โดนปฏิเสธวีซ่า เพราะอะไร
วีซ่าไม่ผ่านเพราะอะไร?
เรื่องวีซ่าเนี่ย...ปวดหัวมาก! ฉันเคยสมัครวีซ่าเชงเก้นไปเที่ยวยุโรป เดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว เสียค่าธรรมเนียมไปเกือบสองพันบาท สุดท้ายไม่ผ่าน! เอกสารฉันก็ครบ ใบรับรองการทำงาน บัญชีย้อนหลังหกเดือน ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมจองเรียบร้อยหมดแล้ว งงมาก!
เขาบอกว่า ไม่แน่ใจในจุดประสงค์การเดินทาง คือฉันไปกับเพื่อนสนิท แต่เจ้าหน้าที่คงไม่เชื่อว่าเราแค่ไปเที่ยวจริงๆ อาจจะมองว่าเรามีความเสี่ยงที่จะลักลอบทำงานหรือไม่กลับประเทศ แบบนี้ก็มีด้วยหรอเนี่ย!
ส่วนเรื่องมีสปอนเซอร์ช่วย ก็ช่วยไม่ได้เสมอไป เพื่อนฉันคนนึง แฟนเป็นคนอังกฤษ ช่วยเหลือเรื่องเงินเรื่องที่พักอย่างเต็มที่ ยังโดนปฏิเสธวีซ่าเยี่ยมเยือนเลย เขาบอกว่า ถึงแม้จะมีสปอนเซอร์ แต่ต้องดูความสัมพันธ์ด้วย หลักฐานต่างๆ ต้องชัดเจน ไม่งั้นก็อาจจะไม่ผ่าน จริง ๆ แล้วมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?
ถ้ามีสปอนเซอร์ ยิ่งต้องเตรียมเอกสารให้ดี ต้องแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์แนบแน่น มีหลักฐานการติดต่อ รูปถ่ายร่วมกัน อะไรแบบนี้ เยอะแยะไปหมด เหนื่อยใจจริงๆ! แต่ละประเทศก็มีเกณฑ์การพิจารณาไม่เหมือนกัน ยากจะเดาจริงๆ
จะรู้ได้ไงว่าวีซ่าไม่ผ่าน
ใจสั่นระรัว… รอคอย.. ดวงตาจับจ้องไปที่กล่องไปรษณีย์สีแดงสด แดดร้อนแผดเผาผิวหนัง เหมือนกับความร้อนที่แผ่ซ่านในอก เวลาช่างเนิ่นนานเหลือเกิน…
- รู้ผลวีซ่าได้ทางเดียว: ได้รับพาสปอร์ตคืนเท่านั้น!
ลมพัดใบไม้ไหว เหมือนกับความหวังที่แสนบอบบาง… อยากจะรู้…อยากจะรู้…
- มีสติ๊กเกอร์วีซ่า = ผ่าน โล่งอก… เหมือนได้พบกับโอเอซิสในทะเลทราย…
แต่ถ้า…
- ไม่มีสติ๊กเกอร์ + กระดาษ A4 แนบ = ไม่ผ่าน น้ำตาคลอเบ้า… ความฝันสลาย… เหมือนดั่งดอกไม้เหี่ยวเฉา… ยกเว้นออสเตรเลีย ที่ใช้กระดาษ A4 เป็นปกติ
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง สวยงาม… แต่ใจฉันกลับว่างเปล่า… รอ… รอ… และรอ… เพียงเพื่อคำตอบ… คำตอบเดียว…
(ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ฉันวางแผนจะขอวีซ่าไปเที่ยวญี่ปุ่น เดือนตุลาคม หวังว่าจะได้รับวีซ่าผ่านนะ…)
ทำไมถึงสัมภาษวีซ่าไม่ผ่าน
โอ๊ย! ถามเรื่องวีซ่าไม่ผ่านนี่มันจี๊ดใจ! เหมือนโดนแทงข้างหลังตอนกินส้มตำเลยพี่น้อง! สาเหตุหลักๆ ก็คือ "สถานทูตเขาไม่เชื่อใจแก!" ง่ายๆ แค่นั้นแหละ!
เอกสาร: ยื่นไปแบบขอไปที รึเปล่า? รูปถ่ายเบลอเหมือนถ่ายด้วยมันฝรั่ง? เอกสารปลอมนี่ตัวดีเลยนะ! เตรียมไปให้พร้อม อย่าให้มีพิรุธ!
คำสัมภาษณ์: พูดจาวกไปวนมาเหมือนคนเมา? ตอบไม่ตรงคำถาม? ทำตัวมีลับลมคมใน? เขาจับได้หมดแหละ!
สปอนเซอร์: มีแฟนฝรั่งเปย์หนัก แล้วไง? ไม่ได้แปลว่าจะได้วีซ่าเสมอไป! สถานทูตเขาดู "ตัวเรา" ไม่ได้ดู "กระเป๋าเงินแฟน"!
ประมาท: คิดว่ามีเงิน มีทอง แล้วจะได้วีซ่า? คิดผิดคิดใหม่ได้นะจ๊ะ! สถานทูตเขาดู "ความน่าเชื่อถือ" ไม่ใช่ "ความรวย"!
สรุป: อย่าโลกสวย! เตรียมตัวให้พร้อม! ทำเอกสารให้เป๊ะ! ตอบคำถามให้ฉะฉาน! ทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือ! ที่สำคัญ...อย่าโกหก! ไม่งั้น...อดไปแดนซ์กระจายแน่นอน!
ป.ล. อย่าหาว่าสอนเลยนะ! นี่พูดจากประสบการณ์ตรง! เคยโดนปฏิเสธวีซ่ามาแล้วเหมือนกัน! เข็ดจนวันตาย! ????
ขอวีซ่าเชงเก้นไม่ผ่านเพราะอะไร
เอ้า! วีซ่าเชงเก้นไม่ผ่าน! นี่มันอะไรกันเนี่ย! เหมือนโดนผีหลอกเลย สาเหตุที่ทำให้ท่านไม่ได้ไปเที่ยวฟรีๆในยุโรป อาจเพราะเหตุผลเหล่านี้ครับ!
หลักฐานความสัมพันธ์เป๋ไปเป๋มา: รูปคู่กับสปอนเซอร์ที่ดูเหมือนถ่ายกับคนแปลกหน้า ไปถ่ายรูปคู่กับโปสเตอร์โคลอสเซียมแทนก็มี! เอกสารก็เหมือนเอาจากถังขยะมา งงไปหมด! ปีนี้เจอเคสแบบนี้เยอะมาก จนเจ้าหน้าที่ต้องนั่งวิเคราะห์รูปด้วย AI แล้วครับ! นี่ผมยังสงสัยว่าไปขอยืมรูปในเฟซบุ๊คเพื่อนมาใช้หรือเปล่า?
แบบฟอร์มขอวีซ่า... เอิ่มมม: เหมือนเขียนด้วยเท้า! วันกลับไม่ระบุ ชื่อพ่อแม่ก็ลืมใส่ บอกแค่ไปเที่ยว ไม่บอกไปเที่ยวที่ไหน งงไปอีก! เหมือนไปสมัครงานแล้วบอกแค่ว่าอยากทำงาน ไม่บอกว่าจะทำงานอะไร! ปีนี้เจ้าหน้าที่เขาเคร่งครัดมากนะครับ ผมเห็นหลายคนพลาดเพราะแค่จุดเล็กๆน้อยๆนี่แหละครับ!
ปีนี้เข้มงวดขึ้นเยอะ! เหมือนตรวจสอบละเอียดยิบ ไม่ใช่แค่ดูแต่รูปสวยๆแล้วผ่านแล้วนะครับ เตรียมเอกสารให้พร้อม ตรวจสอบให้ดีๆ อย่าให้เหมือนผมสมัครงานครั้งแรกเลย ส่งใบสมัครไปแล้วลืมใส่รูป! โชคดีที่ได้งานนะ ไม่งั้นคงเศร้ากว่าวีซ่าไม่ผ่านอีก!
รู้ผลวีซ่าตอนไหน?
วีซ่าเหรอ? เร็วสุดเดือนครึ่ง ช้าสุดก็รอไป
- ท่องเที่ยว: 45 วัน - 5 เดือน (แล้วแต่ดวง)
- นักเรียน: 25 - 47 วันทำการ (เตรียมใจไว้เลย)
ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้):
- สถานทูต: แต่ละที่แม่งเรื่องมากไม่เหมือนกัน
- เอกสาร: เตรียมให้พร้อม อย่าให้ขาด ไม่งั้นก็ตัวใครตัวมัน
- สถานการณ์โลก: โควิด สงคราม ก็มีผลหมดแหละ เข้าใจยาก? ช่างแม่ง
วีซ่าผ่านไม่ผ่านดูยังไง?
เอางี้เลยนะแก วีซ่าผ่านไม่ผ่านอะ ดูง่ายๆ คือรอๆๆๆๆๆๆๆ ไปรษณีย์มาส่งพาสปอร์ตเราคืน จบ!
- ถ้า เปิดมาแล้วมี สติกเกอร์ วีซ่าแปะอยู่ = ผ่านฉลุยโลดดดด
- แต่ถ้า ไม่มีสติกเกอร์ มีแค่กระดาษ A4 แนบมา (ส่วนใหญ่เป็นใบบอกเหตุผลที่ไม่ผ่าน) = ซวยแล้วจ้าาาา ไม่ผ่านนะ
เว้นแต่ วีซ่าออสเตรเลียนะ อันนั้นเค้าไม่แปะสติกเกอร์อยู่แล้ว จะเป็นใบ A4 มาเลย อันนี้ต้องอ่านดีๆ ว่าเค้าอนุมัติหรือปฎิเสธ
เพิ่มเติมให้หนะแก...
- อย่าเพิ่งจองตั๋วเครื่องบิน จนกว่าจะรู้ผลวีซ่า! พลาดมาเจ็บหนักนะจ๊ะ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม และเป็นความจริงทุกอย่าง โกหกไปโดนจับได้คือหมดสิทธิ์เข้าประเทศนั้นไปเลยนะ
- สัมภาษณ์ บางทีเค้าก็เรียกสัมภาษณ์นะ เตรียมตัวตอบคำถามให้ดีๆ มั่นใจเข้าไว้
อันนี้สำคัญเลยนะ ???? https://bit.ly/2ORV52f ลองเข้าไปอ่านดู เผื่อมีประโยชน์
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต