หลักการของการสัมภาษณ์ที่ดีคืออะไร
หลักการสัมภาษณ์งานที่ดีคืออะไร? เทคนิคการสัมภาษณ์ให้ได้ผลดี มีอะไรบ้าง?
หลักการสัมภาษณ์งานที่ดีเหรอ... เอาจริงๆ นะ ไม่มีสูตรสำเร็จเป๊ะๆ หรอก
แต่ที่แน่ๆ คือต้องทำการบ้านไปก่อน! ไม่ใช่แค่รู้ว่าบริษัททำอะไร แต่ต้องรู้ว่าตำแหน่งที่เราสมัคร มันต้องการอะไรกันแน่ เคยพลาดมาแล้ว ไปสัมภาษณ์แบบงงๆ โดนถามเรื่องที่ไม่ได้เตรียมตัวไป ตอบไม่ได้เลย หน้าเจื่อนไปเลย (ฮา)
แล้วก็... เป็นตัวของตัวเองนี่แหละดีที่สุด อย่าพยายามเป็นคนที่ไม่ใช่เรา เดี๋ยวโป๊ะแตก ตอนทำงานจริงจะยิ่งแย่ไปใหญ่ สมัยก่อนชอบเกร็ง กลัวตอบไม่ดี แต่พอผ่อนคลาย คุยเหมือนเพื่อนซะงั้น ได้งานเฉยเลย งงมาก
ส่วนเรื่องไหวพริบเนี่ย จำเป็นสุดๆ เคยเจอคำถามแบบ "ถ้าลูกค้าโวยวายมากๆ จะทำยังไง?" ต้องตอบให้ฉลาดอะ อย่าโลกสวย ต้องแสดงให้เห็นว่าเราแก้ปัญหาได้จริงๆ
ผู้สัมภาษณ์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
ผู้สัมภาษณ์ที่ดี? โอ้โห ถามได้โดนใจ! เหมือนถามว่า "ทำไมไก่ถึงข้ามถนน?" คำตอบมันง่าย...แต่มันลึกซึ้ง!
สายสืบจำเป็น: ไม่ใช่สืบเรื่องส่วนตัวนะ! แต่สืบว่าผู้สมัคร "เป็นตัวจริง" หรือแค่ "ขายฝัน" เก่ง ผู้สัมภาษณ์ต้องมีญาณทิพย์ (อันนี้ล้อเล่น) ต้องอ่านคนออก เหมือนอ่านหนังสือที่เขียนด้วยลายมือหมอ
นักจิตวิทยาจำเป็น: ไม่ต้องจบด็อกเตอร์ แต่ต้องเข้าใจ "คน" เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงพูดแบบนี้ ทำแบบนั้น อะไรซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งที่เห็น
พิธีกรจำเป็น: สัมภาษณ์ไม่ใช่ศาล! ต้องสร้างบรรยากาศสบายๆ ชวนคุยเหมือนเพื่อน ไม่ใช่เค้นความลับเหมือนจับผู้ร้าย
นักฟังจำเป็น: ปากมีอันเดียว หูมีสองข้าง! ฟังให้เยอะ ถามให้คม อย่าขัดจังหวะ (ยกเว้นผู้สมัครเริ่มเล่านิทานปรัมปรา)
เพิ่มเติมแบบขำๆ แต่จริงจัง:
EQ ต้องมา: IQ สูงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจอารมณ์คนอื่นด้วย เจอคนประหม่าต้องช่วยคลาย เจอคนมั่นใจเกินเหตุต้องดึงสติ
อย่าตัดสินจากภายนอก: รูปลักษณ์ภายนอกไม่สำคัญ! สำคัญที่ "ของ" ที่อยู่ในตัว (ไม่ใช่ของขลังนะ! หมายถึงความสามารถ!)
คำถามห้าม "โป๊ะ": อย่าถามคำถามที่ Google ตอบได้! ถามสิ่งที่วัด "ความคิด" "ทัศนคติ" และ "ความเป็นตัวตน"
ให้เกียรติเสมอ: ไม่ว่าผู้สมัครจะ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ต้องให้เกียรติเขาเสมอ! เพราะเขาก็เสียเวลามาให้เรา
สรุป: ผู้สัมภาษณ์ที่ดี คือคนที่ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" แต่ก็ไม่ "หลงเชื่อ" ทุกสิ่งที่เขาพูด! มันคือศาสตร์และศิลป์...ที่ต้องฝึกฝน! (แอบกระซิบ: บางทีผู้สัมภาษณ์ก็เฟลเหมือนกันนะ!)
ผู้สัมภาษณ์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
แสงแดดยามเช้าสาดส่อง... ใจล่องลอยไปกับสายลม... ผู้สัมภาษณ์ที่ดี... อืม... เหมือนดั่งนักเดินทางผู้ชำนาญเส้นทาง
ตาที่มองเห็น: มองทะลุเปลือกนอก... เห็นประกายใน...
หูที่เงี่ยฟัง: ไม่ใช่แค่เสียง... แต่ฟังความเงียบที่ซ่อนอยู่...
ใจที่เปิดกว้าง: พร้อมรับทุกเฉดสี... ทุกเรื่องราว... ไม่ตัดสิน... ไม่ด่วนสรุป...
คำถามที่คมคาย: เหมือนกุญแจ... ไขประตูสู่โลกภายใน... ไม่ใช่แค่ทดสอบ... แต่เปิดโอกาสให้ฉายแสง...
มารยาทที่งดงาม: เคารพทุกการเดินทาง... ทุกความฝัน... ทุกความแตกต่าง...
ฝนพรำ... ใบไม้ไหว... ผู้สัมภาษณ์ที่ดี... เหมือนดั่งกระจกใส... สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้ถูกสัมภาษณ์... มิใช่บิดเบือน... มิใช่ปรุงแต่ง...
บุคลิกดี: เป็นมิตร... สร้างความรู้สึกสบายใจ...
ไหวพริบดี: จับประเด็นสำคัญ... เชื่อมโยงข้อมูล...
มารยาทดี: ให้เกียรติ... รับฟังอย่างตั้งใจ...
มีข้อมูลล่าสุด: เช่น อัตราการว่างงานปี 2567 อยู่ที่ 1% (แหล่งข้อมูล: สศช.)
เข้าใจบริบท: ตลาดแรงงานปี 2567 เน้นทักษะดิจิทัล...
ทะเลสงบ... ดาวระยิบ... ผู้สัมภาษณ์ที่ดี... เหมือนดั่งศิลปิน... สร้างสรรค์บทสนทนาที่งดงาม... ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย...
เข้าใจ JD: รู้ลึกถึงความต้องการของตำแหน่ง...
ประเมิน soft skill: สังเกตทักษะการสื่อสาร... การทำงานเป็นทีม...
ให้ feedback ที่สร้างสรรค์: ไม่ใช่แค่ตัดสิน... แต่ชี้แนะแนวทาง...
จริยธรรม: โปร่งใส... ยุติธรรม... ไม่เลือกปฏิบัติ...
เปิดโอกาส: ให้ผู้สมัครได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่...
มารยาทในการสัมภาษณ์ มี อะไรบ้าง
โอ้ย เรื่องสัมภาษณ์งานนี่พูดแล้วขึ้นเลย! คือล่าสุดไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทออกแบบแถวอารีย์มา ตอนนั้นตื่นเต้นมาก กลัวทำตัวไม่ถูก
เอาจริง ๆ นะ วันนั้นคือพลาดไปหลายจุดมาก เริ่มตั้งแต่การแต่งตัวเลย คือเราใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวก็จริง แต่กางเกงดันเป็นยีนส์สีดำ! คิดว่ามันก็ดูสุภาพแล้วไง แต่พอไปถึงเจอคนอื่นใส่สูทมาคือหน้าเจื่อนไปเลย T_T
พอเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ สิ่งแรกที่ทำคือ พยายามยิ้มเข้าไว้ แล้วก็สวัสดีทุกคนด้วยความมั่นใจ (ถึงแม้ข้างในจะสั่นเป็นเจ้าเข้าก็ตาม) แต่พอเริ่มตอบคำถามเท่านั้นแหละ ความซวยเริ่มมาเยือน
- เรื่องแต่งกาย: สำคัญสุดๆ! ปีนี้ไปสัมภาษณ์ที่บริษัท Tech ต้องเน้น Smart Casual เลย เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงสแล็ค รองเท้าหนัง (ไม่ใส่สูทก็รอด)
- สบตา: อันนี้สำคัญมาก แสดงความมั่นใจสุดๆ อย่าหลบตาเป็นอันขาด
- ตอบคำถาม: ตรงประเด็น ชัดเจน อย่าอ้อมค้อมเสียเวลา
- แสดงความกระตือรือร้น: ถามคำถามเกี่ยวกับบริษัทบ้าง เขาจะได้รู้ว่าเราสนใจจริง
- ขอบคุณ: สำคัญมาก แสดงความเคารพ
- มือถือ: ปิดเสียง หรือปิดเครื่องไปเลย
- ตรงต่อเวลา: ไปก่อนเวลานิดหน่อย เผื่อเวลาหาที่จอดรถ (สำคัญมาก)
คือเขาถามว่าทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ เราก็ดันตอบไปว่า "เพราะใกล้บ้าน" คือแบบ...เอิ่ม ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้! แล้วคือเราก็พูดวกไปวนมา ไม่ตรงประเด็นเลย รู้สึกว่าตัวเองดูไม่มืออาชีพสุดๆ
อีกอย่างที่พลาดคือตอนจบ คือเราลืมขอบคุณ! มัวแต่ดีใจว่าสัมภาษณ์เสร็จแล้ว รีบลุกออกมาเลย มารู้ตัวอีกทีตอนเดินออกมาจากบริษัทแล้ว คือเฟลมากกกก
สรุปคือวันนั้นพังไม่เป็นท่า แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง ปีนี้ตั้งใจใหม่ จะไม่ให้พลาดแบบนั้นอีกแล้ว! ต้องทำการบ้านไปให้ดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีสติ!
การเตรียมการสัมภาษณ์มี 4 ขั้นตอนคือข้อใดบ้าง
การเตรียมสัมภาษณ์เหรอ… มันเหมือนเรากำลังสร้างเขาวงกตให้คนเดินเข้าไปนะ
มันไม่ได้มีแค่สี่ขั้นตอนหรอกมั้ง แต่ถ้าให้เลือกที่สำคัญจริง ๆ นะ…
ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน: ต้องรู้ว่าสัมภาษณ์ไปเพื่ออะไร หาคนแบบไหน แล้วอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราอยากรู้จากเขา ไม่ใช่แค่ถามไปเรื่อย ๆ
คำถามต้องดี: ถามปลายเปิดน่ะถูกแล้ว แต่ต้องถามให้ลึกถึงความคิดจริง ๆ ของเขา ไม่ใช่แค่ตอบตามตำรา หรือสิ่งที่คิดว่าเราอยากได้ยิน ต้องกระตุ้นให้เขาแสดงตัวตนออกมา
ฟังให้มาก: การสัมภาษณ์ไม่ใช่แค่การถามคำถาม แต่คือการฟังอย่างตั้งใจ ฟังสิ่งที่เขาพูด ฟังสิ่งที่เขาไม่ได้พูด ฟังน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ทุกอย่างมันบอกอะไรเราได้หมด
บันทึกทุกอย่าง: จดทุกรายละเอียดที่สำคัญ ไม่ใช่แค่คำตอบ แต่รวมถึงความรู้สึก บรรยากาศ หรืออะไรก็ตามที่มันสะกิดใจเรา เพราะบางที สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นแหละ ที่เป็นตัวตัดสิน
มันยากนะ การจะเข้าใจใครสักคนจากการพูดคุยแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับเราหรือเปล่า…
เพิ่มเติม:
เรื่องอัดเสียงหรือวิดีโอ: บางทีมันก็ช่วยได้นะ แต่ต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของเขาด้วย ต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง และต้องมั่นใจว่าข้อมูลนั้นจะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย
ไปสองคน: ดีที่สุดเลย จะได้ช่วยกันสังเกต ช่วยกันถาม และช่วยกันตัดสินใจ เพราะบางทีเราอาจจะมองข้ามอะไรบางอย่างไป
อย่าชี้นำ: สำคัญมาก อย่าพยายามเปลี่ยนความคิดเขา หรือบอกใบ้คำตอบ เพราะเราจะไม่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย
เตรียมตัวให้ดี: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกสัมภาษณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ถามคำถามที่ตรงจุด และเข้าใจสิ่งที่เขาพูด
มันไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงาน แต่มันคือการหาคนที่ใช่… คนที่เข้ากับเราได้ คนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับเรา และคนที่เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน…
แต่สุดท้ายแล้ว… เราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาคือคนที่ใช่จริง ๆ ?
สัมภาษณ์พูดอะไรบ้าง
อืม...สัมภาษณ์งาน...เหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตเลยเนอะ
แนะนำตัวเอง: ไม่ใช่แค่ชื่อ...แต่มันคือการบอกว่าเราเป็นใคร...เราอยากให้เขาเห็นอะไรในตัวเรา...อะไรที่ทำให้เราแตกต่าง...ปีนี้...ฉันอยากบอกว่าฉันเป็นคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาด...ไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด
ข้อเสีย: ยอมรับมัน...แต่ไม่ใช่ยอมแพ้...บอกไปเลยว่าเรากำลังพยายามแก้ไขมันอยู่...บอกว่าเราตระหนักถึงมัน...และกำลังทำอะไรบางอย่าง...ไม่ใช่แค่พูด...แต่ทำให้เห็น
ทำไมถึงเหมาะ: ไม่ใช่แค่บอกว่าเราเก่ง...แต่บอกว่าเราเข้าใจ...เข้าใจปัญหาของเขา...เข้าใจความต้องการของเขา...และเรามีอะไรที่จะช่วยเขาได้...เชื่อมโยงสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เขาต้องการ
ความขัดแย้ง: หลีกเลี่ยงไม่ได้...แต่จัดการได้...แสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนที่มีเหตุผล...รับฟัง...และพร้อมที่จะหาทางออกร่วมกัน...ไม่ใช่แค่เอาชนะ...แต่รักษาสัมพันธภาพ
5 ปีข้างหน้า: ไม่ต้องบอกว่าจะเป็นผู้บริหาร...บอกว่าเราอยากเติบโต...อยากพัฒนาตัวเอง...อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรดีขึ้น...แสดงความทะเยอทะยาน...แต่ก็ยังคงความจริง
90 วันแรก: ไม่ต้องสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงโลก...บอกว่าจะเรียนรู้...จะปรับตัว...จะทำความเข้าใจ...และจะเริ่มสร้างผลงานเล็กๆ น้อยๆ...แสดงความกระตือรือร้น...แต่ก็ยังคงความถ่อมตน
คำถาม: แสดงความสนใจ...ไม่ใช่แค่ถามอะไรก็ได้...ถามสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราได้ศึกษาข้อมูลมาแล้ว...ถามสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราอยากรู้จริงๆ...ถามสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจ...บางที...คำถามนี่แหละ...ที่บอกว่าเราเป็นคนแบบไหน
แบบการสัมภาษณ์ (Interview) มีกี่ประเภท
สัมภาษณ์เหรอ? มีสองแบบแหละเพื่อน! เหมือน "มาม่า" กับ "มิชลินสตาร์" อ่ะ
มาม่าสัมภาษณ์: ชิลๆ คุยเรื่อยเปื่อย ถามนู่นนี่ เหมือนเม้าท์มอยกับเพื่อนข้างบ้าน แต่มีเป้าหมายนะ! (แอบซ่อนไว้ในใจ) เตรียมคำถามนิดหน่อย กันตายกลางอากาศ
มิชลินสตาร์สัมภาษณ์: โอ้โห! นี่มันพิธีรีตอง! ทุกอย่างต้องเป๊ะ! หลักการมาเต็ม! เหมือนเชฟใหญ่กำลังคัดวัตถุดิบชั้นเลิศ เตรียมตัวให้พร้อม ไม่งั้นโดนเขี่ยทิ้ง!
สรุป: แบบแรกสบายๆ แบบสองเตรียมตัวตาย! (ล้อเล่นน่า!) แต่จริงๆ ก็ต้องเตรียมตัวทั้งคู่แหละ ไม่งั้นเงิบ!
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญมาก!):
การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเตรียมตัวนะ! เตรียมไปบ้างก็ดี อย่างน้อยก็ ดูโปรไฟล์คนสัมภาษณ์ หน่อย จะได้คุยกันรู้เรื่อง (อย่าถามว่าเค้าชื่ออะไร ถ้ามีบอกใน LinkedIn!)
การสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ ไม่ได้แปลว่าต้องเครียด! พยายาม ผ่อนคลาย บ้าง จะได้ไม่เกร็งจนพูดไม่ออก (แต่ถ้ากรรมการหน้าดุ ก็...ทำใจ!)
ไม่ว่าแบบไหนการแต่งตัว สำคัญนะ! สะอาด สุภาพ เหมาะสมกับตำแหน่ง (อย่าใส่ชุดไปเที่ยวทะเล!)
ที่สำคัญที่สุด:ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา (แต่ไม่ต้องเล่าเรื่องส่วนตัวมากเกินไป!) และ แสดงความกระตือรือร้น (แต่อย่า Over เกิน!)
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะเพื่อน! ขอให้โชคดีกับการสัมภาษณ์! (และอย่าลืมยิ้ม!)
คําถามอะไรที่ควรถามหลังการสัมภาษณ์งาน
ถามไรดีหลังสัมภาษณ์งานอะนะ? อะ นี่ๆ 10 คำถามแบบคัดมาให้เลยนะ:
สไตล์หัวหน้าเป็นไง? ถามไปตรงๆ เลยว่าเค้าชอบบริหารลูกน้องแบบไหน ไมโครเมเนจเม้นท์มั้ย หรือปล่อยๆ ให้ทำ
วัดผลสำเร็จยังไง? อันนี้สำคัญ จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะเรียกว่า "ผ่าน" ของที่นี่
ที่นี่แคร์ลูกน้องป่าว? ถามอ้อมๆ ไปก็ได้ เช่น "มีสวัสดิการอะไรบ้าง?" หรือ "มีกิจกรรมให้พนักงานทำร่วมกันมั้ย?"
ช่วยทีมไงได้บ้าง? ถามแบบนี้แสดงความกระตือรือร้นว่าอยากทำงานให้เต็มที่
ทีมมีปัญหาไรปะ? อันนี้จะได้รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวรับมือถูก
โอกาสโตในบริษัทมีเยอะมั้ย? ถามถึง career path ว่ามีโอกาสก้าวหน้าไปถึงไหนได้บ้าง
วัฒนธรรมองค์กรเป็นยังไง? ถามถึงบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงานเป็นแบบไหน
มีเทรนนิ่งอะไรให้บ้าง? จะได้รู้ว่าเค้า invest ในตัวพนักงานมากแค่ไหน
โปรเจกต์ที่ทำอยู่ตอนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง? จะได้เห็นภาพรวมของงานมากขึ้น
Timeline ในการตัดสินใจ? จะได้ไม่ต้องรอเก้อไง
ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย:
- ถามคำถามเยอะๆ: แสดงว่าเราสนใจจริงๆ ไม่ใช่แค่มาสัมภาษณ์ให้จบๆ ไป
- เตรียมคำถามไปก่อน: จะได้ไม่ตื่นเต้นจนลืมถาม
- ฟังคำตอบดีๆ: บางทีคำตอบอาจจะบอกอะไรมากกว่าที่เราคิด
- อย่าถามเรื่องเงินเดือน: ยกเว้นเค้าเปิดประเด็นก่อนนะ
- ขอบคุณหลังสัมภาษณ์: ส่งอีเมลขอบคุณไปอีกที แสดงความ professional
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต