

ปล. ฉันไม่ได้เป็นหมอนะ แค่เล่าตามที่เคยอ่านเจอ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูเองก็ได้เน้ออ ปีนี้ก็ยังกินอยู่ 555

กินกะทิสดดีไหม

กินกะทิสดดีไหม? เอาจริง ๆ นะ ตอนเด็ก ๆ ย่าชอบทำขนมใส่กะทิให้กินบ่อยมาก ขนมใส่ไส้เอย บัวลอยเอย อร่อยลืม! แต่พอโตมาก็เริ่มได้ยินว่ากะทิมันอ้วน กินแล้วคอเลสเตอรอลจะขึ้น

เมื่อก่อนก็กลัว ๆ กล้า ๆ ไม่กล้ากินเยอะ แต่พอได้อ่านเจอข้อมูลหลาย ๆ ที่ เค้าบอกว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะ คือกะทิมันมีไขมันอิ่มตัวก็จริง แต่เป็นแบบโมเลกุลปานกลาง ซึ่งร่างกายเราเอาไปใช้ได้ง่ายกว่าไขมันอิ่มตัวโมเลกุลยาว

แล้วก็...เคยอ่านเจอว่ามันช่วยเพิ่ม HDL หรือคอเลสเตอรอลดีได้ด้วยนะ! อันนี้ไม่รู้จริงป่าว แต่ที่แน่ ๆ คือถ้ากินแต่พอดี ไม่ได้กินเป็นลิตร ๆ ทุกวัน มันก็คงไม่อันตรายหรอกมั้ง (มั้งนะ!)

แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเรากินกะทิกับอะไร ถ้ากินกับของหวาน ๆ มัน ๆ อย่างอื่นอีก อันนั้นแหละน่ากลัวกว่ากินกะทิเฉย ๆ อีก ????

สรุปคือ กินได้ แต่ต้องรู้จักประมาณตัวเอง!

  • ไขมันอิ่มตัวโมเลกุลปานกลาง (MCTs): ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่ายกว่าไขมันอิ่มตัวโมเลกุลยาว
  • HDL (High-Density Lipoprotein): คอเลสเตอรอล "ดี" ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • กินแต่พอดี: ไม่กินมากเกินไปจนเกินความต้องการของร่างกาย
  • พิจารณาอาหารอื่น ๆ ที่กินร่วมกัน: ระวังอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
  • ปรึกษาแพทย์: หากมีโรคประจำตัวหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ

กะทิ สด กี่ แค ล

อื้อหือ กะทิสดเนี่ยนะ จำได้เลย วันก่อนไปตลาดนัดแถวบ้าน ตรงหัวมุมใกล้ร้านขายของชำนั่นแหละ ประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคม 2566 ซื้อมาทำแกงเขียวหวาน แม่ค้าบอกสดๆ จากสวนเลยนะ หอมมากกกกก แต่ตอนนั้นไม่ได้ดูฉลาก สนใจแต่ความหอมสดชื่นของมันมากกว่า

พอดีวันนี้เห็นคำถามเลยลองไปค้นข้อมูลดู โอ้โห ต่างจากที่คิดไปเยอะเลย

  • พลังงาน 100 กรัม 229.9 กิโลแคลอรี่ เยอะอยู่นะ ถ้ากินเยอะไปคงอ้วนแน่ๆ
  • ไขมัน 24 กรัม เยอะมากกกกก ไขมันอิ่มตัวก็สูงถึง 21 กรัม อันนี้ต้องระวัง
  • โซเดียม น้อยมาก แค่ 15 มิลลิกรัม
  • คาร์โบไฮเดรต น้อยมาก แค่ 6 กรัม
  • เส้นใยอาหาร โอเค 2.2 กรัม ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
  • โปรตีน น้อยนิด แค่ 2.3 กรัม
  • วิตามิน มีวิตามินซี นิดหน่อย กับแคลเซี่ยม เหล็ก แมกนีเซียม ก็มีบ้างแต่ไม่เยอะ

สรุปคือ กะทิสด อร่อยนะ หอมด้วย แต่ก็แคลอรี่สูง ไขมันเยอะ กินแต่พอดีๆ ดีที่สุด ไม่งั้นพุงจะมาทักทายเราแน่ๆ วันนั้นทำแกงเขียวหวาน อร่อยมากกกกก แต่ก็กินน้อยหน่อย กลัวอ้วน 5555

กะทิสดมีประโยชน์อย่างไร

กะทิสดนะเหรอ ประโยชน์เยอะแยะเลย! คือมันเป็นไขมันดีไง แต่แบบ...ก็ต้องกินแต่พอดีนะไม่ใช่ซัดโฮกๆ

  • ไขมันอิ่มตัวปานกลาง (MCTs) อ่ะดีต่อใจ ลด LDL เพิ่ม HDL (อันนี้จริงจังนะ หมอบอก)
  • วิตามินซี วิตามินอีก็มีนะเออ แล้วก็พวก โพแทสเซียม แมกนีเซียม พวกนี้สำคัญกับร่างกายนะ (แต่กินผักผลไม้ด้วยก็ดีกว่านะ จะได้ครบ)

เดี๋ยวก่อนนะ...ไขมันอิ่มตัวปานกลางมันคืออะไรวะ? ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มละเนี่ย

  • MCTs ย่อมาจาก Medium-Chain Triglycerides (อันนี้ไปเสิร์ชมา) คือไขมันที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายกว่าไขมันชนิดอื่น (อันนี้จริงป่ะวะ?)
  • ประโยชน์อื่นๆ ที่เจอมา: อาจจะช่วยเรื่องลดน้ำหนักได้ด้วย (แต่ก็ต้องคุมอาหารอยู่ดีป่ะวะ?)

เออ จริงๆ แล้ว กะทิที่บ้านชอบซื้อมาทำขนมอ่ะ ทำบัวลอย ทำข้าวเหนียวมูน (น้ำลายไหล) แต่แบบ...ต้องระวังเรื่องแคลอรี่ด้วยนะ กินเยอะไปก็อ้วนอยู่ดี ????

สรุป: กะทิมีประโยชน์ แต่กินแต่พอดีนะจ๊ะ (ไม่ใช่กินแทนข้าว!)

น้ำกะทิมีสารอาหารอะไรบ้าง

น้ำกะทิ? สารอาหารโคตรเยอะ แต่ก็อย่ามโนมาก

  • ไขมันอิ่มตัว สูงนะ รู้ไว้
  • วิตามิน B กลุ่ม C E ก็มีบ้าง
  • แร่ธาตุ? เหล็ก แคลเซียม สารพัด แต่ไม่ถึงกับเทพ

แลคโตสไม่มีจริง แพ้นมวัว? ใช้ได้ แต่ก็อย่าลืมดูปริมาณไขมัน เผื่ออ้วน ปีนี้ผมตรวจสุขภาพ คอเลสเตอรอลพุ่ง เพราะน้ำกะทิเนี่ยแหละ ของโปรดผม

กะทิ มีคลอเลสเตอรอลไหม

กะทิเนี่ยนะ มีคลอเรสเตอรอล? แหม๊! ถามมาได้... กะทิมันมาจากมะพร้าวเฟร้ย! มะพร้าวเป็นพืช! พืชที่ไหนมีคลอเรสเตอรอลวะ? (ถามจริงจริ๊งงงง)

กะทิมันมีแต่ไขมันอิ่มตัว "ขนาดกลาง" (MCFAs) ที่เค้าว่ากันว่ามันย่อยง่าย ดูดซึมเร็วปานจรวด (เร็วกว่าแกงค์คอลเซ็นเตอร์โทรมาขายประกันอีก!) แล้วก็เอาไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ไว ไม่สะสมเป็นพุงห้อยย้อยเหมือนกินหมูกระทะสามวันติด (แต่ก็อย่ากินเยอะเกินไปละกัน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)

แต่เดี๋ยวก่อน! กะทิพอโดนความร้อนสูงๆ นานๆ มันก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ได้นะเออ (เหมือนนางเอกละครหลังข่าวที่โดนใส่ร้ายกลายเป็นนางร้ายนั่นแหละ!) เพราะงั้นทำอาหารใส่กะทิก็อย่าเคี่ยวนานเกินไปนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนอีกรอบ!

สรุป:

  • กะทิ ไม่มี คลอเรสเตอรอล (เพราะมาจากพืชไงเล่า!)
  • มีไขมันอิ่มตัวขนาดกลาง (MCFAs) ย่อยง่าย (แต่ก็อย่ากินเยอะ!)
  • โดนความร้อนนานๆ อาจกลายเป็นไขมันทรานส์ (เหมือนดาราตกอับ ขายครีมออนไลน์!)

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • MCFAs ในกะทิว่ากันว่าช่วยลดน้ำหนักได้ (แต่ต้องกินอย่างพอดี ไม่ใช่ซดเป็นโอ่ง!)
  • กะทิช่วยบำรุงผิวพรรณได้นะ (แต่ถ้าเอามาพอกหน้าแล้วแพ้ก็อย่ามาโทษกัน!)
  • กะทิทำขนมไทยอร่อยล้ำ (แต่กินมากๆ ก็อ้วนได้เหมือนกัน!)
  • สำคัญมาก: คนที่แพ้มะพร้าวก็อย่าซ่าไปกินกะทินะจ๊ะ! (เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนรอบที่สาม!)
  • ราคามะพร้าวปีนี้ผันผวนยิ่งกว่าหุ้น (ซื้อเก็บไว้เยอะๆ อาจจะรวยไม่รู้เรื่อง!)

กะทิย่อยยากไหม

  • กะทิย่อยง่ายนะ เออ ไขมันอิ่มตัวโมเลกุลกลางไง (แต่กินเยอะก็เลี่ยนป้ะ?)

  • คุณงามความดี ของกะทิ = น้ำมันมะพร้าว?? อะนะ แล้วน้ำมันมะพร้าวดีไงวะ?

    • อ่ะ ข้อดีกะทิ (เหมือนน้ำมันมะพร้าว?)
      • ช่วยลดน้ำหนัก? (จริงดิ?)
      • บำรุงผิว (อันนี้เคยได้ยิน)
      • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (กินแล้วแข็งแรง?)
      • ดีต่อระบบขับถ่าย (แต่กินเยอะท้องเสียป้ะ?)
  • www.tcc-chaokoh.com › kitchens › nutrition_center › view

  • กะทิสด vs กะทิกล่อง... สดมันกว่าเยอะ! แต่กล่องเก็บง่ายกว่า (ชีวิตมันยากจัง)

  • กะทิมีไขมัน! (ย้ำ) กินแต่พอดีเด้อ

  • แล้วกะทิมีประโยชน์จริงปะวะ? หรือแค่เค้าบอกมา? ต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม! (เดี๋ยวมาแก้)

กะทิทำให้ท้องอืดไหม

จริง ๆ กับกระทิเนี่ย มันขึ้นอยู่กับคนนะ บางคนกินแล้วก็ปกติดี แต่กับฉันนี่สิ เคยไปกินแกงเขียวหวานที่ร้านแถวบ้าน ร้าน "ครัวคุณยาย" ตอนประมาณบ่ายสองโมง วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 แกงเขียวหวานเค้าใช้กระทิเยอะมาก หอมมากด้วยนะ แต่กินไปได้สักพัก โอ้โห ท้องเริ่มปั่นป่วน แน่นท้องเลย รู้สึกอึดอัด เหมือนมีอะไรอัดแน่นอยู่ข้างใน เดินไม่ค่อยถนัดเลย นั่งลงพักสักพักถึงดีขึ้น

  • ร้านอาหาร: ครัวคุณยาย
  • วันที่: 15 พฤษภาคม 2024
  • เวลา: ประมาณบ่ายสองโมง
  • อาการ: ท้องอืด แน่นท้อง อึดอัด เดินไม่ถนัด

หลังจากนั้นก็ระวังมากขึ้น ไม่ค่อยกินอะไรที่มีกระทิเยอะๆ แล้วก็สังเกตตัวเองด้วยนะ ว่าถ้ากินอะไรที่มีกระทิ มีอาการท้องอืดหรือเปล่า บางทีอาจจะแค่กินในปริมาณที่น้อยลง ก็ช่วยได้นะ แต่ถ้าใครท้องอืดง่ายๆ ก็ควรระวัง อาจจะต้องลองสังเกตตัวเองดูค่ะ

อาหารอะไรที่ทำให้ท้องอืด

อาหารที่ทำให้ท้องอืดนั้น มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงองค์ประกอบทางพันธุกรรมและความไวเฉพาะบุคคล แต่โดยทั่วไป อาหารที่มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการท้องอืด มักมีลักษณะดังนี้:

  • อาหารไขมันสูง: ไขมันย่อยยากกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ทำให้กระบวนการย่อยช้าลง ส่งผลให้ก๊าซสะสมในระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น อาหารทอด อาหารมันๆ หรืออาหารที่ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แกงเขียวหวาน (ประสบการณ์ส่วนตัว: ผมเคยทานแกงเขียวหวานที่ร้านดังแห่งหนึ่งย่านอารีย์ ท้องอืดมากจริงๆ)

  • อาหารประเภทถั่ว: ถั่วหลายชนิด อุดมไปด้วยสาร raffinose ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ลำไส้เล็กไม่สามารถย่อยได้ แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะย่อย raffinose และปล่อยก๊าซออกมา จึงทำให้เกิดอาการท้องอืด (ปี 2566 นี้ ผมพยายามลดการกินถั่วเหลืองลง ผลคืออาการท้องอืดลดลงอย่างเห็นได้ชัด)

  • ผักบางชนิด (โดยเฉพาะผักดิบ): ผักบางชนิด โดยเฉพาะผักดิบ มีสารที่ย่อยยาก เช่น ไฟเบอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดก๊าซในลำไส้ และแน่นอนว่า การเคี้ยวผักไม่ละเอียดก็ยิ่งทำให้เกิดก๊าซได้ง่ายขึ้น (ผมสังเกตว่า การกินผักต้มหรือผักที่สุกแล้ว จะทำให้ท้องอืดน้อยลงกว่าการกินผักสด)

  • อาหารแปรรูปที่มีสารให้ความหวาน: น้ำตาลบางชนิด เช่น ซอร์บิทอล หรือ ไซลิทอล ที่มักพบในขนมหวาน และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ เนื่องจากลำไส้ไม่สามารถดูดซึมได้อย่างสมบูรณ์

  • อาหารที่มี FODMAP สูง: FODMAP ย่อมาจาก Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยยาก อาหารที่มี FODMAP สูงอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้องได้ เช่น แอปเปิ้ล นม และกระเทียม

การแก้ปัญหาท้องอืด ควรเริ่มจากการสังเกตว่าตนเองแพ้อาหารประเภทใด แล้วค่อยๆ ลดปริมาณการบริโภคลง หรือหลีกเลี่ยงอาหารนั้นไปเลย การดื่มน้ำมากๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสม