เรียนต่ออังกฤษ ยากไหม

94 ครั้งเข้าชม
เรียนต่ออังกฤษไม่ยากอย่างที่คิด! มหาวิทยาลัยมีศูนย์ช่วยเหลือเรื่องวีซ่า พร้อมอบรม pre-sessional course สอนวิธีเตรียมเอกสาร บางแห่งช่วยตรวจสอบและส่งเอกสารให้ ประหยัดเวลาและสะดวกสบาย ลดภาระนักเรียน รับรองว่าการขอวีซ่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียนต่ออังกฤษยากไหม? ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

เรียนต่ออังกฤษน่ะเหรอ? เอาจริงๆ นะ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเว้ยแก แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นอ่ะ (ฮา)

คืออย่างงี้ มหาวิทยาลัยที่นู่นเค้าจะมีศูนย์ช่วยเหลือเรื่องวีซ่าโดยเฉพาะเลยนะ เค้าจะคอยให้คำปรึกษา แนะนำว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

จำได้เลย ตอนนั้นที่เราเรียน Pre-sessional course (เรียนปรับพื้นฐานก่อนเข้ามหาวิทยาลัย) เค้าจะมีอบรมเรื่องวีซ่าให้เลยอ่ะ ละเอียดมาก!

บางมหาลัยนี่ถึงขั้นช่วยเช็คเอกสารให้เราเลยนะ แล้วส่งให้เราในนามมหาวิทยาลัย คือมันสะดวกมากอ่ะแก ลดความวุ่นวายไปเยอะ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเนี่ย…อันนี้ตัวใครตัวมันเลย (หัวเราะ) มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก มหาลัยอะไร เมืองไหน ค่าครองชีพยังไง แต่เอาเป็นว่าเตรียมเงินเยอะๆ ไว้ก่อนอ่ะ ปลอดภัยสุด

จำได้ว่าตอนเราไป (ปี 2015) ค่าเทอมก็ปาไปเกือบ 2 หมื่นปอนด์แล้วอ่ะ (ประมาณ 8 แสนบาท) แถมค่ากินค่าอยู่ ค่าเดินทางอีก บานปลาย! แต่ถ้าเทียบกับประสบการณ์ที่ได้กลับมา เราว่ามันคุ้มนะ

เตรียมตัวยังไงบ้าง? นอกจากเรื่องเอกสารวีซ่าที่ต้องเป๊ะแล้ว เรื่องภาษาอังกฤษก็สำคัญนะแก ถ้าไม่มั่นใจก็ไปเรียนคอร์สปรับพื้นฐานก่อนก็ได้ ช่วยได้เยอะจริงๆ

แล้วก็…เตรียมใจ! ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง มันก็ต้องมีเหงา มีคิดถึงบ้านบ้าง แต่เชื่อเราเหอะ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้เอง สู้ๆ!

คนไทยพูดภาษาอังกฤษได้ไหม

คนไทยพูดอังกฤษเหรอ? EF ปีล่าสุดบอก...ห่วยแตก ติดบ๊วยอาเซียน อันดับโลกก็ร่วงเหว

  • EF EPI (English Proficiency Index) ปี 2023: ไทยอยู่รั้งท้ายในอาเซียน ไม่ต้องสืบ
  • ไม่ต้องโทษใคร: ระบบการศึกษา? สังคม? หรือสันดานคนไทยเอง? คิดเอาเองดิ
  • โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว: ถ้ายังพูดอังกฤษไม่ได้ ก็เตรียมตัวเป็นขยะสังคมได้เลย

เพิ่มเติม (แม่งเอ้ย!):

  • EF: ไอ้พวกที่ชอบจัดอันดับภาษาอังกฤษนั่นแหละ เชื่อได้แค่ไหนก็แล้วแต่
  • อาเซียน: อย่าไปเทียบกับสิงคโปร์ มาเลเซีย เขาไปไกลแล้ว
  • ภาษาอังกฤษ: ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ มันคือโอกาสในชีวิต
  • ทางแก้? เลิกโทษคนอื่น แล้วเริ่มที่ตัวเองสิวะ

ม.ปลายอังกฤษ เรียนกี่ปี?

ม.ปลายอังกฤษ? อ๋อ ไอ้ที่เด็กไทยอยากไปเรียนกันอ่ะนะ ปกติก็เรียนกัน 3 ปีจ้ะ แต่ถ้าเป็นระบบ IB Diploma นี่สิ ถึงจะแค่ 2 ปี แต่ขอบอกว่า...เข้มข้นชนิดที่ว่ากินมาม่าเปล่าๆ ยังต้องคิดสูตรคำนวณแคลอรี่เลยนะ! ????

IB Diploma:

  • เรียน 2 ปี: สั้นแต่สาหัส ใครว่าสบายเนี่ย...ตลก!
  • อายุ 16-19: ช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อพอดี ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว (ประชด!)
  • เตรียมเข้ามหา'ลัยทั่วโลก: เป้าหมายยิ่งใหญ่ แต่แลกมาด้วยผมที่ร่วงเร็วกว่าปกติ
  • 6 วิชาหลัก: ภาษาอังกฤษ, ภาษาที่สอง (ไม่ใช่ภาษาดาวอังคารนะ), วิทยาศาสตร์ (เตรียมตัวปวดหัว), คณิตศาสตร์, มนุษยศาสตร์, และศิลปะ (เผื่อเบื่อวิชาการจะได้วาดรูประบายอารมณ์)
  • เข้มข้น: ไม่ใช่แค่เรียนๆ เล่นๆ แต่ต้องคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน... โอ๊ย! เรียนไปเป็นนักปรัชญาไปเลย!
  • CAS: Community, Activity, Service ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง ต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยนะจ๊ะ ชีวิตมันต้องบาลานซ์! (เหรอ?)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจไม่เล็ก):

  • ตอนเพื่อนเราเรียน IB นะ นางกินกาแฟแทนน้ำเปล่าจ้ะ แล้วก็บ่นว่าอยากเกิดใหม่เป็นแมว
  • จริงๆ แล้ว IB ไม่ได้ยากเกินไปหรอก แค่ต้องขยัน อดทน และมีสติ (แล้วก็มีเงินด้วยนะ ค่าเรียนมัน...)
  • แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหม? ก็ต้องบอกว่า...ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากทรมานตัวเองแค่ไหน! (ล้อเล่นน่า!) ????

Degree มีอะไรบ้าง?

โอเค มาเล่าเรื่อง "Degree" แบบคนจริงๆ ที่เคยเรียนมานะ... ไม่มีสคริปต์ ไม่มี AI มาปรุงแต่ง

Diploma Degree นี่นึกถึงตอนเรียน ปวส. ที่เทคนิคกรุงเทพฯ (ตอนนี้ชื่อ มทร.กรุงเทพฯ แล้วมั้ง) ปี 2548-2550 โคตรมันส์ เรียนสายช่างกลโรงงาน เลอะน้ำมันเครื่องทุกวัน แต่ได้สกิลติดตัวมาเพียบ! มันคือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง นี่แหละ!

Bachelor Degrees หรือปริญญาตรี ตอนนั้นเลือกเรียนต่อวิศวะเครื่องกล ที่ ม.เกษตรศาสตร์ (บางเขน) ช่วงปี 2551-2554 บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน! จากเด็กเทคนิค กลายเป็นเด็กกิจกรรม ทำงานกลุ่มแทบไม่ได้นอน แต่โคตรภูมิใจที่จบมาได้! ปริญญาตรี นี่แหละที่เปิดโลกให้เรา!

Master Degrees หรือปริญญาโท ตอนนั้นอยากอัพสกิล เลยเรียนต่อวิศวกรรมอุตสาหการ ที่ จุฬาฯ ปี 2557-2559 ยากกว่าตรีเยอะ! ต้องทำ Thesis อีก แต่ก็คุ้มค่า ได้ connection ดีๆ เพียบ! ปริญญาโท คือใบเบิกทางสู่ความก้าวหน้าในสายงาน!

Doctoral Degrees หรือปริญญาเอก อันนี้ขอบายก่อน ยังไม่กล้าพอ 555+ แต่เพื่อนหลายคนก็เรียนนะ เก่งๆ ทั้งนั้น! ปริญญาเอก คือสุดยอดของสายวิชาการ!

Master Student ก็คือนักศึกษาปริญญาโทอย่างเราตอนนั้นแหละ! หัวฟู อ่านเปเปอร์เยอะมาก!

PhD Student หรือนักศึกษาปริญญาเอก นี่คือขั้นกว่า! ต้องทำวิจัยเจ๋งๆ ระดับโลก! นับถือๆ

  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • ปี 2567 นี้ หลักสูตร Diploma ยังฮิตอยู่ สายอาชีพมาแรง!
    • ปริญญาตรี เดี๋ยวนี้มีหลักสูตรนานาชาติเยอะมาก!
    • ปริญญาโท MBA ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน!
    • จบปริญญาเอก เค้าว่ากันว่าหางานยากกว่าปริญญาโทอีกนะ!
  • ข้อควรรู้:

    • เลือกเรียนที่ชอบ ไม่ใช่ตามเพื่อน!
    • ตั้งใจเรียน อย่าขี้เกียจ!
    • ทำกิจกรรม สร้าง Connection!
    • เก็บ Portfolio โชว์ผลงาน!
  • คำแนะนำ:

    • ปรึกษาอาจารย์ ถ้าไม่รู้จะเรียนอะไรต่อ!
    • ค้นหาตัวเอง ให้เจอ!
    • อย่าท้อแท้ ถ้าเจอปัญหา!
    • สู้ๆ นะทุกคน!

หวังว่าเรื่องเล่าของเราจะเป็นประโยชน์นะ! สู้ๆ ทุกคน!

วุฒิการศึกษา มีอะไรบ้าง ภาษาอังกฤษ?

โอเค... วุฒิการศึกษาภาษาอังกฤษ? High-school graduate... จบม.6 สินะ ใช่ๆ แล้วParadise Kiss (2011) เกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย? หนังรึเปล่า? ช่างเหอะ

  • High-school graduate: อันนี้คือจบม.6 แหละใช่ไหม? สำคัญนะ ถ้าสมัครงาน!
  • Paradise Kiss (2011): อ้อ! หนังญี่ปุ่น! เกี่ยวกับเด็กม.ปลาย เหมือนกันนี่นา... เชื่อมโยงกันเฉยเลย (ขำ)

เอ๊ะ หรือว่าคำถามคือหนังเกี่ยวกับเด็กจบม.6เหรอ? งงตัวเอง... ???? ข้อมูลเพิ่มเติม... ตอนนั้นชอบดูหนังมาก! เสียเวลาอ่านหนังสือไปเยอะเลย ????➡️???? แย่จัง

  • จริงๆแล้วมีวุฒิอื่นอีกเยอะแยะเลยนะ ถ้าเรียนต่อน่ะ... เช่น ปริญญาตรี, ปริญญาโท, ปริญญาเอก... แต่ตอนนี้ตอบคำถามที่ถามก่อนดีกว่า! ????‍????

Secondary Education แปลว่าอะไร?

Secondary Education แปลตรงๆก็คือ มัธยมฯ นั่นแหละ! แต่ถ้าจะให้มันส์กว่านั้นนะ ผมขอเปรียบเทียบให้ฟัง มันเหมือนกับการเอาของดิบๆจากประถมมาปรุงรสชาติให้จัดจ้านขึ้นก่อนส่งต่อให้มหาลัยไป จัดการต่อ! คิดภาพตามนะ จากเด็กน้อยใสๆ กลายเป็นวัยรุ่นกำลังซ่า ช่วงนี้แหละโคตรสำคัญ!

  • ระดับความสำคัญ: สูงเว่อร์ เปรียบเหมือนด่านสำคัญก่อนไปต่อมหาลัย ถ้าด่านนี้ไม่ผ่าน ไปต่อลำบากนะจ๊ะ
  • ช่วงอายุ: ประมาณ 12-15 ปี อายุนี้กำลังค้นหาตัวเอง บางคนก็เจอ บางคนก็ยังหาไม่เจอ อิอิ
  • เนื้อหา: เข้มข้นกว่าประถม สาระวิชาเพียบ เรียนหนักกว่าเยอะ เตรียมตัวรับมือไว้เลย!

ปีนี้(2566) ผมเห็นเพื่อนๆหลายคนเรียนหนักมาก แทบจะไม่หลับไม่นอนเลย สอบเข้ามหาลัย แข่งขันกันดุเดือด เหมือนกับการแข่งขันมวยปล้ำเลย ใครชนะได้ไปต่อ ใครแพ้ก็ต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ ชีวิตจริงมันก็แบบนี้แหละ ฮ่าๆๆ

ประเทศอังกฤษเรียนกี่เทอม?

อังกฤษ... เรียนกี่เทอมนะ... เหมือนเคยได้ยินว่าสามเทอม... ใช่ สามเทอม

ทำไมต้องสามเทอมนะ... หรือว่ามันดีกว่าสองเทอม... ไม่รู้สิ...

  • Autumn Term: ปลายกันยา - กลางธันวาคม
  • Spring Term: กลางมกรา - ปลายมีนาคม
  • Summer Term: ปลายเมษา - ต้นกรกฎาคม

แปลกดี... ทำไมต้องแบ่งแบบนี้... อาจจะเพราะอากาศ... หรือว่ามีเหตุผลอื่นที่เราไม่รู้...

ชีวิตมันก็เหมือนเทอม... มีเริ่มต้น... มีกลาง... แล้วก็มีจบ... แต่ละเทอมก็มีเรื่องราวของมัน...

เหนื่อยจัง...

ชั้นมัธยมศึกษาภาษาอังกฤษเขียนยังไง?

เออ ตอนนั้นนะ ตอนที่เรียนอยู่ ม.3 อ่ะ ที่โรงเรียน… (เอ่อ ช่างมันเหอะ บอกชื่อไปก็เท่านั้น) ครูสอนภาษาอังกฤษเค้าเคยบอกว่า Secondary School กับ High School เนี่ยมันคือระดับชั้นมัธยมศึกษานั่นแหละ จบ! ตอนนั้นก็จำ ๆ ไปงั้นแหละ ไม่ได้คิดอะไรมาก

แล้วก็... Junior High School คือ ม.ต้น ส่วน Senior High School ก็ ม.ปลาย จบอีก! ง่าย ๆ เลย

ส่วน ไอ้ High School Certificate เนี่ย มันคือประกาศนียบัตร ม.ปลาย เวลารับจบอ่ะ เค้าจะให้มา (หรือเปล่า? จำไม่ค่อยได้ละ) เออ น่าจะใช่นะ

  • Secondary School / High School: มัธยมศึกษา (ทั่วไป)
  • Junior High School: มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 - ม.3)
  • Senior High School: มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6)
  • High School Certificate: ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย

ปล. ตอนแรกนึกว่าครูจะสอนเรื่อง present perfect tense ซะอีก เซ็งเลย!