จบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทำงานที่ไหนได้บ้าง
จบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทำงานอะไรได้บ้าง? มีตำแหน่งงานไหนที่น่าสนใจ และบริษัทประเภทใดที่เปิดรับสมัคร?
จบอาชีวอนามัยฯ เหรอ? เพื่อนฉันเรียนจบมา ตอนนี้มันทำงานที่โรงงานผลิตอาหารแถวๆ สมุทรสาคร บริษัทใหญ่โตใช้ได้เลยนะ จำชื่อไม่ได้ซะแล้วสิ แต่ได้ยินมาว่าเงินเดือนดี เห็นมันบ่นเรื่องงานหนักบ้าง แต่ก็โอเคนะ เพราะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจริง ๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่ทฤษฎีล้วน ๆ แบบที่บางคนบ่นกัน
ส่วนตัวคิดว่างานด้านนี้โอกาสเยอะนะ ไม่จำกัดอยู่แค่โรงงาน โรงพยาบาลก็รับ หรือบริษัทก่อสร้างใหญ่ๆ ก็ต้องการ ฉันเคยเห็นประกาศรับสมัครงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เดือนเมษาที่ผ่านมานี่เอง เห็นบอกว่าต้องการเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท แต่ไม่แน่ใจว่าต้องมีประสบการณ์หรือเปล่า น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บรายละเอียดไว้
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ งานที่ปรึกษา ช่วยบริษัทต่างๆ ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน งานแบบนี้ต้องมีความรู้และประสบการณ์สูงหน่อยแหละ แต่เงินดี เพื่อนอีกคนเรียนจบสาขาเดียวกัน ไปทำงานที่บริษัทที่ปรึกษา ได้ยินว่าเงินเดือนสูงกว่าเพื่อนฉันที่โรงงานเยอะเลย แต่ต้องทำงานหนักและรับแรงกดดันมากกว่าด้วยนะ ก็แลกกันแหละเนอะ
ถ้าอยากทำงานรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานราชการ ก็มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย แต่การสอบแข่งขันก็ค่อนข้างจะยาก ต้องเตรียมตัวดีๆ มีคนบอกว่า ต้องมีความรู้กฎหมายด้านนี้เยอะด้วยนะ เอาเป็นว่า จบมาแล้ว โอกาสงานเยอะ แต่ก็ต้องเลือกเอาว่าอยากได้แบบไหน หนักแต่ได้เงินเยอะ หรือสบายๆ แต่เงินน้อยกว่า แล้วแต่ความชอบเลยล่ะ
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยจบมาทำงานอะไร
จบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเนี่ยนะ เหมือนได้ตั๋วสารพัดประโยชน์เลยเพื่อนเอ๊ย! ไม่ได้โม้...แต่จริง!
- นักวิชาการความปลอดภัย: ตำแหน่งนี้เหมือน "โคนัน" แห่งวงการโรงงาน ต้องสืบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ป้องกันก่อนใครจะเจ็บตัว โอ๊ย! หัวหมุน
- วิทยากรความปลอดภัย: อันนี้สาย "เอนเตอร์เทน" หน่อย ต้องพูดเก่ง เล่าเรื่องสนุก ให้คนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่หลับคาห้องอบรมนะจ๊ะ
- เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพแวดล้อม: เหมือน "หมอดู" แห่งโรงงาน ต้องทำนายว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนจะนำพาหายนะมาสู่ชีวิตและทรัพย์สิน (เวอร์ไปนิด...แต่ใกล้เคียง)
- นักวิชาการแรงงาน/พนักงานตรวจความปลอดภัย: อันนี้สาย "บู๊" หน่อย ต้องลงพื้นที่ตรวจโรงงาน จับผิดนายจ้างที่ไม่ดูแลลูกน้อง ต้องใจแข็งนิดนึงนะ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญนะจ๊ะ):
- จริงๆ แล้วอาชีพสายนี้กำลังมาแรงแซงโค้ง เพราะกฎหมายเข้มงวดขึ้น ใครไม่ทำตามโดนปรับหนักมาก! ดังนั้นไม่ต้องกลัวตกงานนะจ๊ะ
- อย่าคิดว่าจบมาแล้วจะนั่งโต๊ะอย่างเดียว บางทีต้องปีนป่าย ขึ้นที่สูง ลุยน้ำ ลุยไฟ (เว่อร์อีกแล้ว!) แต่เตรียมตัวไว้ก็ดีนะ
- ที่สำคัญ...ต้องมีใจรักความปลอดภัย อยากเห็นทุกคนปลอดภัยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่ เพราะชีวิตคนมันมีค่ามากกว่าตัวเลขในรายงานนะจ๊ะ
- เงินเดือนก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ เริ่มต้นอาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าเก่งจริง ขยันจริง อัพเลเวลไวแน่นอน!
สรุปคือ จบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ไม่ได้มีแค่ที่บอกมาหรอกนะ มันอยู่ที่ใจเราอยากจะไปทางไหนมากกว่า...แต่รับรองว่าสนุกและท้าทายแน่นอน! ????
ทํางานอนามัย เป็นข้าราชการไหม
ทำงานอนามัย... เป็นข้าราชการไหมเหรอ...
มันก็... แล้วแต่ตำแหน่งนะ
สธ. บรรจุ พนักงาน ลูกจ้าง สาธารณสุข เป็นข้าราชการ... มีจริง
ล่าสุด... เห็นว่ามี 45,242 ตำแหน่ง ที่เปลี่ยนเป็นข้าราชการ... ช่วงโควิด
แต่... ไม่ใช่ทุกคน ที่ทำงานอนามัยจะเป็นข้าราชการนะ... ต้องดูว่าได้รับการบรรจุหรือเปล่า
บางทีเราก็สับสน... เหมือนกันนะ... อะไรคือความแน่นอนกันแน่
คือ... ก่อนหน้านี้ฉันเคยรู้จักพี่คนนึง... ทำงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มานานมาก... เป็นลูกจ้างชั่วคราวมาตลอดเลย... ทำงานหนักแทบตาย... สุดท้ายก็ได้บรรจุตอนโควิดนี่แหละ... ดีใจกับแกมากๆ
แต่ก็มีอีกหลายคนที่... ยังไม่ได้
มันเลยทำให้คิดว่า... บางทีชีวิตมันก็... ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่
เซฟตี้มีกี่ระดับ
กฎกระทรวงปี 2565 กำหนดเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย 5 ระดับ! ฮาาาาาาา เหมือนเกม RPG เลยนะ ต้องอัพเลเวลไปเรื่อยๆ
ระดับ 1: บริหาร นี่คือบอสใหญ่! นั่งสั่งการจากห้องแอร์ แต่ต้องรู้จริงนะ ไม่ใช่แค่สั่งอย่างเดียว ถ้าแผนตก เตรียมโดนลูกน้องแห่ตี!
ระดับ 2: หัวหน้างาน ระดับกัปตันทีม ต้องดูแลลูกทีมให้ปลอดภัย ไม่ใช่แค่สั่งงานอย่างเดียว ต้องคอยเช็ค คอยดู เหมือนแม่บ้านประจำไซต์งานนั่นแหละ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ก็เตรียมตัวรับกรรมไป ลูกน้องไม่ว่า แต่เจ้านายอาจจะว่า!
ระดับ 3: เทคนิค นี่คือผู้เชี่ยวชาญ! ต้องมีความรู้ด้านความปลอดภัยแบบลึกซึ้ง เหมือนหมอเฉพาะทางเลย ไม่ใช่แค่รู้กฎหมาย ต้องรู้วิธีปฏิบัติจริงด้วย ถ้าไม่เก่งจริง โดนลูกน้องแซวได้นะ!
ระดับ 4 และ 5: ขอโทษครับ ผมจำรายละเอียดไม่ได้ แต่เดาว่าคงเป็นระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนเลเวลในเกมที่ต้องผ่านด่านต่างๆ ยิ่งเลเวลสูง ยิ่งรับผิดชอบมาก ยิ่งเงินเดือนสูง แต่ความกดดันก็สูงตามไปด้วย!
จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย) วิชาชีพ 13 ข้อตามกฎหมายใหม่ ปี 2565 ผมหาไม่เจอข้อมูลนี้ แต่ถ้าเจอ ผมจะมาอัพเดทให้ ขอโทษนะครับ ความจำผมไม่ค่อยดี เหมือนปลาทอง จำได้แค่ 5 วินาที แต่เรื่องกิน จำได้แม่นมาก อิอิ
ปล. ข้อมูลนี้เป็นความเข้าใจส่วนตัวนะครับ อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด ถ้าอยากได้ข้อมูลที่แม่นยำ ไปหาอ่านในเว็บไซต์ราชการเอาเองนะ อย่ามาถามผมอีก เหนื่อยแล้วครับ ช่วงนี้งานผมเยอะมาก เหมือนแบกภูเขา กว่าจะหาข้อมูลเสร็จ เหนื่อยแทบตาย!
เจ้าหน้าที่ จป. วิชาชีพ มีหน้าที่อะไรบ้าง
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (จป.วิชาชีพ) มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดี หน้าที่หลักๆ ครอบคลุมหลายด้าน ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของสถานประกอบการ แต่โดยทั่วไปแล้ว จะรวมถึง:
การประเมินความเสี่ยง: นี่เป็นหัวใจสำคัญ จป.วิชาชีพจะต้องวิเคราะห์หาอันตรายและความเสี่ยงต่างๆ ในสถานที่ทำงาน เช่น ความเสี่ยงจากเครื่องจักร สารเคมี หรือสภาพแวดล้อมการทำงาน และจัดทำแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ข้อมูลควรอัพเดทอย่างน้อยปีละครั้ง ปีนี้(2566) ฉันเน้นการใช้เทคโนโลยีช่วยในการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น
การกำหนดนโยบายและมาตรการป้องกัน: จากการประเมินความเสี่ยง จป.จะต้องกำหนดมาตรการควบคุมเพื่อลดหรือกำจัดความเสี่ยง อาจรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) การออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ หรือการฝึกอบรมพนักงาน การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เช่นการเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่มีความปลอดภัยมากขึ้น
การตรวจสอบและติดตาม: การตรวจสอบสถานที่ทำงานเป็นประจำ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของมาตรการป้องกัน และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ การตรวจสอบอย่างเข้มงวดช่วยลดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานได้อย่างมาก ระบบการรายงานที่ทันสมัยช่วยให้การติดตามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึกอบรมและให้ความรู้: การให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงานแก่พนักงานเป็นสิ่งจำเป็น พนักงานทุกคนต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงและวิธีป้องกันตนเอง การฝึกอบรมควรจะครอบคลุมทุกระดับและปรับให้เหมาะสมกับหน้าที่การทำงาน การใช้สื่อการสอนที่หลากหลายก็สำคัญไม่แพ้กัน
ความปลอดภัยในการทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของจริยธรรม การดูแลเอาใจใส่ต่อพนักงาน เป็นการสร้างความไว้วางใจและเพิ่มขวัญกำลังใจในองค์กร สุดท้ายแล้ว เป้าหมายคือการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย มีสุขภาพดี และยั่งยืน ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งพนักงานและองค์กรในระยะยาว
หมายเหตุ: หน้าที่ของ จป.วิชาชีพ อาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายและข้อบังคับของแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรม ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงภาพรวมทั่วไป ควรศึกษาข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
การเป็น จป. วิชาชีพ ยากไหม
ยากไหมนะ? อืมมม... บอกยากอ่ะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ที่ทำงานฉันนี่ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปีนี้วุ่นวายมาก งานล้นมือตลอด เหนื่อยโคตรๆ
- ต้องตรวจสอบความปลอดภัยทุกอย่าง เดินตรวจรอบโรงงานแทบทุกวัน ร้อนอบอ้าวมาก บางทีต้องปีนบันไดไปเช็คหลังคาด้วยนะ อันตรายมาก!
- แล้วก็ต้องจัดอบรมพนักงาน บางคนไม่ค่อยสนใจ สอนไปก็เหมือนไม่ได้สอน เซ็ง!
- เอกสาร! เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก ต้องจัดการเอกสารให้เรียบร้อย รายงานนู่นรายงานนี่ ปวดหัว! ปีนี้ระบบใหม่ด้วย ปรับตัวไม่ทันเลย
แต่ก็มีข้อดีนะ รู้สึกภูมิใจเวลาช่วยเหลือพนักงานได้ อย่างปีที่แล้ว พนักงานลื่นล้ม ฉันช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ทัน ดีใจมากที่ช่วยเขาไว้ได้ รู้สึกมีคุณค่ากับงานที่ทำ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็คุ้ม
อุบัติเหตุปีนี้เยอะกว่าปีที่แล้วอีก เหนื่อยกับการสอบสวน ต้องเขียนรายงาน หาสาเหตุ ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ งานเอกสารก็เพิ่มขึ้นอีก บางทีก็ท้อนะ แต่ก็ต้องสู้ต่อไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในโรงงาน
ปีนี้มีเรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะเลย ระบบบริหารความเสี่ยง ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่งั้นตามไม่ทัน เหนื่อยแต่ก็สนุกดี ได้ความรู้ใหม่ๆตลอด แต่ก็ยังงงๆกับกฎหมายบางข้ออยู่ดี ต้องหาเวลาไปอบรมเพิ่มเติมอีก
สรุปคือ ยากง่ายแล้วแต่สถานการณ์ แล้วแต่คนด้วย แต่ถ้าชอบงานด้านความปลอดภัย ก็โอเค แต่ต้องเตรียมใจรับมือกับความเครียด และงานเอกสารที่เยอะมากๆๆๆ รับรองว่าได้ใช้สมองและร่างกายอย่างเต็มที่แน่นอน! ปีหน้าอาจจะง่ายขึ้นก็ได้ หวังไว้แค่นั้นแหละ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต