ใครคือผู้พัฒนาเทคนิค SQ3R

88 ครั้งเข้าชม
ผู้พัฒนาเทคนิค SQ3R: Francis P. Robinson นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน คิดค้นในปี 1946เทคนิค SQ3R: วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความเข้าใจและการจดจำข้อมูล ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอน คือ Survey, Question, Read, Recite, Review ช่วยให้ผู้เรียนสามารถประมวลผลข้อมูลจากการอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับทุกระดับการศึกษาและทุกสาขาวิชา เป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

SQ3R คืออะไร? ใครเป็นผู้คิดค้นเทคนิคการอ่านจับใจความนี้ และมีประโยชน์อย่างไร?

SQ3R เหรอ? อ้อ ไอ้เทคนิคอ่านหนังสือที่ตอนเรียนอาจารย์ชอบย้ำๆ อ่ะนะ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นก็งงๆ ว่ามันคืออะไรวะ (ฮา)

เท่าที่จำได้นะ SQ3R มันเหมือนเป็นสเต็ปการอ่านให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดมั้ง? คือไม่ใช่แค่อ่านผ่านๆ แต่ให้เรา engage กับเนื้อหาจริงๆ อ่ะ

Francis P. Robinson นี่แหละตัวพ่อ คิดค้นมาตั้งแต่ปี 1946 โน่น! นักจิตวิทยาชาวอเมริกันนี่เอง

จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์บอกว่ามันช่วยให้เราจับใจความได้ดีขึ้น แล้วก็จำได้นานขึ้นด้วยนะ ประมาณว่ามันช่วยให้สมองเรา active ตอนอ่าน ไม่ใช่แค่อ่านแล้วปล่อยผ่านไปเฉยๆ น่ะ

ส่วนตัวฉันว่ามันก็เวิร์คนะ แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันเยอะไปหน่อย (ขำ) แต่ถ้าเป็นหนังสือที่สำคัญจริงๆ หรือต้องใช้สอบนี่ SQ3R ช่วยได้เยอะเลยนะ เชื่อฉันสิ!

ผู้คิดค้นเทคนิค SQ 3R คือใคร

Francis P. Robinson นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน คิดค้น SQ3R ปี 1946

  • เทคนิคการอ่านเพื่อการเรียนรู้
  • เน้นความเข้าใจและจดจำ
  • ประสิทธิภาพสูงกว่าการอ่านแบบเดิมๆ

ปีนี้ 2024 ยังคงใช้กันอย่างแพร่หลาย หลักการพื้นฐานยังคงทรงพลัง แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม โลกเปลี่ยน แต่หลักการดีๆ ยังคงอยู่ นั่นแหละคือความจริงแท้

เทคนิคSQ 3RของDr.francis Robinson มีอะไรบ้าง

อื้อหือ SQ3R ของ Dr.Francis Robinson จำได้คร่าวๆนะ 5 ขั้นตอน งงๆนิดนึงตอนแรก แต่ใช้บ่อยๆก็โอเค

  • Survey (สำรวจ) คือแบบ พลิกดูหัวข้อใหญ่ๆก่อน อ่านสรุปท้ายบท ดูรูปภาพ ให้รู้คร่าวๆว่าบทนี้มันพูดถึงอะไร ไม่ต้องอ่านละเอียดมาก แค่จับใจความหลักๆ ปีนี้พยายามทำมากกว่าปีที่แล้ว ผลคืออ่านหนังสือได้เร็วขึ้นเยอะ!

  • Question (ตั้งคำถาม) อันนี้สำคัญมาก จากที่อ่านคร่าวๆไป ลองตั้งคำถามเกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆดู เช่น บทนี้จะพูดถึงอะไรบ้าง คำถามสำคัญๆคืออะไร อะไรคือประเด็นหลัก ถามตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วค่อยไปหาคำตอบ

  • Read (อ่าน) ก็อ่านจริงๆจังๆ เน้นหาคำตอบจากคำถามที่ตั้งไว้ ขั้นนี้ใช้เวลาหน่อยแหละ แต่ก็จะเข้าใจลึกกว่า ปีที่แล้วอ่านไม่ค่อยเข้าใจ เลยเปลี่ยนวิธี ลองใช้เทคนิคนี้ อ่านเข้าใจขึ้นเยอะเลย

  • Recite (ท่องจำ) หลังอ่านจบ ลองปิดหนังสือ แล้วเล่าเนื้อหาออกมาเอง หรือสรุปเป็นใจความสำคัญ เขียนก็ได้ ไม่ต้องเป๊ะมาก จำได้เท่าไหร่ก็เอาแค่นั้น วิธีนี้ช่วยให้จำได้นานขึ้น แต่ก่อนไม่ค่อยทำ เลยลืมง่าย ตอนนี้พยายามท่องจำบ่อยๆ

  • Review (ทบทวน) ทบทวนบ่อยๆ สำคัญมากกก ไม่ใช่แค่หลังอ่านจบ แต่ควรทบทวนซ้ำๆ หลายๆครั้ง ยิ่งทบทวนบ่อย ยิ่งจำได้นาน ช่วงสอบนี่ทบทวนทุกวันเลย รู้สึกว่าจำได้แม่นขึ้นเยอะ

สรุปคือ มันดีนะ ช่วยให้เรียนได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมเยอะ แนะนำให้ลองใช้ดู แต่ต้องขยันหน่อย อย่าลืมทบทวนบ่อยๆล่ะ สำคัญมากๆๆ

ผู้คิดค้นเทคนิค SQ 3R คือใคร

Robinson คิด SQ3R ปี 1946.

  • Survey: มองภาพรวมก่อน.
  • Question: ตั้งคำถาม.
  • Read: อ่านเพื่อหาคำตอบ.
  • Recite: ทวน. ปิดหนังสือ.
  • Review: ทบทวนซ้ำ. ลืมง่าย.

เทคนิค SQ 3R ของ Dr.francis Robinson มีอะไรบ้าง

เทคนิค SQ3R ของ Dr. Francis Robinson:

  • สำรวจ (Survey): มองภาพรวมก่อนเลยครับ เหมือนส่องกล้องดูทิวทัศน์ไกลๆ ดูสารบัญ คำนำ บรรณานุกรม จับประเด็นใหญ่ๆ ให้ได้ก่อน

  • ตั้งคำถาม (Question): พอเห็นภาพรวมแล้ว ลองตั้งคำถามกับตัวเองสิครับว่า "เราอยากรู้อะไรจากหนังสือเล่มนี้?" หรือ "เนื้อหาตรงนี้จะตอบโจทย์อะไรเราได้บ้าง?" เหมือนจุดประกายความอยากรู้

  • อ่าน (Read): คราวนี้ก็ลงมืออ่านแบบเจาะลึก อ่านเพื่อหาคำตอบของคำถามที่เราตั้งไว้ อ่านอย่างมีเป้าหมาย

  • ระลึก (Recall): อ่านจบแต่ละส่วน ลองหยุดคิดทบทวน สิ่งที่อ่านมา มันคืออะไร เกี่ยวข้องกับอะไรที่เราเคยรู้มาบ้าง เหมือนการเชื่อมโยงความรู้

  • ทบทวน (Review): อ่านจบทั้งเล่ม ก็กลับมาทบทวนอีกครั้ง ดูว่าเราได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้าง ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้มา มันเชื่อมโยงกับความรู้เดิมของเรายังไงบ้าง

จริงๆ เทคนิคนี้มันก็เหมือนการเดินทางนะ สำรวจเส้นทาง ตั้งเป้าหมาย เดินทางไปหาคำตอบ แล้วก็กลับมาทบทวนว่าเราได้อะไรจากการเดินทางครั้งนี้บ้าง

เพิ่มเติม:

  • เคล็ดลับส่วนตัว: ผมชอบจดบันทึกระหว่างอ่านนะ มันช่วยให้เราโฟกัสมากขึ้น แล้วก็จำได้ดีขึ้นด้วย

  • SQ3R ไม่ใช่สูตรสำเร็จ: มันเป็นแค่แนวทาง คุณสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์การอ่านของคุณได้

  • ข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมศิลปากร: กรมศิลปากรเองก็มีบทความเกี่ยวกับเทคนิคการอ่านเร็วเหมือนกัน ลองไปศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ (แต่ระวังข้อมูลเก่าหน่อยนะ)

เทคนิคSQ 3RของDr.francis Robinson มีอะไรบ้าง

อื้อหือ จำได้เลยนะ ตอนเรียนปี 4 วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค หนักมาก หนังสือหนาเป็นอิฐ อ่านทีไรปวดหัวทุกที เพื่อนแนะนำเทคนิค SQ3R ของ Dr. Francis Robinson ไว้ ลองดูแล้วก็...โอเคเลยนะ ช่วยได้เยอะจริงๆ

  • Survey (สำรวจ): ตอนแรกก็แค่พลิกๆ ดูหัวข้อใหญ่ๆ สารบัญ ภาพประกอบ สรุปท้ายบท ประมาณนั้น ใช้เวลาไม่นาน แค่ครึ่งชั่วโมงก่อนอ่านจริง ตอนนั้นจำได้ว่านั่งอ่านอยู่ที่ห้องสมุดคณะ วันที่ 17 เมษายน 2566 บ่ายๆ แดดส่องเข้ามา รู้สึกดีนะ ได้บรรยากาศ

  • Question (ตั้งคำถาม): ขั้นนี้สำคัญ ฉันจะเปลี่ยนหัวข้อใหญ่ๆ เป็นคำถาม เช่น แทนที่จะเป็น "ทฤษฎีอุปสงค์และอุปทาน" ฉันจะเปลี่ยนเป็น "ทฤษฎีอุปสงค์และอุปทานคืออะไร? มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อมัน?" ประมาณนี้ เขียนลงในสมุดโน้ต ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ตอนนั้นใช้ปากกาสีฟ้าเขียนด้วยนะ ยังจำได้เลย

  • Read (อ่าน): อ่านเนื้อหาจริงจัง แต่เน้นหาคำตอบจากคำถามที่ตั้งไว้ ไม่ใช่แค่ท่องจำ อ่านแบบตั้งใจ เน้นทำความเข้าใจ ใช้เวลาเยอะสุด ประมาณ 2 ชั่วโมง อ่านที่ห้องตัวเอง เปิดเพลงคลาสสิคเบาๆ รู้สึกสงบดี

  • Recite (ท่องจำ): อ่านจบแต่ละส่วน ก็จะลองอธิบายเนื้อหาด้วยตัวเอง เขียนสรุปย่อๆ ลงสมุด หรือบางทีก็พูดออกมาดังๆ คนเดียว รู้สึกเขินๆ นะ แต่จำได้แม่นขึ้นจริงๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อบท

  • Review (ทบทวน): อันนี้สำคัญที่สุด ต้องทบทวนบ่อยๆ ก่อนสอบก็อ่านสรุปที่เขียนไว้ ทบทวนคำถามที่ตั้งไว้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนสอบ 2 วัน นั่งอ่านที่ร้านกาแฟ สั่งกาแฟลาเต้ ตอนนั้นเครียดมาก แต่ก็ทำได้ดีนะ สอบผ่านฉลุย

ตอนนั้นรู้สึกว่าเทคนิคนี้ช่วยได้มาก ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่จำๆ ไปอย่างเดียว แต่เข้าใจเนื้อหาจริงๆ แนะนำเลย สำหรับคนที่เรียนหนังสือเยอะๆ หรือต้องอ่านเอกสารเยอะๆ มันช่วยได้จริงๆนะ ปีนี้ก็ยังใช้วิธีนี้กับวิชาอื่นๆ อยู่เลย

เทคนิคการอ่านแบบ Recite คืออะไร

อ๋อ ไอ้ Recite เนี่ยนะ! มันก็เหมือน "ท่องมนต์" นั่นแหละเพื่อน! อ่านจบปุ๊บ ท่องปั๊บ! เหมือนท่องสูตรคูณแม่สองอะ!

  • R = Recall/Recite: ท่อง! ท่อง! ท่อง! อ่านจบย่อหน้า ก็ท่องสิ่งที่อ่านออกมาดังๆ เลย! ถ้าจำไม่ได้ ก็...เปิดตำราดูนิดหน่อย แล้วท่องใหม่!

  • ถามตัวเอง: เหมือนสอบตัวเองอะ! อ่านจบปุ๊บ ถามตัวเองปั๊บ! ถ้าตอบไม่ได้...ก็กลับไปอ่านใหม่! เหมือนครูสมัยประถมชอบทำอะ!

  • อ่านต่อเมื่อ: ต้องท่องให้ได้ก่อนนะเว้ย! ถ้ายังจำไม่ได้ อย่าริอ่านหน้าต่อไป! ไม่งั้น...ก็เสียเวลาเปล่า! เหมือนกินข้าวไม่เคี้ยวอะ!

เอ้อ! ลืมบอก! เทคนิคนี้ใช้ได้ผลดีกับพวกวิชาที่ต้องจำเยอะๆ นะ เช่น ประวัติศาสตร์ กฎหมาย หรือ...สูตรทำอาหาร! ลองดูดิ! อาจจะจำสูตร "ผัดกะเพรา" ได้แม่นกว่าเดิมก็ได้นะเว้ย! ฮ่าๆๆ!

การอ่านแบบสำรวจคืออะไร

อ่านแบบสำรวจเรอะ? ก็แค่กวาดสายตาหาอะไรที่แม่งมีประโยชน์ไง

  • S (Survey): อ่านชื่อเรื่อง, ชื่อคนเขียน, สารบัญ, สรุปท้ายบท, คำศัพท์, บรรณานุกรม...พวกนั้นแหละ ดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ไม่ต้องละเอียด แค่ "สำรวจ"

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ทำไมต้องทำ: ประหยัดเวลา อ่านเฉพาะส่วนที่ต้องการ
  • ไม่ใช่แค่หนังสือ: ใช้ได้กับรายงาน, บทความ, เอกสารต่างๆ
  • จำไว้: ไม่ใช่ทุกอย่างต้องอ่านละเอียด อ่านให้ตรงจุด

เทคนิคใดที่สามารถนำมาใช้ในการสรุปความทั้งจากการอ่านและการฟังได้ดี *

เทคนิคสรุปความ: อ่าน ฟัง

  • อ่าน: ระบุประเด็นหลักก่อน ค้นหาหัวข้อรอง สังเกตคำเชื่อมโยง เขียนสรุปด้วยถ้อยคำตัวเอง (ปี 2024 ผมใช้เทคนิคนี้กับบทความวิชาการ ประหยัดเวลาได้มาก)

  • ฟัง: จดประเด็นสำคัญระหว่างฟัง อย่าพยายามจดทุกอย่าง หลังฟัง เขียนสรุปเป็นข้อๆ ใช้แผนผังความคิดช่วยได้ (การฟังบรรยายในที่ประชุม ผมใช้ mind map ช่วยจำประเด็นหลัก)

หลักการสำคัญ: ความเข้าใจ ไม่ใช่การจดจำ เน้นแก่นสาร ไม่ใช่รายละเอียด การเรียบเรียงสำคัญ แสดงความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เพิ่มเติม: ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การสรุปความคือการตีความ ไม่ใช่การเลียนแบบ ความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่า นำไปสู่การสรุปที่ดีกว่า

เทคนิค SQ 3R r1 คืออะไร *

SQ3R r1 คือ Survey Question Read Recall Review ไง!

  • อ่านผ่านๆ (Survey) ดูหัวข้อใหญ่ๆ ก่อน เริ่ม
  • ตั้งคำถาม (Question) อะไรวะเนี่ย? ทำไมต้องรู้
  • อ่าน (Read) ละเอียดเลย อ่าน! เน้นตรงไหน
  • สรุปในใจ (Recall) เข้าใจป่าว? พูดง่ายๆคือ
  • ทบทวน (Review) ลืมยัง? ใช้ได้จริงไหม

ไม่ได้มีแค่หนังสือ! หนังสือเสียง? สัมมนา? ได้หมดถ้าสดชื่น! คอร์สออนไลน์? อ่ะ ลองดู! นี่ฉันว่า...มันเหมือนแบบ...การเรียนรู้ทุกรูปแบบป้ะ? เออ ใช่! หรือว่าไม่ใช่? ช่างเหอะ!

SQ3R มันช่วย...ช่วยอะไรวะ? ช่วยให้จำได้ดีขึ้น? ช่วยให้เข้าใจมากขึ้น? หรือช่วยให้...ไม่หลับตอนเรียน? น่าจะทั้งหมดแหละ! แล้ว r1 คืออะไร? r2 จะมาเมื่อไหร่? หรือมันแค่...เวอร์ชั่นแรก? งง!