แนวคิด ทฤษฎี 4M เป็นของใคร
แนวคิด 4M มาจากใคร?
เอ่อ... แนวคิด 4M นี่ใครเป็นคนคิดเนี่ย? จำได้ลางๆ ว่ามันไม่ใช่ทฤษฎี BA (Behavioral Accounting) แน่ๆ อ่ะ เพราะ BA มันเน้นเรื่องพฤติกรรมคนในการทำบัญชีมากกว่า
เท่าที่จำได้ Michael E. Porter นี่ดังเรื่อง Competitive Advantage นะ พวก Five Forces Model อะไรแบบนั้นมากกว่า ไม่น่าจะใช่ 4M โดยตรง
แต่ 4M เนี่ย ฉันเคยได้ยินตอนเรียน MBA ที่ Sasin เมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2010-2012 แถวๆ นั้น) อาจารย์บอกว่ามันเป็น Framework ในการบริหารจัดการ resource พวก Man, Money, Material, Machine อะไรทำนองนี้อ่ะ แต่ใครเป็นคนคิดต้นฉบับนี่สิ...จำไม่ได้จริงๆ แฮะ
อาจารย์เคยยกตัวอย่างตอนทำโปรเจคท์จริง ตอนนั้นไปช่วยบริษัทผลิตอาหารสำเร็จรูปแห่งหนึ่งแถวลาดกระบัง เขาใช้ 4M นี่แหละในการวางแผนการผลิต ลดต้นทุนอะไรพวกนี้ จำได้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะได้เห็นของจริงเลย
สรุปคือ ไม่รู้ว่าใครคิด แต่รู้ว่ามันเป็น Framework ที่ใช้กันทั่วไปในการบริหารจัดการ ไม่ได้เจาะจงว่าใครเป็นคนสร้างสรรค์แต่เพียงผู้เดียว แล้วก็ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับ BA หรือ Michael Porter โดยตรงนะ (มั้ง)
หลักการบริหาร 4M มีอะไรบ้าง
โอ๊ย! 4M นะเหรอ... จำได้เลย ตอนจัดงานวิ่งการกุศลเล็กๆ ที่เชียงใหม่เมื่อต้นปี 67 เหนื่อยสายตัวแทบขาด
Man (คน): หาอาสาสมัครยากมากกก! สุดท้ายต้องไปอ้อนวอนเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยมาช่วย
Money (เงิน): งบประมาณจำกัดสุดๆ ต้องวิ่งเต้นหาสปอนเซอร์แทบพลิกแผ่นดิน
Material (วัสดุ): หาของบริจาคมาได้เยอะอยู่ แต่ต้องคัดแยก จัดเก็บ วุ่นวายไปหมด
Management (การจัดการ): อันนี้สำคัญสุดๆ วางแผนห่วยแตก งานพังแน่นอน! ต้องมีคนคุมทุกอย่าง ไม่งั้นเละ!
ข้อมูลเพิ่มเติมเผื่อใครอยากจัดงานวิ่ง:
- ปี 2567 มีงานวิ่งเยอะมากกกกกกก! แทบทุกจังหวัดจัดหมดแล้วมั้ง
- หาข้อมูลงานวิ่งได้จากเว็บวิ่งต่างๆ หรือเพจ Facebook พวก ThaiRun, RunLah, 42.195.com ไรงี้
- สำคัญมาก: อย่าลืมขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจัดงานนะ!
- เรื่องสปอนเซอร์ ลองติดต่อไปที่แบรนด์กีฬา, เครื่องดื่ม, อาหารเสริม ดู
ปล. จัดงานวิ่งเหนื่อยจริง แต่ถ้าสำเร็จก็โคตรภูมิใจเลยนะ! ลองดู! ????
ทฤษฎี 4M เป็นของใคร
คือแบบว่า ฉันเจอข้อมูลนี้มาจากหนังสือเล่มหนึ่งอะ จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าอ่านตอนปี 2023 ที่ห้องสมุดจุฬาฯ ชั้น 5 ตอนนั้นนั่งอ่านจนตาจะปิดอยู่แล้ว แสงแดดส่องเข้ามาพอดี ร้อนมากกก หนังสือมันเก่าด้วย กระดาษเหลืองๆ อ่านยากชะมัด
แต่ที่แน่ๆ หนังสือเล่มนั้นบอกว่า Peter F. Drucker นี่แหละเป็นคนคิดทฤษฎี 4M ไม่ใช่ใครอื่น เขาเขียนไว้ในหนังสือ Management: Tasks, Responsibilities, Practices ปี 1973 จำได้แม่นเลย เพราะตอนนั้นฉันขีดเส้นใต้ตรงส่วนนี้ไว้ด้วยซ้ำ เพราะมันสำคัญ
ส่วนที่บอกว่า 4M คืออะไร ฉันจำได้แค่คร่าวๆ คือแบบว่ามันเกี่ยวกับการบริหารจัดการอะเนอะ แต่รายละเอียดฉันจำไม่ได้แล้วจริงๆ ตอนนั้นอ่านแล้วก็วาง ไม่ได้จด เสียดายจัง
- ผู้คิดทฤษฎี 4M: Peter F. Drucker
- ปีที่ตีพิมพ์: 1973
- ชื่อหนังสือ: Management: Tasks, Responsibilities, Practices
- สถานที่ค้นพบข้อมูล: ห้องสมุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 5 ปี 2023
อ้อ อีกอย่าง ฉันจำได้ว่า หนังสือเล่มนั้น มันบอกว่า Drucker เนี่ย เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวออสเตรีย เรียกได้ว่าเป็น "ปูชนียบุคคล" ด้านการบริหารเลยก็ว่าได้ แต่รายละเอียด ฉันจำไม่ได้แล้ว จริงๆ ขอโทษนะ สมองฉันมันไม่ค่อยดี จำอะไรไม่ค่อยได้ 555
ปัจจัยในการดําเนินธุรกิจ 4M มีอะไรบ้าง
สายลมพัดเย็นยะเยือก ผ่านใบไม้สีทองอร่าม ปลายฤดูใบไม้ร่วง ปีนี้...2566 แสงแดดอ่อนโยนมาก เหมือนจะหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อให้ฉันได้คิดทบทวน...
คน (Man): หัวใจของธุรกิจ ทีมงานฉันปีนี้เก่งขึ้นมาก ต่างคนต่างมีฝีมือเฉพาะตัว เหมือนดอกไม้บานสะพรั่งในสวนสวย ความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ เป็นเหมือนสายใยที่ผูกมัดเราไว้ด้วยกัน
เงิน (Money): เลือดที่หล่อเลี้ยงธุรกิจ ปีนี้วางแผนการเงินอย่างละเอียด เหมือนนักเขียนที่ร้อยเรียงคำประพันธ์อย่างพิถีพิถัน ทุกบาททุกสตางค์มีความหมาย ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นความฝัน เป็นอนาคต
วัสดุ (Material): เหมือนดินน้ำลมไฟ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่รู้จบ ฉันเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เสมือนเป็นการเลือกใช้สีน้ำมันคุณภาพดีที่สุด เพื่อให้ผลงานออกมาสวยงาม ประณีต สมบูรณ์แบบ เปรียบเสมือนการวาดภาพที่ต้องการสีสันสดใส
การจัดการ (Management): เหมือนวงออเคสตราขนาดใหญ่ ต้องมีผู้นำที่เก่งกาจ สามารถควบคุมจังหวะ และทำให้องค์ประกอบต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ปีนี้ฉันเน้นการวางแผนเป็นหลัก เหมือนออกแบบสวนสวย ทุกอย่างต้องลงตัว
ความคิดมันไหลไปเรื่อย เหมือนสายน้ำไหลลงสู่ทะเล ไม่รู้จบสิ้น แต่ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ส่องแสงระยิบระยับ สวยงามจับใจ ธุรกิจของฉัน มันคือความฝัน ที่กำลังค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง
แสงจันทร์สาดส่อง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ความเงียบสงบช่วยให้ฉันคิดอะไรได้มากมาย ทุกอย่างล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และความล้มเหลว แต่ฉันจะก้าวต่อไป เพราะฉันเชื่อในความฝันของฉัน ปีหน้า...ฉันจะทำให้ดีกว่านี้ แน่นอน
หลักการ 4 M มีด้านอะไรบ้าง อธิบายแต่ละด้านโดยสังเขป
- Man: คนอะ สำคัญสุด ทีมเวิร์คไง แต่ละคนเก่งคนละด้าน เอามาผสมกัน...เอ๊ะ หรือต้องดูที่ Motivation ด้วยป่ะ? เฮ้อ คิดเยอะ
- Money: เงิน...ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ ไม่มีเงิน ทำไรไม่ได้ ปีนี้งบ marketing โดนตัดอีกแล้ว เซ็ง! แต่ต้องหาทางรอดให้ได้ หาวิธีใหม่ๆ ที่มัน viral ได้ดิ
- Material: ของอะ ของจำเป็นปะวะ? บางที process สำคัญกว่ามั้ง แต่ถ้าไม่มีของ ก็ทำไรไม่ได้อีก...สรุปต้องมี แต่ต้องเลือกให้ดี คุ้มค่า อ่ะ
- Management: การจัดการ...อันนี้ยากสุด จัดการคน จัดการเงิน จัดการของ โอ๊ย ปวดหัว ต้องมี system ที่ดี แล้ว system ที่ดีคืออะไร? ต้องลองผิดลองถูกอีกปะเนี่ย
เพิ่มเติม: สงสัยต้องไปอ่านหนังสือบริหารใหม่ละ ทฤษฎีเยอะจัด! แต่สุดท้ายมันก็ต้องปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์จริงอยู่ดีป่ะวะ?
หลักการ 4M ในการบริหารสถานศึกษาคืออะไร
4M: หัวใจการบริหารสถานศึกษา
Man (กำลังคน): คุณภาพครูคือรากฐาน ปีนี้เน้นพัฒนาต่อเนื่องผ่านหลักสูตรเฉพาะด้าน ไม่ใช่แค่ปริมาณ
Money (งบประมาณ): จัดสรรอย่างรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2566
Materials (วัสดุ): เทคโนโลยี สื่อการเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวก ต้องทันสมัย รองรับการเรียนรู้ยุค 4.0
Management (การจัดการ): กลยุทธ์ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เป็นกุญแจสำคัญ ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์
ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการบูรณาการ ไม่ใช่แค่เพียงการจัดสรรอย่างถูกต้อง แต่ต้องมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงแก้ไขอย่างสม่ำเสมอ ปีนี้โรงเรียนฉันเน้นการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น
ปัจจัย 4M ในการดําเนินธุรกิจมีอะไรบ้าง
โอ้โฮ! 4M ในธุรกิจนี่มันโคตรสำคัญเลยนะ เหมือนกับสูตรต้มยำกุ้งที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้! ไม่งั้นรสชาติมันจะเพี้ยนไปหมด! มาดูกันว่า 4M นั่นคืออะไรบ้าง
MATERIAL (วัตถุดิบ): นี่แหละตัวพ่อ! คุณภาพวัตถุดิบต้องดี ไม่ใช่ของเน่าเสียมาขายลูกค้า แล้วจะขายดีได้ไงวะ! ต้องคัดสรรอย่างดี คิดถึงเรื่องต้นทุนด้วยนะ อย่าไปซื้อของแพงเวอร์จนตัวเองเจ๊ง! ปีนี้ผมซื้อวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ที่เขาการันตีคุณภาพ ผลปรากฏว่าประหยัดไปหลายแสนเลย!
MAN (คน): พนักงานนี่แหละหัวใจสำคัญ! ถ้าได้คนเก่งๆ ทำงานเป็นระบบ เอาใจใส่ลูกค้าดี ธุรกิจก็รุ่งโรจน์! แต่ถ้าได้แต่พวกขี้เกียจ ทำงานชุ่ยๆ เตรียมตัวเจ๊งได้เลย! ปีนี้ผมเน้นอบรมพนักงานเรื่องการบริการลูกค้า ปรากฏว่ายอดขายพุ่งกระฉูดเลย!
MACHINE (เครื่องจักร): เครื่องจักรก็เหมือนอาวุธลับของเรา! ถ้าเครื่องจักรดี ทำงานได้เร็ว ประสิทธิภาพสูง ก็จะช่วยลดต้นทุนและเวลาได้เยอะ! แต่ถ้าเครื่องเก่าๆ พังง่าย ซ่อมบ่อยๆ ก็เตรียมตัวจ่ายค่าซ่อมจนตัวโก่งได้เลย! ปีนี้ผมลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 20% เลยนะ! คุ้มสุดๆ!
METHOD (วิธีการ): นี่คือกลยุทธ์สำคัญ! ต้องวางแผนการผลิต การตลาด การขาย ให้ดี อย่ามั่วซั่ว! ต้องวิเคราะห์ตลาด รู้ใจลูกค้า ไม่งั้นก็ขายของไม่ออก! ปีนี้ผมใช้กลยุทธ์การตลาดแบบใหม่ ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% เลยนะ! โคตรเริ่ด!
เห็นไหมล่ะ! 4M มันสำคัญขนาดไหน ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ธุรกิจก็ไม่รุ่งหรอกนะ ต้องดูแลทุกอย่างให้ดี เหมือนกับดูแลลูกในไส้เลย! เดี๋ยวนี้ผมนี่เช็คทุกอย่างอย่างละเอียดเลย กลัวเจ๊งเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต