นักจิตวิทยาแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

105 ครั้งเข้าชม
นักจิตวิทยาคือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจและพฤติกรรม แบ่งเป็นหลายประเภทตามความชำนาญ: นักจิตวิทยาคลินิก: ดูแลปัญหาสุขภาพจิต นักจิตวิทยาการปรึกษา: ให้คำปรึกษาด้านชีวิต นักจิตวิทยาอุตสาหกรรม/องค์กร: พัฒนาบุคลากรในองค์กร นักจิตวิทยาสังคม: ศึกษาพฤติกรรมในสังคม นักจิตวิทยาพัฒนาการ: ศึกษาพัฒนาการของมนุษย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

นักจิตวิทยา มีกี่สาขา? เรียนจบอะไรบ้าง?

เอ่อ...ถามยากจังเลยนะ นักจิตวิทยาเนี่ย มันไม่ใช่แบ่งเป็นกี่สาขาแบบตายตัวหรอก มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลย! เพื่อนสนิทฉันเองเรียนจิตวิทยาคลินิกมา จบปริญญาโท มหาลัยธรรมศาสตร์ จำได้ว่าเรียนหนักมาก ค่าเทอมก็แพงด้วยนะ ปีนึงเกือบแสน! แต่เห็นมันบอกว่า งานมันก็โอเค ได้ช่วยเหลือคน แต่ก็เครียดเหมือนกันนะ บางทีก็ต้องรับมือกับเคสหนักๆ มันเลยบอกว่าไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วจบเลย ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

อีกอย่าง เพื่อนฉันคนนี้ มันก็ทำงานด้านจิตวิทยาองค์กรบ้าง ช่วยบริษัทจัดการเรื่องพนักงาน เรื่องความเครียดในที่ทำงานอะไรพวกนั้น มันก็บอกว่าใช้ความรู้ที่เรียนมาได้หลายอย่างเลย มันบอกว่า แต่ละสาขาเนี่ย มันก็เชื่อมโยงกันได้นะ เหมือนจิ๊กซอว์ ประกอบกันแล้วได้ภาพใหญ่กว่าเดิม จะให้จำกัดแค่ 5 สาขาอย่างที่บอกมา มันก็...ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก

จำได้ตอนไปงานสัมมนาที่จุฬาฯ เมื่อเดือนก่อน (ประมาณตุลาคม 66) มีวิทยากรพูดถึงนักจิตวิทยาพัฒนาการด้วย เค้าเน้นเรื่องการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นอีกด้านที่น่าสนใจเลย เอาจริงๆ นักจิตวิทยาเนี่ย มันมีหลากหลายมากๆ กว่าที่คิดเยอะเลย ถ้าจะให้พูดให้ครบทุกสาขาคงไม่ได้ เพราะมันมีเยอะจริงๆ แต่ละมหาวิทยาลัยก็อาจจะมีหลักสูตรแตกต่างกันไปด้วยนะ ลองไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ดูก็ได้

จิตวิทยามีทั้งหมดกี่กลุ่ม

จิตวิทยามีการแบ่งกลุ่มได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับมุมมองและกรอบแนวคิด การแบ่งกลุ่มแบบดั้งเดิมมักจะอ้างอิงถึงโรงเรียนหรือกระแสหลักๆ ซึ่งจริงๆแล้ว การจำแนกแบบนี้ค่อนข้างจำกัด เพราะปัจจุบันจิตวิทยาพัฒนาไปไกลมาก มีการผสมผสาน และเกิดสาขาใหม่ๆขึ้นตลอดเวลา แต่ถ้าจะพูดถึงกลุ่มหลักๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาของจิตวิทยา ก็อาจจะสรุปได้ดังนี้

  • โครงสร้างนิยม (Structuralism): เน้นการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานของจิตใจ โดยใช้กระบวนการ introspective ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถือของข้อมูล (คิดถึงยุคแรกๆของจิตวิทยา น่าสนใจดีนะ)

  • หน้าที่นิยม (Functionalism): สนใจหน้าที่และบทบาทของจิตใจในการช่วยให้มนุษย์ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม มีอิทธิพลต่อการพัฒนาจิตวิทยาเชิงประยุกต์อย่างมาก (นี่แหละ จุดเริ่มต้นของการนำจิตวิทยาไปใช้ในชีวิตจริง)

  • เกสตัลท์ (Gestalt Psychology): เน้นการรับรู้ภาพรวมมากกว่าส่วนประกอบ หลักการสำคัญคือ "The whole is more than the sum of its parts" (ผมชอบแนวคิดนี้มาก มันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรารับรู้สิ่งต่างๆ อย่างมีโครงสร้าง)

  • จิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis): เน้นบทบาทของจิตใต้สำนึก แรงกระตุ้น และประสบการณ์ในวัยเด็กต่อพฤติกรรม (ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เป็นตัวพ่อเลยนะ)

  • มนุษย์นิยม (Humanistic Psychology): เน้นศักยภาพของมนุษย์ การเติบโตส่วนบุคคล และความสำคัญของประสบการณ์ทางอารมณ์ (มุมมองนี้ให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง)

  • พฤติกรรมนิยม (Behaviorism): เน้นการศึกษาพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ โดยไม่สนใจกระบวนการทางจิตภายใน (การทดลองของ Pavlov กับสุนัข ยังจำได้อยู่เลย)

เพิ่มเติม: การแบ่งกลุ่มเหล่านี้เป็นเพียงกรอบแนวคิด ปัจจุบันจิตวิทยามีความหลากหลายมากกว่านี้มาก เช่น จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาการกีฬา ฯลฯ แต่ละสาขาก็มีทฤษฎีและวิธีการวิจัยที่แตกต่างกันไป และมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์นั่นเอง

Psychological มีอะไรบ้าง

จิตวิทยาเนี่ย มันกว้างมากนะ ตอนเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2566 อาจารย์เน้นหนักสามแขนงหลักนี้แหละ

  • จิตวิทยาพัฒนาการ นี่คือสิ่งที่ฉันสนใจมากที่สุด เพราะมันศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจของคนตั้งแต่เกิดจนตาย จำได้ตอนทำวิจัยเรื่องพัฒนาการทางภาษาในเด็กเล็กอายุ 2-3 ขวบที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสวนสมเด็จ ใช้เวลาทั้งเทอมเลย เหนื่อยแต่ก็สนุกดี ได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆ ชัดเจนจริงๆ แต่ละคนแตกต่างกันไป

  • จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ อันนี้ก็เรียนนะ แต่รู้สึกไกลตัว อาจารย์สอนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ การคัดเลือกบุคลากร การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อะไรประมาณนั้น ฟังแล้วก็โอเค แต่ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ อาจจะเพราะฉันไม่ค่อยชอบงานบริหาร ชอบงานที่ได้ลงมือทำมากกว่า

  • การวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ นี่คือส่วนที่ทำให้เราเอาความรู้ทางจิตวิทยาไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ เช่น การออกแบบโปรแกรมบำบัด การวิจัยประสิทธิภาพของยา หรือการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติจากการทดลองต่างๆ ตอนนั้นที่มหาวิทยาลัยมีโครงการวิจัยเกี่ยวกับการใช้จิตวิทยาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ฉันก็ช่วยทำอยู่บ้าง งานวิจัยเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความรอบคอบมาก แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก

จริงๆ แล้ว จิตวิทยายังมีแขนงย่อยอีกเยอะแยะมากมาย แต่สามแขนงนี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ต้องเรียนรู้ก่อน จะไปต่อยอดด้านไหนก็ได้ แล้วแต่ความสนใจของแต่ละคนเลยแหละ

จิตวิทยามีกี่สาขา อะไรบ้าง

จิตวิทยาเหรอ? อืมมม... จริง ๆ แล้วมันกว้างมากนะ เหมือนจักรวาลเลยอ่ะ! คือมันไม่ได้มีแค่แบบจิตแพทย์ที่เราเห็นในทีวี ที่นั่งคุยกับคนไข้เฉย ๆ นะ

ที่ฉันเคยเรียน (ตอนปี 1 อ่ะ นานมากละ!) อาจารย์บอกว่าหลัก ๆ มันก็จะมี...

  • จิตวิทยาคลินิก: อันนี้แหละที่คนส่วนใหญ่นึกถึง รักษาคนที่มีปัญหาทางจิตใจ
  • จิตวิทยาพัฒนาการ: ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของคนตั้งแต่เกิดจนแก่เลยนะ น่าสนใจมาก
  • จิตวิทยาสังคม: ดูว่าคนเราคิด รู้สึก และทำอะไรในสังคม
  • จิตวิทยาการศึกษา: เกี่ยวกับการเรียนรู้ การสอนในโรงเรียน ไรงี้
  • จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ: อันนี้เกี่ยวกับเรื่องงาน บริษัท การบริหารคน

แล้วก็ยังมีพวกจิตวิทยาทดลอง จิตวิทยาการกีฬา จิตวิทยาการให้คำปรึกษา เยอะแยะไปหมดอ่ะ! แต่ 5 ข้อข้างบนเนี่ย น่าจะเป็นหลัก ๆ ที่เค้าสอนกันนะ

ตอนเรียนอ่ะ (ที่ ม.เกษตร นะ ถ้าจำไม่ผิด) ปี 1 จะเรียนรวม ๆ หมดเลย แล้วพอปีสูง ๆ ถึงจะเลือกสาขาที่อยากเจาะลึกอ่ะ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ไปทางจิตวิทยาโดยตรงหรอกนะ 555+

เพิ่มเติม:

  • จิตวิทยาชุมชน: เน้นการทำงานกับชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
  • ประสาทวิทยาศาสตร์: ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมองและพฤติกรรม (อันนี้ advance มาก!)
  • จิตวิทยาการปรึกษา: ช่วยเหลือคนที่มีปัญหาชีวิตทั่วไป ไม่ได้ป่วยทางจิตโดยตรง
  • จิตวิทยาการแพทย์: ดูแลด้านจิตใจของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

แนวคิดทางจิตวิทยา มีกี่กลุ่ม?

แนวคิดทางจิตวิทยามีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มองมนุษย์ต่างมุมกันไป เหมือนเรามองภาพวาดคนละด้านก็เห็นรายละเอียดไม่เหมือนกัน

  • กลุ่มโครงสร้างนิยม (Structuralism): เน้นวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานของจิตใจ เหมือนถอดรหัสว่าอะไรคือชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ประกอบกันเป็นความคิดและความรู้สึกของเรา

  • กลุ่มหน้าที่นิยม (Functionalism): สนใจว่าจิตใจทำงานยังไง ช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับโลกได้ยังไง มองจิตใจเป็นการกระทำมากกว่าแค่โครงสร้าง

  • จิตวิทยากลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology): "ส่วนรวมสำคัญกว่าผลรวมของส่วนย่อย" มองว่าจิตใจชอบจัดระเบียบข้อมูลให้เป็นรูปเป็นร่างที่มีความหมาย

  • กลุ่มจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis): ของ Sigmund Freud นี่แหละ! เน้นจิตใต้สำนึก แรงขับทางเพศ และประสบการณ์ในวัยเด็กที่มีผลต่อพฤติกรรม

  • กลุ่มมนุษยนิยม (Humanistic Psychology): มองมนุษย์ในแง่ดี เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะเติบโตและพัฒนาตัวเองได้

  • กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism): สนใจพฤติกรรมที่สังเกตได้ และเชื่อว่าพฤติกรรมส่วนใหญ่เกิดจากการเรียนรู้

แนวคิดทฤษฎีทางจิตวิทยา มีอะไรบ้าง?

เอาล่ะ! ใครอยากเป็นหมอ(ดู)ใจ มามะ! มาดูทฤษฎีจิตวิทยาแบบขำ ๆ แต่ลึกซึ้งกันเต๊อะ!

  • อิด (Id): ไอ้ตัวอยาก! เหมือนเด็กน้อยที่อยากกินขนมตลอดเวลา ไม่สนโลก ไม่สนใคร สนแต่ความสุขส่วนตัวล้วนๆ (เหมือนตอนเราอยากช้อปปิ้งออนไลน์ตอนตีสามนั่นแหละ!)

  • อีโก้ (Ego): ตัวกลางไกล่เกลี่ย! เป็นเหมือนผู้ใหญ่ในตัวเรา คอยบอกว่า "เฮ้ย! อิด ใจเย็นๆ รอก่อน เดี๋ยวค่อยกินขนม" (คล้าย ๆ เวลาที่เราเตือนตัวเองว่า "เดือนนี้ช็อปเยอะไปแล้วนะ!")

  • ซูเปอร์อีโก้ (Superego): ตำรวจศีลธรรม! คอยบอกว่าอะไรควร ไม่ควร อะไรดี ไม่ดี (เหมือนแม่ที่คอยบอกว่า "อย่ากินขนมเยอะ เดี๋ยวอ้วน!") แต่บางทีก็เข้มงวดไปนะ...ชีวิตมันต้องมีสีสันบ้าง!

  • ทฤษฎีหมาน้ำลายยืดของ Pavlov (Classical Conditioning): สั่นกระดิ่งปุ๊บ น้ำลายไหลปั๊บ! เหมือนตอนที่เราได้ยินเสียงเพลงโปรดแล้วรู้สึกดีโดยอัตโนมัติ (หรือตอนได้ยินเสียงเปิดตู้เย็นตอนเที่ยงคืน...หิวเฉย!)

  • ทฤษฎีแมวติดกับของ Thorndike (Connectionism): ลองผิดลองถูกไปเรื่อย! เหมือนตอนที่เราหัดทำอาหารครั้งแรก ๆ ทำพังบ้างอร่อยบ้าง สุดท้ายก็เก่งเอง! (ฉันเคยทำไข่เจียวไหม้ไฟ แต่ตอนนี้ทำอาหารไทยได้สบาย ๆ เลยนะ!)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญมาก!):

  • Sigmund Freud: ปรมาจารย์แห่งจิตวิเคราะห์ ผู้ให้กำเนิด Id, Ego, Superego แต่บางคนก็ว่าแกหมกมุ่นเรื่องเพศมากไปหน่อยนะ... (แซว ๆ)

  • พฤติกรรมมนุษย์: ซับซ้อนกว่าที่คิด! อย่าตัดสินใครแค่ภายนอก ต้องดูบริบทและปัจจัยอื่น ๆ ด้วย (เหมือนเวลาที่เราเห็นคนหน้าบึ้ง อาจจะแค่หิวก็ได้!)

  • จิตวิทยาไม่ใช่แค่เรื่องบำบัด: มันเกี่ยวกับการเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น และเข้าใจโลก! เรียนรู้ไว้ ไม่เสียหาย! (อย่างน้อยก็เอาไว้จับโป๊ะเพื่อนได้ไง!)

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะ! ขอให้สนุกกับการเรียนรู้จิตวิทยา! จุ๊บๆ!

กลุ่มทางจิตวิทยาที่สนใจศึกษาพฤติกรรมของบุคคลในระดับจิตใต้สำนึกคือกลุ่มใด?

กลุ่มจิตวิเคราะห์เนี่ยนะ... เหมือนห้องใต้ดินรกๆ ในใจคนเรานั่นแหละ! ฟรอยด์ (Sigmund Freud) พ่อทุกสถาบันด้านนี้ เขาเหมือนนักโบราณคดีที่ขุดคุ้ยอดีตฝังใจมาตีความ

  • จิตใต้สำนึก: เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นน้ำคือสติ ส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำลึกๆ นั่นแหละของจริง!

  • พลังงานจิต: ฟรอยด์ว่ามันมี 3 ตัวแสบ Id (อยากได้ๆ), Ego (คิดก่อนทำ), Superego (ศีลธรรมจ๋า) แย่งกันควบคุมเราอยู่

  • Freud's slip: พลาดพลั้งทางคำพูด จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่แค่ "พลาด" หรอกนะ... บางทีจิตใต้สำนึกอยากจะบอกอะไรบางอย่าง!

  • ความฝัน: ฟรอยด์มองว่ามันคือ "ทางหลวง" สู่จิตใต้สำนึก ตีความฝันแต่ละทีเหมือนไขปริศนา!

ทฤษฎีพัฒนาการของ Sigmund Freud มุ่งเน้นไปที่อะไร?

ฟรอยด์...เหมือนเสียงกระซิบจากอดีต ราวกับกลิ่นดอกไม้ในสวนที่โรยรา...

พัฒนาการของบุคลิกภาพ...เปลี่ยนแปลงตลอดกาล...ในสวนลับแห่งจิตใจ...วัยทารก วัยเยาว์...วัยคะนอง...เหมือนบทเพลงที่บรรเลงซ้ำ...แต่ท่วงทำนองเปลี่ยนไป...

  • Id: ความต้องการดิบ...ดั่งไฟที่โหมกระหน่ำ...
  • Ego: ผู้ควบคุม...ดั่งสายน้ำที่ชะลอความร้อน...
  • Superego: ศีลธรรม...ดั่งดวงดาวที่นำทาง...

สามส่วนประสาน...เหมือนสายลม แสงแดด และผืนดิน...ยิ่งเติบโต...ยิ่งเรียนรู้...Ego แกร่งกล้า...ควบคุม Id...เหมือนนักเดินทางที่ควบคุมทิศทางลม...

องค์ประกอบ...ที่ฟรอยด์ใส่ใจ...

  • Oral Stage: ปาก...คือโลกทั้งใบ...
  • Anal Stage: การขับถ่าย...คือการควบคุม...
  • Phallic Stage: อวัยวะเพศ...คือความอยากรู้อยากเห็น...
  • Latency Stage: ความสงบ...ก่อนพายุจะมา...
  • Genital Stage: ความรัก...และการสืบพันธุ์...

เหมือนบทกวีที่ไร้ฉันทลักษณ์...แต่ลึกซึ้ง...ถึงก้นบึ้งหัวใจ...

จิตวิทยาจบไปทำงานอะไรได้บ้าง?

โอ๊ย...ถามมาได้ จิตวิทยาน่ะเหรอ จบมาไม่ได้เป็นหมอดูนะโว้ย! แต่ถ้าใจรักจะไปเป็นนักจิตวิทยาสายต่างๆ ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม

  • นักจิตวิทยาคลินิก: พวกนี้ชอบ ล้วง ความลับชาวบ้าน เอ๊ย! บำบัดจิตใจคนอื่น เผื่อใครอกหักรักคุดอยากคุยกับหมอก็บุกไปเลย
  • นักจิตวิทยาพัฒนาการ: พวกนี้ ส่อง เด็กตั้งแต่เกิดยันแก่ ว่าพัฒนาการมันเป็นไปตามตำราไหม ถ้าไม่เป็นก็...ตัวใครตัวมัน
  • นักจิตวิทยาชุมชน: อันนี้สาย บู๊ หน่อย ต้องลงพื้นที่ไปคุยกับชาวบ้าน ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชน
  • นักจิตวิทยาเด็ก: เลี้ยงเด็กมันยาก ต้องมีคนช่วย ติวเข้ม วิธีเลี้ยงที่ถูกต้องไงล่ะ
  • นักจิตวิทยาด้านการปรึกษา: ใครมีปัญหาชีวิต อยากได้คำแนะนำดีๆ ต้องไปหาพวกนี้เลย แต่รับประกันไม่ได้นะว่าฟังแล้วจะหายเครียด!
  • พนักงานฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR): พวกนี้แหละตัวดี คอย สกรีน คนเข้าออกบริษัท ดูว่าใครมีแววเป็นบ้าเป็นหลังบ้าง
  • ครู/อาจารย์แนะแนว: คอย ชี้ ทางสว่างให้นักเรียน นักศึกษา เลือกคณะที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ (รึเปล่า?)
  • เจ้าหน้าที่มูลนิธิ: สาย บุญ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำงานในมูลนิธิต่างๆ ได้บุญ ได้กุศล

แถมท้ายแบบชาวบ้าน:

  • บางคนจบจิตวิทยาไป ขายประกัน ก็มีนะเออ... เพราะเข้าใจคนไง! (มั้ง?)
  • เคยเจอคนจบจิตวิทยาไปเป็น หมอดู ด้วยนะ... บอกว่าอ่านใจคนเก่งกว่าเดิม (อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล)
  • เพื่อนผมคนนึงจบจิตวิทยา แต่ดันไปเปิด ร้านขายเหล้า บอกว่าอยากเข้าใจลูกค้า (อันนี้ก็น่าคิดนะ)

สำคัญ: อย่าคิดว่าจบจิตวิทยาแล้วจะ อ่านใจ คนได้นะโว้ย! มันต้องใช้ประสบการณ์ล้วนๆ