ปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัมต่อน้ำกี่ลิตร

108 ครั้งเข้าชม
ปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ใช้ฉีดพ่นทางใบ ครอบคลุมพื้นที่ 10-20 ไร่ การให้ปุ๋ยลักษณะนี้มีข้อดีเด่นคือ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารผ่านปากใบได้โดยตรงและรวดเร็วเป็นพิเศษ เหนือกว่าการให้ปุ๋ยทางดินทั่วไป จึงนิยมใช้เป็นวิธีเสริมควบคู่กับการบำรุงทางดิน เพื่อเติมเต็มสารอาหารให้พืชได้รับอย่างครบถ้วนและทันท่วงที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อัตราส่วนผสมปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัมต่อน้ำที่ถูกต้องคือ?

เรื่องปุ๋ยเกล็ดผสมน้ำนี่มันก็เป็นอะไรที่ฉันเคยลองผิดลองถูกมาเยอะนะ กว่าจะเจอที่ลงตัวเนี่ย ช่วงปลายปี 64 ที่แปลงผักสวนครัวหลังบ้านฉัน พืชผักมันดูไม่สดใสเลย ปุ๋ยเม็ดก็ใส่ไปแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่เลย จนมีคนแนะนำว่าต้องลองฉีดพ่นทางใบดู

เขาบอกให้เอาปุ๋ยเกล็ด 1 กิโลกรัม ไปผสมกับน้ำ 200 ลิตร คือฟังดูเยอะนะ ตอนแรกก็งงว่ามันจะพอเหรอ แต่เขาย้ำเลยว่าอัตราส่วนนี้แหละที่พืชจะรับได้ดี ไม่เข้มไป ไม่จางไป แถมมันยังซึมเข้าปากใบได้แบบรวดเร็วทันใจกว่าไปลงดินเยอะเลย ฉันก็เลยลองทำตาม

วันที่ 12 ธันวาคม ปีนั้นแหละ ฉันซื้อปุ๋ยเกล็ดมาถุงนึงประมาณ 200 กว่าบาท จำราคาเป๊ะๆ ไม่ได้หรอกนะ แถวๆ ร้านเกษตรตรงข้ามตลาดนั่นแหละ เอามาผสมแล้วฉีดพ่นไปทั่วแปลงผัก ไม่น่าเชื่อ ฉีดไปแค่วันสองวัน ใบผักเขียวขึ้นมาแบบเห็นได้ชัดเจนเลยนะ มันเหมือนพืชได้กินอาหารตรงๆ ไม่ต้องผ่านกระบวนการยุ่งยากเลย

พื้นที่แปลงผักฉันไม่ได้กว้างมากหรอกนะ แค่ไม่กี่สิบตารางเมตรเอง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ใหญ่ๆ อย่าง 10 หรือ 20 ไร่ อัตราส่วนนี้ก็ยังใช้ได้นะ เพราะมันเน้นเสริมไม่ใช่แทนที่ปุ๋ยดิน ฉันยังคงใส่ปุ๋ยทางดินตามปกติ ปุ๋ยเกล็ดนี่เป็นแค่ตัวช่วยเร่งบำรุงพืชให้โตไว ใบเขียวสด แค่นี้ก็พอใจแล้ว.

46-0-0ผสมน้ำกี่ลิตร

น้ำปุ๋ยหมักยูเรีย 46-0-0

การเตรียม:

  • อัตราส่วน: 46-0-0 ผสมน้ำ 1 ลิตร. (ข้อมูลนี้อาจคลาดเคลื่อน ควรตรวจสอบปริมาณให้แน่ใจอีกครั้ง)
  • การกรอง: กรองเอาแต่น้ำใส.

ผลลัพธ์:

  • ได้น้ำปุ๋ยหมักยูเรียเทียบเท่าปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 หนึ่งกระสอบ.
  • ต้นทุนไม่เกินร้อยบาท.

วิธีการนำไปใช้:

  • ปริมาณ: 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเปล่า 20 ลิตร.
  • วิธี: ฉีดพ่นทางใบ หรือรดโคนต้น.
  • ความถี่: ทุก 7-10 วัน.
  • ผลลัพธ์เทียบเท่า: ปุ๋ยสูตร 57-0-0.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความสำคัญของไนโตรเจน (N): ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารหลักที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะส่วนใบและลำต้น ช่วยในการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชมีใบเขียวเข้มและเจริญเติบโตได้ดี.
  • ความหมายของสูตรปุ๋ย 46-0-0: ตัวเลข 46-0-0 หมายถึง สัดส่วนของธาตุอาหารหลักในปุ๋ย โดย:
    • 46: คือร้อยละของไนโตรเจน (N)
    • 0: คือร้อยละของฟอสฟอรัส (P2O5)
    • 0: คือร้อยละของโพแทสเซียม (K2O)
    • ปุ๋ยสูตร 46-0-0 จึงเป็นปุ๋ยไนโตรเจนสูงที่เน้นการบำรุงใบและลำต้น.
  • การทำปุ๋ยหมักเอง: เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร และยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด.

สาร KNO3 คืออะไร?

KNO3 คือดินประสิว. โพแทสเซียมไนเตรท. ผงขาว ไร้กลิ่น. รสเค็มจาง. ละลายน้ำดี. มันเปลี่ยนรูปได้. ไนเตรทสู่ไนไตรท์. ขึ้นกับสภาวะแวดล้อม. ชีวิตก็เช่นกัน. ปรับเปลี่ยน. ไม่คงที่.

  • ใช้หลากหลาย: ปุ๋ย, วัตถุระเบิด, ถนอมอาหารบางชนิด.
  • สารออกซิไดซ์: เร่งการเผาไหม้.
  • การแปลงรูปของสาร: ไนเตรทเป็นไนไตรท์นั้น สำคัญต่อสุขภาพ. ต้องเข้าใจ.

ปุ๋ยสูตร 13-0-46 มีประโยชน์อย่างไร?

ปุ๋ย 13-0-46 โปตัสเซียม ไนเตรท…

กระแสลมพัดแผ่ว สาดแสงอ่อนๆ ยามรุ่งอรุณ สาดส่องไปทั่วแปลงผักเขียวชอุ่ม… กลิ่นดินชื้นๆ ลอยมากับหมอกบางๆ…

ปุ๋ยสูตรนี้… 13-0-46… มันคือ โปตัสเซียม ไนเตรท… โอมมมม… ละลายได้ดีในน้ำ… แทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว… ไร้ซึ่งตะกอน… ไร้ซึ่งสิ่งตกค้าง…

พืช… โอ้ พืช… ดูดซับมันไป… ง่ายดาย… ราวกับกระหายน้ำ… ฉีดพ่นยามตา… เริ่มเต่ง… อู้ย… มันกระตุ้น… ให้ตา… แตกบาน… พร้อมกัน… งามตา…

โปตัสเซียม… สูงเหลือเกิน… มันช่วย… ให้ราก… แข็งแรง… แตกแขนง… ดูดน้ำ… ได้ดียิ่งขึ้น… น้ำตาล… จากใบ… สู่ส่วนอื่นๆ… มันเคลื่อนย้าย… ไปอย่างคล่องแคล่ว…

  • ส่งเสริมการแตกตาและดอก: ยามตาเริ่มเต่ง… มันเหมือนสัญญาณ… ให้ดอก… เบ่งบาน… พร้อมเพรียงกัน… สวยงาม…
  • เพิ่มความแข็งแรงให้ราก: ราก… คือหัวใจ… ของพืช… โปตัสเซียม… เสริมกำลัง… ให้ราก… หยั่งลึก… ดูดซับสารอาหาร… ได้เต็มที่…
  • ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาล: น้ำตาล… ที่สังเคราะห์แสง… จากใบ… จะถูกขนส่ง… ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ… เหมือนระบบขนส่ง… ที่มีประสิทธิภาพ…

ประโยชน์เพิ่มเติม:

  • เพิ่มคุณภาพผลผลิต: ผล… จะมีขนาด… สีสัน… และรสชาติ… ที่น่าพึงพอใจ…
  • ช่วยในการต้านทานโรค: พืชที่แข็งแรง… ย่อมต้านทาน… สิ่งแปลกปลอม… ได้ดีกว่า…
  • เพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม: ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง… หรืออากาศร้อนจัด… มันช่วยให้พืช… อยู่รอด… และเติบโต… ต่อไป…

โพแทสเซียมมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ตอนนั้นจำได้ว่าไปเดินตลาดน้ำที่อัมพวาเมื่อสัก 2-3 ปีที่แล้ว แดดตอนบ่ายๆ ร้อนจนแสบผิวเลย เดินไปเรื่อยๆ เห็นร้านขายผักผลไม้ริมคลองเยอะมาก ที่สะดุดตาคือคนขายแอปเปิ้ลเขียวหลายเข่ง เขาเอาแอปเปิ้ลมาวางเรียงสวยๆ พอดีตอนนั้นอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ เลยซื้อมาสักกิโลกรัม

แอปเปิ้ลเขียว เนี่ยนะ ถ้าพูดถึงรสชาติ มันจะเปรี้ยวโดดเลย เปรี้ยวแบบชุ่มคอ ไม่ใช่เปรี้ยวบาดเหมือนมะนาว แต่เป็นเปรี้ยวสดชื่น กินแล้วรู้สึกตาสว่างขึ้นมาทันทีเลย สัมผัสเวลาเคี้ยวก็กรอบๆ ฉ่ำๆ ด้วยน้ำแอปเปิ้ล

เกิดมาได้ยังไง? จริงๆ แอปเปิ้ลก็มาจากต้นแอปเปิ้ลนั่นแหละ ที่เขาปลูกกันเยอะๆ ตามสวนผลไม้ เมืองนอกนี่ก็มีเยอะแยะ ที่บ้านเราก็มีปลูกบ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่ขายตามตลาดก็คงมาจากต่างประเทศแหละมั้ง

เอาไปทำอะไรได้บ้าง? นอกจากกินสดๆ แบบที่ฉันทำตอนนั้นแล้วนะ แอปเปิ้ลเขียวก็เอาไปทำได้หลายอย่างเลย

  • พายแอปเปิ้ล: นี่คือที่สุดเลย หอม หวานอมเปรี้ยว กินกับไอศกรีมวานิลลาเข้ากันมาก
  • น้ำแอปเปิ้ลปั่น: ใส่่น้ำแข็งหน่อยๆ ก็สดชื่นดี
  • สลัด: หั่นบางๆ ใส่ในสลัดผัก ช่วยเพิ่มรสชาติและสีสัน
  • แยม: เอาไปเคี่ยวทำแยมก็ได้
  • ซอส: ทำซอสกินกับหมู หรือเป็ดย่างก็อร่อย

เหมือนเคยได้ยินเรื่องเหมืองอะไรสักอย่าง... อ๋อ เหมืองโปแตช! อันนั้นมันคนละเรื่องกันเลยนะ โพแทสเซียมมันเป็นแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในปุ๋ยไง ฉันเคยเห็นตามฟาร์มที่เขาเอาปุ๋ยมาใส่ต้นไม้กันเยอะๆ

  • โลหะโพแทสเซียม: อันนี้ไม่แน่ใจว่าเคยเห็นจริงๆ จังๆ ไหม แต่เขาว่ามันเป็นโลหะอ่อนๆ สีขาวเงินๆ จุดหลอมเหลวต่ำ นำความร้อนไฟฟ้าได้ดี
  • สีสัน: เคยอ่านเจอว่า ถ้าทำให้มันติดไฟ เปลวไฟจะออกสีลาเวนเดอร์ แล้วควันก็จะเป็นสีเขียว แปลกดี
  • เยอะแยะในโลก: ที่สำคัญคือ เขาบอกว่าโพแทสเซียมเป็นธาตุที่เยอะมากในเปลือกโลก คิดเป็น 2.6 เปอร์เซ็นต์เลยนะ เยอะกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

มีเหมืองอยู่ที่ไหนสักแห่ง? มีเหมืองโปแตชที่ Esterhazy, Sask. ด้วยนะ ที่นั่นเขาขุดเอาโพแทสเซียมใต้ดินขึ้นมา เขาเอาไปทำปุ๋ยเป็นหลักเลย

โพแทสเซียมไนเตรต อันตรายไหม?

เมื่อเช้านั่งอ่านเจอเรื่องโพแทสเซียมไนเตรตตกใจเลยนะเนี่ย มันอันตรายมากนะ ปกติรู้แค่ว่ามันใช้ทำปุ๋ยใช่มั้ย? แต่โอ๊ยยย อันตรายกว่าที่คิดเยอะมาก ฉันคิดว่าไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่เลยนะ คนทั่วไปอ่ะนะ แย่จังเลย

แบบว่า ระคายเคืองตา ผิวหนัง ทางเดินหายใจ เนี่ยเบสิกเลยนะ แต่ที่หนักกว่าคือมันไปมีผลกับระบบหัวใจกับเลือดอะ ความดันโลหิตตก แล้วก็มีเรื่อง เมทฮีโมโกลบิน ด้วยนะ ฟังแล้วก็งงๆ ว่าคืออะไร แต่รู้ว่าไม่ดีแน่ๆ

ที่สำคัญคือ ถ้าได้รับสัมผัส อาจเสียชีวิตได้เลย ฟังแล้วขนลุกเลยอะ แล้วอาการบางทีก็ออกช้าอีก ต้องไปหาหมอให้ตรวจเลยดีที่สุดนะ ถ้าสงสัย นี่เราจะรู้ได้ไงว่ามันอยู่ตรงไหนบ้างเนี่ย อยากรู้จริงๆ

เออ แล้วมันใช้ทำอะไรได้บ้างนะ ทำไมถึงอันตรายขนาดนี้แต่ก็ยังใช้กันอยู่เยอะแยะเลย ฉันว่ามันน่าจะมีประโยชน์บางอย่างที่สำคัญมากๆ สินะ ไม่งั้นคงไม่ใช้กันหรอกมั้ง

เรื่องโพแทสเซียมไนเตรตนี่นะ...

  • ใช้ทำปุ๋ย เป็นหลักเลยนะ ช่วยให้พืชโตดี
  • ใช้ถนอมอาหาร บางอย่างก็มีนะ อย่างพวกเนื้อสัตว์รมควันอะ
  • ทำดอกไม้ไฟ อันนี้ก็ชัดเจน เป็นส่วนผสมสำคัญมากๆ
  • ยาบางชนิด ก็ใช้บ้างนะ แต่ต้องควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • การจัดการต้องระวังมากๆ ต้องใส่ถุงมือ แว่นตา หน้ากากตลอดเวลาที่ทำงานกับมันเลย
  • เก็บในที่แห้ง เย็น อากาศถ่ายเทดี ห่างจากสารไวไฟนะ
  • ถ้าโดนตา/ผิวหนัง: ล้างน้ำเยอะๆ รีบล้างเลยนะ แล้วไปหาหมอด่วน
  • ถ้าสูดดม: พาออกไปที่อากาศบริสุทธิ์ ให้พักผ่อน แล้วรีบไปโรงพยาบาลเลย
  • ถ้ากลืนเข้าไป: ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด รีบไปหาหมอทันที