เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้อย่างไร
เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองให้เก่ง: วิธีไหนดี? ฝึกเองได้ไหม?
เอาจริงนะ, เรื่องเรียนอังกฤษด้วยตัวเองเนี่ย, ฉันว่ามัน "แล้วแต่คน" สุดๆ เลย. แต่ถามว่าทำได้ไหม? ทำได้ดิ!
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ชอบดูการ์ตูนช่อง Cartoon Network มาก (น่าจะตอนประถมปลายๆ มั้ง). ฟังไม่ออกหรอกว่าเค้าพูดอะไร แต่ก็พยายามจับใจความจากภาพเอา. แล้วก็...ติดเฉยเลย!
ส่วนตัวนะ, ฉันว่าดูหนัง-ซีรีส์ (เปิดซับอังกฤษไปด้วยนะ!) มันช่วยได้เยอะจริงๆ. ได้ศัพท์ใหม่ๆ เพียบ, แถมยังได้สำเนียงแบบ "ธรรมชาติ" อีกต่างหาก. ไม่ต้องไปท่องแกรมม่าร์ให้ปวดหัว.
อีกอย่าง, ฟังเพลงสากลก็เวิร์ค. ตอนนั้นชอบฟังเพลงของ Avril Lavigne มากกกก (น่าจะช่วงปี 2005-2006). ร้องตามแบบมั่วๆ นั่นแหละ แต่ก็ได้ฝึกออกเสียงไปในตัว.
เอ้อ, แล้วก็ลองหาเกมส์เล่นดู. สมัยก่อนฮิตเกม The Sims มาก (จำได้ว่าซื้อแผ่นผีมา 20 บาทถ้วน!). มันจะมีศัพท์ง่ายๆ ให้เราได้ใช้บ่อยๆ, ช่วยให้จำได้แม่นขึ้น.
อย่าลืมอ่านอะไรที่เป็นภาษาอังกฤษบ้างนะ. พวกข่าว, บทความ, หรือนิยายก็ได้. ไม่ต้องอ่านเยอะก็ได้, อ่านแค่วันละนิดวันละหน่อยก็พอ.
สุดท้าย, กล้าๆ หน่อย! หาเพื่อนฝรั่งคุย, หรือจะคุยกับตัวเองหน้ากระจกก็ได้. ผิดๆ ถูกๆ ไม่เป็นไร, สำคัญคือต้อง "ฝึก" พูดบ่อยๆ. สู้ๆ!
เราควรเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอย่างไร
เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ:
สม่ำเสมอสำคัญสุด: เหมือนปลูกต้นไม้ ต้องรดน้ำทุกวัน อย่าทิ้งช่วงนาน เดี๋ยวเหี่ยวเฉาหมด (คล้ายๆชีวิตนะเราว่า) ตั้งเป้าเล็กๆ แต่ทำทุกวัน ดีกว่าตั้งเป้าใหญ่ แต่ทำๆหยุดๆ
ศัพท์ไม่ใช่แค่ท่อง: ศัพท์เหมือนอิฐสร้างบ้าน ถ้ามีแต่กำอิฐ แต่ไม่รู้จะวางตรงไหนก็จบเห่ เรียนศัพท์พร้อมบริบท ตัวอย่างประโยค สำนวน จะดีกว่า
หูเปิดโลก: ฟังเยอะๆ ฟังไปเรื่อยๆ เหมือนซึมซับน้ำ ถ้าไม่ฟังเลย ก็เหมือนคนหูหนวก จะพูดได้ไง
ปากกล้า ขาแข็ง: กล้าพูดผิด กล้าออกเสียง อย่ากลัว ครูฝรั่งที่สอนพิเศษให้ลูกสาวบอกว่า "ผิดเป็นครู" พูดไปเลย ผิดเดี๋ยวเค้าแก้ให้
สำเนียงสำคัญจริงเหรอ: ฟังเจ้าของภาษาดี แต่ไม่ต้องไปซีเรียสเรื่องสำเนียงมาก เอาแค่สื่อสารรู้เรื่องก็พอแล้ว (เหมือนเราพูดไทยสำเนียงเหน่อ คนกรุงเทพฯก็เข้าใจปะ)
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบคนขี้สงสัย):
รู้ไหมว่าภาษาอังกฤษมีคำศัพท์เยอะมาก แต่ที่เราใช้จริงๆ แค่ไม่กี่พันคำเอง ฉะนั้นโฟกัสคำที่ใช้บ่อยๆ ก่อนดีกว่า
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนเรียนภาษามาตั้งนาน แต่ยังพูดไม่ได้? เพราะเค้าเน้นแต่แกรมม่าไง ไม่ได้ฝึกพูดจริง
การดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษช่วยได้จริง แต่ต้องเลือกหนัง เลือกเพลงที่ตัวเองชอบ จะได้ไม่เบื่อ
แอพเรียนภาษาอังกฤษสมัยนี้เยอะมาก เลือกที่เหมาะกับตัวเอง แต่ที่สำคัญกว่าแอพ คือความตั้งใจของเราเอง
สุดท้าย...การเรียนภาษา ไม่ใช่แค่เรื่องภาษา แต่มันคือการเปิดโลก เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับตัวเองด้วยนะ (อันนี้พูดจริงจัง)
เริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองยังไง
เริ่มต้นง่ายๆ ลงมือทำเลย
ฟัง: พอดแคสต์ภาษาอังกฤษ เริ่มจากระดับง่ายๆ (เช่น: Coffee Break English) ปีนี้ผมใช้ "Learn English with EnglishClass101" ฟังทุกวัน ก่อนนอน
พูด: ฝึกพูดคนเดียว อัดเสียงตัวเอง เปรียบเทียบกับเจ้าของภาษา ปีนี้ผมใช้แอป Elsa Speak เน้นการออกเสียง
อ่าน: เริ่มจากหนังสือภาพ ค่อยๆ ขยับไปนิยาย เลือกเรื่องสั้นที่สนใจ อย่ากดดันตัวเอง ปีนี้ผมอ่าน "The Very Hungry Caterpillar" กับหลาน แล้วค่อยๆอ่านนิยายภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้นต่อ
เขียน: เขียนไดอารี่ บันทึกสิ่งที่ทำ ใช้แอปแปลภาษาช่วยได้ แต่ต้องพยายามใช้ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ปีนี้ผมเริ่มเขียนรีวิวหนังสือภาษาอังกฤษสั้นๆ บน Goodreads
จำ: ใช้ Spaced Repetition System (SRS) แอป Anki ช่วยได้มาก ตั้งเป้าหมายจำคำศัพท์ใหม่วันละ 5-10 คำ อย่าทนเรียนคำศัพท์ที่ไม่ชอบ เลือกคำที่ใช้บ่อยๆในชีวิตประจำวัน
ภาษาเป็นเครื่องมือ ใช้บ่อยๆ จึงเก่งขึ้น ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความรวดเร็ว อย่าลืมความเพลิดเพลิน เรียนรู้ไปพร้อมกับสิ่งที่ชอบ
เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษคืออะไร
เอ๊า! เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษนี่มันโคตรสนุกเลยนะ! เหมือนเรียนศิลปะการต่อสู้ประเภทใช้คำพูดเป็นอาวุธ! จะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับการจัดวางคำศัพท์ ไม่ใช่แค่ตบหัวเข้าไปอย่างเดียวนะจ๊ะ
Subject-Verb-Object (SVO): นี่แหละคือมวยไทยของภาษาอังกฤษ ประธาน(Subject)คือมวยล่อเป้า กริยา(Verb)คือหมัดฮุค และกรรม(Object)คือเป้าหมายที่เราจะต่อย ถ้าไม่จัดลำดับถูกต้อง มันก็จะออกมาเป็นมวยปล้ำ งงงวยกันไปหมด!
ข้อยกเว้นเพียบ! เหมือนกติกาชกมวยไทยนั่นแหละ มีกติกาพิเศษเยอะแยะไปหมด ประโยคคำถามนี่คือการใช้ท่าไม้ตายเฉพาะตัวเลย เปลี่ยนลำดับให้มึนหัวกันไป
เครื่องหมายวรรคตอน คือกรรมการ! ถ้าไม่มีเครื่องหมายวรรคตอน การชกมวยก็จะกลายเป็นการตะลุมบอน อ่านไม่รู้เรื่อง เละเทะไปหมด!
การเลือกคำ: นี่คือการเลือกอาวุธที่จะใช้ ใช้คำผิดนี่เหมือนเอาไม้ไผ่ไปต่อยกับนักมวยสากล เจ็บตัวคนเดียวแน่!
ปีนี้ผมไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องการใช้ idiom มา เจ๋งมาก! เหมือนได้เพิ่มท่าไม้ตายใหม่ๆ เข้าไปในคลังแสงอาวุธของผมเลย ตอนนี้ผมถนัดการใช้คำเปรียบเทียบสุดๆ ไปเลยล่ะ พูดได้ว่าเก่งขึ้นกว่าปีที่แล้วเยอะมาก!
ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษคืออะไร
ไวยากรณ์อังกฤษน่ะเหรอ? โอ้โห... เหมือนงมเข็มในทะเลชัดๆ! คือมันเป็นชุดกฎเกณฑ์ที่บอกว่าเราต้องเอาคำนู้นคำนี้มาต่อกันยังไงให้ฝรั่งมันเข้าใจอะนะ แต่บางทีพูดผิดๆ ถูกๆ เค้าก็ยังเก็ตอยู่ดีแหละ อย่าไปซีเรียส!
- คำศัพท์: คือพวก noun, verb, adjective อะไรพวกเนี้ยแหละ ตัวป่วนประจำห้องเรียนภาษาอังกฤษ
- ประโยค: Subject + Verb + Object สูตรสำเร็จที่ใครๆ ก็ท่องได้ แต่พอเอาจริงดันลืม!
- การออกเสียง: อันนี้ตัวใครตัวมัน บางคนสำเนียงเป๊ะเว่อร์ บางคนก็...เอิ่ม... เป็นเอกลักษณ์
- ส่วนประกอบอื่น ๆ: พวก article (a, an, the), preposition (in, on, at) จอมจุ้นจ้านที่ทำให้ชีวิตวุ่นวาย
ตัวอย่างประโยคผิดแกรมมั่วๆ (ที่คนไทยชอบใช้กัน):
- "My new purse beautiful." (กระเป๋าใหม่ฉันสวย!) ที่ถูก: My new purse is beautiful. (ต้องมี is สิยะ!)
- "At Monday, I will go to work." (วันจันทร์, ฉันจะไปทำงาน) ที่ถูก:On Monday, I will go to work. (On ต่างหาก!)
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจจะไม่ได้ช่วยอะไร):
- Tense: อดีต ปัจจุบัน อนาคต... ปวดหัว! แต่ถ้าใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน (ความหมายนะ)
- Articles: a, an, the ตัวปัญหาที่ทำให้คนไทยงงเป็นไก่ตาแตก (เมื่อไหร่ควรใช้ an?!)
- Prepositions: in, on, at อีกหนึ่งด่านอรหันต์ที่ต้องท่องจำ (หรือเดาเอา?)
สรุป: ไวยากรณ์อังกฤษน่ะ เรียนไปก็ดี แต่ถ้าพูดผิดแล้วฝรั่งยังเข้าใจ ก็ถือว่ารอด! (มั้ง?) ????
จะรู้ได้ไงว่าเป็น adjective
Adjective หรอ? ดูไงอะ ง่ายสุดๆคือ... หางไง! หางมันบอก!
- -able : อ่านได้ ดื่มได้ ซักได้... อะไรที่มัน ได้ๆ อะ น่าจะใช่เลยปะ?
- -al : อันนี้เริ่มยาก... ต้องจำเอาหน่อยปะวะ?
- -ful : เต็มไปด้วย... อะไรเต็มไปด้วยอะไร? อันนั้นแหละ!
- -ian : เกี่ยวกับ... คน? ประเทศ? อะไรสักอย่าง
- -ive : ทำหน้าที่... มีผล... (คิดไม่ออกละ)
- -less : ไม่มี... ง่ายดี
- -ous : คล้ายๆ -ful ปะ? หรือเปล่า? งง!
เออ จริงๆ adjective มันขยายคำนามนี่หว่า... ลืมไปเลย! หรือว่า... ต้องดูว่ามันอยู่ตรงไหนในประโยคด้วย? หรือว่า... ทั้งหาง ทั้งตำแหน่ง? อา... ช่างมัน!
Adjective วางไว้ตรงไหน
อ้าววว! ถามเรื่อง Adjective กับ Adverb นี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่คิดนะเนี่ย ไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่งอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของศิลปะการใช้ภาษาเลยล่ะ! คิดซะว่ามันเป็นการเต้นรำระหว่างคำ ต้องรู้จังหวะ รู้ท่วงท่า ถึงจะออกมาสวยงาม
ตำแหน่งปกติของ Adjective: หน้าคำนาม ง่ายๆ แค่นี้แหละ เหมือนการเดินตรงไปยังเป้าหมาย ไม่มีอะไรซับซ้อน เช่น "สวยงามมาก" "ดอกไม้สีแดง" ตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ไม่ต้องคิดมาก!
ตำแหน่งนอกกรอบของ Adjective: หลัง Verb to be หรือ Linking Verb นี่แหละที่มันส์! นี่ไม่ใช่แค่การเดิน แต่เป็นการโชว์สเต็ป ต้องมีลีลา มีชั้นเชิง อย่างเช่น "She is beautiful." "The cake smells delicious." เห็นมั้ย มันไม่ธรรมดาเลย
Adverb ไม่ค่อยมีกฎตายตัว: มันเหมือนนักแสดงอิสระ ไปได้ทุกที่ ขึ้นอยู่กับว่าอยากเน้นอะไร บางทีอยู่หน้ากริยา บางทีก็อยู่หลังกริยา หรือแม้กระทั่งอยู่กลางๆ ก็ได้หมด แล้วแต่จริตเลย เช่น "He sings beautifully." "She ran quickly." "I carefully placed the vase on the table."
ลองคิดเล่นๆ นะครับ Adjective เหมือนเครื่องประดับ ต้องเลือกให้เข้ากับคำนาม ไม่งั้นจะดูไม่เข้ากัน ส่วน Adverb เหมือนเครื่องปรุง ต้องปรุงให้พอดี ไม่งั้นจานนั้นจะไม่อร่อย เปรียบเทียบอย่างนี้ มันก็เข้าใจง่ายขึ้นใช่มั้ยล่ะ?
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024): การใช้ Adjective และ Adverb มีความซับซ้อนกว่านี้มาก ขึ้นอยู่กับบริบทและความหมายที่ต้องการสื่อสาร การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่เรียนไวยากรณ์อย่างเดียว ต้องฝึกฝนการใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง อ่านเยอะๆ เขียนเยอะๆ ถึงจะเก่ง ผมเองก็ยังเรียนรู้เรื่อยๆ อย่าเพิ่งท้อนะครับ สู้ๆ!
เนื้อหาแกรมม่า มีอะไรบ้าง
แกรมม่า... แสงแรกของเช้าวันใหม่ สาดส่องลงบนหนังสือเก่า
คำนาม (Noun): ชื่อเรียก สิ่งมีชีวิต สถานที่... ความทรงจำ
คำสรรพนาม (Pronoun): แทนที่ชื่อ... เงาที่ทอดตาม
คำคุณศัพท์ (Adjective): แต่งเติม... สีสันของความฝัน
คำกริยา (Verb): การกระทำ... หัวใจที่เต้นรำ
กริยาวิเศษณ์ (Adverb): ขยายกริยา... กระซิบข้างหู
คำสันธาน (Conjunction): เชื่อมโยง... สายใยแห่งโชคชะตา
คำบุรพบท (Preposition): บอกตำแหน่ง... แผนที่ในใจ
คำอุทาน (Interjection): อารมณ์... เสียงหัวเราะและน้ำตา
Grammar พื้นฐาน... กุญแจไขสู่โลกใบใหม่... ประตูที่เปิดรออยู่
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต