เรียน1คาบกี่หน่วยกิต

162 ครั้งเข้าชม
หน่วยกิตวิชาเรียนคิดตามชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยหากเรียน 1 คาบต่อสัปดาห์จะนับเป็น 0.5 หน่วยกิต ส่วน 2 คาบเท่ากับ 1.0 หน่วยกิต และ 4 คาบต่อสัปดาห์จะได้ 2.0 หน่วยกิต ซึ่งจำนวนหน่วยกิตนี้มีความสำคัญต่อผลการเรียนรวม (GPA) และเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาการสำเร็จการศึกษา รวมถึงสถานะทางวิชาการของนักศึกษา การจะดูว่ารายวิชาใดมีหน่วยกิตมากหรือน้อย ให้สังเกตจากจำนวนชั่วโมงเรียนรวมต่อสัปดาห์เป็นหลักนั่นเอง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

1 คาบเรียน ได้กี่หน่วยกิต? เช็คข้อมูลเลย!

เรื่องหน่วยกิตนี่นะ สมัยมัธยมปลายที่โรงเรียนแถวลาดพร้าว ผมไม่เคยสนใจเลย. ตอนนั้นคือแบบ เข้าเรียนให้ครบก็พอแล้วมั้ง จะมีไว้ทำไม. แค่คิดว่าวิชาไหนยาก วิชาไหนง่าย ไม่เคยดูเลยว่าตัวเลขข้างหลังมันคืออะไร.

จนวันที่ไปรับใบเกรดตอนจบเทอม ม.5 นั่นแหละ ถึงได้ตาสว่าง. วิชาคณิตที่เรียนสี่คาบต่อสัปดาห์อะ ตัวฉุดเกรดชั้นดีเลยถ้าทำได้ไม่ดี. ในขณะที่พละได้เกรด 4 แต่ช่วยอะไรไม่ค่อยได้มาก มันมีแค่ 0.5 หน่วยกิตเอง. ใจหายแวบเลยตอนนั้น.

มันง่ายมากเลย แค่ดูว่าอาทิตย์นึงเราเจอครูวิชานั้นกี่ครั้ง. ถ้าเรียนแค่คาบเดียวต่อสัปดาห์ ก็ 0.5 หน่วยกิต. เรียนสองคาบ ก็จะเป็น 1.0. วิชาหลักๆ ที่เรียนกัน 4 คาบ ก็จัดไปเลย 2.0 หน่วยกิตเต็มๆ. น้ำหนักมันต่างกันเยอะมากจริงๆ.

1 ชั่วโมงมีกี่หน่วยกิต

1 ชั่วโมง = 0.5 หน่วยกิต

  • เรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ = 0.5 หน่วยกิต

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • นี่คือการคิดหน่วยกิตแบบพื้นฐาน
  • บางที่อาจมีวิธีคิดต่างออกไป
  • ความเข้มข้นของเนื้อหา ก็มีผลนะ
  • ปฏิบัติการ มักจะใช้หน่วยกิตเยอะกว่าบรรยาย
  • สอบวัดระดับ ก็กินเวลา

เรื่องเวลาเรียน:

  • เวลาคือเงิน และ เวลาคือความรู้
  • ถ้าจะให้เปลืองเวลาก็ขอให้คุ้มค่า
  • อย่าเสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่ใช่

1ภาคเรียนมีกี่หน่วยกิต

ก็... มันไม่ได้มีกำหนดตายตัวหรอกนะ หน่วยกิตนี่มันวัดจากเวลาเรียนของเรามากกว่า

ถ้าเป็น บรรยาย หรือ อภิปราย เนี่ยนะ ชั่วโมงนึงต่ออาทิตย์ หรือรวมๆ แล้ว 15 ชั่วโมงต่อภาค ก็ได้ 1 หน่วยกิตแล้ว

แต่ถ้าเป็น ปฏิบัติ ที่ต้องลงมือทำ ทดลองอะไรพวกนี้อ่ะนะ เขาจะคิด 2-3 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ หรือรวมๆ 30-45 ชั่วโมงต่อภาค ถึงจะได้ 1 หน่วยกิต

  • ภาคทฤษฎี: 1 ชม./สัปดาห์ หรือ 15 ชม./ภาค = 1 หน่วยกิต
  • ภาคปฏิบัติ: 2-3 ชม./สัปดาห์ หรือ 30-45 ชม./ภาค = 1 หน่วยกิต

มันก็แบบนี้แหละ... เข้าใจง่ายๆ ว่าเวลาเราใช้ไปกับการเรียนเท่าไหร่ ก็แลกเป็นหน่วยกิตแค่นั้นเอง

เลขหน่วยกิตบอกอะไร?

หน่วยกิตมันคือตัวเลขที่บอกน้ำหนักของวิชานั้นๆ อะแหละ วิชาไหนเลขเยอะ ก็คือเราต้องให้เวลากับมันเยอะ เรียนหนักกว่าว่างั้นเถอะ

แผนการเรียนแต่ละสายมันเลยไม่เหมือนกันไง ก็เด็กสายวิทย์-คณิตเงี้ย หน่วยกิตวิชาคณิตกับวิทย์ก็จะเยอะมาก เยอะกว่าสายศิลป์-ภาษาเปนธรรมดาอยู่แล้วคับ

เพราะเค้าเน้นคนละอย่างกันไง จิงๆ มันก็คือตัวเลขที่โชว์ให้เห็นภาพรวมแหละว่าตลอดหลักสูตรที่เราเรียนๆมาเนี่ย เราถูกบังคับให้เรียนวิชาไหนหนักเปนพิเศษ

แล้วหน่วยกิตมันยังสำคัญแบบนี้ด้วยนะ

  • เอาไว้นับว่าเรียนครบจบหลักสูตรมั้ย คือแต่ละหลักสูตรเค้าจะกำหนดเลยว่าต้องเก็บให้ได้กี่หน่วยกิตถึงจะจบได้ ถ้าไม่ครบก็เรียนไม่จบนะ
  • ใช้คำนวณเกรดเฉลี่ย (GPA) อันนี้สำคัญมาก วิชาที่หน่วยกิตเยอะๆ ถ้าเราทำเกรดได้ดี มันก็จะดึงเกรดเฉลี่ยรวมของเราให้สูงขึ้นเยอะเลย ในทางกลับกัน ถ้าได้เกรดไม่ดีเกรดรวมก็ดิ่งเลยคับ
  • บ่งบอกความเชี่ยวชาญ พอเข้ามหาลัยก็จะชัดขึ้นอีก หน่วยกิตวิชาภาคหรือวิชาเอกจะเยอะสุด ส่วนวิชาโท วิชาเลือกเสรีก็จะน้อยลงมา มันทำให้รู้ว่าเราเรียนจบมาโดยเน้นด้านไหนเปนหลัก

เลขในวงเล็บหลังหน่วยกิตคืออะไร?

จำได้เลยตอนปีหนึ่งอะ เข้าไปดูตารางเรียนแล้วงงมากเลย ไอ้ตัวเลขอะไรเยอะแยะหลังชื่อวิชาเนี่ย อย่างเช่น 3(2-2-5) เนี่ย มันคืออะไรวะ ตอนนั้นก็อยู่ห้องสมุดคณะวิศวะฯ เลยนะ คุยกับเพื่อนว่าเทอมสองปี 2024 นี้จะลงอะไรดี ปวดหัวมากแบบ เฮ้ย มันสำคัญยังไงนะ กลัวลงผิดแล้วจบช้าไปอีก

แต่โชคดีนะ วันปฐมนิเทศ อาจารย์ที่ปรึกษาแกก็อธิบายให้ฟังชัดๆ เลย ว่าแต่ละตัวเลขมันหมายถึงอะไรบ้าง พอเข้าใจแล้วโล่งเลย แบบอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ที่แท้ก็ไม่ใช่เลขลึกลับอะไร พอรู้แล้วนี่วางแผนการเรียนง่ายขึ้นเยอะเลยนะ ตอนจัดตารางก็ไม่ต้องมานั่งเดาอีกแล้ว

เลขพวกนี้จริงๆ แล้วมันเป็นข้อมูลสำคัญมากเลยนะ เวลาจะลงทะเบียนวิชาอะไรต้องดูให้ดี

  • ตัวเลขหน้าวงเล็บ หมายถึง หน่วยกิตรวม ทั้งหมดของวิชานั้นๆ
  • ตัวเลขตัวแรกในวงเล็บ นี่คือ ชั่วโมงบรรยายหรือภาคทฤษฎี ที่เรียนต่อสัปดาห์
  • ตัวเลขตัวที่สองในวงเล็บ อันนี้คือ ชั่วโมงภาคปฏิบัติหรือการฝึกปฏิบัติ ที่ต้องทำต่อสัปดาห์
  • ตัวเลขตัวที่สามในวงเล็บ ส่วนใหญ่จะเป็น ชั่วโมงการศึกษาด้วยตนเอง หรือกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่เราต้องไปทำต่อสัปดาห์

หน่วยกิตมีไว้ทำไม?

หน่วยกิต คือ ปริมาณการเรียนรู้ ที่ถูกจัดสรร มันบอก น้ำหนักของแต่ละวิชา ในหลักสูตรที่ต่างกัน

แผนการเรียนต่างกัน หน่วยกิตย่อมต่างกัน สายวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์มีหน่วยกิตสูงกว่าสายศิลป์ มันคือการระบุ ทิศทางการเน้นหนัก ของวิชาตลอดหลักสูตร

ชีวิตนี้มีตัวเลขมากมาย หน่วยกิตก็เช่นกัน มันวัดการลงทุน ในความรู้ สิ่งที่คุณเลือก สิ่งที่คุณละทิ้ง ล้วนสะท้อนในตัวเลขนี้

  • เกณฑ์สำเร็จการศึกษา: ทุกหลักสูตรกำหนด หน่วยกิตขั้นต่ำ การจบการศึกษา คือการสะสมให้ครบ
  • บ่งบอกภาระงาน: หน่วยกิตสะท้อน ชั่วโมงเรียนและกิจกรรม ที่ต้องใช้เวลา ยิ่งมาก ยิ่งต้องทุ่มเท
  • เทียบโอนการศึกษา: ใช้เป็น มาตรฐานกลาง เพื่อประเมินและโอนย้ายผลการเรียนระหว่างสถาบัน
  • วางแผนการเรียน: ช่วยให้นักศึกษาจัดการ ลงทะเบียนวิชา ในแต่ละภาคเรียน ให้สมดุล
  • ชี้ชัดความเชี่ยวชาญ: หน่วยกิตที่สูงในสาขาใด บ่งบอกการเน้นย้ำ ความรู้เฉพาะทางนั้น

เก็บหน่วยกิต คืออะไร?

โอ้ยยยย พูดแล้วขึ้นเลยเรื่องนี้ ตอนนั้นทำงานมาได้ 5-6 ปีละมั้ง อยู่แถวลาดพร้าว ออฟฟิศเก่าอ่ะนะ แล้วมันตันๆ อยากเรียนต่อโทการตลาดดิจิทัลมาก นั่งไถเว็บมหาลัยไปเรื่อยๆ คืนนั้นตอนซักสี่ทุ่มกว่าๆ แล้วไปเจอคำว่า "ธนาคารหน่วยกิต" ที่เว็บของ มศว. คือตอนแรกงงมาก อะไรคือธนาคารหน่วยกิตวะ

แล้วภาพมันก็แวบขึ้นมาเลย ตอนช่วงโควิดปี 2021 ที่ว่างจัดๆ อ่ะ นั่งเรียนคอร์สออนไลน์ของ Coursera กับ SkillLane ไปเป็นสิบๆ คอร์สเลยมั้ง พวก Google Ads, SEO, Data Analytics อะไรบ้าบอพวกนั้น ได้ใบเซอร์มาเก็บไว้เต็มโฟลเดอร์ในคอม แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีค่าอะไรนอกจากเอาไว้อวดใน LinkedIn

พอไปอ่านรายละเอียดลึกๆ ถึงเพิ่งเก็ทว่าไอ้ระบบนี้มันเจ๋งมาก คือเราสามารถเอาความรู้ ประสบการณ์ หรือใบเซอร์ที่เรามีอยู่แล้ว ไปยื่นให้มหาลัยพิจารณาได้ ถ้ามันตรงกับวิชาไหนในหลักสูตร เขาก็จะเทียบให้เป็นหน่วยกิตเลย แบบว่าไม่ต้องลงเรียนวิชานั้นซ้ำอีก โคตรดี

เก็บหน่วยกิต หรือธนาคารหน่วยกิต คือการเอาความรู้ที่เรามีอยู่แล้วไปแลกเป็นหน่วยกิตมหาลัย ง่ายๆ แค่นี้เลย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน ใบเซอร์ต่างๆ ที่ไปอบรมมา หรือแม้แต่คอร์สเรียนสั้นๆ ก็เอามาใช้ได้หมดเลย

ตอนนั้นคือตาลุกวาวเลยนะ รีบรวบรวมเอกสารทั้งหมดที่มี ใบรับรองการทำงานตั้งแต่จบใหม่ๆ ใบเซอร์คอร์สออนไลน์ที่เรียนไว้ตอนนั้น ปริ้นท์ออกมาเป็นปึกเลย แล้วเอาไปยื่นที่คณะ สรุปคือเทียบโอนได้จริง! ลดวิชาที่ต้องเรียนไปได้ตั้ง 2 ตัว ประหยัดเงินไปหลายหมื่น ประหยัดเวลาไปอีกเกือบเทอมนึงเต็มๆ รู้สึกเหมือนถูกหวยเลยจริงๆ

  • ใครใช้ระบบนี้ได้บ้าง? ทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือประชาชนทั่วไปที่อยากจะเรียนต่อ คือเปิดกว้างมากๆ

  • เอาอะไรไปเทียบโอนได้?

    • ประสบการณ์ทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่จะเรียน
    • ใบประกาศนียบัตร หรือ ใบเซอร์ จากการฝึกอบรมทั้งของรัฐและเอกชน (เช่น พวกคอร์สเฉพาะทางต่างๆ)
    • ผลการเรียนจากคอร์สออนไลน์แพลตฟอร์มดังๆ เช่น Coursera, edX, Thai MOOC
    • ผลงาน หรือแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ที่พิสูจน์ความสามารถของเราได้
    • การเรียนจากสถาบันอื่นที่ยังเรียนไม่จบก็เอามาเทียบได้
  • ข้อดีสุดๆ คืออะไร?

    • ประหยัดเวลา ไม่ต้องเรียนซ้ำในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว
    • ประหยัดเงิน ค่าหน่วยกิตที่เทียบโอนได้ก็ไม่ต้องจ่าย
    • ทำให้ การเรียนรู้ตลอดชีวิต มันเกิดขึ้นจริง เพราะทุกประสบการณ์ที่เราไปเจอมามันไม่สูญเปล่าเลย มันมีค่า