ทำวีซ่าตรวจโรคอะไรบ้าง
ตรวจสุขภาพขอวีซ่า ต้องตรวจอะไรบ้าง?
เอ่อ ตรวจสุขภาพขอวีซ่าเหรอ? เท่าที่เคยได้ยินมานะ (จากเพื่อนที่ไปทำวีซ่าเชงเก้นเมื่อปีที่แล้ว – น่าจะช่วง พฤษภาคมนะ ถ้าจำไม่ผิด) หลักๆ เลยคือเขาอยากรู้ว่าเราไปทำอะไรที่นู่นจริงๆ แล้วไอ้ "ตรวจสุขภาพ" ที่ว่าเนี่ย มัน serious แค่ไหน
เขาน่าจะอยากได้ใบรับรองแพทย์นะ แบบที่หมอเขียนชัดๆ เลยว่าเราเป็นอะไร ทำไมต้องไปรักษาที่ต่างประเทศ (แบบ…เมืองไทยรักษาไม่ได้เหรอ? ทำนองนั้น) แล้วก็ต้องมีหลักฐานว่าเรามีเงินจ่ายค่าหมอ ค่ายา ค่าเครื่องบิน ค่ากินอยู่ บลาๆๆๆ คือถ้าไม่มีเงิน เขาก็กลัวว่าเราจะไปเป็นภาระประเทศเขาน่ะแหละ
แล้วก็…อาจจะต้องมีจดหมายจากโรงพยาบาลที่เราจะไปรักษาด้วยนะ ยืนยันว่าเขาโอเคที่จะรับเรา แล้วก็บอกค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ให้เรารู้ (แล้วก็ให้สถานทูตรู้ด้วยไง) เรื่องเอกสารนี่สำคัญมากนะ เตรียมไปให้พร้อม อย่าขาด!
อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะ ตอนทำวีซ่าไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน (น่าจะ 2015 ได้มั้ง) คือเราเตรียมเอกสารไปแบบละเอียดมากกกกกก ทุกอย่างต้องเป๊ะๆ เลยอะ แม้แต่แผนการเดินทางก็ต้องมี คือเขาอยากรู้ว่าเราจะไปทำอะไร ที่ไหน กี่วัน กลับวันไหน อะไรแบบนั้นเลย
ไปญี่ปุ่นตรวจโรคอะไรบ้าง
ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเอกชนแถวชินจูกุ โตเกียว เดือนกรกฎาคม ปีนี้เอง จำได้แม่นเพราะวันนั้นฝนตกหนักมากกกกกกก แทบวิ่งหนีน้ำฝนเข้าไปในโรงพยาบาลเลย เหนื่อยมาก กว่าจะหาห้องตรวจเจอ คนเยอะด้วย อึดอัดเล็กน้อย แต่พยาบาลใจดีมาก พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง เลยสบายใจขึ้นเยอะ
ตรวจหลายอย่างเลยนะ เหนื่อยจริงๆ รู้สึกเหมือนโดนดูดเลือดไปครึ่งขวด (เว่อร์ไปหน่อยแต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆแหละ)
- CBC ปกติ โล่งอกไปหนึ่งเรื่อง
- มาลาเรีย ไม่เจอ สบายใจไปอีก
- การทำงานของตับ ก็โอเค ไม่ต้องกังวล
- น้ำตาลในเลือด อยู่ในเกณฑ์ปกติ ดีใจมาก เพราะช่วงนี้กินของหวานบ่อย
- ไขมันในเลือด นี่แหละที่แอบกังวล แต่หมอบอกว่ายังไม่ต้องตกใจ แค่ดูแลตัวเองหน่อย งดของทอด งดน้ำหวาน
- ไตรกลีเซอไรด์ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่หมอโอเค แต่ก็ต้องระวัง
- HDL กับ LDL จำตัวเลขไม่ได้แล้ว แต่หมอบอกว่าอยู่ในระดับที่รับได้ (ต้องกลับไปดูใบเสร็จอีกที)
- กรุ๊ปเลือด ตรวจเผื่อไว้ เผื่อต้องใช้ กรุ๊ปเลือด O เหมือนเดิม
ค่าใช้จ่ายก็แพงอยู่นะ แต่เพื่อสุขภาพ ก็ต้องยอม เสียดายตังค์นิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่า เพราะรู้ว่าสุขภาพตัวเองเป็นยังไง สบายใจกว่าเยอะ รู้สึกดีที่ได้ตรวจสุขภาพประจำปี ปีหน้าต้องไปตรวจอีกแน่นอน หวังว่าปีหน้าจะไม่ฝนตกหนักขนาดนั้น
Work Permit ตรวจโรคอะไรบ้าง
โอ๊ย เรื่องตรวจสุขภาพทำ Work Permit นี่มัน! จำได้เลยตอนไปทำที่ รพ. BNH เมื่อต้นปี (มกราคม 2567) คือแบบ...วุ่นวายมากกกก ตอนแรกนึกว่าจะง่ายๆ แค่ตรวจร่างกายทั่วไป ที่ไหนได้!
เค้าเจาะเลือดไปสามหลอดใหญ่ๆ (แอบกลัวเข็ม) ตรวจปัสสาวะ อันนี้ปกติ แล้วก็มีเอกซเรย์ปอดด้วย หมอบอกว่าดูเรื่องวัณโรค แต่ที่พีคสุดคือต้องไปตรวจ HIV คือใจหายแว๊บเลย ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าไม่ได้เสี่ยงอะไรนะ แต่ก็อดคิดไม่ได้
ตอนนั้นคือรอผลนานมาก ประมาณ 3 วันอ่ะ ระหว่างนั้นคือกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดนู่นคิดนี่ไปหมด พอผลออกมาปกติ โล่งอกแทบเป็นลม!
สรุปที่ตรวจตอนนั้น (Work Permit ปี 2567):
- ตรวจเลือด: เช็คค่าต่างๆ ทั่วไป + HIV
- ตรวจปัสสาวะ: หาเชื้อโรคต่างๆ
- เอกซเรย์ปอด: ดูวัณโรค
แต่ๆๆๆๆ ที่บริษัทบอกว่าบางทีก็ต้องตรวจอย่างอื่นเพิ่มด้วยนะ ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่เราทำกับประเทศที่เราจะไปทำงาน
- ตรวจสายตา: บางตำแหน่งที่ต้องใช้สายตาเยอะๆ
- ตรวจการได้ยิน: พวกทำงานในโรงงานเสียงดัง
- ตรวจสุขภาพจิต: อันนี้เห็นว่าเริ่มมีบางบริษัทให้ตรวจแล้วนะ
คำเตือน: อย่าเชื่อข้อมูลในเน็ตมากเกินไป! โทรไปถาม รพ. หรือคลินิกโดยตรงเลย จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและอัพเดทที่สุด!
ใบรับรองแพทย์ 7 โรค มีอะไรบ้าง
เรื่องใบรับรองแพทย์นี่นะ ตอนนั้นฉันไปตรวจที่ รพ.กรุงเทพ พระโขนง เดือนมีนาคม ปีนี้เอง เพราะจะขอ work permit เขาให้ตรวจเจ็ดโรค จำได้แม่นเลย เหนื่อยมาก รอคิวนาน แดดร้อนๆ หน้าโรงพยาบาล นี่แหละชีวิต
- โรคเรื้อน นี่ตรวจง่ายสุด หมอแค่ดูผิว
- วัณโรค นี่เขาทดสอบด้วยการเอ็กซ์เรย์ปอด แล้วก็ตรวจเสมหะ จำได้ว่าเสมหะที่เอาไปตรวจ มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้
- โรคติดยาเสพติด เขาตรวจปัสสาวะ รู้สึกอึดอัด นั่งรอผลตรวจอยู่นาน
- โรคพิษสุราเรื้อรัง นี่ก็ตรวจเลือด ไม่รู้ตรวจอะไรบ้าง
- โรคเท้าช้าง หมอดูขา ถามประวัติการป่วย
- ซิฟิลิส ตรวจเลือด เหมือนกับโรคอื่นๆ นี่แหละ แต่เขาบอกว่ามันสำคัญ
- อีกโรคหนึ่งจำไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าตรวจเลือดหมดเลย
ค่าใช้จ่ายก็เยอะอยู่ หลายพันบาท แต่จำตัวเลขไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่จำได้คือความเหนื่อย ความร้อน และความกังวล ระหว่างรอผลตรวจ เพราะไม่อยากให้มีอะไรผิดปกติ จะได้ทำงานได้ตามแผน หมดไปทั้งวัน กลับบ้านแทบหมดแรง
เสร็จแล้ว ได้ใบรับรองมา โล่งใจไปที แต่ก็ต้องรีบไปยื่นขอ work permit ต่ออีก เหนื่อยจริงๆ งานนี้
ฉันจะเข้าแคนาดาได้อย่างไร
เข้าแคนาดา? ง่ายนิดเดียว แค่มี eTA
- เอกสารพร้อม พาสปอร์ต อะไรที่มันจำเป็นน่ะ
- กรอกแบบฟอร์ม เว็บไซต์หาเอาเอง ขี้เกียจพิมพ์
- จ่ายตังค์ 7 CAD ไม่งั้นก็อดเข้า
- เช็คอีเมล ได้ใบอนุญาตแล้วก็ไป จบ
ปี 2023 อัตราแลกเปลี่ยนอาจเปลี่ยน เช็คเอาเอง กูไม่ใช่ธนาคาร
ปล. เคยไปแคนาดา หนาวสัส แต่ก็สวยดี แค่ไม่ชอบหิมะตกใส่หน้า โคตรรำคาญ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต