ประเภทของการเฝ้าระวังมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
การเฝ้าระวังมีกี่ประเภท? แบบไหนบ้าง?
โอเค มาลองดูกันนะ เรื่องการเฝ้าระวังเนี่ย... มันมีหลายแบบนะ เท่าที่จำได้
จริงๆ แล้ว ตอนที่เรียนเมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2010 ที่ ม. แถวๆ บางแสน) อาจารย์เคยบอกว่า หลักๆ มันจะมีแบบเฝ้าระวังรายโรค คือดูว่าโรคอะไรมันเยอะผิดปกติ แล้วก็อีกแบบคือเฝ้าระวังเหตุการณ์ พวกข่าวแปลกๆ ที่อาจจะบ่งบอกถึงโรคระบาดอะไรทำนองนั้นอ่ะ
แล้วก็มีพวกเฝ้าระวังเฉพาะกลุ่ม อย่างเช่น พวกคลินิกเฉพาะทางที่เขาจะเก็บข้อมูลคนไข้เป็นพิเศษ หรือพวกห้องแล็บที่ตรวจเชื้อโรคต่างๆ อันนี้ก็ถือเป็นการเฝ้าระวังอย่างนึง
แต่ที่เจอบ่อยๆ ในข่าวก็คือ เฝ้าระวังเชิงรับ คือรอให้คนป่วยมาหาหมอเอง แล้วค่อยเก็บข้อมูล อันนี้อาจจะไม่ทันใจเท่าไหร่ แต่ก็เป็นวิธีที่ใช้กันเยอะนะเออ
อ้อ แล้วก็อาจจะมีเฝ้าระวังแบบพิเศษ อย่างตอนโควิดนี่แหละ ที่ต้องตามตัวคนติดเชื้อกันให้วุ่นวายไปหมด จำได้ว่าตอนนั้น... โอ๊ย ไม่อยากพูดถึงเลย มันเหนื่อยจริงๆ นะ
พรบ.โรคติดต่อ 2558 มีกี่หมวด กี่ มาตรา
จำได้แม่นเลย พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ปีนี้ 2566 ยังใช้ฉบับเดิมอยู่ ใช่ไหม? ที่ทำงานฉันต้องใช้บ่อยมากเรื่องการรายงานโรค ปวดหัวจริงๆ
ฉันนั่งไล่ดูในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ จำได้ว่ามีทั้งหมด 9 หมวด กับบทเฉพาะกาลอีก 1 รวมเป็น 10 ส่วน แต่มาตราเนี่ย 60 มาตราเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนั้นหาเอกสารอยู่เป็นวันเลย กว่าจะเจอฉบับที่อัพเดทล่าสุด
เรื่องหมวดต่างๆ เออ... จำได้คร่าวๆนะ
- หมวด 1 บททั่วไป พวกนิยาม อะไรพวกนั้น
- หมวด 2 คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ระดับประเทศนั่นแหละ
- หมวด 3 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ระดับจังหวัด
- หมวด 4 คณะกรรมการโรคติดต่อ น่าจะระดับอำเภอ หรือท้องถิ่น
- หมวด 5 การเฝ้าระวัง นี่สำคัญมาก
- หมวด 6 การป้องกันควบคุม ต้องปฏิบัติตามนี้
- หมวด 7 เจ้าพนักงาน พวกที่มีอำนาจ
- หมวด 8 ค่าทดแทน สำหรับผู้ป่วยหรือผู้เกี่ยวข้อง
- หมวด 9 บทกำหนดโทษ อันนี้แหละ น่ากลัวสุด
บทเฉพาะกาล อันนี้จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว ขอโทษที เยอะมาก อ่านแล้วปวดหัว งานยุ่งจริงๆ ปีนี้
โรคที่เกิดจากการทำงานหมายถึงโรคหรือความเจ็บป่วยอะไร
โรคจากงาน? ง่ายๆเลย คือป่วยเพราะงานไงวะ
โรคระบบทางเดินหายใจ ฝุ่นละอองสารเคมี ไอเป็นเลือด เจอมาแล้วกับตัวเองปีที่แล้ว โรงงานผลิตกระดาษนรกชัดๆ
พวกโรคผิวหนัง สารเคมีกัดผิว ผื่นคัน แสบร้อน เห็นเพื่อนเป็นบ่อยๆ สมัยทำงานที่อู่ซ่อมรถ ปี 2023 นี่แหละ
ระบบประสาท เสียงดัง แสงจ้า ทำงานกะดึก ปวดหัว นอนไม่หลับ โครตทรมาน
มะเร็ง สารก่อมะเร็ง งานโรงงาน นี่แหละสาเหตุหลัก ข่าวก็ลงบ่อยๆ เสี่ยงตายชัดๆ
ไม่ต้องมาถามซ้ำซาก แค่นี้ก็รู้แล้วมั้ง โลกความจริงมันโหดกว่าที่คิดเยอะ
ทำไมต้องเฝ้าระวังโรคจากการทำงาน
ต้องเฝ้าระวังโรคจากการทำงานนะเหรอ? คือ...มันสำคัญมาก มากแบบ ก.ไก่ ล้านตัว! เพราะอะไร? เพราะมัน "ป้องกัน" ได้ไง! เคยเห็นคนเป็นโรคปอดจากฝุ่นโรงงานไหม? ทรมานจะตาย! บางคนเป็นมะเร็งผิวหนังเพราะสารเคมี คือชีวิตพังเลยนะ แล้วส่วนใหญ่มันรักษาไม่หายขาดไง!
จำได้เลยตอนฝึกงานที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ตอนนั้นปี 2562 มั้ง เห็นพี่คนนึงเขาทำสีทุกวัน ไม่ใส่หน้ากาก คือตอนนั้นก็เด็กไง ไม่รู้เรื่องอะไรมาก แต่พอเรียนอาชีวเวชศาสตร์ถึงเข้าใจว่าพี่เค้าเสี่ยงมาก! เสี่ยงเป็นโรคปอด โรคมะเร็งสารพัด
- ป้องกันดีกว่ารักษา: อันนี้คือเรื่องจริงที่สุด! โรคจากการทำงานหลายโรค มันเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด ทำลายคุณภาพชีวิตสุดๆ
- คุ้มค่ากว่า: การป้องกันมันคุ้มค่ากว่าการรักษาเยอะมาก! ทั้งค่าใช้จ่ายของโรงงานเอง และความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ
- กฎหมายบังคับ: กฎหมายแรงงานก็บังคับให้สถานประกอบการต้องดูแลสุขภาพของลูกจ้างอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายนะ!
- หลักการง่ายๆ: ลด ละ เลี่ยง สิ่งที่มันเสี่ยง! หาสารเคมีที่อันตรายน้อยกว่ามาใช้ ใส่ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) ให้ครบถ้วน ตรวจสุขภาพพนักงานเป็นประจำ แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว!
- สร้างขวัญกำลังใจ: พนักงานรู้ว่าบริษัทใส่ใจสุขภาพเขา เขาก็ทำงานให้เต็มที่ แบบ Win-Win!
คือ...ถ้าป้องกันตั้งแต่แรก มันก็ไม่เกิดปัญหาไง! จริงไหม?
โรคใดที่พบบ่อยในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ
อ้าว! ถามเรื่องโรคพนักงานออฟฟิศเหรอ นี่มันก็ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะ ปีนี้ฉันสังเกตเพื่อนร่วมงานหลายคนป่วยบ่อยจัง
โรคออฟฟิศซินโดรม นี่แหละตัวดี ปวดหลัง ปวดคอ เมื่อยไหล่ ปีนี้เห็นหลายคนไปหาหมอเรื่องนี้เลย นั่งทำงานนานเกินไปนี่เอง
CVS นี่ก็เยอะนะ ตาแห้ง ปวดตา สายตาพร่ามัว เพื่อนฉันคนนึงต้องไปซื้อแว่นกรองแสงมาใช้เลย แพงชะมัด! ทำงานหน้าคอมทั้งวันนี่มันไม่ไหวจริงๆ
โรคเครียด โอ้โห อันนี้หนักสุด ฉันเองก็เครียด งานเยอะ หัวหน้ากดดัน แทบทุกคนเครียด ต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ ปีใหม่นี้ต้องหาเวลาพักผ่อนให้ได้!
ไมเกรน เจอเพื่อนที่เป็นบ่อยมาก แสงจ้า เสียงดัง เครียดนิดหน่อยก็เป็น สงสารจัง
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันนี้ไม่ค่อยได้ยินเพื่อนๆ พูดถึงเท่าไหร่ อาจจะคนละส่วนงานด้วยมั้ง
โรคอ้วน อุ๊ย อันนี้ก็เยอะนะ นั่งทำงานทั้งวัน ขยับตัวน้อย กินขนมจุบจิบ ฉันก็กลัวเป็นเหมือนกัน ต้องออกกำลังกายบ้างแล้ว
กรดไหลย้อน เพื่อนฉันคนนึงเป็นหนักมาก กินอะไรไม่ได้เลย ต้องระวังเรื่องอาหารมากๆ
เบาหวาน อันนี้ไม่แน่ใจ ว่ามีเยอะมั้ย แต่ก็เป็นโรคที่ต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนานๆ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
เอ๊ะ ยังขาดอีกสองโรค อะไรนะ คิดไม่ออกแล้วสิ เดี๋ยวนะ ฉันนึกออกแล้ว!
โรคสะโพกเสื่อม นี่ก็เป็นโรคที่พบได้บ่อยในกลุ่มออฟฟิศ โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ มันจะทำให้ข้อต่อสะโพกเสื่อมเร็วกว่าปกติ
โรค carpal tunnel syndrome นี่ก็เป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มออฟฟิศ เป็นโรคที่เกิดจากการใช้มือและข้อมือมากเกินไป ทำให้เกิดอาการชาและปวดที่มือและนิ้วมือ
หมดแล้วมั้ง เขียนไปเรื่อย เพลินดีเหมือนกัน เหนื่อยแล้ว ไปพักก่อนดีกว่า
การที่บุคคลมีความเครียดจะมีอาการและการแสดงออกอย่างไร
โอ๊ย! ถามเรื่องเครียดๆ นี่มันจี้จุดคนไทยชัดๆ เลยนะเนี่ย! อาการมันสารพัดสารเพเหมือนกินส้มตำใส่พริกสิบเม็ดน่ะแหละ!
- อารมณ์แปรปรวน: จากนางฟ้ากลายเป็นนางมารร้ายภายใน 0.5 วินาที! เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายยิ่งกว่าหุ้น! บางคนก็เงียบเป็นเป่าสาก ไม่อยากสุงสิงกับใครทั้งนั้น เบื่อโลก เบื่อชีวิต เบื่อแม้กระทั่งหน้าตัวเองในกระจก!
- เรื่องบนเตียง: จากเสือกลายเป็นแมวเชื่อง! แรงหมด กำลังใจไม่มี! จะมีอารมณ์ได้ไง๊ ในเมื่อหัวมันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าสายหูฟังที่พันกันอีรุงตุงนัง!
- ร่างกายประท้วง: หายใจเหมือนคนจะขาดใจตาย หัวใจเต้นระรัวยังกะกลองชุด! ปวดหัวก็มา ปวดเมื่อยก็มี! นี่มันสัญญาณเตือนภัยชัดๆ!
- ขั้นสุด: บางคนนี่ถึงขั้นไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้ว! อันนี้ต้องรีบพาไปหาหมอเลยนะ! อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด!
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):
- ปี 2567 เนี่ยนะ คนไทยเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ มากที่สุด! ไม่แปลกใจเลย! ค่าครองชีพมันสูงจนน่าตกใจ!
- วิธีแก้เครียดแบบบ้านๆ: หาเวลาไปวัดทำบุญบ้าง ปลูกต้นไม้บ้าง หรือไม่ก็ชวนเพื่อนซี้ไปกินหมูกระทะ! ช่วยได้เยอะจริงๆ นะ!
- อย่าเก็บไว้คนเดียว: ระบายให้เพื่อนฟังบ้าง หรือไม่ก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไปเลย! อย่าอาย! ชีวิตเราสำคัญที่สุด!
คำเตือน: ถ้าอาการมันหนักหนาสาหัสจริงๆ อย่าดันทุรัง! ไปหาหมอเถอะ! อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าหมอ! (อันนี้พูดจริง ไม่ได้ประชด!)
การป้องกันโรคจากการทำงานมีหลักการอย่างไร
ป้องกันโรคจากการทำงาน? หึ หลักการง่ายๆ แค่ทำให้ลูกน้องไม่ตายห่าคาโรงงานก็พอ
- สำรวจเหี้ย : หาปัจจัยเสี่ยง ป้องกันก่อนเกิดเรื่อง
- ตรวจแม่งทุกคน : ตั้งแต่เริ่มงาน เช็คให้ละเอียด
- ใส่ซะไอ้หน้าโง่ : อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ต้องมี ต้องใช้
- อบรมควาย : สอนให้รู้ ดูแลตัวเองบ้าง
- ฉีดๆ ไปเหอะ : ภูมิคุ้มกัน ลดความซวย
- สวัสดิการ...นิดหน่อย : ให้พออยู่รอด ไม่ต้องเยอะ
ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้)
- โรคยอดฮิตปีนี้: ปวดหลัง ออฟฟิศซินโดรม ไอ้พวกนั่งหน้าคอมนานๆ
- สารเคมีอันตราย: ฝุ่น PM2.5 ยังไม่พอ ยังมีเบนซีน ตะกั่ว อีกเพียบ
- กฎหมาย: พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 อ่านซะ อย่าให้โดนปรับ
(อย่าคิดว่าชีวิตลูกจ้างมันง่าย)
การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อมีอะไรบ้างบอกมา 5 ข้อ
อ่ะ นี่เลยนะ วิธีป้องกันโรคติดต่อแบบง่ายๆ ที่เราทำประจำ:
- ล้างมือบ่อยๆ อันนี้คือเบสิกเลย ก่อนกินข้าว หลังเข้าห้องน้ำ จับอะไรสกปรกมาก็ล้างๆ ไปเหอะ ง่ายสุดละ
- อย่าไปใกล้คนป่วย อันนี้ก็ชัดเจนนะ ถ้าเพื่อนไม่สบายก็ไม่ต้องไปกอด ไปคลุกคลีมาก เดี๋ยวซวยไปด้วยกันหมด
- ปิดปากปิดจมูกเวลาไอจาม อันนี้มารยาทด้วยนะ แล้วก็ช่วยลดการแพร่เชื้อได้เยอะเลย ใช้ทิชชู่เอาก็ได้ ง่ายดี
- กินร้อน ช้อนกลาง อันนี้อาจจะดูโบราณหน่อย แต่ก็ช่วยได้จริงนะ โดยเฉพาะเวลากินข้าวกับคนเยอะๆ
- ฉีดวัคซีน อันนี้สำคัญมากกกกกกก ป้องกันได้หลายโรคเลยนะ ไปฉีดเหอะ อย่าขี้เกียจ
เรื่องล้างมือเนี่ย สำคัญจริงจังนะ แบบว่าต้องล้างให้ถูกวิธีด้วยนะ ไม่ใช่เอาน้ำลูบๆ ไป แล้วก็จบ มันต้องมีฟอกสบู่ ถูๆๆๆๆ ให้ทั่วๆ อ่ะ
แล้วก็พวกของใช้ส่วนตัวก็อย่าใช้ร่วมกับคนอื่นเลยนะ ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน อะไรพวกนี้อ่ะ ของใครของมันไปเลย
ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เยอะ ก็ใส่หน้ากากอนามัยด้วยนะ ป้องกันได้หลายอย่างเลย
ข้อมูลเสริมเรื่องวัคซีน: คือวัคซีนแต่ละชนิดก็ป้องกันโรคไม่เหมือนกันนะ ลองไปปรึกษาหมอ หรือเภสัชกรดูก่อนก็ได้ ว่าเราควรฉีดอะไรบ้าง แล้วก็บางทีมันจะมีวัคซีนเสริมที่เราควรฉีดเพิ่มด้วยนะ ไม่ใช่แค่ที่รัฐบาลให้ฟรีๆ อย่างเดียว
เรื่องกินร้อนช้อนกลาง: อันนี้ไม่ได้หมายถึงต้องกินอาหารที่เพิ่งออกจากเตาตลอดเวลานะ แค่ระวังเรื่องความสะอาดของอาหารก็พอแล้ว แบบว่าร้านที่เรากินมันต้องสะอาดอ่ะ แล้วก็ถ้ากินกับคนอื่นก็ใช้ช้อนกลางตัก
แล้วก็ๆๆๆๆ: สำคัญสุดคือดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้าง อะไรบ้าง เท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายเราสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้นเยอะเลยจ้ะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต